The Arab Republic of Egypt / สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์

สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์
Arab Republic of Egypt

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

The Arab Republic of Egypt / สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ตอนเหนือสุดทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา

ทิศเหนือ ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ติดกับ รัฐอิสราเอล 

ทิศตะวันออก ติดทะเลแดง ทิศใต้ติดกับสาธารณรัฐ ซูดาน 

และทิศตะวันตก ติดกับลิเบีย

พื้นที่ ๑,๐๐๑,๔๕๐ ตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง กรุงไคโร (Cairo)

ประชากร ๘๕ ล้านคน ( ปี ๒๕๕๗) 

ภูมิอากาศ อากาศร้อนและแห้งแล้ง มีฝนตกน้อยมาก ฤดูร้อนมีอุณหภูมิ โดยเฉลี่ย ๒๗ - ๓๒ องศาเซลเซียส ฤดูหนาวมีอุณหภูมิเฉลี่ย ๒๑ องศาเซลเซียส

ภาษา ภาษาอาหรับเป็นภาษาราชการ และภาษาต่างประเทศที่ใช้ทั่วไป ได้แก่ ภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส

ศาสนา อิสลาม (สุหนี่) ร้อยละ ๙๐ คริสเตียนคอปติก และอื่น ๆ ร้อยละ ๑๐

ประธานาธิบดี นายอับดุล ฟัตตาห์ อัสซีซี (Mr. Abdel Fattah Al Sisi)

นายกรัฐมนตรี นายอิบราฮิม มะห์ลับ (Mr.lbrahim Mahlab)

รมว.กต. นายซาเมห์ ซุกรี (Mr. Sameh Shoukry)

หน่วยเงินตรา ปอนด์อียิปต์ (Egyptian Pound-EGP)

อัตราแลกเปลี่ยน ๑ ปอนด์อียิปต์ เท่ากับ ๔.๕๔ บาท (สถานะ ณ ปี ๒๕๕๘)

เงินทุนสำรอง ๑๕.๒๖ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ ๑๐.๑

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ๒๘๔.๘๖ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี ๒๕๕๗)

รายได้ประชาชาติต่อหัว ๓,๓๓๖.๖ ดอลลาร์สหรัฐ (ปี ๒๕๕๗)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ ๒.๒ (ปี ๒๕๕๗)

ระบอบการปกครอง สาธารณรัฐ ประธานาธิบดีเป็นประมุขมีวาระคราวละ ๔ ปี และมี นายกรัฐมนตรีซึ่งแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีเป็นหัวหน้ารัฐบาล

อุตสาหกรรมหลัก สิ่งทอ การแปรรูปอาหาร การท่องเที่ยว เคมีภัณฑ์ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและปิโตรเคมี การก่อสร้าง ซีเมนต์ โลหะ 

สินค้านำเข้าที่สำคัญ เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ อาหารแปรรูป เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากไม้ เชื่อเพลิง

สินค้าส่งออกที่สำคัญ น้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ฝ้าย สิ่งทอ เหล็กและเคมีภัณฑ์ 

ตลาดนำเข้าที่สำคัญ สหรัฐอเมริกา จีน อิตาลี เยอรมนี ซาอุดีฯ 

ตลาดส่งออกที่สำคัญ อิตาลี สหรัฐฯ อินเดีย สเปน ซีเรีย ซาอุดีอาระเบีย ญี่ปุ่น เยอรมนี 

อียิปต์มีรัฐสภาประกอบด้วย ๒ สภา ได้แก่ สภาประชาชน (People’s Assembly) จำนวน ๕๐๘ ที่นั่ง และสภาที่ปรึกษา (Shura Council) จำนวน ๒๗๐ ที่นั่ง ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นาย Abdel Fattah Al-Sisi และนายกรัฐมนตรีคนปัจุบัน ได้แก่ นายอิบราฮิม มาห์ลับ (Ibrahim Mahlab) 

การเมืองการปกครอง

๑. การเมืองการปกครอง

๑.๑ ปัจจุบัน อียิปต์ปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดีได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน
ดำรงตำแหน่งในวาระละ ๔ ปี ติดต่อกันได้ไม่เกิน ๒ วาระ ประธานาธิบดีแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่บริหารประเทศ รัฐสภาประกอบด้วย สภาประชาชน (People’s Assembly) ซึ่งเทียบเท่าสภาผู้แทนราษฎร
มีสมาชิก ๕๐๘ คน ดำรงตำแหน่งวาระละ ๕ ปี และสภาที่ปรึกษา (Shura Council) มีสมาชิก ๒๗๐ คน
ดำรงตำแหน่งวาระละ ๖ ปี

๑.๒ เมื่อปี ๒๕๕๔ อียิปต์ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ โดยเกิดการชุมนุมประท้วงของประชาชนเพื่อเรียกร้องให้นายฮอสนี มูบารัค (Hosni Mubarak) อดีตประธานาธิบดีซึ่งอยู่ในอำนาจ
มากว่า ๓๐ ปี ลงจากตำแหน่ง การชุมนุมเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๔ และสิ้นสุดลงเมื่อวันที่
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ โดยนายมูบารัค ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีและโอนอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินชั่วคราวให้สภาสูงสุดแห่งกองทัพอียิปต์ (Supreme Council of the Armed Force)
ซึ่งมีนายพลมูฮัมหมัด ตันตาวี (Mohamed Tantawi) เป็นประธาน

๑.๓ จากนั้น อียิปต์ได้วางแผนปฏิรูปการเมืองเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
และจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยนายมูฮัมหมัด มุรซีย์ (Mohamed Morsy) ได้รับชัยชนะและได้เข้า
รับตำแหน่งเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๕

๑.๔ ในระยะ ๑ ปี ของการบริหารประเทศ แม้รัฐบาลของนายมุร์ซีย์จะดำเนินการตามแผนปฏิรูปการเมืองเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ยังประสบปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างกลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะระหว่างนายมุรซีย์ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง กับกองทัพอียิปต์ซึ่งมีอิทธิพลและเป็นกลุ่มอำนาจเก่า และความไม่พอใจของประชาชนนับล้านคนต่อการบริหารประเทศของนายมุรซีย์ ทำให้มีเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงของกลุ่มต่าง ๆ บ่อยครั้ง จนในที่สุดได้เกิดการปะทะอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุน (Muslim Brotherhood) กับกลุ่มต่อต้านนายมุร์ซีย์ จนเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖
กองทัพอียิปต์ได้เข้าควบคุมสถานการณ์โดยปลดนายมุร์ซีย์ออกจากตำแหน่งและควบคุมตัวนายมุรซีย์ตลอดจนแกนนำกลุ่ม Muslim Brotherhood และได้มีการแต่งตั้งนายอัดลีย์ มันศูร์ (Adly Mansour)
อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานาธิบดีรักษาการเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖

๑.๕ รัฐบาลรักษาการภายใต้การนำของนายมันศูร์มีนโยบายเร่งสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพกลับคืนสู่อียิปต์โดยเร็ว พร้อมทั้งได้กำหนดแผน (roadmap) การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การจัดการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา และการเลือกตั้งประธานาธิบดีให้เสร็จภายใน ๙ เดือน (ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๗) 

เศรษฐกิจและสังคม

๑. เศรษฐกิจ

๑.ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของอียิปต์ ในปี ๒๕๕๖ ประกอบด้วยสามส่วนหลัก ได้แก่
ภาคการเกษตร (ร้อยละ ๑๔.๕) ภาคอุตสาหกรรม (ร้อยละ ๓๗.๕) และภาคบริการ (ร้อยละ ๔๘)
โดยรายได้หลักของอียิปต์มาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การเก็บค่าธรรมเนียมการให้บริการเดินเรือผ่านคลองสุเอซ (Suez Canal) การผลิตน้ำมัน การส่งรายได้จากแรงงานอียิปต์ในต่างประเทศ และเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ

๒. ในปี ๒๕๔๑ อียิปต์ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกตลาดร่วมแอฟริกาตะวันออกและใต้ (Common Market for Eastern and Southern Africa – COMESA) เพื่อขยายตลาดสินค้าอียิปต์ในแอฟริกา ต่อมาในปี ๒๕๔๔ อียิปต์ได้ทำความตกลง Euro – Mediterranean Association Agreement กับสหภาพยุโรป (European Union – EU) เพื่อเพิ่มความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรปในด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ การเงิน สังคม วัฒนธรรม และการกงสุล เพื่อเป็นพื้นฐานของการจัดตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างยุโรปกับอียิปต์ต่อไปในอนาคต

๓. ตลาดส่งออกของอียิปต์ที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อิตาลี สเปน อินเดีย ซาอุดีอาระเบีย ซีเรีย ฝรั่งเศส และเกาหลีใต้ ส่วนประเทศผู้ส่งออกมายังอียิปต์ที่สำคัญ คือ สหรัฐอเมริกา จีน เยอรมนี อิตาลี และตุรกี ทั้งนี้ อียิปต์สนใจขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนกับประเทศในทวีปเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะกับจีน อินเดีย สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ โดยในการประชุมจีน – แอฟริกา (Sino – African Summit) เมื่อปี ๒๕๔๙ ที่ประเทศจีน อียิปต์ได้ลงนามความตกลงในด้านความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและด้านวิชาการกับจีนรวม ๙ ฉบับ

๔. ปัญหาทางเศรษฐกิจของอียิปต์ที่สำคัญ คือ ปัญหาหนี้ต่างประเทศ (ประมาณ ๓๘.๔ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี ๒๕๕๖) อัตราเงินเฟ้อที่สูงร้อยละ ๙ (ปี ๒๕๕๖) การว่างงานประมาณร้อยละ ๑๓.๔ (ปี ๒๕๕๖) ความยากจน และการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งกลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่สร้างความไม่พอใจของประชาชนจนนำไปสู่การประท้วงที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของอียิปต์ อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกระทบต่อสภาวะทางเศรษฐกิจของอียิปต์ โดยเฉพาะต่อแหล่งรายได้เงินตราต่างประเทศ นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่น การลงทุนจากต่างประเทศลดลง เกิดการไหลออกของเงินทุน ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง

๕. รัฐบาลรักษาการในปัจจุบันได้พยายามแก้ไขปัญหาพื้นฐานของประชาชนด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๖ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเงินจำนวน ๒๒.๓ พันล้านปอนด์อียิปต์
เพื่อการลงทุนในโครงการต่าง ๆ อันเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและลดปัญหาการว่างงานของประชาชน รวมทั้งการรับความช่วยเหลือจากต่างชาติ และการใช้นโยบายมัธยัสถ์ในทางการคลังอีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนั้นรัฐบาลรักษาการยังพยายามเพิ่มความมั่นคงในพื้นที่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง


ความสัมพันธ์

๑. ความสัมพันธ์ทั่วไป

๑.๑ การทูต

ประเทศไทยกับสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๔๙๗ (ค.ศ. ๑๙๕๔) อียิปต์นับเป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศอาหรับที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอียิปต์ ดำเนินมาอย่างราบรื่นและก้าวหน้ามาตามลำดับ ต่างฝ่ายไม่มีปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างกัน และสนับสนุนกันในเวทีระหว่างประเทศและความร่วมมือในระดับภูมิภาค

ไทยกับอียิปต์มีกลไกความร่วมมือระดับทวิภาคี คือ การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย – อียิปต์ (Thai – Egyptian Joint Commission) ซึ่งได้จัดขึ้นแล้วสองครั้ง เมื่อปี ๒๕๔๖ และปี ๒๕๔๙ ตามลำดับ ไทยกับอียิปต์ได้ขยายความร่วมมือระหว่างกัน อาทิ ความร่วมมือด้านข่าวกรอง การผลักดันให้แต่ละฝ่ายเป็นประตูทางธุรกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความร่วมมือทางราชการ

ในระดับพหุภาคี ทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือเป็นอย่างดีในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งในองค์การสหประชาชาติ รวมทั้งในระดับภูมิภาค เช่น ในเวทีกรอบความร่วมมือเอเชีย – ตะวันออกกลาง
(Middle East Dialogue – AMED) ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๓

๑.๒ เศรษฐกิจการค้า

ในปี ๒๕๕๕ ไทยกับอียิปต์มีมูลค่าการค้ารวม ๑,๐๐๙.๒ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก ๙๖๔ ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า ๔๕.๒ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า ๙๑๘.๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่าการค้าขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒.๗

สินค้าส่งออกของไทยที่สำคัญ ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เครื่องซักผ้าและ
เครื่องซักแห้ง ด้ายและเส้นใยประดิษฐ์ ยางพารา

สินค้านำเข้าจากอียิปต์ที่สำคัญ ได้แก่ ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืช ด้ายและเส้นใย เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ผ้าผืน เสื้อผ้าสำเร็จรูป สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ

๑.๓ การศึกษาและการฝึกอบรม

อียิปต์เป็นศูนย์กลางการศึกษาซึ่งเป็นที่นิยมของนักศึกษาไทยมุสลิม ปัจจุบันมหาวิทยาลัย ของไทยหลายแห่งมีโครงการความร่วมมือด้านการศึกษากับมหาวิทยาลัยอัล อัซฮัร มหาวิทยาลัยไคโร
(Cairo University) และมหาวิทยาลัย ๖ ตุลาคม (6th October University) ของอียิปต์ โดยมีความร่วมมือหลักในด้านวิชาการและการส่งอาจารย์จากอียิปต์มาทำการสอนในมหาวิทยาลัยของไทย

ปัจจุบัน มีนักศึกษาไทยมุสลิมซึ่งกำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยอัล อัซฮัร ประมาณ ๒,๐๐๐ คน
โดยในแต่ละปี มหาวิทยาลัยอัล อัซฮัร ได้ให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาไทยมุสลิมปีละ ๘๐ ทุน นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยอัล อัซฮัร ยังได้ส่งครูมาสอนในโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามหลายแห่งในไทยมาเป็นเวลากว่า ๒๐ ปีแล้ว ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ถึงปัจจุบัน ไทยได้บริจาคเงินปีละ ๑ ล้านบาท ให้แก่มหาวิทยาลัยอัล อัซฮัร เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของนักศึกษาไทยด้วย

ขณะเดียวกัน ไทยได้ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่อียิปต์ในหลายสาขา อาทิ การจัดอบรมหลักสูตรด้านการท่องเที่ยว การบริหารธุรกิจการส่งออก การบริหารจัดการลุ่มน้ำและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

๑.๔ นโยบายต่างประเทศ

อียิปต์มีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ เช่น เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด 
(Non Aligned Movement – NAM) มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง เป็นต้น นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นประเทศที่สำคัญของทั้งโลกอาหรับ ภูมิภาคตะวันออกกลางและภูมิภาคแอฟริกา ตลอดจนเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกาด้วย

อียิปต์เป็นประเทศอาหรับประเทศแรกที่ลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพกับอิสราเอลเมื่อปี ๒๕๒๒ ส่งผลให้ถูกขับออกจากการเป็นสมาชิกสันนิบาตอาหรับ (League of Arab States หรือ Arab League) อย่างไรก็ดี เมื่อนายมูบารัคขึ้นเป็นประธานาธิบดีในปี ๒๕๒๕ ก็ได้พยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับโลกอาหรับและสันนิบาตอาหรับ เช่น การสนับสนุนปาเลสไตน์ การสนับสนุนอิรักในสงครามระหว่างอิรักกับอิหร่าน 
การสนับสนุนคูเวตเมื่อถูกอิรักยึดครอง เป็นต้น ทำให้สันนิบาตอาหรับรับอียิปต์กลับเข้าเป็นสมาชิก 
ในปี ๒๕๓๗

ประธานาธิบดีมูบารัคมีบทบาทสำคัญในการประสานสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มประเทศอาหรับ อาทิ การประสานการเจรจาระหว่างผู้นำปาเลสไตน์กับอิสราเอล และการแก้ไขปัญหาตะวันออกกลาง มีนโยบายสนับสนุนการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์เป็นรัฐเอกราช การสนับสนุนกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ของปาเลสไตน์ให้มีความเป็นเอกภาพ การเรียกร้องให้นานาชาติติดตามสอดส่องการพัฒนาสะสมอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงของอิสราเอล และได้เรียกร้องให้ตะวันออกกลางเป็นเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ รวมทั้งการแก้ไขปัญหา 
กรณีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านด้วยสันติวิธี

อียิปต์เป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ให้เงินช่วยเหลือแก่อียิปต์ปีละประมาณ ๑.๕ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ความช่วยเหลือทางทหาร ความช่วยเหลือทางเทคนิค 
และวิชาการ ตลอดจนความช่วยเหลือเพื่อการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ นับเป็นประเทศที่ได้รับเงินช่วยเหลือ 
จากสหรัฐอเมริกามากเป็นอันดับที่ ๒ รองจากอิสราเอล อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ สหรัฐอเมริกาได้ชะลอความช่วยเหลือด้านอาวุธและเงินช่วยเหลือจำนวน ๒๖๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอียิปต์แสดงท่าทีที่ไม่พอใจต่อการตัดสินใจในครั้งนี้ของสหรัฐอเมริกา

รัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของนาย Abdel Fattah Al Sisi ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากกลุ่มประเทศรัฐอ่าวอาหรับ อาทิ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต โดยทั้งสามประเทศให้เงินช่วยเหลือแก่รัฐบาลอียิปต์ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ แสดงให้เห็นถึงระดับความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างอียิปต์กับประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคตะวันออกกลาง

๒.ความตกลงที่สำคัญกับไทย

ความตกลงที่ได้ลงนามไปแล้ว

๒.๑ ความตกลงทางการค้าไทย – อียิปต์ (ลงนามเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๒๗)

๒.๒ หนังสือแลกเปลี่ยน (Exchange of Note) เพื่อจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ
ทวิภาคีไทย – อียิปต์ (Thai – Egyptian Joint Commission) (ลงนามเมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๓๒)

๒.๓ ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓)

๒.๔ พิธีสารว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทยกับ กระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ (ลงนามเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๔๖)

๒.๕ ความตกลงว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้และจากทุน (ลงนามเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๙)

๒.๖ บันทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการของกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทยและสถาบันการทูตศึกษาของกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๐)

ความตกลงที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาจัดทำ

๒.๗ ความตกลงเพื่อความร่วมมือและการพัฒนา (อยู่ระหว่างการจัดให้มีการลงนาม)

๒.๘ ร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในสาขาการต่อต้านอาชญากรรม

๒.๙ ร่างความบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว

๒.๑๐ ร่างความบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุข

๒.๑๑ ร่างความบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ

๒.๑๒ ร่างแผนปฏิบัติการว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม

๓. การเยือนที่สำคัญ

๓.๑ ฝ่ายไทย

พระราชวงศ์

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

- เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๓๑ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

- วันที่ ๑๗ – ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๐ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

- เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๓๓ และเดือนมกราคม ๒๕๓๖ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการ

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

- เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๔๘ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ เสด็จเยือนอียิปต์เป็นการส่วนพระองค์

รัฐบาล

นายกรัฐมนตรี / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

- เดือนมีนาคม ๒๕๓๐ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนอียิปต์

อย่างเป็นทางการ

- ปี ๒๕๔๒ นายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรี เดินทางเยือนอียิปต์เพื่อเข้าร่วมประชุมศาสนาอิสลาม

- วันที่ ๒๙ – ๓๐ มกราคม ๒๕๔๖ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ เดินทางเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการ และเป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการ
ร่วมไทย – อียิปต์ ครั้งที่ ๑

- วันที่ ๒๘ – ๓๐ มกราคม ๒๕๔๙ นายกันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ เดินทางเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการ และเป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการ ร่วมไทย – อียิปต์ ครั้งที่ ๒

- วันที่ ๑๗ – ๑๘ เมษายน ๒๕๕๐ นายสวนิต คงสิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการ

- วันที่ ๑๕ – ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

เข้าร่วมการประชุมกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ครั้งที่ ๑๕ ซึ่งอียิปต์เป็นเจ้าภาพ

- วันที่ ๒๐-๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการ

๓.๒ ฝ่ายอียิปต์

รัฐบาล

- ปี ๒๕๓๙ นายอัมร์ มูซา (Amr Moussa) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอียิปต์
เยือนไทย

- วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ – ๒ มีนาคม ๒๕๔๗ เชคอะห์หมัด อัล ตอยยิบ (Sheikh Ahmed
Al-Tayeb) อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัล อัซฮัร เยือนไทย ในฐานะแขกของรัฐบาล

- วันที่ ๑๓ – ๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ นายเอสซาด ซาอัด (Ezzat Saad) ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอียิปต์ ฝ่ายกิจการเอเชีย เดินทางเยือนไทย ในฐานะแขกของกระทรวง การต่างประเทศ

- วันที่ ๒๓ – ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๐ นายมูฮัมหมัด ซัยยิด ตันตาวี (Dr. Muhammad Sayid Tantawy) ผู้นำสูงสุดทางศาสนาอิสลามของอียิปต์ (Grand Imam of Al Azhar) ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่านายกรัฐมนตรีเยือนไทย ในฐานะแขกของรัฐบาล

ความตกลงและความร่วมมือ

  • พิธีสารว่าด้วยการหารือและความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย-อียิปต์
    วันที่ลงนาม 30 มกราคม 2546
  • ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์เพื่อการส่งเสริมและการคุ้มครองการลงทุน
    วันที่ลงนาม 18 กุมภาพันธ์ 2543
  • หนังสือแลกเปลี่ยนระหว่างกันว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-อียิปต์
    วันที่ลงนาม 04 กันยายน 2532
  • หนังสือแลกเปลี่ยนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับอียิปต์
    วันที่ลงนาม 24 มีนาคม 2531
  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาราจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์
    วันที่ลงนาม 08 มีนาคม 2530