Niger / ไนเจอร์

สาธารณรัฐไนเจอร์
Republic of Niger

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

Niger / ไนเจอร์ ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในภูมิภาคแอฟริกากลาง และไม่มีทางออกทะเล ทิศเหนือติดกับแอลจีเรียและลิเบีย ทิศตะวันออกติดกับชาด ทิศใต้ติดกับไนจีเรียและเบนิน ทิศตะวันตกติดกับบูร์กินาฟาโซและมาลี

พื้นที่ 1,267,000 ตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง กรุงนีอาเม (Niamey)

ประชากร 18.04 ล้านคน (ประมาณการปี 2558)

ภูมิอากาศ ร้อนและแห้ง ฤดูฝนในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน อากาศร้อนที่สุดในเดือนพฤษภาคม

ภาษาราชการ ภาษาฝรั่งเศส

ศาสนา อิสลาม ร้อยละ 80 ความเชื่อดั้งเดิมของท้องถิ่นและคริสต์ ร้อยละ 20

ระบบการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ  (Republic) โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ

ประธานาธิบดี นายมาฮามาดู อีซูฟู (Mr. Mahamadou Issoufou) เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 7 เมษายน 2554

นายกรัฐมนตรี นายบริกี ราฟินี (Brigi Rafini) เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 7 เมษายน 2554

รัฐมนตรีต่างประเทศ นายอิบราฮิม ยาคูบู (Mr. Ibrahim Yacoubou) เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 12 เม.ย. 2559

เว็บไซต์ทางการ www.assemblee.ne 

หน่วยเงินตรา ฟรังก์เซฟา (CFA franc)  (1บาท = 16.90 ฟรังก์เซฟา)  (สถานะ ณ วันที่ 1 ส.ค. 2559)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 7.119 พันล้าน USD* (ไทย: 395.2 พันล้าน USD)

รายได้ประชาชาติต่อหัว 405.213 USD (IMF) (ไทย: 5,878.2 USD)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ   ร้อยละ 4.3* (ไทย: ร้อยละ 2.8)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 0.7* (ไทย: ร้อยละ -0.9)

เงินทุนสำรอง 1.16 พันล้าน USD (2556)**  (ไทย: 156.5 พันล้าน USD)

อุตสาหกรรมที่สำคัญ เหมืองยูเรเนียม ซีเมนต์ อิฐ สบู่ สิ่งทอ แปรรูปอาหาร เคมีภัณฑ์ โรงฆ่าสัตว์

สินค้าส่งออกที่สำคัญ แร่ยูเรเนียม ปศูสัตว์ ถั่วฝักยาว หัวหอม

สินค้านำเข้าที่สำคัญ อาหาร เครื่องจักร ยานพาหนะและส่วนประกอบ ปิโตรเลียม ธัญพืช

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ส่งออกไปฝรั่งเศส ไนจีเรีย สหรัฐอเมริกา นำเข้าจากจีน ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ แอลจีเรีย เฟรนช์โปลินีเซีย ไนจีเรีย โกตดิวัวร์ สหรัฐอเมริกา

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป
หลังจากได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสในปี 2503 ไนเจอร์ปกครองประเทศด้วยระบบพรรคการเมืองเดียวและการปกครองของฝ่ายทหารจนถึงปี 2534 เมื่อนายพล Ali Saibou ยอมจัดให้มีการเลือกตั้งแบบหลายพรรค อันนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยในปี 2536 อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งทางภายในได้ก่อให้เกิดภาวะชะงักงันทางการเมือง จนในปี 2539 ได้มีการทำรัฐประหารขึ้นภายใต้การนำของนายพัน Ibrahim Bare

ในปี 2542 ฝ่ายทหารได้ทำรัฐประหารเพื่อโค้นล้มนายพัน Ibrahim Bare และจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้น ซึ่งนาย Mamadou Tandja เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งและเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนธันวาคม 2542 ต่อมา ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่ออีกวาระหนึ่งในปี 2547

การเมืองการปกครอง

ไนเจอร์ปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ แต่เดิม ประธานาธิบดี Mamadou Tandja ดำรงตำแหน่งเป็นประมุขแห่งรัฐ มาจากการเลือกตั้งโดยตรง อยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี สามารถดำรงตำแหน่งได้ 2 สมัย และมีอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ทั้งนี้ ประธานาธิบดีอำนาจในการยุบสภาด้วย ฝ่ายนิติบัญญัติ มีรัฐสภาแบบสภาเดียว ประกอบด้วยสมาชิก 113 คน มาจากการเลือกตั้งทั่วไป ดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี ฝ่ายตุลาการ ประกอบไปด้วย ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลสูง

อดีตประธานาธิบดี Tandja ซึ่งได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเป็นวาระที่ 2 ตั้งแต่ปี 2542 และมีกำหนดจะพ้นจากตำแหน่งในเดือนธันวาคม 2552 ได้พยายามขยายวาระดำรงตำแหน่งของตนโดยอ้างความจำเป็นในการดำรงตำแหน่งต่อไปเพื่อสานต่อโครงการพัฒนาประเทศต่าง ๆ ของรัฐบาล โดยให้มีการจัดทำประชามติในเดือนสิงหาคม 2552 เพื่อรับรองรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งขยายวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีออกไปอีก 3 ปี และอนุญาตให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้เป็นวาระที่ 3 ทั้งยังได้มีคำสั่งยุบศาลรัฐธรรมนูญและยุบสภา ซึ่งมีทัศนะขัดแย้งกับการทำประชามติดังกล่าว และจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป และการเลือกตั้งท้องถิ่นในปลายปี 2552 ซึ่งฝ่ายค้านประท้วงด้วยการไม่ส่งผู้สมัครเข้าร่วม (boycott) ทั้งสองครั้ง

เหตุการณ์ความตึงเครียดได้พัฒนาไปสู่วิกฤติทางการเมืองที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงกระแสต่อต้านและแรงกดดันของประชาคมนานาชาติ โดยเฉพาะจากสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ส่งผลประทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากในปัจจุบัน ไนเจอร์ยังคงพึ่งพาความช่วยเหลือจากต่างประเทศ ในขณะที่ความพยายามของประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐ
แอฟริกาตะวันตก (ECOWAS) ในการเป็นตัวกลางจัดให้มีการเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่ประสบผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมเท่าใดนัก

การก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 18 กพ 2553 นับเป็นการรัฐประหารครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ไนเจอร์ ตั้งแต่ได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสในปี 2503 โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายจากการปะทะกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายทหาร ในภาพรวม ปฏิกริยาของประชาชนชาวไนเจอร์ในกรุงนีอาเม มีท่าทีสนับสนุนการรัฐประหารในครั้งนี้ ซึ่งอาจเป็นเพราะความเบื่อหน่ายการบริหารประเทศภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี Tandja อยู่แล้วในระดับหนึ่ง โดยเมื่อวันที่ 20 กพ 2553 มีประชาชนกว่าหนึ่งพันคนรวมตัวกันเดินขบวนสนับสนุนการทำรัฐประหารในกรุงนีอาเม

พันตรี Djibo ผู้นำคณะรัฐประหารได้เข้าดำรงตำแหน่งประมุขรัฐและผู้นำรัฐบาล โดยแต่งตั้งนาย Mahamadou Danda อดีตรัฐมนตรีสารนิเทศในรัฐบาลชุดที่แล้ว ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งคณะรัฐมนตรีจำนวน 20 คน เพื่อทำหน้าที่บริหารประเทศจนกว่าจะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป อย่างไรก็ตาม ฝ่ายทหารไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการจัดการเลือกตั้งและนำประเทศกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย

ต่อมา นาย Mamadou Tandja ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อเนื่องมา 2 สมัย ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2542 นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น คือ นาย Ali Badjo Gamatie ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีให้เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2552 คณะรัฐมนตรีอีกทั้ง 26 คนก็ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีเช่นกัน

นโยบายต่างประเทศ

ไนเจอร์ดำเนินนโยบายไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่ในทางปฏิบัติมีนโยบายที่สอดคล้องกับกลุ่มประเทศตะวันตก เดิมไนเจอร์มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีนแต่เมื่อ 30 ก.ค. 2535 ไนเจอร์ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน ซึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ทำการประท้วงอย่างรุนแรงและประกาศตัดความ สัมพันธ์กับไนเจอร์ในทันที ไนเจอร์มีความสัมพันธ์ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจอย่างแน่นแฟ้นกับไนจีเรีย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านทางใต้ เนื่องจากจำเป็นต้องอาศัยไนจีเรียเป็นทางออกสู่ทะเล แม้ว่าทั้งสองประเทศจะมีภาษาราชการที่แตกต่างกัน แต่ผูกพันกันด้วยภาษา Huasa อันเป็นภาษาท้องถิ่นเดียวกัน

ไนเจอร์และประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เบนิน ไนจีเรีย ยังคงมีพรมแดนที่ยังมิได้มีการปันปันเขตแดนร่วมกัน

เศรษฐกิจและสังคม

ไนเจอร์เป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ตามการจัดอันดับขององค์การสหประชาชาติ ภูมิอากาศของประเทศที่มีความแห้งแล้งยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำการเกษตร แบบยังชีพ ประกอบกับข้อจำกัดของการเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเลทำให้ไนเจอร์ต้องพึ่ง พิงประเทศเพื่อนบ้านทั้งในการนำเข้าและส่งออก

ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ ยูเรเนียม น้ำมัน ทองคำ สังกะสี โดยยูเรเนียมเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 45 ของการส่งออกทั้งหมด สินค้าส่งออกที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ สินค้าปศุสัตว์ หัวหอม และทองคำ อุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ การทำเหมืองแร่ยูเรเนียม ซีเมนต์ อิฐ สบู่ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และเคมีภัณฑ์อื่นๆ

สินค้านำเข้าที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ สินค้าทุน และสินค้าแปรรูป อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และปิโตรเคมีภัณฑ์ ประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไนเจอร์ คือ ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแหล่งสินค้าส่งออกรายใหญ่ของประเทศ นอกจากนั้น ได้แก่ ฝรั่งเศส จีน ไนจีเรีย แอลจีเรีย

ไนเจอร์เป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจและการเงินแห่งแอฟริกากลาง (Communaute Économique et Monétaire de l'Afrique Centrale หรือ CEMAC) จึงมีธนาคารแห่งรัฐในแอฟริกากลาง (Banque des États de l'Afrique Centrale หรือ BEAC) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงยาอุนเด ประเทศแคเมอรูน ทำหน้าที่กำหนดนโยบายทางด้านการเงินของประเทศ โดยมุ่งควบคุมระดับเงินเฟ้อและรักษาการตรึงค่าเงิน CFA franc ไว้กับเงินสกุลยูโร (1 ยูโร เท่ากับ 655.957 ฟรังก์เซฟา) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2542 เป็นต้นมา

ในเดือนธันวาคม 2543 ไนเจอร์เข้าร่วมโครงการประเทศผู้มีหนี้สินล้นตัวของ IMF (Highly Indebted Poor Countries หรือ HIPC) ทั้งยังได้ลงนามในโครงการลดความยากจนและกระตุ้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (Poverty Reduction and Growth Facility หรือ PRGF) ด้วย และต่อมา IMF ยังได้ปลดหนี้ทั้งหมดให้แก่ไนเจอร์ในปี 2548 ด้วย

ความสัมพันธ์

สถิติที่สำคัญ ไทย-ไนเจอร์ (2555)
มูลค่าการค้าไทย-ไนเจอร์ 40.44 ล้าน USD (ไทยส่งออก 40.37 ล้าน USD ไทยนำเข้า 7 หมื่น USD ไทยได้ดุลการค้า 40.30 ล้าน USD)

สินค้าส่งออกของไทย ผ้าผืนขาว เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์ ยาง ผลไม้กระป๋องและแปรรูป

การลงทุน ไม่ปรากฏข้อมูล

การท่องเที่ยว ชาวไนเจอร์มาไทย 125 คน

คนไทยในไนเจอร์ ไม่ปรากฏข้อมูล

การตรวจลงตรา ขอรับการตรวจลงตราตามปกติได้ที่สถานเอกอัครราชทูตไนเจอร์ประจำจีน

สำนักงานไทยที่ดูแลไนเจอร์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงตริโปลี

สำนักงานไนเจอร์ที่ดูแลไทย ยังไม่มีมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตใดดูแลไทยอย่างเป็นทางการ

ความสัมพันธ์ทั่วไป
การทูต

ไทยกับไนเจอร์สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2525 ที่ผ่านมา ไทยเคยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส เป็นจุดติดต่อของฝ่ายไนเจอร์ ปัจจุบัน ไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงตริโปลี มีเขตอาณาครอบคลุมไนเจอร์ อย่างไรก็ตาม ไนเจอร์ยังมิได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตใดมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย

เศรษฐกิจ
ในปี 2551 ไทยและไนเจอร์มีมูลค่าการค้ารวม 11.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 11.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 1.7 แสนดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 11.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่าการค้ารวมเพิ่มขึ้นจากปี 2550 ซึ่งมีมูลค่าการค้ารวม 3.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 3.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 7 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 3.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
 
สินค้าส่งออกของไทยไปยังไนเจอร์ ได้แก่ ข้าว ผ้าผืน เคหะสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หม้อแบตเตอรี่และส่วนประกอบ 
 
สินค้าที่ไทยนำเข้าจากไนเจอร์ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก

ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย

ยังไม่มีการทำความตกลงใดๆ ระหว่างกัน

การเยือนที่สำคัญ

ไม่ปรากฏข้อมูลการเยือนระหว่างไทยกับไนเจอร์

ความตกลงและความร่วมมือ