Tajikistan / ทาจิกิสถาน

สาธารณรัฐทาจิกิสถาน
Republic of Tajikistan

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

Tajikistan / ทาจิกิสถาน

ที่ตั้ง อยู่ทางตอนใต้บริเวณเอเชียกลางของอดีตสหภาพโซเวียต ระหว่างอุซเบกิสถานและจีน โดยร้อยละ 90 ของภูมิประเทศเป็นภูเขา 

พื้นที่
143,100 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 1 ใน 4 เท่าของไทย)

ประชากร 
8.2 ล้านคน (พฤษภาคม 2559) 

เมืองหลวง
ดูชานเบ (Dushanbe)

ภาษาราชการ
ภาษาทาจิก มีการใช้ภาษารัสเซียกันอย่างแพร่หลายในภาครัฐและภาคเอกชน และประมาณ 1/4 ของประชากรใช้ภาษาอุซเบก

ศาสนา
อิสลาม นิกายสุหนี่ ร้อยละ 96.6 นิกายชีอะห์ ร้อยละ 2.8 อื่นๆ ร้อยละ 0.6 

ภูมิอากาศ
ภูเขาสูงแบบภาคพื้นทวีป (ฤดูหนาว อากาศหนาวจัด ฤดูร้อน อากาศร้อนจัด) เวลา เร็วกว่ามาตรฐาน GMT 6 ชั่วโมง

วันชาติ
9 กันยายน

วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย
5 สิงหาคม 2535 (1992)

ระบบการเมือง
ประชาธิปไตยโดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขและทำหน้าที่ในการบริหารประเทศ

ประธานาธิบดี นายเอมอมาลี เราะห์มาน (Mr. Emomali Rahmon) 

นายกรัฐมนตรี นายโคฮีร์ ราซูลโซดา (Mr.Qohir Rasulzoda)

รมว.กต. นายอัสลอฟ ซิโรดจิติน มูฮ์ริดดิโนวิช (Mr. Aslov Sirodjidin Muhridinovich)

สกุลเงิน โซโมนี (TJS) 1 บาท = 0.22 TJS (ณ พฤษภาคม 2559)

เงินทุนสำรอง 1.16 พันล้าน USD (ไทย : 156.51 พันล้าน USD)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 8.0 (ไทย : ร้อยละ -0.9 )

GDP  8.5 พันล้าน USD (ไทย : 404.8 พันล้าน USD)

GDP per Capita 2,800 USD  (ไทย : 5,572.83 USD)

Real GDP Growth ร้อยละ 2.0 (ไทย : ร้อยละ 2.8)

อุตสาหกรรมหลัก ถ่านหิน ลิกไนต์ อลูมิเนียม ซีเมนต์ สิ่งทอ เครื่องหนัง

สินค้านำเข้าที่สำคัญ แร่ธาตุ ผักและผลไม้ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ไฟฟ้า (หน้าหนาว) เคมีภัณฑ์ ยานพาหนะ

สินค้าส่งออกที่สำคัญ แร่ธาตุ ไฟฟ้า (ส่งให้แก่อัฟกานิสถาน) สิ่งทอ ฝ้าย โลหะ

ตลาดนำเข้าที่สำคัญ รัสเซีย จีน คาซัคสถาน สวิตเซอร์แลนด์ ลิทัวเนีย อิหร่าน ตุรกี

ตลาดส่งออกทีสำคัญ สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี คาซัคสถาน อิหร่าน อุซเบกิสถาน รัสเซีย อัฟกานิสถาน จีน

การเมืองการปกครอง

ระบบการเมือง ประชาธิปไตยโดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขและทำหน้าที่ในการบริหารประเทศ

ประมุข ประธานาธิบดี นาย Emomali Rahmon

นายกรัฐมนตรี นาย Qohir Rasulzoda

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นาย Aslov Sirojiddin Muhriddinovich

การเมืองการปกครอง

สาธารณรัฐทาจิกิสถานได้รับเอกราชภายหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเมื่อวันที่  9 กันยายน 2534 ก่อนได้รับเอกราชในปี 2533 การเมืองภายในประเทศขาดเสถียรภาพเนื่องจากเกิดความขัดแย้งภายในอย่างรุนแรง เกิดความรู้สึกต่อต้านคอมมิวนิสต์ และเกิดขบวนการชาตินิยมในทาจิกิสถานเช่นเดียวกับในรัฐอื่นๆ ของสหภาพโซเวียต ส่งผลให้เกิดการจลาจลในเดือนกุมภาพันธ์ 2533 เนื่องจากมีข่าวลือว่าผู้อพยพชาวอาร์เมเนียจะเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ในเมืองหลวงของทาจิกิสถาน (กรุงดูชานเบ) 

และต่อมาในปี 2535 นาย Rahmom Nabiyev ประธานาธิบดีทาจิกิสถานซึ่งเป็นผู้นำคอมมิวนิสต์ถูกบังคับโดยกลุ่มผู้เดินขบวนประท้วงให้ยอมรับรัฐบาลผสมที่เกิดจากการรวมกลุ่มอิสลามและกลุ่มประชาธิปไตย สถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อกลุ่มกองกำลังติดอาวุธของประธานาธิบดี Nabiyev ผลักดันให้กลุ่มอิสลามและกลุ่มประชาธิปไตยถอนตัวออกจากรัฐบาลผสม และก่อตั้งกลุ่ม neo-communist ขึ้น ในปี 2537 ประธานาธิบดี Nabiyev ได้ลาออกจากตำแหน่ง นาย Emomali Rahmon ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสภาในขณะนั้น จึงได้เป็นหัวหน้ารัฐบาลโดยปริยาย ในขณะเดียวกันกลุ่มต่อต้านรัฐบาลนำโดยพรรค Islamic Rebirth Party (IRP) ได้อพยพออกนอกประเทศพร้อมด้วยประชาชนหลายหมื่นคน ไปตั้งมั่นอยู่ทางภาคเหนือของอัฟกานิสถาน และกลับเข้ามาปฏิบัติการแบบกองโจรในทาจิกิสถาน ทำให้รัฐบาลทาจิกิสถานต้องพึ่งกองกำลังรัสเซียดูแลแนวชายแดนทาจิกิสถาน-อัฟกานิสถาน และมีการสู้รบยืดเยื้อเป็นเวลาหลายปี นานาชาติได้พยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของทาจิกิสถาน โดยเฉพาะรัสเซียและอิหร่าน ซึ่งได้มีส่วนในการจัดการเจรจาระหว่างรัฐบาลทาจิกิสถานและกลุ่มต่อต้าน ให้มีการตกลงหยุดยิงชั่วคราวในปี 2537 และได้ขอให้สหประชาชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหา เลขาธิการสหประชาชาติในขณะนั้นจึงได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์แห่งสหประชาชาติ (the United Nation Mission of Observers in Tajikistan: UNMOT) เข้าดูแลกระบวนการสันติภาพ อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายเริ่มละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและมีการสู้รบเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเริ่มรุกเข้ายึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ 

ในปี 2540 ด้วยความร่วมมือระหว่างอิหร่าน รัสเซีย และสหประชาชาติ สามารถโน้มน้าวให้ทั้งสองฝ่ายมีการลงนามสนธิสัญญาสันติภาพระหว่าง ประธานาธิบดี Emomali Rahmon กับนาย Sayed Abdulla Nuri ผู้นำกลุ่มแนวร่วมต่อต้านรัฐบาล (United Tajik Opposition - UTO) เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2540 โดยให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อความปรองดองแห่งชาติ ทำการดูแลการส่งผู้ลี้ภัยคืนถิ่น ตลอดจนการปลดอาวุธกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ และเริ่มกระบวนการประชาธิปไตยเพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไปอย่างยุติธรรม และจัดให้มีการเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจนกระทั่งสามารถจัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2542 ซึ่งประธานาธิบดี Rahmon ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง หลังจากนั้น ในเดือนมิถุนายน 2546 ได้มีการลงประชามติให้ประธานาธิบดี Rahmon สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีก 2 สมัย (วาระ 7 ปี)

สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน

ทาจิกิสถานจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งนาย Rahmon ประธานาธิบดี ทาจิกิสถานคนปัจจุบันได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งอย่างขาดลอย ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 83.1 จากผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้นร้อยละ 86.6 ผลการเลือกตั้งดังกล่าวทำให้นาย Rahmon สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีทาจิกิสถานไปอีก 7 ปี (2556 - 2563) เป็นสมัยที่ 4 รวมระยะเวลาการปกครองประเทศ 22 ปี อนึ่ง การเลือกตั้งประธานาธิบดีทาจิกิสถานครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี 2563

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2558 ได้มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่าพรรคการเมืองได้รับคะแนนเสียงเรียงตามลำดับ ได้แก่ 

(1) พรรค People’s Democratic Party จำนวน 51 ที่นั่ง 

(2) พรรค Agrarian Party 5 ที่นั่ง 

(3) พรรค Party of Economic Reforms 3 ที่นั่ง 

(4) พรรค Communist Party 2 ที่นั่ง (5) พรรค Socialist Party 1 ที่นั่ง 

(6) พรรค Democratic Party 1 ที่นั่ง 

ผลการเลือกตั้งครั้งนี้แสดงถึงฐานอำนาจที่มั่นคงและฐานเสียงที่จะสนับสนุนการปกครองของประธานาธิบดี Rahmon เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกส่วนใหญ่มาจากพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนประธานาธิบดีปัจจุบัน แม้ประธานาธิบดีจะมีอำนาจควบคุมการบริหารประเทศเกือบทุกมิติแต่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มีประเด็นสำคัญทางนโยบายบางประเด็นที่ต้องได้รับความเห็นชอบโดยรัฐสภา อาทิ นโยบายเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การประกาศกฎอัยการศึกการให้สัตยาบันในสนธิสัญญาระหว่างประเทศ และการแต่งตั้งและถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญ

รัฐสภาทาจิกิสถานได้ประกาศวันจัดการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญทาจิกิสถานในวันที่ 22 พฤษภาคม 2559 ซึ่งสาระสำคัญ ได้แก่ 

(1) เสนอให้ประธานาธิบดี Rahmon ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีตลอดชีวิต (president for life) หลังหมดวาระในปี 2563 

(2) ลดเกณฑ์กำหนดอายุของผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีทาจิกิสถานจาก 35 เป็น 30 

(3) ห้ามการลงสมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองที่ก่อตั้งจากความเชื่อทางศาสนา

เศรษฐกิจและสังคม

ทาจิกิสถานเป็นประเทศที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวที่ต่ำที่สุดในบรรดาเครือรัฐเอกราชที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต (Commonwealth of Independent States - CIS) โดยปัจจุบันประชากร 2 ใน 3 ยังมีความเป็นอยู่ต่ำกว่ามาตรฐาน เศรษฐกิจของทาจิกิสถานอาศัยรายได้จากภาคการเกษตร อุตสาหกรรม พลังงาน (ถ่านหิน และการผลิตพลังงานไฟฟ้า) เป็นส่วนใหญ่ โดยในภาคการเกษตรเน้นการปลูกฝ้ายเพื่อการส่งออก ซึ่งเป็นภาคเกษตรที่พัฒนามาตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียต

รัฐบาลทาจิกิสถานได้กำหนดนโยบายปฏิรูประบบเศรษฐกิจ เพื่อให้เป็นระบบการตลาดแบบเสรีโดยเน้นด้านการปฏิรูปภาคเกษตรกรรม การโอนถ่ายกิจการของรัฐ ทั้งธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ให้เป็นของเอกชน การปรับปรุงสถาบันการเงิน การธนาคาร และระบบภาษี ซึ่งการปฏิรูประบบเศรษฐกิจนี้จะต้องอาศัยเงินทุนจากต่างประเทศ ทาจิกิสถานเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) อย่างเป็นทางการในปี 2556

รัฐบาลทาจิกิสถานประสบปัญหาการขาดดุลงบประมาณอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลทาจิกิสถานรับเงื่อนไขที่เข้มงวดของ IMF เพื่อแลกกับความช่วยเหลือทางการเงิน โดยดำเนินนโยบายปฏิรูประบบเศรษฐกิจของ IMF อย่างเคร่งครัด (Poverty Reduction and Growth Facility-PRGF) เพื่อการแก้ไขปัญหาความยากจนและการช่วยการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ด้วยการปฏิรูปทางเศรษฐกิจเป็นไปได้อย่างเชื่องช้า ทำให้ทาจิกิสถานยังประสบปัญหาในด้านการบริหารหนี้ต่างประเทศจนถึงปัจจุบัน   

ทาจิกิสถานมีศักยภาพด้านการผลิตอลูมิเนียม ฝ้ายและไฟฟ้าพลังน้ำ แต่ในปัจจุบันยังขาดการลงทุน จึงยังไม่สามารถผลิตได้เต็มศักยภาพ รวมทั้งยังอยู่ระหว่างการวางระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็น นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ 

ทาจิกิสถานพยายามผลักดันเรื่องการสร้างเขื่อน Rogun เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตไฟฟ้าพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาวเพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนกระแสไฟฟ้า อนึ่ง ข้อพิพาทเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเอเชียกลางระหว่างประเทศต้นน้ำ และประเทศปลาย เกิดจากการโครงการสร้างเขื่อนทำให้แม่น้ำเปลี่ยนทิศทางจนบางช่วงแห้งขอด ก่อให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนพื้นเมือง นอกจากนี้ ยังมีปัญหาจากการผันน้ำในปริมาณมากเพื่อใช้ในการเกษตรโดยเฉพาะการเพาะปลูกฝ้ายเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และปัญหาการใช้สารเคมีในการเกษตรทำให้เกิดการปนเปื้อนในแม่น้ำ ด้วยเหตุนี้ ทาจิกิสถานจึงมีบทบาทที่แข็งขันในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกรอบสหประชาชาติในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ

ปัจจุบัน ทาจิกิสถานประสบปัญหาทางเศรษฐกิจเนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยของรัสเซีย ซึ่งเป็นคู่ค้าหลักและตลาดแรงงานที่สำคัญ อันเนื่องมาจากการถูกคว่ำบาตรจากสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาจากการผนวกไครเมีย กอปรกับค่าเงินรูเบิ้ลของรัสเซียที่อ่อนตัวลง เนื่องจากปัจจุบัน มีแรงงานชาวทาจิกมากกว่าล้านคน ค้าแรงงานอยู่ในรัสเซีย ส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของทาจิกิสถาน

ความสัมพันธ์

ความสัมพันธ์ทางการทูต

ไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับทาจิกิสถาน เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2535 แต่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้แทนทางการทูตระหว่างกัน โดยฝ่ายไทยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา ดูแลทาจิกิสถาน และทาจิกิสถานได้มอบให้สถานเอกอัครราชทูตทาจิกิสถานประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน มีเขตอาณาดูแลประเทศไทย 

การเยือนระดับสูงและการพบหารือทวิภาคี

- เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2548 ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี เยือนทาจิกิสถานอย่างเป็นทางการ

- เมื่อวันที่ 8-13 สิงหาคม 2548 นาย Emomali Rahmon ประธานาธิบดีทาจิกิสถาน เยือนประเทศไทย   อย่างเป็นทางการ และพบหารือกับนายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

- เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2549 นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนทาจิกิสถานอย่างเป็นทางการในโอกาสการเข้าร่วมประชุม CICA ระดับผู้นำ ครั้งที่ 1 ที่ประเทศคาซัคสถาน

- เมื่อเดือนเมษายน 2553 นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับ นาย Emomali Rahmon ประธานาธิบดีทาจิกิสถาน ในโอกาสแวะพักที่ประเทศไทยหลังจากการเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ

- เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมประชุม OIC ระดับรัฐมนตรี ที่ทาจิกิสถาน และพบหารือทวิภาคีกับนายคามรอกคอน ซาริฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทาจิกิสถาน

- เมื่อเดือนกันยายน 2553 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พบหารือกับนาย Emomali Rahmon ประธานาธิบดีทาจิกิสถาน ในระหว่างการประชุม UNGA

- เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2555 น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบหารือทวิภาคีกับนาย Emomali Rahmon ประธานาธิบดีทาจิกิสถาน ในระหว่างการประชุม ACD Summit ที่คูเวต

- ระหว่างวันที่ 17-19 พฤษภาคม 2556 นาย Emomali Rahmon ประธานาธิบดีทาจิกิสถานเยือนไทยอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Water Forum) ครั้งที่ 2

- ระหว่างวันที่ 20-21 สิงหาคม 2556 นส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนทาจิกิสถานอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศระดับสูงว่าด้วยความร่วมมือด้านน้ำ (High Level International Conference on Water Cooperation - HLICWC) 

- ระหว่างวันที่ 6-9 เมษายน 2558 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนทาจิกิสถาน ซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติทาจิก (Tajik National University) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาประวัติศาสตร์

- เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2558 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีทาจิกิสถานในช่วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

-ระหว่างวันที่ 9-12 มีนาคม 2559 นาย Aslov Muhridinovich รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมประชุมกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue – ACD)  ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ครั้งที่ 14 ที่กรุงเทพฯ

- เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559 นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหารือทวิภาคีกับนาย Zohidi Nizomiddin รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศทาจิกิสถาน คนที่ 1 ระหว่างการประชุม CICA ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ครั้งที่ 5 ที่กรุงปักกิ่ง

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

ปัจจุบัน การค้าระหว่างไทยกับทาจิกิสถานยังคงมีมูลค่าไม่มากนัก ในปี 2558 การค้าระหว่างกันมีมูลค่า 965,565 ดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออกมูลค่า 962,727 ดอลลาร์สหรัฐ ไทยนำเข้ามูลค่า 2,838 ดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 959,889 ดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกของไทยไปยังทาจิกิสถาน ได้แก่ กระดาษและผลิตภัณฑ์จากกระดาษ ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และร่ม สินค้านำเข้าของไทยจากทาจิกิสถาน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์การพิมพ์

อนึ่ง สาเหตุที่ปริมาณการค้าการลงทุนและการติดต่อระหว่างสองประเทศยังมีจำกัด เนื่องจากทาจิกิสถานเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล และยังไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างกัน ผู้ประกอบการฝ่ายไทยจึงประสบปัญหาในการขนส่งสินค้าจากไทยไปยังทาจิกิสถาน ปัจจุบันการส่งสินค้าต้องทำผ่านประเทศที่สามทั้งทางทะเลและทางบก ได้แก่ อิหร่าน อาเซอร์ไบจาน เติร์กเมนิสถานและอุซเบกิสถาน และอุปสรรคด้านภาษาเนื่องจากผู้ประกอบการของทาจิกิสถานมักไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร

ทั้งสองประเทศไม่ปรากฏการลงทุนระหว่าง สำหรับสาขาที่น่าจะมีศักยภาพได้แก่ การเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร การพัฒนาการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เนื่องจากทาจิกิสถานมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและโบราณสถานและวัตถุจำนวนมากเนื่องจากเป็นส่วนหนี่งของเส้นทางสายไหมในอดีต อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดทางการเดินทางและช่องทางการประสานงาน จึงทำให้การปฏิสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีไม่มากนัก

ความช่วยเหลือต่างๆ จากไทย

ทาจิกิสถานเคยขอรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากไทย ซึ่งไทยได้บริจาคเวชภัณฑ์แก่ทาจิกิสถานมูลค่า 700,000 บาทเมื่อปี 2538 นอกจากนี้ ภาคเอกชนไทย (บริษัทเบลออย จำกัด) ได้บริจาคเงินเพื่อบูรณะซ่อมแซมพระพุทธรูปปางไสยาสน์ในทาจิกิสถานเป็นจำนวน 629,517 บาทเมื่อปี 2547 ต่อมารัฐบาลไทยได้บริจาคเงินเพื่อบูรณะซ่อมแซมพระพุทธรูปปางไสยาสน์ดังกล่าวเพิ่มเติมจำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2556 โดยล่าสุดในปี 2559 ไทยได้มอบความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมกรณีทาจิกิสถานประสบแผ่นดินไหวรุนแรง 7.2 ริกเตอร์ เป็นเงินสดจำนวน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ        

ความร่วมมือด้านวิชาการ

ไทยโดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ทาจิกิสถาน ในสาขาที่ไทยมีความเชี่ยวชาญและสอดคล้องกับความต้องการของทาจิกิสถาน เช่น สาธารณสุข การเกษตร การแปรรูปอาหาร การประมงน้ำจืด การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และการท่องเที่ยว รูปแบบความช่วยเหลือประกอบด้วยการจัดหลักสูตรฝึกอบรมนานาชาติและการศึกษาดูงานในหลักสูตรต่าง ๆ ระหว่างปี 2553-2558 ไทยได้ให้ทุนฝึกอบรมทาจิกิสถาน จำนวน 12 ทุน ได้แก่ International Narcotics Law Enforcement, Enhancing Competitiveness for Greater Extent of ASEAN and Worldwide Economic Integration, Grassroots Economic Development followed Sufficiency Economy Philosophy, Climate Change Adaptation, The Pricing Mechanism of Export and Import of Goods in Foreign Trade, Modern Technology for Sustainable Agricultural Systems และ Global Warming Mitigation and Adaption by Balancing Sustainable Energy Management (GSEM)   

ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว

ปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวชาวทาจิกิสถานเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมีไม่มากนัก โดยในปี 2558  มีนักท่องเที่ยวชาวทาจิกิสถานเดินทางมาไทยเพียง 532 คน เนื่องจากความไม่สะดวกในการเดินทางระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างกัน และการตรวจลงตราซึ่งต้องไปขอรับการตรวจลงตราในต่างประเทศ อาทิ รัสเซีย หรือ คาซัคสถาน ส่งผลให้ศักยภาพของตลาดการท่องเที่ยวของทาจิกิสถานยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก

ความตกลงทวิภาคี

ความตกลงที่ลงนามแล้ว

1. ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศไทย-ทาจิกิสถาน

2. ความตกลงทางการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลของสาธารณรัฐทาจิกิสถาน

3. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลของสาธารณรัฐทาจิกิสถานว่าด้วยความร่วมมือในการควบคุมยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทและสารตั้งต้น

4. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลของสาธารณรัฐทาจิกิสถานว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ

5. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลของสาธารณรัฐทาจิกิสถานว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน

6. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐทาจิกิสถาน

7. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลของสาธารณรัฐทาจิกิสถานว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว

8. อนุสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนไทย-ทาจิกิสถาน 

9. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐทาจิกิสถานว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ

ความตกลงที่อยู่ระหว่างการเจรจา

ความตกลงด้านวัฒนธรรมและการศึกษาระหว่างไทยและทาจิกิสถาน (อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงศึกษาธิการ)

ความตกลงและความร่วมมือ

  • ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลของสาธารณรัฐทาจิกิสถานว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว
    วันที่ลงนาม 09 สิงหาคม 2548
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐทาจิกิสถาน
    วันที่ลงนาม 09 สิงหาคม 2548
  • ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลของสาธารณรัฐทาจิกิสถานว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ
    วันที่ลงนาม 09 สิงหาคม 2548
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลของสาธารณรัฐทาจิกิสถานว่าด้วยความร่วมมือในการควบคุมยาเสพติดวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทและสารตั้งต้น
    วันที่ลงนาม 09 สิงหาคม 2548
  • ความตกลงทางการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลของสาธารณรัฐทาจิกิสถาน
    วันที่ลงนาม 09 สิงหาคม 2548