Congo / คองโก

สาธารณรัฐคองโก
The Republic of the Congo

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

Congo / คองโก

ที่ตั้ง ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของทวีปแอฟริกา มีพรมแดนทิศเหนือติดกับสาธารณรัฐแคเมอรูนและสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ทิศตะวันตกติดกับสาธารณรัฐกาบอง ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับสาธารณรัฐแองโกลา และมหาสมุทรแอตแลนติก

พื้นที่ 342,000 ตารางกิโลเมตร (เล็กกว่าไทยประมาณครึ่งหนึ่ง)

เมืองหลวง กรุงบราซซาวิล (Brazzaville)

ประชากร 5.06 ล้านคน (ปี 2561)

ภูมิอากาศ แบ่งเป็น 2 ฤดู คือ ฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน อุณหภูมิเฉลี่ย 18 - 25 องศาเซลเซียส และฤดูฝนตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ย 25 - 35 องศาเซลเซียส

ภาษาราชการ ฝรั่งเศส

ศาสนา ศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ร้อยละ 33.1 นิกายอื่น ๆ ร้อยละ 44.4 ศาสนาอิสลาม ร้อยละ 1.6

ความเชื่อดั้งเดิม ร้อยละ 1.5 ศาสนาอื่น ๆ ร้อยละ 8.1และไม่นับถือศาสนา ร้อยละ 11.3

ประธานาธิบดี นายเดนิส ซัสโซ-อึนเกโซ (Mr. Denis Sassou-Nguesso) (เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 25 ตุลาคม 2540)

รมว. กต. นายชอง โคลด กาคอซโซ (Mr. Jean Claude Gakosso) (เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 25 สิงหาคม 2558)

วันชาติ 15 สิงหาคม (วันประกาศเอกราช)

วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย 25 สิงหาคม 2531

หน่วยเงินตรา ฟรังก์เซฟา (XAF) (1 บาท = 18.36 XAF) (สถานะ ณ วันที่ 30 เมษายน 2562)

ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐที่ใช้ระบบประธานาธิบดี โดยมีประธานาธิบดีที่มาจาก

การเลือกตั้งเป็นประมุขแห่งรัฐและหัวหน้าฝ่ายบริหาร วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายเดนิส ซัสโซ-อึนเกโซ (Mr. Denis Sassou-Nguesso) (ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2540)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 8.70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทย: 455.302 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ปี 2560)

รายได้ประชาชาติต่อหัว 1,658 ดอลลาร์สหรัฐ (ไทย: 6,595.0 ดอลลาร์สหรัฐ) (ปี 2560)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ -3.1 (ไทย: ร้อยละ 3.9) (ปี 2560)

เงินทุนสำรอง 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทย: 202.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ปี 2560)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 0.5 (ไทย: ร้อยละ 0.7) (ปี 2560)

ทรัพยากรธรรมชาติ ปิโตรเลียม ไม้ ตะกั่ว สังกะสี ยูเรเนียม ทองแดง ฟอสเฟต ทอง แมกนีเซียม ก๊าซธรรมชาติ พลังงานน้ำ

อุตสาหกรรมหลัก การผลิตน้ำมันดิบ ปูนซีเมนต์ ป่าไม้ การผลิตเบียร์ น้ำตาล น้ำมันปาล์ม สบู่ แป้งข้าวเจ้า บุหรี่

สินค้านำเข้าที่สำคัญ เรือ เนื้อ ปั๊มน้ำ เครื่องยนต์ น้ำมันปิโตรเลียม โครงสร้างและส่วนประกอบก่อสร้าง

ตลาดนำเข้าที่สำคัญ ออสเตรเลีย นามิเบีย ฝรั่งเศส แองโกลา จีน

สินค้าส่งออกที่สำคัญ น้ำมันปิโตรเลียม เรือ เรือลากจูง ทองแดง

ตลาดส่งออกที่สำคัญ จีน สเปน ออสเตรเลีย แองโกลา แคเมอรูน

การเมืองการปกครอง

การเมืองการปกครอง
สาธารณรัฐคองโกปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ และหัวหน้าฝ่ายบริหาร อยู่ในวาระคราวละ 7 ปี และสามารถดำรงตำแหน่งได้ 2 สมัย มีอำนาจในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (Council of Ministers) การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 ฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นระบบ 2 สภา ประกอบไปด้วย (1) วุฒิสภา (Senate) จำนวน 66 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 3 ปี มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี และ (2) สมัชชาแห่งชาติ หรือสภาผู้แทนราษฎร (Nationaal Assembly) มีจำนวน 137 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งทางตรง มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี มีศาลสูง (Supreme Court) เป็นสถาบันหลักในฝ่ายตุลาการ

ในปี 2540 ประธานาธิบดี Denis Sassou-Nguesso ใช้กำลังทหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประธานาธิบดี Lissouba ซึ่งได้ก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในสาธารณรัฐคองโก ต่อมา ประธานาธิบดี Sassou-Nguesso เข้าร่วมในกระบวนการสันติภาพ ซึ่งทำให้สงครามการเมืองยุติลง และได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนมีนาคม 2545 ซึ่งประธานาธิบดี Sassou-Nguesso จากพรรค Parti congolais du travail (PCT) ชนะการเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 ที่ผ่านมา พลเอก Sassou-Nguesso ชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง (พรรคฝ่ายค้านคว่ำบาตรการเลือกตั้ง) และสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ในวันที่ 14 สิงหาคม 2552 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางการเมืองภายในของสาธารณรัฐคองโกอาจจะเกิดความขัดแย้งและความไม่มั่นคงได้ เนื่องจากรัฐบาลยังไม่สามารถสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในช่วงหลังสงครามกลางเมือง ทั้งยังใช้ความพยายามจำกัดการแข่งขันทางการเมืองอย่างเสรีเพื่อรักษาอำนาจทางการเมืองของตนเองไว้

การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุด ในเดือนกันยายน 2552 ประธานาธิบดี Sassou-Nguesso ยกเลิกตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรวบอำนาจบริหารมาไว้ที่ตำแหน่งประธานาธิบดี โดยกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแห่งรัฐ (Minister of State) 4 ตำแหน่งมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลงาน 4 ด้านหลัก ได้แก่ (1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (2) พัฒนาการทางเศรษฐกิจ (3) ความมั่นคง และ (4) ประเด็นทางด้านสังคมและวัฒนธรรม คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันประกอบไปด้วยรัฐมนตรี 37 คน

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือ ฉบับวันที่ 20 มกราคม 2545 ซึ่งได้รับความเห็นชอบโดยการลงประชามติ กำหนดให้สาธารณรัฐคองโกแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 เขตใหญ่ ซึ่งแยกย่อยออกเป็น 76 เขตย่อย และเขตชุมชนเมือง 7 เขต อาทิ กรุงบราซซาวิล (Brazzaville) เมืองหลวงของประเทศ เมืองปวงต์-นัวร์ (Pointe-Noire) ศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจของประเทศ เป็นต้น

นโยบายต่างประเทศ
ภายหลังจากที่ได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส สาธารณรัฐคองโกปกครองประเทศด้วยระบอบลัทธิมาร์กซ์-เลนินเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ในช่วงดังกล่าว สาธารณรัฐคองโกมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับอดีตสหภาพโซเวียต และกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ วิชาการ และความช่วยเหลือทางด้านการทหาร อย่างไรก็ดี ภายหลังการล่มสลายของอดีตสหภาพโซเวียต ความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกก็ลดน้อยลง

สาธารณรัฐคองโกยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้ให้ความช่วยเหลือทั้งทางด้านเศรษฐกิจ วิชาการและวัฒนธรรม ตลอดจนการให้ความสนับสนุนด้านการทหารแก่สาธารณรัฐคองโกมาโดยตลอด ประเทศฝรั่งเศสมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอยู่ในสาธารณรัฐคองโกจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมน้ำมัน ซึ่งต่อมาชาติตะวันตกอื่นๆ ก็ได้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันในสาธารณรัฐคองโกมากขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา

ความสัมพันธ์ระหว่างสาธารณรัฐคองโกกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นไปด้วยดี สาธารณรัฐคองโกมีบทบาทสำคัญในการเจรจาให้คิวบาถอนทหารออกจากแองโกลาและการแยกตัวของนามิเบียออกจากแอฟริกาใต้ ในขณะที่รัฐบาลแองโกลาเองก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดี Sassou-Nguesso (แองโกลาเคยส่งทหารมาช่วยรัฐบาลคองโกปราบกบฏในช่วงปี 2542)

สาธารณรัฐคองโกยังคงมีประเด็นข้อพิพาทด้านดินแดนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (หรือประเทศซาอีร์ ในอดีต) ทั้งยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่มั่นคงในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในเดือนกรกฎาคม 2552 รัฐบาลของทั้งสองประเทศได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกันเพื่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำคองโก ซึ่งจะเป็นการเชื่อมต่อเมืองหลวงของทั้งประเทศ (กรุงบราซซาวิล และกรุงกินชาซา) และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางหลวงแอฟริกา (Trans-African Highway)

สาธารณรัฐคองโกเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศต่างๆ อาทิ องค์การสหประชาชาติ (United Nations) สหภาพแอฟริกา (African Union) องค์การการค้าโลก (WTO) คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกากลาง (Economic Commission for Central African States) ธนาคารเพื่การพัฒนาแห่งแอฟริกา (African Development Bank) กลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (NAM) และกลุ่มประเทศ G-77

เศรษฐกิจและสังคม

ในอดีต เศรษฐกิจของสาธารณรัฐคองโกเป็นการผสมผสานระหว่างเกษตรกรรมและหัตถกรรมแบบชนบท ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมน้ำมันและการส่งออกน้ำมันเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สาธารณรัฐคองโกมีอัตราการผลิตน้ำมันประมาณ 281,000 บาร์เรลต่อวัน มีรายได้จากการส่งออกคิดเป็นร้อยละ 87 ของรายได้จากการส่งออกทั้งหมดของประเทศ หรือกว่าร้อยละ 43.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ด้วยเหตุนี้ การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกจึงมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ปัจจุบัน บริษัทต่างชาติต่างๆ ได้เข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันของสาธารณรัฐคองโกแล้ว อาทิ Total Fina Elf ของฝรั่งเศส (ครองส่วนแบ่งอุตสาหกรรมน้ำมันในสาธารณรัฐคองโกมากที่สุด) Agip ของอิตาลี และ Chevon Texaco ของสหรัฐฯ

นอกจากอุตสาหกรรมน้ำมันแล้วนั้น ภาคเกษตรกรรมและการค้าไม้ยังคงเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ประชากรว่าร้อยละ 60 มีรายได้มาจากภาคเกษตรกรรม สินค้าเกษตรที่สำคัญของสาธารณรัฐคองโก ได้แก่ ไม้ซุง และน้ำตาล

หลังจากสงครามกลางเมืองที่ปะทุขึ้นในปี 2540 สาธารณรัฐคองโกได้พยายามปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศเพื่อลดปัญหาความยากจนและภาวะการว่างงาน โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การระหว่างประเทศ อาทิ ธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา นโยบายเศรษฐกิจของสาธารณรัฐคองโกในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ การสร้างความหลากหลายทางด้านกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และดำเนินการตามแผนงาน PRGF ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศเพื่อแก้ปัญหาภาระหนี้สินของประเทศ

สาธารณรัฐคองโกเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจและการเงินแห่งแอฟริกากลาง จึงมีธนาคารแห่งรัฐในแอฟริกากลาง (Banque des Etats de l'Afrique Centrale หรือ BEAC) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงยาอุนเด ประเทศแคเมอรูน ทำหน้าที่กำหนดนโยบายทางด้านการเงินของประเทศ โดยมุ่งควบคุมระดับเงินเฟ้อและรักษาการตรึงค่าเงิน CFA franc ไว้กับเงินสกุลยูโร (1 ยูโร เท่ากับ 655.957 ฟรังก์เซฟา) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2542 เป็นต้นมา

ประเทศคู่ค้าสำคัญของสาธารณรัฐคองโก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

ความสัมพันธ์

ความสัมพันธ์กับประเทศไทย

1. ความสัมพันธ์ทั่วไป

            ไทยและสาธารณรัฐคองโกสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2531 โดยฝ่ายไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียมีเขตอาณาครอบคลุมสาธารณรัฐคองโก เอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา คนล่าสุด คือ นายวัฒนะ คุ้นวงศ์ (เกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2561) ปัจจุบัน นายประสม แฟงทอง ดำรงตำแหน่งอุปทูตรักษาราชการฯ ขณะที่ฝ่ายสาธารณรัฐคองโกได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคองโกประจำสาธารณรัฐประชาชนจีนมีเขตอาณาครอบคลุมไทย และแต่งตั้งให้นายดาเนียล โอวาซา (Daniel Owassa) ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคองโกประจำประเทศไทยคนใหม่ โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2562 นอกจากนี้ รัฐบาลสาธารณรัฐคองโกได้แต่งตั้งให้นายวิชัย ทิตตภักดี ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐคองโกประจำประเทศไทย

            1.1 การเมือง

ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคองโกดำเนินไปด้วยความปกติ แต่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคองโกยังมีไม่มากนัก รัฐบาลสาธารณรัฐคองโกไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลชุดปัจจุบันเมื่อปี 2557

            1.2 การค้า

ในปี 2561 ไทยและสาธารณรัฐคองโกมีปริมาณการค้ารวม 240.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคิดเป็นการส่งออก 59.19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้า 181.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยขาดดุลการค้า 122.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปสาธารณรัฐคองโก ได้แก่ ข้าว เม็ดพลาสติก อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เคมีภัณฑ์ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ รถยนต์ และสินค้านำเข้าที่สำคัญจากสาธารณรัฐคองโก ได้แก่ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์

            1.3 การลงทุน

             ยังไม่มีการลงทุนระหว่างกัน

            1.4 การท่องเที่ยว

             ปี 2561 นักท่องเที่ยวสาธารณรัฐคองโกเดินทางมาประเทศไทยจำนวน 561 คน (จากประชากรของประเทศที่มีจำนวน 5.06 ล้านคน) แต่ไม่ปรากฏข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปสาธารณรัฐคองโก

            1.5 สังคมและวัฒนธรรม

             ปัจจุบันมีชาวไทยอาศัยอยู่ในสาธารณรัฐคองโก จำนวน 2 คน

            1.6 ความร่วมมือด้านวิชาการ

             ความร่วมมือส่วนใหญ่ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคองโกอยู่ในรูปแบบทุนฝึกอบรมนานาชาติประจำปี (Annual International Training Course - AITC) และทุนศึกษาระดับปริญญาโทหลักสูตรนานาชาติ (Thailand International Postgraduate Program - TIPP) ที่กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งเวียนให้แก่ประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกาเป็นประจำทุกปี

2. ความตกลงที่สำคัญกับไทย 

ความตกลงที่ได้ลงนามแล้ว 1 ฉบับ

พิธีสารว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือสาธารณรัฐคองโก (ลงนามเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2549)

3. ข้อมูลการเยือนในระดับราชวงศ์

              ยังไม่เคยมีการเสด็จฯ เยือนในระดับพระราชวงศ์ไทย

4. สาส์นถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสที่ขึ้นทรงราชย์

               กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้รับรายงานการมีสาส์นถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่ขึ้นทรงราชย์ จากนายเดนิส ซัสโซ-อึนเกโซ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคองโก

5. ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อทรงทราบ

      5.1 สาธารณรัฐคองโก หรือ คองโก บราซซาวิล เคยเป็นอาณานิคมของสาธารณรัฐฝรั่งเศส

และหลังจากได้รับเอกราชก็ประสบปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน 

      5.2 อุตสาหกรรมน้ำมันและการส่งออกน้ำมันเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสาธารณรัฐคองโก โดยเป็น 1 ใน 5 ประเทศที่ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา

      5.3 สาธารณรัฐคองโกได้รับการจัดให้เป็นประเทศที่มีบรรยากาศการลงทุนเป็นอันดับที่ 180 จากทั้งหมด 190 ประเทศ ในรายงาน “Doing Business 2019” ของธนาคารโลก

 6. ข้อมูลเชิงลึกของนายดาเนียล โอวาซา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคองโกประจำประเทศไทย

      นายดาเนียล โอวาซา มีอัธยาศัยดี ตรงไปตรงมา มีความเป็นกันเอง ชอบชมภาพยนตร์ และสนใจกีฬาบาสเกตบอลและวอลเลย์บอล

ความตกลงและความร่วมมือ


ประเทศในภูมิภาคแอฟริกา


News
1 - 54 of 54
First Prev. 1 Next Last Paged