Côte d'Ivoire /โกตดิวัวร์

สาธารณรัฐโกตดิวัวร์
Republic of Côte d'Ivoire

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

Côte d'Ivoire /โกตดิวัวร์

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ชายฝั่งตะวันตกของทวีปแอฟริกา ทิศเหนือติดกับมาลีและบูร์กินาฟาโซ ทิศใต้ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก บริเวณอ่าวกินี ทิศตะวันออกติดกับกานา ทิศตะวันตกติดกับกินีและไลบีเรีย

พื้นที่ 322,463 ตารางกิโลเมตร (เล็กกว่าไทยประมาณ 1.6 เท่า)

เมืองหลวง กรุงยามุสซุโกร (Yamoussoukro)

ประชากร 821,164 คน (ปี 2561)

ภูมิอากาศ แบ่งเป็น 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฎาคม  อุณหภูมิเฉลี่ย 38 - 40 องศาเซลเซียส และฤดูฝนตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนมกราคม อุณหภูมิเฉลี่ย 23 - 32 องศาเซลเซียส

ภาษาราชการ อารบิก ฝรั่งเศส และ Shikomoro

ศาสนา ศาสนาอิสลาม ร้อยละ 42.9 ศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ร้อยละ 17.2 นิกายอื่น ๆ ร้อยละ 16.7 ศาสนาอื่น ๆ ร้อยละ 4.1 ไม่นับถือศาสนา ร้อยละ 19.1

ประธานาธิบดี นายอะลัสซาน วาตารา (Mr. Alassane Ouattara) (รับตำแหน่งเมื่อ 4 ธันวาคม 2553)

นายกรัฐมนตรี นายอามาดุ กง กูลิบาลี (Mr. Amandou Gon Coulibaly) (รับตำแหน่งเมื่อ 11 มกราคม 2560)

รมว. กต. นายมาร์แซล อามง-ทาโน (Mr. Marcel Amon-Tanoh) (รับตำแหน่งเมื่อ 11 มกราคม 2560)

วันชาติ 7 สิงหาคม

วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย 30 มิถุนายน 2509

หน่วยเงินตรา ฟรังก์เซฟา (CFA Franc) (1 บาท = 18.31 ฟรังก์เซฟา) (สถานะ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2562)

ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นประมุข

และมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี โดยไม่จำกัดวาระการดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายอะลัสซาน วาตารา (Alassane Ouattara) (ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2553)
และนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นายอามาดู กง กูลิบาลี (
Amadou Gon Coulibaly) (ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2560)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 37.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทย: 455.30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ปี 2560)

รายได้ประชาชาติต่อหัว 1,537.5 ดอลลาร์สหรัฐ (ไทย: 6,595.0 ดอลลาร์สหรัฐ) (ปี 2560)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 7.7 (ไทย: ร้อยละ 3.9) (ปี 2560)

เงินทุนสำรอง 6.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทย: 202.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ปี 2560)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 4.9 (ไทย: ร้อยละ 0.7) (ปี 2560)

ทรัพยากรธรรมชาติ ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ เพชร แมงกานีส แร่เหล็ก โคบอลท์ บ็อกไซต์ ทองแดง ทองคำ นิกเกิล แทนทาลัม ผงซิลิกา ดิน เมล็ดโกโก้ กาแฟ น้ำมันปาล์ม พลังงานน้ำ

อุตสาหกรรมหลักอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์จากไม้ การกลั่นน้ำมัน เหมืองทองคำส่วนประกอบรถบรรทุกและรถเมล์ สิ่งทอ ปุ๋ย อุปกรณ์ก่อสร้าง ไฟฟ้า

สินค้านำเข้าที่สำคัญ น้ำมันปิโตรเลียมดิบ ข้าว ปลาแช่แข็ง ยา น้ำมันปิโตรเลียม

ตลาดนำเข้าที่สำคัญ จีน ฝรั่งเศส ไนจีเรีย อินเดีย เบลเยียม-ลักแซมเบิร์ก

สินค้าส่งออกที่สำคัญ เมล็ดโกโก้ ยางพารา โกโก้แมส เนยโกโก้ น้ำมันปิโตรเลียม

ตลาดส่งออกที่สำคัญ เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยียม-ลักแซมเบิร์ก  

การเมืองการปกครอง

      โกตดิวัวร์ได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2503 (ค.ศ.1960) โดยมีนาย Felix Houphouet-Boigny ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกและอยู่ในตำแหน่งนานกว่า 3 ทศวรรษ ระหว่างปี 2503 - 2536 ในช่วงแรกของการบริหารประเทศภายใต้รัฐบาลนาย Houphouet-Boigny

โกตดิวัวร์จัดว่าเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมืองและมีการพัฒนาทาง เศรษฐกิจสูงที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาค โดยรัฐบาลได้ลดงบประมาณของกองทัพและให้การส่งเสริมการเกษตรกรรม ส่งผลให้โกตดิวัวร์ มีรายได้มหาศาลจากการเป็นผู้ส่งออกเมล็ดโกโก้ กาแฟ ท่อนซุง และผลไม้เมืองร้อน นอกจากนี้ เมืองอาบิดจัน (Abidjan) ซึ่งเป็นเมืองท่า ได้กลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของภูมิภาค จนทำให้เกิดกระแสผู้อพยพจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ บูร์กินาฟาโซ กินี และมาลีเข้ามาทำงานในเมืองอาบิดจันเป็นจำนวนมากระหว่างปี 2523 - 2532 โกตดิวัวร์เริ่มประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจจากราคาสินค้าส่งออกที่ตกต่ำจนเกิดการชุมนุมประท้วงหยุดงานบ่อยครั้งในหลายพื้นที่ ความนิยมของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด และแม้ว่านาย Houphouet-Boigny จะชนะการเลือกตั้งอีกครั้งในปี 2533 แต่ก็ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส อย่างไรก็ตาม นาย Houphouet-Boigny สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้และกำหนดให้มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรีขึ้นมาเป็นครั้งแรก โดยมีนาย Alassane Ouattara ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

      หลังจากนาย Houphouet-Boigny ถึงแก่กรรมในปี 2536 เกิดการแย่งชิงอำนาจระหว่างนาย Alassane Ouattara นายกรัฐมนตรี กับนาย Henri Konan Bedie ประธานรัฐสภา โดยนาย Bedie ได้อ้างข้อกำหนดตามรัฐธรรมนูญที่ให้ประธานสภารักษาการแทนประธานาธิบดี ส่งผลให้นาย Ouattara ตัดสินใจเดินทางออกนอกประเทศเพื่อเข้ารับตำแหน่งใน IMF และเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดความแตกแยกภายในพรรค Parti democratique de Cote d'Ivoire-Rassemblement democratique africain (PDCI) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล โดยกลุ่มผู้สนับสนุนนาย Ouattara ได้แยกตัวออกมาตั้งพรรคการเมืองใหม่คือพรรค Rassemblement des republicains (RDR)

      ในปี 2538 พรรค PDCI ชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นและนาย Bedie ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ระหว่างการดำรงตำแหน่ง นาย Bedie แก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งหลายมาตราเช่น ระบุให้ผู้สมัครในตำแหน่งประธานาธิบดีจะต้องมีบิดาเป็นชาวโกตดิวัวร์และตั้งถิ่นฐานในโกตดิวัวร์มานานกว่า 10 ปี โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อสกัดกั้นไม่ให้นาย Ouattara มีโอกาสลงสมัครในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในสมัยหน้า แต่ท้ายที่สุดนาย Bedie ได้ถูกนายพล Robert Guei ทำการรัฐประหารยึดอำนาจ

ในปี 2542 และ มีการจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ในเดือนตุลาคม 2543 โดยนายพล Robert Guei พยายามโกงการเลือกตั้งแต่ถูกประชาชนต่อต้าน ส่งผลให้นาย Laurent Gbagbo ผู้สมัครจากพรรค FPI ได้รับการประกาศให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแทน เนื่องจากนาย Gbagbo ได้รับการต่อต้านจากกลุ่มผู้สนับสนุนนาย Ouattara ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในโกตดิวัวร์ขึ้นหลายครั้ง ทั้งนี้ เหตุการณ์การนองเลือดครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2543 โดยผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมจากทางเหนือเช่นเดียวกับนาย Ouattara

      ในปี 2544 สถานการณ์ทางการเมืองมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นเมื่อนาย Bedie นาย Ouattara และนายพล Guei ตัดสินใจเข้าร่วมการหารือเพื่อการสมานฉันท์แห่งชาติ ณ เมืองอาบิดจัน เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับการปฏิรูประบบยุติธรรม กองกำลัง การถือครองที่ดิน นโยบายผู้อพยพและการให้สัญชาติ ซึ่งการหารือเป็นไปอย่างราบรื่นและส่งสัญญาณเชิงบวกในการปฏิรูปการเมือง โกตดิวัวร์ ทั้งนี้ มีการประชุมอีกครั้งในเดือนมกราคม 2545 ซึ่งผลจากการหารือในครั้งนั้นทำให้นาย Ouattara ได้รับการรับรองสัญชาติพร้อมกับความเชื่อมั่นที่ว่าตนเอง จะสามารถลงรับสมัครเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีได้สำหรับการเลือกตั้งใน ปี 2548

สถานการณ์การเมืองกลับมาพลิกผันอีกครั้งในเดือนกันยายน 2545 เมื่อเกิดการก่อรัฐประหารโดยกลุ่มทหาร มีการปะทะกันอย่างรุนแรง ส่งผลให้นายพล Robert Guei และรัฐมนตรีมหาดไทยเสียชีวิตจากการลอบสังหาร อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการปราบปรามกลุ่มกบฏได้ในเมืองอาบิดจัน แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมเริ่มเด่นชัดขึ้น โดยในเมืองอาบิดจันได้เกิดกระแสต่อต้านและทำร้ายร่างกายผู้อพยพ ประชาชนที่มาจากทางเหนือ (Northerner) และผู้สนับสนุนพรรค RDR ในขณะที่ประชาชนทางตอนเหนือของประเทศได้ให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏต่อต้าน รัฐบาลจนสามารถยึดพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศได้สำเร็จ

      ในเดือนมกราคมปี 2546 มีการจัดประชุมที่กรุงปารีสเพื่อหาข้อยุติการสู้รบระหว่างกองกำลังของรัฐบาล และกลุ่มกบฏและได้มีการตกลงในข้อตกลง Linas-Marcossis Accord ให้มีการจัดตั้งรัฐบาลผสมเพื่อบริหารประเทศจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีในปี 2548 อย่างไรก็ตาม ผู้สนับสนุนฝ่ายกบฏออกมาคัดค้านนาย Gbagbo เนื่องจากไม่เคารพข้อตกลง Linas-Marcossis ทำให้เกิดการจลาจลหลายรอบ จนในที่สุดได้มีการจัดประชุมเพื่อหาทางแก้ไขความรุนแรงจากการผลักดันของ กลุ่ม ECOWAS และได้มีการลงนามความตกลง Accra I II และ III ที่กรุงอักกรา ประเทศกานา

      สหภาพแอฟริกา (African Union - AU) ได้แต่งตั้งให้นาย Thabo Mbeki ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้เป็นผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ในโกตดิวัวร์ โดยในเดือนเมษายน 2548 นาย Mbeki ได้จัดการประชุมสุดยอด (Summit) ณ กรุงพริทอเรีย และมีการลงนามในความตกลง Pretoria Agreement เพื่อให้เสรีภาพและความเท่าเทียมทางการเมืองกับทุกพรรคการเมืองในการแข่งขัน เพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี อย่างไรก็ดี นาย Gbagbo ได้ประกาศเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอย่างไม่มีกำหนด จนทำให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้มีมติที่ 1633 (UNSC Resolution 1633) ให้นาย Gbagbo จัดการเลือกตั้งภายใน 1 ปี รวมทั้งได้แต่งตั้งนาย Charles Konan Banny ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2548 โดยมีการขยายขอบเขตและอำนาจการบริหารให้แก่นายกรัฐมนตรี เพื่อหวังว่าจะบรรลุเงื่อนไขตามข้อตกลง Linas-Marcossis เพื่อคืนสู่สันติภาพโดยเร็ว

      ประธานาธิบดี Gbagbo ละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงที่ 1633 เพราะเห็นว่าแผนฟื้นฟูของสหประชาชาติจะทำให้ตนสูญเสียอำนาจ ส่งผลให้มีการปะทะกันระหว่างกลุ่ม Young Patriots ที่สนับสนุนฝ่ายประธานาธิบดี Gbagbo และกองกำลังสหประชาชาติช่วงกลางเดือนมกราคม 2549 จากเหตุการณ์ดังกล่าว สหประชาชาติได้มีมติคว่ำบาตรต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประท้วงและ ทำลายทรัพย์สินของหน่วยงานสหประชาชาติ อย่างไรก็ดี ในเดือนมีนาคม 2550 ประธานาธิบดี Gbagbo และนาย Guillaume Soro ผู้นำกลุ่มปฏิวัติ New Force ได้ลงนามใน Ouagadougou Political Agreement เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ผลจากการ ลงนามในครั้งนั้นทำให้นาย Soro ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีการรื้อถอนบริเวณ zone of confidence ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังแบ่งเขตแดนเหนือ - ใต้ของทั้งสองฝ่าย และทหารของกลุ่มปฏิวัติได้เข้าร่วมกับกองทัพ

      ปัจจุบัน สถานการณ์ทางการเมืองของโกตดิวัวร์ยังถือว่าไม่มั่นคงนัก มีเหตุการณ์คุกคามความมั่นคงทางการเมืองอยู่เป็นระยะ อีกทั้งรัฐบาลยังแสดงความไม่พร้อมและขอเลื่อนการจัดการเลือกตั้งออกไปบ่อยครั้ง ทำให้สหประชาชาติยังคงกองกำลังอยู่ในพื้นที่เพื่อให้การสนับสนุนการปฏิรูป ทางการเมืองให้เป็นไปอย่างสันติ อย่างไรก็ดี คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ยังได้มีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ Resolution 1893 (2009) เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2552 ให้คงการคว่ำบาตรโกตดิวัวร์ต่อไปอีก 1 ปี (30 ตุลาคม 2553) โดยเฉพาะในด้านอาวุธ การเงิน การท่องเที่ยว และการส่งออกเพชร และจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งหนึ่งในช่วงเดือนเมษายน 2553 ในชั้นนี้ โกตดิวัวร์ได้กำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 29 พฤศจิกายน 2552 ผลคือ นายอะลัสซาน วาตารา (Mr. Alassane Ouattara) ได้ชนะการเลือกตั้งครั้งดังกล่าว และเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 4 ธันวาคม 2553

นโยบายต่างประเทศ

      นโยบายต่างประเทศของโกตดิวัวร์ในสมัยสงครามเย็นเอนเอียงไปทางตะวันตก โกตดิวัวร์ได้เข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติในปี 2503 และได้เข้าร่วมในองค์กรระหว่างประเทศอีกหลายองค์กร รวมทั้งเป็นประเทศแรกที่ให้การรับรองทางการทูตกับแอฟริกาใต้หลังการประกาศ นโยบายแบ่งแยกสีผิว นอกจากนี้ โกตดิวัวร์ยังได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลในปี 2529 อีกด้วย

      อดีตประเทศเจ้าอาณานิคมอย่างฝรั่งเศสยังคงมีอิทธิพลต่อโกตดิวัวร์มาโดยตลอด ในด้านการเมืองฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกที่ยอมรับผลการเลือกตั้งในปี 2543 ที่นาย Gbagbo ประกาศตนเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง และฝรั่งเศสยังมีส่วนช่วยในการรักษาสันติภาพในโกตดิวัวร์ร่วมกับกองกำลังของสหประชาชาติอีกด้วย นอกจากนี้ ในด้านเศรษฐกิจ ฝรั่งเศสถือเป็นคู่ค้า ผู้ลงทุนและผู้ให้รายใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโกตดิวัวร์ โดยเกินกว่าครึ่งของร้านค้าหรือบริษัทในเมืองอาบิดจันมีชาวฝรั่งเศสเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ บริษัทสัญชาติฝรั่งเศสยังผูกขาดสัมปทานด้านพลังงานและการสร้างสาธารณูปโภค อย่างไรก็ดี ความไม่มั่นคงในโกตดิวัวร์ส่งผลกระทบให้ธุรกิจของชาวฝรั่งเศสในโกตดิวัวร์ ต้องปิดตัวลง เป็นผลให้จำนวนนักธุรกิจและขนาดของชุมชนชาวฝรั่งเศสในโกตดิวัวร์โดยเฉพาะในเมืองอาบิดจันลดลงอย่างเด่นชัด

      สหรัฐอเมริกาได้เข้ามามีบทบาทในโกตดิวัวร์เช่นกัน โดยในปี 2546 ได้ให้เงินช่วยเหลือเพื่อการหยุดยิงร่วมกับกลุ่มสมาชิกประเทศ ECOWAS เป็นเงินจำนวนประมาณ 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งแสดงความเห็นอกเห็นใจโกตดิวัวร์ด้วยการให้ความช่วยเหลือในสาขาต่าง ๆ เช่น การต่อสู้กับโรคเอดส์ โดยสนับสนุนการตั้งศูนย์กลางการควบคุมโรคที่ใหญ่แห่งหนึ่งของภูมิภาคตั้ง อยู่ที่เมืองอาบิดจัน ทั้งสองประเทศยังมีการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมผ่านทางราชการของโกตดิวัวร์ การแลกเปลี่ยนการเยือนของกลุ่มผู้แทนจากสองประเทศ อาทิ ผู้แทนสื่อ นักศึกษา และนักวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม การฝึกสอนทหารชาวโกตดิวัวร์ในสหรัฐฯ ได้ถูกยกเลิกไปเนื่องจากมาตราที่ 508 ตามกฎหมายสหรัฐอเมริกาที่จำกัดความช่วยเหลือที่ไม่เกี่ยวข้องกับด้าน มนุษยธรรม

      ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Gbagbo ความสัมพันธ์ระหว่างโกตดิวัวร์กับประเทศเพื่อนบ้านไม่ค่อยราบรื่นนักโดย เฉพาะอย่างยิ่งกับบูร์กินาฟาโซ เนื่องจากประธานาธิบดี Gbagbo มีนโยบายสร้างความเป็นชาตินิยม ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนชาวต่างชาติ ผู้อพยพจากประเทศเพื่อนบ้านหรือแม้แต่ชาวโกตดิวัวร์ที่มีเชื้อสายต่างชาติ ต้องเดินทางออกนอกประเทศในช่วงสงคราม นอกจากนี้ นาย Gbagbo มักจะกล่าวหาประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งบูร์กินาฟาโซว่าเข้าแทรกแซง กิจการภายในของโกตดิวัวร์ โดยการให้ที่ลี้ภัยแก่แกนนำกลุ่มกบฏ อย่างไรก็ดี การที่ประธานาธิบดี Gbagbo ยอมให้ประธานาธิบดี Blaise Compaore ของบูร์กินาฟาโซเป็นผู้ไกล่เกลี่ย (mediator) ระหว่างตนเองกับนาย Soro ผู้นำกลุ่มปฏิวัติ New Force

ในปี 2550 จนทำให้สถานการณ์การแบ่งดินแดนเหนือ - ใต้คลี่คลายไปได้ นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ

เศรษฐกิจและสังคม


ความสัมพันธ์

การตรวจลงตรา ขอรับการตรวจลงตราได้ที่สถานกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐโกตดิวัวร์ประจำประเทศไทย

สำนักงานของไทยที่ดูแลโกตดิวัวร์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดาการ์

สำนักงานของโกตดิวัวร์ที่ดูแลไทย สถานกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐโกตดิวัวร์ประจำประเทศไทย

(กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐโกตดิวัวร์ประจำประเทศไทย คือ นายวัลลภ มานะธัญญา) / สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโกตดิวัวร์ประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน

ความสัมพันธ์ทางการทูต 

ทยและโกตดิวัวร์สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2509 ฝ่ายไทยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดาการ์ มีเขตอาณาครอบคลุมโกตดิวัวร์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอความเห็นชอบจากรัฐบาลโกตดิวัวร์ในการแต่งตั้งให้นายอรุณ จิวาศักดิ์อภิมาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงดาการ์ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐโกตดิวัวร์อีกตำแหน่งหนึ่ง

ขณะที่ฝ่ายโกตดิวัวร์มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโกตดิวัวร์ประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน มีเขตอาณาครอบคลุมไทย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโกตดิวัวร์ประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงปักกิ่ง คนปัจจุบัน คือ นายอาดามา ดอสโซ (Adama Dosso) นอกจากนี้ โกตดิวัวร์ได้แต่งตั้งให้นายวัลลภ มานะธัญญา ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐโกตดิวัวร์ประจำประเทศไทย

ความสัมพันธ์ทางการเมือง ความสัมพันธ์ด้านการเมืองระหว่างไทยกับโกตดิวัวร์ดำเนินไปอย่างราบรื่นแต่ไม่ใกล้ชิด

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

การค้า

ในปี 2561 ไทยและโกตดิวัวร์มีมูลค่าการค้ารวม 223.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคิดเป็นการส่งออก 216.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 7.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยได้ดุลการค้า 209.73
ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปโกตดิวัวร์ ได้แก่ ข้าว เม็ดพลาสติก เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ปูนซีเมนต์ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 

และสินค้านำเข้าที่สำคัญจากโกตดิวัวร์ ได้แก่ ด้ายและเส้นใย สินแร่โลหะอื่น ๆ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ

สถิติการค้าระหว่างไทย - โกตดิวัวร์ (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ปี

ปริมาณการค้า

ไทยส่งออก

ไทยนำเข้า

ดุลการค้า

2550

173.51

165.43

8.08

+157.35

2551

291.99

287.62

4.37

+283.25

2552

327.78

326.08

1.70

+324.38

2553

393.67

370.96

22.70

+348.26

2554

387.27

371.01

16.26

+354.74

2555

304.02

288.65

15.37

+273.28

2556

278.93

260.72

18.21

+242.51

2557

367.93

340.79

27.14

+313.65

2558

268.32

244.57

23.76

+220.81

2559

314.91

299.73

15.19

+284.54

2560

252.80

244.15

8.65

+235.50

2561

223.97

216.85

7.12

+209.73

                 ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

การลงทุน

        ไม่ปรากฏข้อมูลการลงทุนระหว่างกัน

การท่องเที่ยว

        ปี 2561 มีนักท่องเที่ยวชาวโกตดิวัวร์เดินทางมาไทย จำนวน 4 คน

การเยือนที่สำคัญ

ฝ่ายไทย

        ไม่ปรากฏข้อมูลการเยือนโกตดิวัวร์ในระดับพระราชวงศ์และระดับรัฐบาล

ฝ่ายโกตดิวัวร์

        ไม่ปรากฏข้อมูลการเยือนประเทศไทยในระดับประมุขและระดับรัฐบาล

ความตกลงและความร่วมมือ