Djibouti / จิบูตี

สาธารณรัฐจิบูตี
Republic of Djibouti

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

Djibouti / จิบูตี

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแอฟริกาตะวันออก มีพรมแดนทิศเหนือติดกับเอริเทรีย ทิศใต้ติดกับเอธิโอเปีย ทิศตะวันออกติดกับอ่าวเอเดนและทะเลแดง ทิศตะวันตกติดกับโซมาเลีย

พื้นที่ 23,200 ตารางกิโลเมตร (เล็กกว่าไทยประมาณ 22 เท่า)

เมืองหลวง กรุงจิบูตี (Djibouti)  

ประชากร 884,017 คน (ปี 2561)

ภูมิอากาศ แบ่งเป็น 2 ฤดู คือ ฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ย 29 องศาเซลเซียส และฤดูร้อนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 40 องศาเซลเซียส

ภาษาราชการ ฝรั่งเศส อาหรับ

ศาสนา อิสลาม ร้อยละ 94 คริสต์ ร้อยละ 6

ประธานาธิบดี นายอิสมาอีล โอมาร์ เกเลห์ (Mr. Ismaïl Omar Guelleh) (เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 8 พ.ค. 2542)

นายกรัฐมนตรี นายอับดุกาเดอ กามิล โมฮัมเหม็ด (Mr. Abdoukader Kamil Mohamed)

(เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 1 เม.ย. 2556)

รมว. กต. นายมาห์หมุด อาลี ยูซุฟ (Mr. Mahmoud Ali Youssouf) (เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 22 พ.ค. 2548)

วันชาติ 27 มิถุนายน

วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย 1 เมษายน 2529

หน่วยเงินตรา ฟรังก์จิบูตี (DJF) (1 บาท = 5.76 DJF) (สถานะ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2562)

ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐที่ใช้ระบบกึ่งประธานาธิบดี โดยมีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นประมุขแห่งรัฐ และฝ่ายบริหาร มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี ไม่จำกัดวาระการดำรงตำแหน่ง และมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีเป็นหัวหน้ารัฐบาล ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายอิสมาอีล โอมาร์ เกเลห์ (Ismaïl Omar Guelleh) (ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2542) และนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นายอับดุกาเดอ กามิล โมฮัมเหม็ด (Abdoulkader Kamil Mohamed) (ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2556)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 1.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทย: 455.302 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ปี 2560)

รายได้ประชาชาติต่อหัว 1,927.6 ดอลลาร์สหรัฐ (ไทย: 6,595.0 ดอลลาร์สหรัฐ) (ปี 2560)   

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 4.1 (ไทย: ร้อยละ 3.9) (ปี 2560)

เงินทุนสำรอง 556.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทย: 202.538 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ปี 2560)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 0.6 (ไทย: ร้อยละ 0.7) (ปี 2560)

ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal) ทองคำ ดิน หินแกรนิต หินอ่อน เกลือ ยิปซัม หินปูน หินภูเขาไฟ ปิโตรเลียม

อุตสาหกรรมหลัก การบริการท่าเรือ และการกระจายสินค้า

สินค้านำเข้าที่สำคัญ น้ำมันปาล์ม เครื่องยนต์ยานพานะ ก๊าสธรรมชาติ ข้าว ชิ้นส่วนรองเท้า

ตลาดนำเข้าที่สำคัญ จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินเดีย อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา

สินค้าส่งออกที่สำคัญ สินค้าโภคภัณฑ์ ปศุสัตว์ (แกะและแพะ) กาแฟ ถ่าน ก๊าสธรรมชาติ

ตลาดส่งออกที่สำคัญ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ เบลารุส

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

      จิบูตีเป็นอาณานิคมภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2510 (ค.ศ. 1967) โดยใช้ชื่อว่า ดินแดน Afars and Issas ซึ่งเป็นชื่อของกลุ่มชนพื้นเมืองในจิบูตีที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชนพื้น เมืองในเอธิโอเปีย (Afar) และโซมาเลีย (Issa)

      จิบูตีได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2520 (ค.ศ. 1977) โดยมีนาย Hassan Gouled Aptidon ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของจิบูตี นาย Aptidon ปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการ มีพรรคการเมืองพรรคเดียว คือ พรรค Rassemblement populaire pour le progrès (RPP) ซึ่งมีสมาชิกเป็นชาว Issa เท่านั้น เป็นสาเหตุให้เกิดความไม่พอใจและความขัดแย้งของสองชนเผ่า ต่อมาความขัดแย้งได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับกลุ่มต่อต้านที่ต่อมาได้จัด ตั้งพรรค Front pour la restauration de l’unité et de la démocratie (FRUD) ของชาว Afar ขึ้น

      ในเดือนธันวาคม 2537 (ค.ศ. 1994) ความขัดแย้งได้คลี่คลายลง เมื่อฝ่ายรัฐบาลได้ลงนามสันติภาพกับพรรค FRUD และให้ผู้นำพรรค FRUD เข้าดำรงตำแหน่งในรัฐสภา อย่างไรก็ตาม มีสมาชิกจำนวนหนึ่งของพรรค FRUD ไม่เห็นด้วยกับการประนีประนอมกับฝ่ายรัฐบาล ทำให้เกิดความแตกแยกในพรรค FRUD ขึ้น ในขณะเดียวกับที่พรรค RPP ได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนมากขึ้น เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลสามารถคลี่คลายความขัดแย้งได้สำเร็จ

      หลังจากนั้น ในปี 2542 (ค.ศ. 1999) รัฐบาลได้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีขึ้น โดยพรรค RPP ได้มอบหมายให้นาย Ismaïl Omar Guelleh ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีแทนนาย Aptidon ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ และนาย Guelleh ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ต่อมา ในเดือนพฤษภาคม 2544 (ค.ศ. 2001) นาย Ahmed Dini ผู้นำทางทหารของพรรค FRUD ได้ลงนามข้อตกลงสันติภาพร่วมกับฝ่ายรัฐบาล เพื่อร่วมเป็นพันธมิตรในการเลือกตั้งทั่วไปต่อไป

      ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ปี 2548 (ค.ศ. 2005) และปี 2554 (ค.ศ. 2011) พรรคการเมืองฝ่ายค้านได้คว่ำบาตร โดยไม่ส่งผู้สมัครเข้าแข่งขันในการเลือกตั้ง ส่งผลให้นาย Guelleh ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นทั้ง 2 ครั้ง และดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาจึงถึงปัจจุบันเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

      นาย Guelleh ปกครองประเทศอย่างเข้มงวดและเฉียบขาด โดยใช้ระบบอุปถัมภ์ ควบคุมรัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ และกองทัพ ปิดกั้นการเสนอข่าวของสื่ออย่างเสรี และใช้อำนาจรัฐกำจัดฝ่ายตรงข้ามอย่างเด็ดขาด สร้างความไม่พอใจแก่ฝ่ายค้านและประชาชนเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่สามารถต้านทานอำนาจของนาย Guelleh ได้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 (ค.ศ. 2011) ในช่วงเดียวกับที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบในแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง ประชาชนชาวจิบูตีประมาณ 300 คน รวมตัวประท้วงหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อคัดค้านการยกเลิกการจำกัดจำนวนวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี แต่ก็ไม่เกิดผลการเปลี่ยนแปลงแต่ประการใด

การเมืองการปกครอง

     จิบูตีมีระบบการปกครองแบบสาธารณรัฐ  โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐอยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี ระบบพรรคการเมืองแบบหลายพรรคถูกจัดตั้งขึ้นหลังจากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2535 (ค.ศ. 1992) โดยปัจจุบันมี 9 พรรคการเมือง โดยแบ่งเป็น 2 ฝ่ายหลักๆ ได้แก่ ฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดี Union pour la majorité présidentielle (UMP) และฝ่ายค้าน Union pour une alternance démocratique (UAD) ระบบการบริหารราชการแผ่นดินมีสภาเดียวคือ สภาผู้แทนราษฎร (Chamber of Deputies หรือ Chambre des Députés) ซึ่งมีสมาชิกจำนวน 65 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน มีวาระสมัยละ 5 ปี สำหรับระบบกฎหมายของจิบูตีนั้นได้รับอิทธิพลจากระบบกฎหมายของฝรั่งเศส และระบบกฎหมายอิสลาม (Sharia – Islamic Law)

      จิบูตี แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 6 เขต ได้แก่ Ali Sabieh, Arta, Dikhil, Djibouti, Oback และ Tadjourah

นโยบายต่างประเทศ

      จิบูตีดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบเป็นกลาง และมุ่งให้ความสำคัญกับทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน (โซมาเลีย เอธิโอเปีย และเอริเทรีย) ประเทศมหาอำนาจชาติตะวันตก เพื่อผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง จิบูตีให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจโลกหลังจากต้องเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และปัญหาความมั่นคงในภูมิภาคแอฟริกา เนื่องจากจิบูตีได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาความไม่สงบในโซมาเลีย และโจรสลัดโซมาเลียในอ่าวเอเดน  

      เอธิโอเปีย – จิบูตีมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับเอธิโอเปีย เนื่องจากจิบูตีเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของเอธิโอเปียและรายได้หลักของจิบูตีมาจากการเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าไปยังเอธิโอเปีย

      เอริเทรีย – ความสัมพันธ์ระหว่างจิบูตีและเอริเทรียดีขึ้น ภายหลังเอริเทรียยอมถอนทหารออกจากดินแดนข้อพิพาทกับจิบูตี ทางตอนเหนือของจิบูตี บริเวณ Cape Doumeira และ Doumeira Islands เมื่อช่วงกลางปี 2553 (ค.ศ. 2010) ตามข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่ 1862 (2009)
ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังตกลงเจรจาแบ่งเขตแดนโดยมีกาตาร์เป็นผู้ไกล่เกลี่ย

      โซมาเลีย – จิบูตีเป็นอีกประเทศที่มีบทบาทต่อปัญหาในโซมาเลีย จิบูตีเป็นผู้จัดการประชุมของกลุ่มต่าง ๆ ในโซมาเลีย เมื่อปี 2543 (ค.ศ. 2000) และเมื่อปี 2551 - 2552 (ค.ศ. 2008 - 2009) ซึ่งไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลรักษาการณ์โซมาเลีย (Transitional Federal Government-TFG) ชุดปัจจุบัน ที่มี Sheikh Sharif Sheikh Ahmed เป็นประธานาธิบดี ล่าสุด เมื่อเดือนธันวาคม 2554 (ค.ศ. 2011) จิบูตีได้ส่งกองกำลังทหารจำนวน 450 นาย เข้าร่วมภารกิจของสหภาพแอฟริกาในโซมาเลีย (African Union Mission in Somalia: AMISOM) ร่วมกับยูกันดาและบุรุนดี

      ความสัมพันธ์กับประเทศในตะวันออกกลาง – จิบูตีมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอันดีกับกลุ่มประเทศ
ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสหรัฐอาหรับอามิเรสต์ (รัฐดูไบ) ที่เข้ามาดำเนินการกิจการท่าเรือในจิบูตี และกาตาร์ที่เป็นตัวไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างจิบูตีและเอริเทรีย

      ความสัมพันธ์กับประเทศตะวันตก – จิบูตีมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา โดยฝรั่งเศสให้ความช่วยเหลือทางการเงินจำนวนมากแก่จิบูตี และมีฐานทัพอยู่ในจิบูตี รัฐบาลจิบูตีมีนโยบายชัดเจนในการต่อต้านการก่อการร้าย และตกลงให้ โดยอนุญาตให้สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น เข้ามาตั้งฐานทัพ นอกจากนี้ จิบูตียังอนุญาตให้เรือรบประเทศต่างๆ เข้ามาในเขตเดินเรือของตนเอง เพื่อปฏิบัติการลาดตระเวนปราบปรามโจรสลัดในอ่าวเอเดน และมหาสมุทรอินเดีย

      บทบาทในเวทีระหว่างประเทศ – จิบูตีเป็นสมาชิกสหภาพแอฟริกา (African Union - AU) สันนิบาตอาหรับ (the League of Arab States) องค์กรการประชุมอิสลาม (the Organization of the Islamic Conference - OIC) องค์การระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่ ใช้ภาษาฝรั่งเศส (the International Organization of Francophones - OIF) และเป็นที่ตั้งสำนักใหญ่ IGAD (Intergovernmental Authority on Development) ซึ่งเป็นองค์การด้านความร่วมมือในภูมิภาค Horn of Africa

เศรษฐกิจและสังคม

จิบูตีเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก เนื่องจากที่ตั้งของจิบูตี อยู่บนเส้นทางการเดินเรือและเป็นจุดผ่านในการขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากอ่าวอาหรับและอ่าวเปอร์เซีย ไปยังคลองสุเอซและแหลม Good Hope ของแอฟริกาใต้ ท่าเรือของจิบูตีจึงเป็นศูนย์กลางขนถ่ายสินค้าและบริการกระจายเข้าสู่ประเทศที่ไม่มีทางออกทะเลในอนุภูมิภาคแอฟริกาเหนือและตะวันออก

      เศรษฐกิจของจิบูตีพึ่งพาการให้บริการทางท่าเรือซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศโดยร้อยละ 80 ของการขนส่งสู่ท่าเรือเป็นการขนส่งสินค้าเข้า-ออกของเอธิโอเปีย นอกนั้นใช้เส้นทางรถไฟระหว่างกรุงแอดดิสอาบาบากับกรุงจิบูตี ซึ่งเป็นเพียงเส้นทางเดียวที่สินค้าและบริการสามารถเข้าสู่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเอธิโอเปีย ท่าเรือของจิบูตีเป็นจุด re-export สินค้าเข้าสู่ตลาดในแอฟริกาตะวันออก และกลุ่มประเทศตลาดร่วมแห่งภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาใต้ (Common Market for Eastern and Southern Africa - COMESA)

      จิบูตีให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบท่าเรือเป็นอย่างมาก โดยการท่าของจิบูตีได้มอบหมายให้ บริษัท Dubai Ports World (DPW) ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐบาลสหรัฐอาหรับอามิเรตส์ เพื่อบริหารท่าเรือในจิบูตี 2 แห่ง ได้แก่ Port of Djibouti ที่เมืองหลวง และ Doraleh ซึ่งอยู่ห่างจาก Port of Djibouti ประมาณ 10 กิโลเมตร โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ท่าเรือ Doraleh เป็น (1) จุดศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมแบบปลอดภาษี (2) จุดขนถ่ายสินค้า และ (3) จุดขนถ่ายน้ำมัน โดยจิบูตีหวังว่าจิบูตีเป็นจุดขนถ่ายสินค้าที่สำคัญใน Horn of Africa และต้องการยกระดับขีดความสามารถของเมืองท่าให้ทัดเทียมกับเมืองท่า Mombasa ของเคนยา ล่าสุด จิบูตี วางแผนที่เปิดท่าเรือแห่งที่สาม แต่ต้องชะลอโครงการออกไป เนื่องจากปริมาณตู้สินค้าที่ผ่านจิบูตีลดลง และปัญหาด้านการเงินของ Dubai World ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ DPW

      จิบูตีไม่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ไม่มีน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ อีกทั้งยังไม่มีดินและน้ำที่เหมาะสมต่อการเกษตรกรรม จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

ความสัมพันธ์

การตรวจลงตรา ขอรับการตรวจลงตราได้ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย

สำนักงานของไทยที่ดูแลจิบูตี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำสาธารณรัฐจิบูตี (Ms. Koran Ahmed Aouled)

สำนักงานของจิบูตีที่ดูแลไทย สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐจิบูตีประจำประเทศญี่ปุ่น

ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทยและจิบูตีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2529
ไทยมีสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมจิบูตี อียิปต์ ซูดาน และเอริเทรีย โดยนายชัยณรงค์ กีรติยุตวงศ์ ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2560

     รัฐบาลจิบูตีได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐจิบูตีประจำประเทศญี่ปุ่นมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย และได้แต่งตั้งให้นายฮงฑ์ทัย แซ่ตัน เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐจิบูตีประจำประเทศไทย

ความสัมพันธ์ทางการเมือง

      ความสัมพันธ์ด้านการเมืองระหว่างไทยกับจิบูตีดำเนินเป็นไปด้วยความราบรื่นแต่ไม่ใกล้ชิด

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

การค้า

      ในปี 2561 ไทยและจิบูตีมีปริมาณการค้ารวม 53.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคิดเป็นการส่งออก 53.77 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้า 0.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยได้ดุลทางการค้า 53.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

      สำหรับสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปจิบูตี ได้แก่ พลาสติก ตู้เย็น เหล็ก อาหารทะเลและผลิตภัณฑ์ อาหารทะเลกระป๋องแปรรูป น้ำตาลทราย และสินค้านำเข้าที่สำคัญจากจิบูตี ได้แก่ เครื่องจักรและส่วนประกอบ สัตว์มีชีวิตไม่ได้ทำพันธุ์ เครื่องใช้และเครื่องแต่งกายในบ้านเรือน เครื่องมือการแพทย์ สินแร่

      สถิติการค้าระหว่างไทย - จิบูตี (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ปี

ปริมาณการค้า

ไทยส่งออก

ไทยนำเข้า

ดุลการค้า

2551

37.20

37.04

0.16

+36.88

2552

30.33

30.28

0.04

+30.24

2553

30.75

30.69

0.06

+30.62

2554

37.85

37.82

0.03

+37.79

2555

27.15

27.07

0.08

+27.00

2556

68.35

68.19

0.16

+68.04

2557

56.75

56.60

0.16

+56.44

2558

33.20

33.18

0.02

+33.15

2559

32.42

32.42

0.01

+32.41

2560

65.73

65.71

0.02

+65.70

2561

53.83

53.77

0.06

+53.71

                  ที่มา: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

การลงทุน ไม่ปรากฏข้อมูลการลงทุนระหว่างกัน

การท่องเที่ยว ชาวจิบูตีเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยจำนวน 205 คน

ความร่วมมือด้านวิชาการ

ไทยได้ให้ความช่วยเหลือในการฝึกอบรมผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ของจิบูตีในหลายด้าน อาทิ ด้านการเกษตร การชลประทาน สาธารณสุข โดยได้เชิญผู้แทนจากจิบูตีมาเข้าร่วมการฝึกอบรมตามโครงการต่าง ๆ ที่ไทยจัดขึ้น อาทิ

       -  กิจกรรมดูงานในหัวข้อ AIDS Prevention and Problem Alleviation ที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1 - 9 กรกฎาคม 2547

       -  จัด Workshop on Comprehensive Response to HIV/AIDS Prevention Care ซึ่งรัฐบาลไทยได้จัดขึ้นสำหรับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme - UNDP) ที่กรุงไนโรบี ระหว่างวันที่ 22 - 24 มิถุนายน 2548 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการจัดการกับปัญหา HIV/AIDS

       -  รัฐบาลไทยได้จัดโครงการดูงานด้านการขจัดความยากจนให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจิบูตี จำนวน 5 คน ระหว่างวันที่ 7 - 11 พฤศจิกายน 2548

       -  จัดกิจกรรมศึกษาดูงานโครงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ระหว่างวันที่ 24 - 28 กรกฎาคม 2549 ให้แก่ฝ่ายจิบูตี

       -  จัดหลักสูตร Malaria Prevention and Control ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม - 25 มิถุนายน 2553

การเยือนที่สำคัญ

ฝ่ายไทย

       ยังไม่ปรากฏการเยือนจิบูตีของฝ่ายไทย

ฝ่ายจิบูตี

การเยือนระดับรัฐบาล

       ประธานาธิบดี

- วันที่ 26 - 29 กรกฎาคม 2547 นายอิสมาอีล โอมาร์ เกเลห์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐจิบูตี เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2547 และได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2547 ณ พระราชวังไกลกังวล

       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

- วันที่ 7 - 11 มิถุนายน 2547 นายอาลี อับดี ฟาราห์ (Ali Abdi Farah) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจิบูตี นำคณะเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ และได้พบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2547

- วันที่ 12 - 15 สิงหาคม 2551 นายมาห์หมุด อาลี ยูซุฟ (Mahmoud Ali Youssouf) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจิบูตี เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ

ความตกลงและความร่วมมือ

  • ความตกลงด้านวัฒนธรรม
    วันที่ลงนาม 28 กรกฎาคม 2547
  • ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ
    วันที่ลงนาม 28 กรกฎาคม 2547