Turkmenistan / เติร์กเมนิสถาน

เติร์กเมนิสถาน
Turkmenistan

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

Turkmenistan / เติร์กเมนิสถาน

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียกลาง ทางทิศตะวันออกของทะเลแคสเปียน และทางทิศตะวันตกของแม่น้ำอะมู-ดาร์ยา (Amu-Darya) ระหว่างอิหร่านและอุซเบกิสถาน ภาคเหนือติดคาซัคสถาน ภาคใต้ติดอัฟกานิสถาน ภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือติดอุซเบกิสถาน ภาคตะวันตกติดอิหร่าน

พื้นที่ 488, 100 ตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง อาชกาบัท (Ashgabat)

ประชากร 5.4 ล้านคน (2559) ชาวเติร์กเมนร้อยละ ๘๕ ชาวรัสเซียร้อยละ ๗ ชาวอุซเบกร้อยละ ๕ และอื่น ๆ ร้อยละ 3  

ภาษา เติร์กเมนเป็นภาษาราชการ และมีการใช้ภาษารัสเซียอย่างกว้างขวาง

ศาสนา อิสลามสุหนี่ 89% คริสต์ออร์โธด็อกซ์ 9 % อื่นๆ 2%

เขตการปกครอง แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 5 จังหวัด ได้แก่ 1) Ahal Welayaty 2) Balkan Welayaty 
3) Dashoguz Welayaty 4) Lebap Welayaty 5) Mary Welayaty และ 1 เขตการปกครองพิเศษ คือเมือง Ashgabat

ภูมิอากาศ ทะเลทรายแบบภาคพื้นทวีป

เวลา เร็วกว่ามาตรฐาน GMT 5 ชั่วโมง (ช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 2 ชั่วโมง)

วันชาติ 27 ตุลาคม (วันประกาศเอกราชจากสหภาพโซเวียต)

ประธานาธิบดี นายกูร์บันกูลี เบอร์ดิมูฮาเมดอฟ (Mr. Gurbanguly Berdimuhamedov)

รมว.กต. นายราชิด เมเรดอฟ (Mr. Rashid Meredov)

สกุลเงิน มานัท (TMT) 1 บาท = 0.10 มานัท (ณ พ.ค. 2559) 

เงินทุนสำรอง 49 พันล้าน USD (ไทย : 156.51 พันล้าน USD)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 7.0 (ไทยร้อยละ -0.9)

GDP (PPP) 90.29 พันล้าน USD (ไทย: 373.5 พันล้าน USD)

GDP per Capita 15,600 USD (ไทย : 5,426.3 USD)

Real GDP Growth ร้อยละ 7.6 (ไทย : ร้อยละ 2.8)

อุตสาหกรรมหลัก ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม สิ่งทอ อาหารแปรรูป

สินค้านำเข้าที่สำคัญ เครื่องจักรและชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ทางเคมีและผลิตภัณฑ์ทางอาหาร ท่อเหล็ก

สินค้าส่งออกที่สำคัญ ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน ฝ้าย  ธัญพืช โพลิเมอร์

ตลาดนำเข้าที่สำคัญ จีน ตุรกี รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยูเครน เยอรมนี ฝรั่งเศส อุซเบกิสถาน อิหร่าน สหรัฐอเมริกา

ตลาดส่งออกที่สำคัญ จีน ตุรกี อิตาลี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อัฟกานิสถาน อิหร่าน คาซัคสถาน

         

                                                                                                       กลุ่มงานเอเชียกลาง เมษายน

การเมืองการปกครอง

รูปแบบการปกครอง  ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข มีอำนาจเบ็ดเสร็จ

ประธานาธิบดี  นายกูร์บันกูลี เบอร์ดิมูฮาเมดอฟ (Gurbanguly Berdimuhamedov) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2550 (ประธานาธิบดีคนที่ 2) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2550

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายราชิด เมเรดอฟ (Rashid Meredov) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2544

รัฐสภา ฝ่ายนิติบัญญัติ ระบบสภาเดี่ยว สมาชิกรัฐสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้ง มีสมาชิก 125 คน และมีวาระดำรงตำแหน่งสมัยละ 5 ปี

ฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดีเป็นประมุขและทำหน้าที่ในการบริหารประเทศ

ฝ่ายนิติบัญญัติ ระบบ 2 สภา สภาสูง - People’s Council (Halk Maslahaty) มีมากกว่า 100 ที่นั่ง สมาชิกมาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้ง และสภาล่าง the Assembly (Majlis) ซึ่งมากจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อเดือนกันยายน 2551 ได้กำหนดให้เพิ่มจำนวนที่นั่งจากเดิม 65 เป็น 125 ที่นั่ง ทั้งสองสภามีวาระสมัยละ 5 ปี

ฝ่ายตุลาการ ศาลฎีกา (Supreme Court) เป็นศาลสูงสุด (ผู้พิพากษามาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี)

รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับแรกประกาศใช้เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2535 และมีการแก้ไขในปี 2551 และ 2555

การเมืองการปกครอง         

หลังจากถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตเป็นเวลา 69 ปี เติร์กเมนิสถานได้รับเอกราชเมื่อ 27 ตุลาคม 2534 โดยมีนาย Saparmurat Niyazov อดีตผู้นำคอมมิวนิสต์ในยุคสหภาพโซเวียต ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกนั้บตั้งแต่ปี 2528 และเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2542 รัฐสภาเติร์กเมนิสถานได้ประกาศให้นาย Niyazov ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตลอดชีวิต โดยนาย Niyazov ใช้อำนาจปกครองเติร์กเมนิสถานอย่างเบ็ดเสร็จ โดยไม่มีพรรคฝ่ายค้าน

นาย Niyazov ถึงแก่อสัญกรรมอย่างกะทันหันในปี 2549 นาย Berdimuhamedov ได้รับเลือกให้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 2 และได้ยกเลิกนโยบายบางประการของอดีตประธานาธิบดี Niyazov อาทิ การห้ามการแสดงโอเปร่าและละครสัตว์ ปฏิรูปการศึกษา เพิ่มการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นสิบปี และขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาเป็นห้าปี นอกจากนี้ ยังมีนโยบายต่างประเทศที่ส่งเสริมความสัมพันธ์กับชาติตะวันตกมากขึ้น ซึ่งต่างต้องการมีความสัมพันธ์กับเติร์กเมนิสถานเนื่องจากต้องการเข้าถึงแหล่งก๊าซธรรมชาติ

ในเดือนกันยายน 2551 เติร์กเมนิสถานได้ปรับแก้รัฐธรรมนูญเพิ่มจำนวนสมาชิกรัฐสภาและอนุญาตให้มีการจัดตั้งระบบพรรคการเมืองแบบหลายพรรค อย่างไรก็ดี การชุมนุมทางการเมืองยังผิดกฎหมาย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล

การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 นาย Gurbanguly Berdimuhamedov จากพรรค Democratic Party of Turkmenistan ชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง โดยได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 96.7 สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดจัดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2556 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีพรรคร่วมรัฐบาล 2 พรรค ได้แก่ Democratic Party of Turkmenistan ได้รับ 47 ที่นั่ง และพรรค Party of Industrialists and Entrepreneurs ได้รับ 14 ที่นั่ง จาก 125 ที่นั่งในรัฐสภา ส่วนพรรคฝ่ายค้าน ได้แก่ พรรค Organization of Trade Unions of Turkmenistan พรรค Women's Union of Turkmenistan พรรค Magtymguly Youth Organization และพรรค Citizen Groups 

ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากสหภาพโซเวียต เติร์กเมนิสถานยึดถือนโยบายความเป็นกลางอย่างถาวร (Permanent Neutrality) โดยสมัชชาสหประชาชาติได้รับรองข้อมติเรื่องความเป็นกลางอย่างถาวรของเติร์กเมนิสถาน เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2538 เพื่อรับรองสถานะความเป็นกลางอย่างถาวรดังกล่าว ซึ่งกลายมาเป็นพื้นฐานของนโยบายการต่างประเทศของเติร์กเมนิสถาน รวมทั้งหลักการไม่แทรกแซงกิจการระหว่างประเทศ การไม่เข้าร่วมองค์การเหนือรัฐ (Supranational)

ด้านการเมืองและการทหาร การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างสันติ การเคารพในอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน เติร์กเมนิสถานจึงมีบทบาทในเวทีนานาชาติค่อนข้างจำกัด ไม่ร่วมมือทางการทหารและความมั่นคงกับประเทศใด แต่ยินดีรับความช่วยเหลือทางทหารจากนานาชาติ อย่างไรก็ตาม หลังการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีBerdimuhammedov ท่าทีในการดำเนินความสัมพันธ์กับต่างประเทศของเติร์กเมนิสถานได้เปลี่ยนไป เห็นได้จากการสร้างปฏิสัมพันธ์ในระดับผู้นำ โดยการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับผู้นำ อาทิ รัสเซีย จีน อิหร่าน อัฟกานิสถาน และคาซัคสถาน เป็นต้น

เศรษฐกิจและสังคม

เติร์กเมนิสถานเป็นประเทศรายได้ปานกลาง (middle-income country) และเป็นผู้ส่งออกพลังงานที่สำคัญของ  เอเชียกลาง เติร์กเมนิสถานประสบผลสำเร็จในการขยายเส้นทางการคมนาคมและการขนส่งกับประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับ   ภาคการเกษตร เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยทะเลทราย มีการเลี้ยงปศุสัตว์แบบเร่ร่อน มีม้าพันธุ์ Akhaltekin ของเติร์กเมนิสถานเป็นม้าพันธุ์ดีที่สุดพันธุ์หนึ่งของโลก มีการทำการเกษตรในพื้นที่ชลประทานขนาดใหญ่ ซึ่งผลิตฝ้ายมากเป็นอันดับ 9 ของโลก และส่งออกฝ้ายมากเป็นอันดับ 8 ของโลก สินค้าเกษตรและปศุสัตว์อื่น ๆ ได้แก่ ไหม ขนสัตว์ และหนังแกะ 

ก๊าซธรรมชาติ

เติร์กเมนิสถานมีปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองพิสูจน์แล้วประมาณ 265 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต จัดอยู่ในลำดับที่ 6 ของโลก และเป็นผู้ผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศเอเซียกลาง โดยเติร์กเมนิสถานส่งออกก๊าซธรรมชาติให้กับประเทศจีนประมาณร้อยละ 50 รัสเซียร้อยละ 24 และอิหร่านร้อยละ 22 

ปัจจุบันมี บริษัทน้ำมันต่างชาติที่ลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของเติร์กเมนิสถาน ได้แก่ PetroChina (จีน), Dragon Oil (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์), Eni (อิตาลี), Petronas Carigali (มาเลเซีย) และ Mitro International (ออสเตรีย) ปัจจุบัน เติร์กเมนิสถานจึงพยายามปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อคุ้มครองและอำนวยความสะดวกให้แก่การลงทุนของต่างชาติให้ มากขึ้น

อย่างไรก็ดี เติร์กเมนิสถานมีข้อจำกัดทางภูมิประเทศที่สำคัญ คือ ไม่มีทางออกทะเล ทำให้การส่งออกสินค้าต่าง ๆ    ต้องทำการผ่านประเทศที่สามและมีความซับซ้อน การลงทุนจากต่างชาตินอกเหนือจากอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ ยังมีจำกัด

น้ำมันดิบ

เติร์กเมนิสถานมีปริมาณน้ำมันดิบสำรองพิสูจน์แล้วอยู่ประมาณ 600 ล้านบาร์เรล แหล่งน้ำมันส่วนใหญ่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ แหล่ง South Caspian ซึ่งอยู่ในทะเล และแหล่ง Garashyzlyk บนบก มีอัตราการผลิตน้ำมันอยู่ที่ 266,000 บาร์เรลต่อวัน มีโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งในประเทศ ตั้งอยู่ในเมือง Seidi และ Turkmenbashi     

ความสัมพันธ์

ความสัมพันธ์ทางการทูต

ไทยและเติร์กเมนิสถานสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ๒๕๓๕  โดยในระยะแรก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก มีเขตอาณาครอบคลุมเติร์กเมนิสถาน ต่อมา
ในปี ๒๕๕๘ คณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา มีเขตอาณาครอบคลุมเติร์กเมนิสถานแทน ขณะที่เติร์กเมนิสถานมิได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตของตน

ในประเทศใดมีอาณาเขตครอบคลุมประเทศไทย ในปี 2560 ไทยและเติร์กเมนิสถานจะครบ 25 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน

ความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ

การค้า

เมื่อปี 2558 ไทยและเติร์กเมนิสถานมีปริมาณการค้ารวม 10.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคิดเป็นการส่งออก 6.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้า 3.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทย ได้ดุลการค้า 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปเติร์กเมนิสถาน ได้แก่ 1) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 2) กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ 3) ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 4) เครื่องนุ่งห่ม 5) ผลิตภัณฑ์ยาง 6) อาหารสัตว์เลี้ยง 7) เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์จากเหล็ก และสินค้านำเข้าสำคัญจากเติร์กเมนิสถาน ได้แก่ 1) ด้ายและเส้นใย 2) สินแร่โลหะ 3) เสื้อผ้าสำเร็จรูป

เศรษฐกิจเติร์กเมนิสถานกำลังขยายตัวและมีความต้องการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าอาหาร จึงเป็นโอกาสด้านการค้าของไทย โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง นอกจากนี้ เติร์กเมนิสถาน
มีศักยภาพเป็นแหล่งวัตถุดิบประเภทฝ้าย ไหม และหนังวัว (
Pelts) ให้แก่อุตสาหกรรมสิ่งทอของไทย ทั้งนี้ ฝ่ายเติร์กเมนิสถานเคยเสนอให้ไทยไปลงทุนในด้านอุตสาหกรรมพลังงาน และอุตสาหกรรมการเกษตร อาทิ การเก็บรักษาผลไม้และการแปรรูปผลไม้ อาหารและนมเด็ก น้ำมันพืช และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

การลงทุน

บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เคยส่งคณะไปสำรวจศักยภาพและโอกาสในการลงทุนด้านพลังงานในเติร์กเมนิสถาน และสนใจที่จะสำรวจพลังงานแบบ on-shore ในพื้นที่อ่าวอะมู-ดาร์ยา (Amu-Darya Basin) อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทพลังงานแห่งชาติเติร์กเมนิสถาน (Turkmeneftigaz) ต้องการสงวนพื้นที่ดังกล่าวไว้ทำการสำรวจเอง
ยังไม่มีนโยบายให้ต่างชาติลงทุน โดยข้อมูลจากบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตฯ แจ้งว่า ปัจจุบัน
ยังไม่มีการลงทุนในประเทศเติร์กเมนิสถาน และจะพิจารณาโอกาสการลงทุนหากโครงการ
มีคุณสมบัติที่ดีและมีผู้ร่วมทุนที่มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะโอกาสการสำรวจหรือ

การเข้าร่วมทุนในโครงการบริเวณนอกชายฝั่งทะเลแคสเปียน

          ระหว่างวันที่ 15 - 18 พฤศจิกายน 2556 นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรี
ประจำกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนเติร์กเมนิสถานพร้อมด้วยผู้แทนจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อหาลู่ทางความร่วมมือด้านพลังงาน โดยฝ่ายเติร์กเมนิสถานแจ้งว่า น่าจะสามารถมีความร่วมมือกับไทยได้ใน 3 ด้าน ได้แก่ 1) ความร่วมมือในการแปรรูปก๊าซธรรมชาติเป็นน้ำมัน 2) การร่วมทุนผลิตยางรถยนต์ โดยต้องการยางธรรมชาติจากไทยเพื่อส่งออกตลาดเอเชียกลางและรัสเซีย ซึ่งเติร์กเมนิสถานพยายามเจรจาเรื่องนี้กับหลายประเทศแต่ไม่มีความคืบหน้าเนื่องจากประเทศเหล่านี้ไม่มีวัตถุดิบ และ 3) การสำรวจทรัพยากรแร่ของเติร์กเมนิสถาน อาทิ กำมะถัน ไอโอดีน ซึ่งมีเป็นจำนวนมากแต่ยังไม่มีผู้ใดสำรวจจริงจัง ในส่วนของภาคเอกชนไทย เห็นว่าโอกาสที่น่าจะร่วมมือกันได้ ได้แก่ การพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และการใช้ยางธรรมชาติในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

การท่องเที่ยว

เมื่อปี 2559 มีนักท่องเที่ยวชาวเติร์กเมนิสถานเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยจำนวน 2,609 คน ปัจจุบันมีคนไทยประกอบอาชีพพ่อครัวอยู่ที่เติร์กเมนิสถาน 4 คน สายการบิน

เติร์กเมนิสถาน (Turkmenistan Airlines) มีเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงอาชกาบัต - กรุงเทพฯ สัปดาห์ละ 3 เที่ยว  

การแลกเปลี่ยนการเยือน

     ที่ผ่านมาการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันยังคงมีจำกัด ได้แก่

- นางสาวสุจิตรา หิรัญพฤกษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก เข้าร่วมงานฉลองในโอกาสวันครบรอบ 3 ปี การประกาศเอกราชของเติร์กเมนิสถาน เมื่อเดือนตุลาคม 2537 และม.ร.ว. เทพ เทวกุล ปลัดกระทรวงฯ นำคณะผู้แทนไทยเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน ระหว่างวันที่ 15 - 27 กันยายน 2539 ซึ่งเป็นคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากไทยคณะแรกที่ไปเยือนเติร์กเมนิสถาน

- นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางเยือนเติร์กเมนิสถานระหว่างวันที่ 7 - 9 กันยายน 2555 เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลอง 20 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เติร์กเมนิสถาน

- นาย Berdiniyaz Myatiyev รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศเติร์กเมนิสถานและนาย Batyr Yusubov อธิบดีกรมเอเชีย-แปซิฟิก เดินทางเยือนไทยเมื่อวันที่ 15 - 16 มกราคม 2556 (เพื่อเป็นการตอบแทนการเยือนเติร์กเมนิสถานของนายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศเมื่อเดือนกันยายน 2555 ในโอกาสเฉลิมฉลอง   การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เติร์กเมนิสถานครบรอบ 20 ปี)

ความตกลงที่ลงนามแล้ว (จำนวน 1 ฉบับ)

1. ความตกลงด้านการบินระหว่างไทยกับเติร์กเมนิสถาน (ลงนามเมื่อ 19 มีนาคม 2546) 

ความตกลงที่พร้อมลงนาม (จำนวน 4 ฉบับ)

1. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งการหารือทวิภาคีระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย - กระทรวงการต่างประเทศเติร์กเมนิสถาน

2. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งเติร์กเมนิสถานว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต 

3. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งเติร์กเมนิสถานในความร่วมมือทางวิชาการ

4. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งเติร์กเมนิสถานว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงาน

ความตกลงที่อยู่ระหว่างการเจรจา (จำนวน 4 ฉบับ)

1. ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างไทยกับเติร์กเมนิสถาน

2. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งเติร์กเมนิสถาน 

3. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งเติร์กเมนิสถานว่าด้วยความร่วมมือด้านกีฬา

4. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม

ความตกลงและความร่วมมือ

  • ความตกลงว่าด้วยการบินพาณิชย์
    วันที่ลงนาม 11 ธันวาคม 2539