สมาคมความร่วมมือแห่งภูมิภาคเอเชียใต้ (South Asian Association for Regional Cooperation-SAARC)

ข้อมูลทั่วไป

         SAARC ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 8 ธันวาคม 1985 โดยความริเริ่มของอดีตประธานาธิบดี Ziaur Rahman แห่งบังกลาเทศ   ปัจจุบันมีสมาชิก 7 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ  ภูฏาน  อินเดีย  มัลดีฟส์  เนปาล  ปากีสถาน  ศรีลังกา  อัฟกานิสถาน  และผู้สังเกตการณ์ 8 ประเทศ และ 1 องค์การระหว่างประเทศ คือ  จีน  สหรัฐอเมริกา  ญี่ปุ่น  ออสเตรเลีย  มอริเชียส  เมียนมาร์  เกาหลีใต้  อิหร่าน  และสหภาพยุโรป     
    
         เป็นองค์การความร่วมมือหลากสาขาระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ เพื่อทำให้ประชาชนในภูมิภาคสามารถยืนหยัดได้อย่างมีศักดิ์ศรีทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม  ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน และสร้างความร่วมมือกับเวทีระหว่างประเทศอื่น ๆ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน   ซึ่งอาจเทียบเคียงได้กับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations – ASEAN)


สาขาความร่วมมือ

         SAARC มีสาขาความร่วมมือรวม 16 สาขา ได้แก่  1.การเกษตรและชุมชนชนบท 2.เทคโนโลยีชีวภาพ 3.วัฒนธรรม  4.เศรษฐกิจและการค้า  5.การศึกษา  6.พลังงาน  7.สิ่งแวดล้อม  8.การเงิน  9.กองทุน 10.สารสนเทศและการสื่อสาร  11.ปฏิสัมพันธ์ระดับประชาชน  12.การบรรเทาความยากจน  13.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  14.ความมั่นคง  15.การพัฒนาสังคม  และ 16.การท่องเที่ยว


โครงสร้างองค์การ

  1. Council of Minister (CoM) ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิก มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย  และขอบเขตเนื้อหาความร่วมมือ  ติดตามความคืบหน้าและจัดตั้งหน่วยงานและกลไกต่าง ๆ รวมไปถึงอำนาจการตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันขององค์การ SAARC
  2. Standing committee มีองค์ประกอบจาก Foreign Secretary ของประเทศสมาชิก ทำหน้าที่ดำเนินนโยบายที่เกี่ยวข้องกับโครงการความร่วมมือต่าง ๆ  เห็นชอบและอนุมัติโครงการ  สำรวจประเด็นความร่วมมือในสาขาใหม่ ๆ และจัดทำรายงานเสนอต่อการประชุมระดับรัฐมนตรี
  3. Technical Committee มีองค์ประกอบจากผู้แทนของประเทศสมาชิกเพื่อประสานความร่วมมือและติดตามผลในโครงการเฉพาะด้าน (Sectoral Programme) อาทิ  การเกษตรและชุมชนชนบท   สาธารณสุขและงานประชากร  วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  4. SAARC Secretariat สำนักเลขาธิการ ทำหน้าที่บริหารและทบทวนติดตามกิจกรรมองค์การ  ทั้งอำนวยความสะดวกให้กับประเทศสมาชิกและองค์การ SAARC  โดยมีเลขาธิการ (Secretary-General) คนปัจจุบัน คือ H.E. Mr. Ahmed Saleem จากมัลดีฟส์  และมี Director จากผู้แทนประเทศสมาชิกทั้ง 8 ประเทศเป็นผู้ช่วยเลขาธิการ
  5. Working Groups (WG) เป็นคณะทำงานเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพขององค์การ โดยมีบทบาทส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นที่ตนรับผิดชอบ และปฏิบัติงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากองค์กรระดับสูงของ SAARC ปัจจุบันคณะทำงานของ SAARC มี 4 ชุด ใน 4 สาขา คือ 1.เทคโนโลยีชีวภาพ  2.พลังงาน  3.เทคโนโลยีสารสนเทศ และ 4.การท่องเที่ยว 


การดำเนินงานสำคัญและพัฒนาการล่าสุด

         ปัจจุบันองค์การ SAARC ได้กำหนดเป้าหมายทศวรรษ (Designated SAARC Decade) เป็นลู่ทางการดำเนินงานขององค์การ คือ  1.SAARC Decade of the Girl Child ช่วงปี 1991-2000   2.SAARC Decade of the Rights of the Child ช่วงปี 2001-2010  และปัจจุบัน คือ SAARC Decade of Poverty Alleviation ช่วงปี 2006-2015
         สำหรับการประชุมสุดยอด SAARC ครั้งที่ 12  ณ กรุงอิสลามาบัด ได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการ Independent South Asian Commission on Poverty Alleviation (ISACPA) เพื่อศึกษาและจัดทำแผนกลยุทธ์ และได้บรรลุเป็น SAARC Development Goals (SDGs) ปี 2007-2012 ที่ปรับใช้จากเป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษ (Millennium Development Goals: MDGs) ของสหประชาชาติ  โดยแผนแม่บทนี้มีเป้าหมายการพัฒนา 22 ประการ ใน 4 กลุ่ม ได้แก่
  1. Livelihood SDGs 
  2. Health SDGs 
  3. Education SDGs  และ
  4. Environment SDGs
         ทั้งนี้ ในปี 2010 ได้มีการประชุมสุดยอด SAARC ครั้งที่ 16 ที่กรุงทิมพู ในหัวข้อหลัก  ได้แก่ Towards a Green and Happy South Asia  ที่ประชุมได้รับรองปฏิญญาผู้นำ SAARC ครั้งที่ 16 และแถลงการณ์ทิมพูว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  รวมทั้งการผลักดันความตกลงการค้าเสรีเอเชียใต้ (SAFTA) และการค้าการบริการ (SAARC Agreement on Trade in Service) ด้วย

        และการประชุมสุดยอด SAARC ครั้งที่ 17 ที่ประเทศมัลดีฟส์ ในปี 2011 ได้กำหนดหัวข้อหลัก คือ Building Bridges ว่าด้วยการเชื่อมโยงเข้าหากัน (connectivity) ทั่วภูมิภาคทั้งการพัฒนาทางกายภาพและความสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อลดช่องว่างจากความหลากหลายในภูมิภาคทั้งมิติของระดับการพัฒนา  ระดับทางเศรษฐกิจ  มิติทางสังคม ชาติพันธุ์  ทั้งนี้ การประชุมสุดยอด SAARC Summit ครั้งที่ 18 จะมีขึ้นในปี 2013 โดยประเทศเนปาลเป็นเจ้าภาพ




*****************



กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา
ธันวาคม 2556