Somalia / โซมาเลีย

สหพันธ์สาธารณรัฐโซมาเลีย
Federal Republic of Somalia

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

Somalia / โซมาเลีย

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของทวีปแอฟริกา ทิศเหนือติดกับสาธารณรัฐเยเมน โดยมีอ่าวเอเดนเป็นพรมแดนทางทะเล ทิศตะวันออกติดกับมหาสมุทรอินเดีย ทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับสาธารณรัฐจิบูตี ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับสาธารณรัฐเคนยา และทิศตะวันตกติดกับสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย

พื้นที่ 637,600 ตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง กรุงโมกาดิชู (Mogadishu)

ประชากร 11.25 ล้านคน (ปี 2561)   

ภูมิอากาศ แบ่งเป็น 2 ฤดู คือ ฤดูฝนตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน และตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส และฤดูแล้งตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน และตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 30 - 40 องศาเซลเซียส

ภาษาราชการ โซมาลี และอาหรับ

ศาสนา อิสลามนิกายซุนนี

ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐที่ใช้ระบบกึ่งประธานาธิบดี โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข และมีนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีเป็นหัวหน้ารัฐบาล

ประธานาธิบดี นายมุฮัมมัด อับดุลลาฮี มุฮัมมัด ฟาร์มาโย (Mr. Mohamed Abdullahi Mohamed Farmaajo) (เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2560)

นายกรัฐมนตรี นายฮัสซาน อะลี คาอีเร (Mr. Hassan Ali Khaire) (เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 1 มีนาคม 2560)

รมว. กต. นายอะห์มัด อิสเซ อะวัด (Mr. Ahmed Isse Awad) (เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 5 มกราคม 2561)

วันชาติ 1 กรกฎาคม

วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย 1 พฤศจิกายน 2527

หน่วยเงินตรา ชิลลิงโซมาเลีย (Somali Shilling) (1 บาท = 18.37 SOS) (สถานะ ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2562)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 7.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2560)

รายได้ประชาชาติต่อหัว 478.3 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2560)         

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ -1.5 (ปี 2533)

เงินทุนสำรอง 23.109 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2532)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 1.5 (ปี 2560)

ทรัพยากรธรรมชาติ ยูเรเนียม แร่เหล็ก ดีบุก ยิปซัม บอกไซด์ ทองแดง เกลือ ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน

อุตสาหกรรมหลัก อุตสาหกรรมเบา การผลิตน้ำตาล สิ่งทอ และการติดต่อแบบไร้สาย

สินค้านำเข้าที่สำคัญ น้ำตาลทรายดิบ ข้าว น้ำมันปาล์ม แป้งสาลี ผลิตภัณฑ์รองเท้า

ตลาดนำเข้าที่สำคัญ จีน อินเดีย โอมาน เคนยา ตุรกี

สินค้าส่งออกที่สำคัญ แกะ แพะ ปศุสัตว์ ยางธรรมชาติ สัตว์ตระกูลหอยและปลาหมึก ปลาแช่เข็ง 

ตลาดส่งออกที่สำคัญ โอมาน จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส บัลแกเรีย

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

ตามประวัติศาสตร์สาธารณรัฐโซมาลี หรือ โซมาเลีย ตั้งอยู่บริเวณ Horn of African ซึ่งแต่เดิมเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของแอฟริกา โดยเป็นจุดค้าขายสินค้าที่มีค่า ได้แก่ ยางสน ยางไม้หอม และเครื่องเทศ ประชาชนในพื้นที่นับถือศาสนาอิสลาม เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากชาวอาหรับมุสลิม 

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชาวยุโรปเริ่มแผ่ขยายลัทธิล่าอาณานิคมมายังดินแดน Horn of Africa แต่ผู้ปกครองซึ่งเป็นนักบวช ในสมัยนั้น สามารถต่อสู้และขับไล่ชาติตะวันตกออกไปได้ จนกระทั่งปี 2463 สหราชอาณาจักรทำสงครามรูปแบบใหม่โดยใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดที่เมือง Taleex ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางของชาว Dervish ส่งผลให้ดินแดน Dervish ตกอยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักร (British Somaliland) และมีดินแดนบางส่วนตกอยู่ภายใต้การปกครองของอิตาลี (Italian Somaliland) ต่อมาในปี 2484 ดินแดนทางตอนเหนือของโซมาเลียตกอยู่ภายใต้การบริหารจัดการทางทหารของสหราชอาณาจักร ส่วนดินแดนทางใต้มีสถานะเป็นดินแดนในอารักขา หลังจากนั้น สหราชอาณาจักรถอนกำลังออกจากบริเวณดังกล่าวในปี 2503 และยินยอมให้ดินแดนของตนรวมตัวกับดินแดนที่อยู่ภายใต้การดูแลของอิตาลี และจัดตั้งรัฐใหม่โดยใช้ชื่อว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยโซมาลี 

ในปี 2512 นายพล Salaad Babeyre Kediye นายพล Siad Barre และนาย Jama Korshel ผู้บัญชาการตำรวจได้ทำรัฐประหาร และแต่งตั้งให้นายพล Barre เป็นประธานาธิบดี โดยปกครองประเทศแบบเผด็จการ (Authoritarian Socialist) แต่ท้ายที่สุดระบบการปกครองของ นายพล Barre ก็ล่มสลายลงในช่วงหลังสงครามเย็น 

หลังจากนั้น สถานการณ์ในประเทศโซมาเลียตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย เกิดการต่อสู้ระหว่างชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ จนกระทั่งตกอยู่ในภาวะอนาธิปไตย ในช่วงกลางปี 2534 ชนเผ่าทางเหนือของโซมาเลียที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักรประกาศเอกราช และจัดตั้งรัฐใหม่มีชื่อว่าสาธารณรัฐโซมาลีแลนด์ (Republic of Somaliland) ปกครอง 6 เขต ได้แก่ Awdal, Woqooyi Galbeed, Togdheer, Sanaag และ Sool อย่างไรก็ตาม รัฐดังกล่าวไม่ได้รับการยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศ นอกจากนี้รัฐปุนท์แลนด์ (Puntland) ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของโซมาเลียได้ประกาศเป็นรัฐปกครองตนเอง (autonomous state)

ในปี 2541 และปกครอง 3 เขต ได้แก่ Bari, Nugaal และทางตอนเหนือของเขต Mudug อย่างไรก็ตามรัฐปุนท์แลนด์ยังไม่มีจุดมุ่งหมายที่จะประกาศเอกราช แต่ต้องการปฏิรูประบบบริหารให้เกิดความชอบธรรม ซึ่งต่อมาทั้งสองรัฐเกิดความขัดแย้งอันเนื่องจากการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือ พื้นที่ทางตะวันออกของเขต Sool และ Sanaag 

ต้นปี 2536 สหประชาชาติได้เข้ามามีบทบาทในโซมาเลียโดยได้จัดตั้งภารกิจสหประชาชาติใน โซมาเลีย (United Nations Operation in Somalia: UNOSOM) เพื่อให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมกับประชาชนในพื้นที่ แต่เนื่องจากการดำเนินภารกิจกระทำด้วยความยากลำบาก ทำให้สหประชาชาติต้องถอนกำลังออกจากพื้นที่ในปี 2538 

หลังจากนั้น รัฐบาลเคนยาและ Intergovernmental Authority on Development (IGAD) ร่วมกันผลักดันให้เกิดการสร้างกระบวนการสันติภาพในโซมาเลีย โดยสนับสนุนให้เกิดการเลือกตั้งประธานาธิบดีและจัดตั้งรัฐบาล จนกระทั่งในเดือนตุลาคม 2547 นาย Abdullahi Yusuf Ahmed ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของรัฐบาลรักษาการโซมาเลีย (Transitional Federal Government: TFG) และได้จัดตั้งสถาบันสหพันธรัฐรักษาการ (Transitional Federal Institutions: TFIs) ขึ้นที่ประเทศเคนยา โดยประกอบด้วยสมาชิกสภา จำนวน 275 คน ซึ่งเป็นองค์ประกอบของสมัชชาสหพันธรัฐรักษาการ (Transitional Federal Assembly: TFA) อย่างไรก็ตามสถานการณ์ความไม่สงบในกรุงโมกาดิชูยังคงมีอย่างต่อเนื่อง และในปี 2549 TFG ย้ายที่ตั้งของรัฐบาลกลับมายังโซมาเลียที่เมือง Baidoa และยึดเป็นฐานที่มั่น 

เมื่อ TFG ย้ายกลับมาตั้งถิ่นฐานในโซมาเลีย TFG ได้ขอรับการสนับสนุนกองกำลังจากเอธิโอเปียเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐบาลและเสถียรภาพของรัฐ การกระทำดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้แก่หลายฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่ม Islamic Court of Union (ICU) ที่สนับสนุนการปกครองตามหลักกฎหมายอิสลาม (Sharia Law) และมีอิทธิพลมากที่สุดในประเทศ ทำให้กลุ่มต่อต้าน TFG ได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรปลดปล่อยโซมาเลีย (Alliance for the Re-Liberation of Somalia: ARS) เพื่อตอบโต้การที่ TFG อนุญาตให้เอธิโอเปียรุกล้ำเข้ามาในดินแดนโซมาเลีย 

ในปี 2549 สงครามระหว่าง ARS ที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศมุสลิม และTFG ภายใต้การสนับสนุนจากกองกำลังเอธิโอเปีย หรือเรียกว่า Battle of Baidoa จึงเกิดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับไล่กองกำลังเอธิโอเปียออกไปจากโซมาเลีย อย่างไรก็ตาม TFG และกองกำลังเอธิโอเปียเป็นฝ่ายชนะและสามารถเข้ายึดกรุงโมกาดิชูซึ่งเป็นเมืองหลวงและฐานที่มั่นของ ARS ได้สำเร็จ หลังจากนั้นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council: UNSC) จึงได้รับรองข้อมติ UNSC ที่ 1744 (2007) อนุมัติให้สหภาพแอฟริกาจัดตั้งภารกิจของสหภาพแอฟริกาในโซมาเลีย (African Union Mission in Somalia: AMISOM) เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพทางการเมืองของโซมาเลีย โดยมีอาณัติในการสนับสนุนการเจรจาและความปรองดองแห่งชาติ ตลอดจนคุ้มครองและรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้นำทางการเมือง ผู้นำชนเผ่า ผู้นำทางศาสนา และผู้แทนจากภาคประชาสังคม 

ต่อมารัฐบาลเคนยาและองค์กร Intergovernmental Authority for Development ได้ร่วมกันพยายามผลักดันให้เกิดการสร้างกระบวนการสันติภาพในโซมาเลีย จนกระทั่งวันที่ 9 มิถุนายน 2551 ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามความตกลงสันติภาพจิบูตี (Djibouti Peace Agreement) ร่วมกัน โดยมีสหประชาชาติเป็นคนกลาง และในเดือนมกราคม 2552 เอธิโอเปียได้ถอนกำลังทหารออกจากโซมาเลีย 

ผลของ Battle of Baidoa ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก และขั้วอำนาจของ ARS ได้แตกออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายสนับสนุนให้มีการประณีประนอมกับ TFG นำโดย Sheikh Sharif Sheikh Ahmed ซึ่งเป็นอดีตผู้นำ ICU และฝ่ายต่อต้าน TFG นำโดย Shiekh Hassan Dahir Aweys 

ในช่วงปลายปี 2551 นาย Yusuf ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี หลังจากนั้น TFG และ ARS ได้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล (TFG-ARS unity government) ขึ้นในเดือนมกราคม 2552 โดยเห็นชอบให้เพิ่มสมาชิกสภาจากฝ่าย ARS อีก 275 คน ดังนั้น รัฐสภาจึงมีสมาชิกจำนวนทั้งสิ้น 550 คน และรัฐสภาใหม่ได้คัดเลือกให้ Sheikh Sharif Sheikh Ahmed ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2552 นอกจากนี้ ได้แต่งตั้งให้นาย Omar Abdirashid ali Sharmarke บุตรชายของนาย Yusuf ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโซมาเลีย 

อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพของ TFG ยังคลอนแคลน เนื่องจากกองกำลังเอธิโอเปียซึ่งเป็นกำลังพลส่วนมากได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ คงเหลือเฉพาะกองกำลังของสหภาพแอฟริกาที่ช่วยรักษาความมั่นคงและฟื้นฟูประเทศ ความอ่อนแอของรัฐบาลทำให้กลุ่มอิสลามหัวรุนแรงกลับมามีอำนาจ ประกาศใช้ Sharia Law และบุกยึดพื้นที่ทางตอนใต้ของโซมาเลีย และเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2552 กลุ่มอิสลามหัวรุนแรงได้เข้ายึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงโมกาดิชูได้สำเร็จ แต่ยังไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ 

การเมืองการปกครอง

โซมาเลียแบ่งเป็น 5 ภูมิภาค ได้แก่ Somaliland Puntland มีสถานะเป็นรัฐกึ่งปกครองตนเองตั้งอยู่ทางตอนเหนือและตอนกลางของประเทศ ส่วนพื้นที่ทางตอนใต้ประกอบไปด้วย Northland Galmudug และ Maakhir 

โซมาเลียปกครองในระบบสหพันธรัฐแบบสภาเดียว (unicameral) ปัจจุบันยังไม่มีรัฐบาลถาวร และมี Sheikh Sharif Sheikh Ahmed เป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบัน

ฝ่ายบริหารประกอบด้วยประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ โดยได้รับเลือกโดย TFA และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร 

คณะรัฐมนตรีมาจากการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีและต้องได้รับการรับรองจาก TFA ฝ่ายนิติบัญญัติประกอบด้วยสมัชชาแห่งชาติ (National Assembly) ซึ่งมีสภาเดียวคือ สมัชชาสหพันธรัฐรักษาการประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 550 คน ฝ่ายตุลาการยังไม่มีกฎหมายที่ชัดเจน เนื่องจากยังไม่มีรัฐบาลถาวร ปัจจุบันแต่ละชนเผ่าใช้ Sharia Law เป็นกฎหมายของแต่ละท้องถิ่น

โซมาเลียไม่มีรัฐบาลปกครองประเทศอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เกิดสงครามกลางเมือง ในปี 2534 นอกจากนั้น รัฐ Somaliland และรัฐ Puntland มีความพยายามแยกตัวออกเป็นอิสระ แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ทั้งยังได้เกิดการต่อสู้ระหว่างชนเผ่าต่างๆ มาโดยตลอด 

โซมาเลียประกอบด้วยเผ่า (clan) หลายเผ่า เผ่า Hawiye เป็นเผ่าที่ใหญ่ที่สุด อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ นอกจากนี้ เผ่า Darod เป็นอีกเผ่าที่มีบทบาทสำคัญและมีอิทธิพลในฐานะชนชั้นปกครอง 

นโยบายต่างประเทศ

นโยบายต่างประเทศของโซมาเลียยังไม่ชัดเจน เนื่องจากรัฐบาลยังขาดเสถียรภาพทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ประเทศเพื่อนบ้านโซมาเลียไม่ว่าจะเป็น ซูดาน อียิปต์ ลิเบีย จิบูตีและซูดาน ต่างพยายามเข้ามามีบทบาทในการสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติของโซมาเลีย 

จากการที่ TFG ไม่สามารถดูแลความสงบเรียบร้อยภายในชาติได้ ทำให้ปัญหาโจรสลัดในน่านน้ำโซมาเลียเริ่มขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 ทวีความรุนแรง และมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้น จนกลายเป็นภัยคุกคามต่อการเดินเรือระหว่างเทศ และการประมงในแถบมหาสมุทรอินเดีย TFG มีนโยบายปราบปรามโจรสลัด โดยอนุญาตให้กองเรือต่างชาติเข้ามาปฏิบัติการในน่านน้ำโซมาเลีย และได้กำหนด Maritime Security Patrol Area เพื่อให้กองกำลังผสมนานาชาติ (Combined Task Force 150: CTF 150) สามารถลาดตระเวนในบริเวณอ่าวเอเดน 

ล่าสุด สหประชาชาติรับรองข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council: UNSC) ที่ 1851 (2008) ร้องขอให้รัฐ องค์ภูมิภาคและองค์กรระหว่างประเทศร่วมกันต่อต้านการกระทำของกลุ่มโจรสลัด และสามารถเข้าวางกำลังกองเรือรบ อากาศยานทางทหาร ตลอดจนยุทโธปกรณ์อื่นๆ เพื่อใช้ในบริเวณน่านน้ำโซมาเลีย รวมทั้งสนับสนุนให้จัดตั้งกองเรือที่สามารถจับกุมกลุ่มโจรสลัด (Shipriders) ในบริเวณดังกล่าว 

เศรษฐกิจและสังคม

ลักษณะเศรษฐกิจ 
          แม้โซมาเลียจะยังคงมีความไม่สงบเกิดขึ้นในประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่เศรษฐกิจของประเทศก็ยังสามารถขับเคลื่อนไปได้ เนื่องจากรัฐต่างๆ ในประเทศมีอำนาจกึ่งอธิปไตย (semi-autonomy) ทำให้สามารถปกป้องเศรษฐกิจของตนเองได้ ภาคเกษตรกรรมเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจของประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปศุสัตว์ โดยร้อยละ 40 ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศมาจากภาคเกษตรกรรม สินค้าส่งออกที่สำคัญของโซมาเลีย ได้แก่ ปศุสัตว์ หนังสัตว์ ปลา ถ่านหิน และกล้วย ในส่วนภาคอุตสาหกรรมของโซมาเลียยังไม่ขยายตัว ส่วนมากเป็นโรงงานอุตสาหกรรมด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรขนาดเล็ก อย่างไรก็ตามภาคธุรกิจการบริการมีแนวโน้มเจริญเติบโตมากกว่าภาคส่วนอื่น ๆ โดยเฉพาะระบบโทรคมนาคม 

ความสัมพันธ์

การท่องเที่ยว ปี 2561 มีนักท่องเที่ยวชาวโซมาเลียเดินทางมาไทยจำนวน 524 คน

การตรวจลงตรา ขอรับการตรวจลงตราได้ที่สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐโซมาเลียประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน

สำนักงานไทยที่ดูแลโซมาเลีย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี

สำนักงานโซมาเลียที่ดูแลไทย สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐโซมาเลียประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน

ความสัมพันธ์ด้านการเมืองการทูต

          ไทยและโซมาเลียสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2527 ไทยมีสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี ซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมโซมาเลีย ขณะที่ฝ่ายโซมาเลียมีสถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐโซมาเลียประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย

ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

การค้า

การค้าระหว่างไทยกับโซมาเลียอยู่ในปริมาณไม่มากนัก โดยปี 2561 มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 21.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 20.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 0.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 20.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

          สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปโซมาเลีย ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องซักผ้า ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และสินค้านำเข้าที่สำคัญจากโซมาเลีย ได้แก่ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เนื้อสัตว์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช สัตว์มีชีวิต สบู่ ผงซักฟอก เครื่องสำอาง

การลงทุน

บริษัท ซี เฮริเทจ ฟิชเชอรี่ จำกัด (Sea Heritage Fisheries Co., Ltd.) ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลปุนท์แลนด์ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองในโซมาเลีย (Autonomous State) ให้ทำประมงในน่านน้ำโซมาเลียเป็นระยะเวลา 15 ปี โดยใช้ท่าเรือโบซาโซ (Bosaso) และท่าเรือพอร์ท เบนเดอร์ แคสซิม (Port Bender Cassim) และมีการลงทุนสร้างห้องเย็นในโซมาเลีย ทั้งนี้ สมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทยประสงค์ให้รัฐบาลไทยจัดทำข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการประมงกับรัฐปุนท์แลนด์หรือโซมาเลีย เพื่อให้การทำประมงนอกน่านน้ำเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎกระทรวง เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำประมงนอกน่านน้ำไทย พ.ศ. 2559 (ประกาศโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ซึ่งกำหนดให้การทำประมงนอกน่านน้ำไทยจะต้องทำกับรัฐที่มีความตกลงดังกล่าวแล้วเท่านั้น 

ความร่วมมือที่ผ่านมา

ความร่วมมือด้านการทหาร

กองทัพเรือไทยได้ส่งหมู่เรือปราบปรามโจรสลัด (มปจ.) ไปปฏิบัติภารกิจร่วมกับกองกำลังผสมนานาชาติ (Combined Maritime Forces - CMF) ในการปราบปรามโจรสลัดโซมาเลีย จำนวน 2 ชุด ในบริเวณอ่าวเอเดนและชายฝั่งโซมาเลีย ได้แก่ มปจ. ชุดที่ 1 ปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 8 กันยายน 2553 - 22 มกราคม 2554 และ มปจ. ชุดที่ 2 ปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 12 กรกฎาคม - 28 พฤศจิกายน 2554  

การเยือนที่สำคัญ

          ยังไม่ปรากฏการเยือนของฝ่ายไทยและฝ่ายโซมาเลีย

ความตกลงและความร่วมมือ