28/09/2010

แอลจีเรีย...ดินแดนหลากวัฒนธรรม 1

โดยคุณปวีณา สิงห์บูรณา

การเดินทางเป็นประสบการณ์ให้เราได้เปิดโลกทัศน์และได้ทำความรู้จักกับผู้คนต่างถิ่นต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมได้มากขึ้น และในวันนี้โลก360องศาก็ขอพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสดินแดนใหม่ที่พร้อมให้คุณได้ค้นหาเรื่องราวกันอีกครั้งกับประเทศแอลจีเรีย

เริ่มต้นการเดินทางในครั้งนี้ด้วยสายการบินประจำชาติของประเทศไทยที่ให้บริการนักเดินทางเคียงคู่ชาวไทยมาช้านานโดยเฉพาะเลานจ์สำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่งของการบินไทยที่ได้รับการโหวตให้เป็นเลานจ์สำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่งที่ดีที่สุดและถ้าใครอยากรู้ว่าเซอร์วิสที่นี่จะเหนือระดับแค่ไหนที่สนามบินสุวรรณภูมิก็ยินดีต้อนรับเพื่อรอการมาพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองเสมอ

เครื่องบินได้มาแวะจอดที่ประเทศฝรั่งเศส เหลือเวลาอีกครึ่งวันก่อนเครื่องบินเที่ยวถัดไปจะพาไปยังจุดหมายปลายทาง ชั่วโมงเดินทางที่ยาวไกลไม่ได้ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าสักเท่าไร เพราะเพียงได้รู่ว่า แอลจีเรียเป็นประเทศมุสลิมเปิด มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมทำให้มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากประเทศมุสลิมทั่วไป แค่นี้ก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นและอยากสัมผัสประเทศนี้มากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

เตร็ดเตร่ชมความงามที่กรุงปารีสเพียงไม่นานก็ได้เวลาเดินทางกันต่อ...เพียงไม่กี่อึดใจในที่สุดเราก็มาถึงแล้วที่นี่...ที่ประเทศแอลจีเรีย

ประเทศแอลจีเรียมีอาณาเขตอยู่ทางตอนเหนือของประเทศแอฟริกาและหากสำรวจดูจากแผนที่โลกแล้ว เรียกว่าถ้ากวาดตามองไปที่ทวีป แอฟริกาเมื่อใดก็ไม่ต้องเพ่งหากันให้วุ่นวายเลยเพราะที่นี่มีอาณาเขตกว้างใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปรองจากประเทศซูดานมีพื้นที่ทั้งหมด2,381,740ตารางกิโลเมตร มีประชากรทั้งหมด33.33ล้านคนตอนบนของประเทศนั้นอุดมไปด้วยทิวทัศน์อันสวยงามของชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีครามสดใสที่ขนานไปกับเทือกเขาแอตลาสซึ่งทอดตัวเป็นแนวยาวพาดผ่านตอนเหนือของทวีปถัดลงมาทางตอนใต้จะเป็นเขตทะเลทรายซาฮาร่าที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลกเลยและเนินทรายที่สูงที่สุดในโลกก็อยู่ในสุดยอดทะเลทรายซาฮาร่าเขตประเทศแอลจีเรียนี่เอง ที่มีความสูงถึง465เมตร

ตามที่ได้เกริ่นไปบ้างแล้วว่า ประเทศแอลจีเรียเป็นสังคมมุสลิมเปิดมีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ก็คงต้องอธิบายถึงบริบททางประวัติศาสตร์กันเสียหน่อยว่าแอลจีเรียก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ผ่านความบอบช้ำจากการอยู่ภายใต้การปกครองของชนชาติต่างๆ มาเนิ่นนาน

ชนเผ่าดั้งเดิมของชาวแอลจีเรียในปัจจุบันก็คือชนเผ่าเบอเบอร์ได้เข้ามาตั้งรากฐานที่ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ผืนนี้ต่อมาก็ถูกชาวโรมันซึ่งเป็น ชนชาติใหญ่เข้ายึดครองเป็นเวลานานกว่า500ปีจนในราวศตวรรษที่7ชาวอาหรับก็อพยพเข้ามายึดครองต่อส่งผลให้ชาวเบอเบอร์ได้รับเอาอิทธิพลจากศาสนาอิสลามนับแต่นั้นเป็นต้นมาการขยายแสนยานุภาพการปกครองและการล่าอาณานิคมก็ยังไม่สิ้นสุดจักรวรรดิออตโตมันที่เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดในสมัยนั้น ก็ได้เข้าปกครองต่อก่อนที่ดินแดนแถบนี้จะตกอยู่ภายใต้การปกครองของมหาอำนาจฝรั่งเศสในเวลาต่อมา

ช่วงเวลานานนับร้อยปีที่ชาวแอลจีเรียถูกปกครองโดยฝรั่งเศสนั้นรัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการปกครองประเทศเสียใหม่ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาด้านเศรษฐกิจในภาคเกษตรกรรม หรือภาคอุตสาหกรรมก็ตามนอกจากนั้นยังเกิดการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของชาวตะวันตกเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นชาวฝรั่งเศส อิตาเลียน และสเปนิช ชนชาติเหล่านี้ก็ได้เข้ามาจับจองพื้นที่อาศัยที่เคยเป็นของชาวพื้นเมืองเดิม

ถึงแม้การเข้ามาของชาวยุโรปในลักษณะดังกล่าวจะส่งผลให้ชาวพื้นเมืองได้เรียนรู้เทคโนโลยีทางการเกษตรเพิ่มขึ้นและทำให้แอลจีเรียเปิดประตูสู่ความเป็นสากลมากขึ้นก็ตามแต่ก็ไม่อาจเทียบได้กับความรู้สึกของการถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพและการถือครองกรรมสิทธิ์ของพื้นที่ทำกินภายในประเทศชาวแอลจีเรียจึงพร้อมใจกันจับอาวุธเข้าต่อสู้กลายเป็นสงครามกลางเมืองกินเวลานานนับสิบปี จนได้รับชัยชนะและประกาศอิสรภาพในวันที่3กรกฎาคม1962

เล่ามาจนถึงตรงนี้ก็คงพอทำให้ผู้อ่านพอเข้าใจถึงที่มาที่ไปว่า เพราะเหตุใด แอลจีเรียจึงเป็นดินแดนหลากวัฒนธรรมเพราะด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาหลายยุคหลายสมัยนี่เองทำให้กาลเวลาเป็นตัวสั่งสมวัฒนธรรมจากเชื้อชาติต่าง ๆ ที่หมุนเวียนเปลี่ยนเข้ามาส่งผลให้ประเทศแอลจีเรียในปัจจุบันมีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติและมีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากชาวมุสลิมทั่วไปจนเรียกได้ว่า เป็นมุสลิมเปิดที่พร้อมรับการผสมสานจากทุกวัฒนธรรม

แต่ก็ใช่ว่า แอลจีเรียจะยินยอมรับสัมพันธไมตรีจากประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงเท่านั้น แม้กระทั่งดินแดนเอเชียที่ดูห่างไกลจากแอฟริกาเขาก็ยินดีหยิบยื่นความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศกับไทยเราด้วยเช่นกันโดยประเทศไทยกับแอลจีเรียได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อวันที่6ธันวาคม2518จวบจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่า32ปีแล้ว หากแต่ด้วยผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองภายในแอลจีเรียปัญหาการสู้รบระหว่างกองกำลังอิสลามติดอาวุธ กับกองกำลังของรัฐบาลที่ยืดเยื้อกว่า10ปี ส่งผลให้ประเทศประสบปัญหาด้านความมั่นคงมาโดยตลอดแต่ในวันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีจนไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีกจึงเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะเชื่อมความสัมพันธ์ขึ้นอีกครั้งหนึ่งคุณวิษณุ จันทร์วิทันอธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกาได้บอกเล่าเกี่ยวกับการเดินทางมาเยือนประเทศแอลจีเรียภายใต้โครงการที่ชื่อ‘Focus Group’ไว้ว่า

อันนี้ก็เป็นสิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมเอเชียใต้ตะวันออกกลางและแอฟริกา ได้คิดขึ้นมา ซึ่งเรามองเป้าหมายประเทศที่ไม่มีสถาน ทูตและมีความสัมพันธ์กับไทย อันนี้ก็มีหลายประเทศในแอฟริกา ในทวีปที่ห่างไกลนะครับเราก็มีสถานทูตอยู่ที่ประเทศอื่น ซึ่งดูแลความสัมพันธ์อย่างเช่นที่ประเทศแอลจีเรียเนี่ย เรามีสถานฑูตที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสซึ่งอันนี้ก็อาจจะไม่ได้มีเวลาที่จะมาได้บ่อยๆ เราก็มีการจัดตั้งทีมขึ้นมาจุดประสงค์ก็เพื่อที่จะหาจุดแข็ง แล้วก็โอกาสในประเทศนั้น ว่าจะทำอะไรกันต่อไปใช้ภาษาที่เราใช้กันในกระทรวงต่างประเทศก็คือว่าเราจะหาจุดโฟกัสที่ไปขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ซึ่งก็มีกลุ่มเล็กๆซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ อย่างด้านการค้า ด้านการลงทุนด้านต่างๆที่เราเห็นว่าควรที่จะมาด้วยกัน”

หันมาดูบทบาทด้านเศรษฐกิจของประเทศกันบ้างด้วยภูมิประเทศที่เป็นทะเลทรายกว่า80%พื้นที่เพาะปลูกจึงค่อนข้างจำกัด ดังนั้นแอลจีเรียจึงนำเข้าสินค้าประเภทอาหารเพื่อการบริโภคในแต่ละปีเป็นจำนวนมากรู้อย่างนี้แล้วก็พลอยให้นึกถึงความโชคดีของชาวไทยที่มีพืชพรรณอุดมสมบูรณ์เป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่คอยหล่อเลี้ยงทุกชีวิตบนผืนแผ่นดินไทยให้อิ่มท้องมาตั้งแต่อดีต

แต่ถ้าจะตั้งคำถามว่าสินค้าสำคัญจากโลกอาหรับคือสินค้าชนิดใด?แน่นอนว่าคำตอบที่ได้ร้อยทั้งร้อยต้องหนีไม่พ้นสินค้าประเภทพลังงานเชื้อเพลิงและประเทศแอลจีเรียก็เช่นกันก๊าซธรรมชาติของแอลจีเรียก็ถือเป็นกระดูกสันหลังทางเศรษฐกิจของแอลจีเรียเลยก็ว่าได้เพราะที่นี่มีรายได้จากการส่งออกก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับที่4และน้ำมันมากเป็นอันดับ6ของโลกการได้เปรียบดุลการค้าจากการส่งออกพลังงานปีละประมาณ11พันล้านUSDจึงทำให้แอลจีเรียมีสภาพทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและมีศักยภาพที่จะพัฒนาแบบก้าวกระโดดไปอีกไกลในอนาคต

แอลจีเรียมีอัตราการเจริญเติบโตที่รวดเร็วมากจากประเทศที่เป็นเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมก็ได้พลิกโฉมมาเป็นประเทศการค้าเสรีเมื่อ10กว่าปีที่ผ่านมานี่เองโดยเฉพาะด้านสาธารณูปโภคที่เปิดโอกาสให้บริษัทต่างชาติสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคเศรษฐกิจเหล่านี้ได้มากขึ้นและส่วนหนึ่งมาจากการปฏิรูปนโยบายทางเศรษฐกิจซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อสั้น ๆ ว่าIMF (International Monetary Fund)และการปรับชำระหนี้ของกลุ่มประเทศเจ้าหนี้ (Paris Club)ภาวะการเงินก็ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เป็นจำนวนมากและรัฐบาลพยายามที่จะทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศมีความหลากหลายด้วยการดึงดูดการลงทุนทั้งจากต่างประเทศประกอบกับข้อจำกัดในการลงทุนจากต่างประเทศก็ค่อนข้างน้อยประเทศแอลจีเรียจึงเป็นอีกหนึ่งดินแดนที่น่าจับตามองไม่แพ้ชาติอื่นเลยทีเดียว


ขอขอบคุณรูปภาพจาก

http://go.hrw.com/atlas/norm_htm/algeria.htm

http://tommyimages.com/Previews/slides/Algeria_0534.html

http://www.newspapers24.com/algeria-newspapers/index.html

http://www.everyculture.com/A-Bo/Algeria.html

By:  คุณปวีณา สิงห์บูรณา


Name
ttelizea, 20/08/2012 03:14:22
obK79Q , [url=http://elovyxlhiofg.com/]elovyxlhiofg[/url], [link=http://fagzltuaebxa.com/]fagzltuaebxa[/link], http://fypvvphlcowd.com/
Name
yqobmx, 19/08/2012 04:54:33
gFcDkJ <a href="http://hmfowjhizhsd.com/">hmfowjhizhsd</a>
Name
Shawn, 18/08/2012 02:23:30
Thanks for introducing a litlte rationality into this debate.
 
Enter your Post*
Spam bot protection (CAPTCHA)