สหภาพแอฟริกา (African Union-AU)

       

C:\Users\Lamur\Desktop\African-Union.png


ข้อมูลทั่วไป

         สหภาพแอฟริกา (African Union: AU) เป็นองค์การระหว่างประเทศในทวีปแอฟริกา ซึ่งพัฒนามาจากองค์การเอกภาพแอฟริกา (Organization of African Unity: OAU) โดยประมุขแห่งรัฐและหัวหน้ารัฐบาลได้ออกปฏิญญา Sirte Declaration เมื่อ 9 กันยายน 1999 และก่อตั้งองค์การเมื่อปี 2002 โดยปรับปรุงกฎบัตรเดิมขององค์การเอกภาพแอฟริกาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อเร่งให้เกิดการหลอมรวมภายในทวีปแอฟริกา ให้มีความเข้มแข็งและมีบทบาททั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองระหว่างประเทศ

            สหภาพแอฟริกามีประเทศสมาชิกทั้งหมด 54 ประเทศ ทั้งนี้ โมร็อกโก ได้ถอนตัวออกตั้งแต่ครั้งสมัยองค์การ OAU ในปี 1984 ขณะที่กินีบิสเซา และมาดากัสการ์ อยู่ในระหว่างการคว่ำบาตรของสหภาพ ทั้งนี้ สหภาพแอฟริกาได้รับเซาท์ซูดานเข้าเป็นสมาชิกล่าสุดลำดับที่ 54 เมื่อ 15 สิงหาคม 2011

สหภาพแอฟริกามีวัตถุประสงค์ คือ

  1. เพื่อบรรลุความสำเร็จในการสร้างความเป็นเอกภาพ ภราดรภาพระหว่างประเทศและประชาชนในแอฟริกา รวมทั้งเร่งการรวมตัวทั้งด้านสังคมและการเมืองภายในทวีป
  2. เพื่อปกป้องและส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันของทวีปและชาวแอฟริกา
  3. เพื่อส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพภายในประเทศ
  4. เพื่อส่งเสริมบทบาทของแอฟริกาที่เหมาะสมในระบอบเศรษฐกิจโลก
  5. เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างแอฟริกากับประชาคมโลก
  6. เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
  7. เพื่อสร้างความก้าวหน้าในการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน
  8. เพื่อมีส่วนร่วมแบบหุ้นส่วนระดับนานาชาติในด้านสุขอนามัย

โครงสร้างองค์การ

ประธานสหภาพแอฟริกา (Chairperson of the AU) คนปัจจุบัน คือ H.E. Mr. Hailemariam Desalegn นายกรัฐมนตรีเอธิโอเปีย

สหภาพแอฟริกามีโครงสร้างการบริหารองค์การแบ่งเป็น 10 ส่วน คือ

1. สมัชชาใหญ่ (The Assembly of the Union) เป็นองค์กรสูงสุดของสหภาพแอฟริกา เป็นที่ประชุมของประมุขแห่งรัฐ หัวหน้ารัฐบาลหรือคณะผู้แทนที่ได้รับการแต่งตั้ง ของประเทศสมาชิกสหภาพแอฟริกา มีอำนาจในการพิจารณาและกำหนดนโยบายของสหภาพที่ส่งผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก ติดตามและเร่งรัดความร่วมมือต่าง ๆ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ให้แนวนโยบายแก่สภาบริหาร (The Executive Council) รวมถึงมีอำนาจแทรกแซงกิจการภายใน การคว่ำบาตรประเทศสมาชิกในสถานการณ์ไม่ปกติ หรือเพื่อรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพและความมั่นคง นอกจากนี้ยังมีอำนาจแต่งตั้งประธานและรองประธานสหภาพแอฟริกา การแต่งตั้งคณะผู้พิพากษาศาลยุติธรรมและอนุมัติงบประมาณของสหภาพ

2. สภาบริหาร (The Executive Council)ประกอบด้วยคณะรัฐมนตรีหรือคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลประเทศสมาชิก ปฏิบัติภารกิจต่อสมัชชาใหญ่ของสหภาพ รวมถึงประสานงาน รับ ทบทวนติดตามการปฏิบัตินโยบายจากสมัชชาใหญ่ นอกจากนี้ สภาบริหารยังมีหน้าที่จัดเตรียมการประชุมสมัชชาใหญ่ และประสานความร่วมมือระหว่างสหภาพแอฟริกากับหน่วยงานอื่น เช่น African Development Bank (AfDB) African Institutions and the United Nations Economic Commission for Africa (UNECA) เป็นต้น

3. สภาแห่งแอฟริกา (The Pan-African Parliament: PAP)ประเทศสมาชิกได้ลงนามจัดตั้งสภาแห่งแอฟริกา ที่ทำการสภาตั้งอยู่ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ มีอำนาจให้คำปรึกษาและข้อแนะนำเชิงนโยบายแก่สหภาพ รวมถึงประสานงานระหว่างสหภาพกับรัฐบาลประเทศสมาชิก ทั้งนี้ สภาแห่งแอฟริกาได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนชาวแอฟริกาได้มีส่วนร่วมในธรรมาภิบาล การพัฒนา และการรวมตัวทางเศรษฐกิจในทวีป โดยสมาชิกสภาจะมาจากการเลือกตั้ง รวม 230 ตำแหน่ง ประธานสภาแห่งแอฟริกา (President of the Pan-African Parliament) คนปัจจุบัน คือ นาย Hon. Bethel Nnaemeka Amadi จากประเทศไนจีเรีย

4. ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งแอฟริกา (The African Court on Human and Peoples’ Rights)ก่อตั้งขึ้นตามพิธีสาร Protocol to the African Charter on Human and Peoples’ Rights on the Establishment of an African Court on Human and Peoples’ Rights ซึ่งประเทศสมาชิกองค์การ OAU ขณะนั้น ลงนามเมื่อเดือนมิถุนายน 1998 และมีผลบังคับใช้เมื่อ 25 มกราคม 2004 โดยมีประเทศที่ลงนามและให้สัตยาบันต่อพิธีสารแล้ว 24 ประเทศ ประเทศที่ยังไม่ได้ให้สัตยาบัน 25 ประเทศ และประเทศที่ไม่ได้ลงนามในพิธีสาร 5 ประเทศ ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งแอฟริกาก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นกลไกการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและบุคคล (Human and Peoples’ Rights) ของประชาชนในแอฟริกา มีองค์คณะผู้พิพากษา 11 คน จากชาติสมาชิกสหภาพแอฟริกา มีอำนาจหน้าที่พิจารณาไต่สวนคดีความและข้อพิพาทที่เกี่ยวกับปัญหาการปรับใช้ African Charter on Human and Peoples’ Rights

5. คณะกรรมาธิการสหภาพแอฟริกา (The African Union Commission: AUC)เป็นองค์กรกลางที่รับผิดชอบงานบริหารของสหภาพแอฟริกา มีสถานะเป็นผู้แทนของสหภาพแอฟริกา ทำหน้าที่ จัดเตรียมแผนยุทธศาสตร์และงานศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้สภาบริหาร (The Executive Council) พิจารณา รวมถึงร่างบทบาทและท่าที ประสานนโยบายของสหภาพ คณะกรรมาธิการประกอบด้วยประธานคนปัจจุบัน คือ H.E. Dr. Nkosazana Dlamini-Zuma นักการทูตจากประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการสตรีคนแรกของสหภาพแอฟริกา รองประธานคนปัจจุบัน คือ Mr. Erastus Mwencha โดยมีกรรมาธิการ 8 ด้าน ได้แก่

  1. ด้านสันติภาพและความมั่นคง (Peace and Security)
  2. ด้านงานการเมือง (Political Affairs)
  3. ด้านสาธารณูปโภคและกิจการพลังงาน (Infrastructure and Energy)
  4. ด้านงานสังคม (Social Affairs)
  5. ด้านทรัพยากรมนุษย์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Human Resources, Science and Technology)
  6. ด้านการค้าและอุตสาหกรรม (Trade and Industry)
  7. ด้านเศรษฐกิจชนบทและเกษตรกรรม (Rural Economy and Agriculture)
  8. ด้านงานเศรษฐกิจ (Economic Affairs)

และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในแต่ละด้าน ทั้งนี้ กรรมาธิการแต่ละด้านจะรับผิดชอบและจัดทำรายงาน (Portfolios) ในด้านของตน

6. คณะกรรมการผู้แทนถาวร (The Permanent Representatives’ Committee) ประกอบด้วยผู้แทนถาวรของประเทศสมาชิกประจำสหภาพ ทำหน้าที่รับผิดชอบ ให้คำปรึกษา และจัดเตรียมงานของสภาบริหาร (Executive Council) อำนวยความสะดวกในการประสานงานระหว่างประเทศสมาชิกกับคณะกรรมาธิการ (Commission) พิจารณาโครงการและงบประมาณของคณะกรรมาธิการ รวมไปถึงการแผนงานและกิจกรรมของสหภาพแอฟริกา

7. คณะกรรมการเทคนิคเฉพาะทาง (The Specialized Technical Committee) ประกอบด้วยรัฐมนตรีหรือคณะเจ้าหน้าที่อาวุโสที่รับผิดชอบงานเฉพาะด้านที่เชี่ยวชาญ ทำหน้าที่จัดเตรียมโครงการของสหภาพและนำเสนอโครงการต่อสภาบริหาร (Executive Council) รวมไปถึงให้คำแนะนำ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัตินโยบายของหน่วยงานภายใต้สหภาพ ปัจจุบัน คณะกรรมการเทคนิคเฉพาะทางมี 7 คณะ ตาม Constitutive Act ได้แก่

  1. The Committee on Rural Economy and Agriculture Matters
  2. The Committee on Monetary and Financial Affairs
  3. The Committee on Trade, Customs and Immigration Matters
  4. The Committee on Industry, Science and Technology, Energy, Natural Resources and Environment
  5. The Committee on Transport, Communications and Tourism
  6. The Committee on Health, Labour and Social Affairs
  7. The Committee on Education, Culture and Human Resources

8. คณะกรรมการเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (The Economic, Social and Culture Council: ECOSOCC) เป็นหน่วยงานที่ปรึกษาของสหภาพแอฟริกา ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญของประเทศสมาชิกในสาขาต่าง ๆ ของสังคมศาสตร์ มีฐานะเป็นองค์กรให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะแก่สหภาพแอฟริกา รวมถึงศึกษาประเด็นต่าง ๆ ตามที่ได้รับการร้องขอจากองค์กรภายในสหภาพแอฟริกา ให้การสนับสนุนบทบาทของสหภาพแอฟริกาตามหลักการ Pan-African Values

9. สภาสันติภาพและความมั่นคง (Peace and Security Council: PSC)จัดตั้งขึ้นตามพิธิสาร The Protocol Relating to the Peace and Security Council (PSC) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 26 ธันวาคม 2003 มีภารกิจเกี่ยวกับการรักษาสันติภาพและการแทรกแซงประเทศสมาชิกในสถานการณ์ไม่ปกติ เช่น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ภาวะสงคราม ฯลฯ รวมไปถึงการสนับสนุนผลักดันสันติภาพ ความมั่นคงและเสถียรภาพในแอฟริกา

10. สถาบันทางการเงิน (The Financial Institutions)ประกอบด้วยองค์กรทางการเงิน 3 สถาบัน เพื่อให้การสนับสนุนการค้าภายในภูมิภาคแอฟริกา ประกอบด้วย

  1. The African Central Bank (ACB) เพื่อสร้างนโยบายร่วมทางการเงินและการสร้างสกุลเงินแอฟริกา (African Currency) เพื่อกระตุ้นการบูรณาการทางเศรษฐกิจในแอฟริกา
  2. The African Monetary Fund (AMF) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการรวมตัวทางเศรษฐกิจแอฟริกา การขจัดอุปสรรคทางการค้าต่าง ๆ และยกระดับการบูรณาการทางการเงิน
  3. The African Investment Bank (AIB) เพื่อสนับสนุนเงินช่วยเหลือการพัฒนาและกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก รวมไปถึงเพื่อเร่งให้เกิดการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

การดำเนินงานและพัฒนาการล่าสุด

การปฏิรูปองค์การเอกภาพแอฟริกา (OAU) สหภาพแอฟริกา (African Union: AU) แต่เดิมคือองค์การเอกภาพแอฟริกา (Organization of African Unity: OAU) ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศที่มีจุดมุ่งหมายในการขจัดการแบ่งแยกสีผิวและระบอบอาณานิคม ส่งเสริมสันติภาพ บูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของประเทศต่าง ๆ ในทวีปแอฟริกา ส่งเสริมความร่วมมือกับประชาคมโลกตามกรอบความร่วมมือแห่งสหประชาชาติ ผ่านการจัดประชุม (forum) ระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อหาจุดยืนและผลประโยชน์ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ในการประชุมสมัยวิสามัญ (The Sirte Extraordinary Session) ปี 1999 ที่ประชุมใหญ่ (The Assembly) ขององค์การได้ลงมติให้เร่งบูรณาการทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในทวีป และปฏิรูปองค์การ OAU เป็นสหภาพแอฟริกา จากนั้นจึงมีการจัดประชุมสุดยอดอีก 3 ครั้งโดยลำดับเพื่อเปลี่ยนผ่านองค์การเอกภาพแอฟริกาไปสู่สหภาพแอฟริกาในปัจจุบัน ได้แก่

  • The Lome Summit ปี 2000 ซึ่งที่ประชุมได้รับรอง Constitutive Act of the Union
  • The Lusaka Summit ปี 2001 ซึ่งที่ประชุมได้วางแผนแม่บท (road map for implementation) การก่อตั้งสหภาพแอฟริกา
  • The Durban Summit ปี 2002 ที่ประชุมประกาศก่อตั้งสหภาพแอฟริกาอย่างเป็นทางการ และจัดประชุมสุดยอดครั้งที่ 1 ของสหภาพแอฟริกา

การดำเนินงานด้านความมั่นคง สหภาพแอฟริกามีบทบาทสำคัญในการรักษาสันติภาพในทวีปแอฟริกา โดยสภาสันติภาพและความมั่นคง (PSC) มีอำนาจในการคว่ำบาตรรัฐบาลประเทศสมาชิกในกรณีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในลักษณะที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และสามารถริเริ่มการปฏิบัติการใด ๆ ที่เห็นว่าเหมาะสมเพื่อตอบโต้กับความชัดแย้งที่เกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นได้ในภูมิภาค นับตั้งแต่สภาสันติภาพและความมั่นคงเริ่มประชุมในปี 2004 ก็ได้มีบทบาทสำคัญในวิกฤตการณ์ในหลายประเทศอาทิ ในดินแดนดาร์ฟูร์ คอโมโรส โซมาเลีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก บุรุนดี โกตดิวัวร์ รวมทั้งได้มีมติให้ก่อตั้งกองกำลังรักษาสันติภาพสหภาพแอฟริกาในดาร์ฟูร์ และในโซมาเลีย โดยได้ร่วมกับกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติเข้าปฏิบัติการในดาร์ฟูร์ ภายใต้ภารกิจ United Nations Mission in Dafur (UNAMID) และเข้าปฏิบัติการในโซมาเลียภายใต้ภารกิจ African Union Mission in Somalia (AMISOM) เป็นต้น

การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาในสมัยประชุม OAU เดือนมีนาคม ปี 2001 ที่ประชุมองค์การเอกภาพแอฟริกาได้ออกแผนแม่บทการพัฒนาของแอฟริกา (New Partnership for Africa’s Development: NEPAD) เพื่อเป็นวิสัยทัศน์และกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาในด้านการเมือง สังคมและเศรษฐกิจในแอฟริกา เพื่อให้แอฟริกามีส่วนร่วมทางการเมือง เศรษฐกิจในบริบทโลกในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างเข้มแข็ง ให้ประเทศในแอฟริกาสามารถทำงานร่วมกันและร่วมมือกับหุ้นส่วนภายนอกได้ โดยแบ่งหมวดโครงการพัฒนาเป็น 6 ด้าน ได้แก่

  1. การเกษตรกรรมและความมั่นคงทางอาหาร (Agriculture and Food Security)
  2. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ (Climate Change and Natural Resource Management)
  3. การบูรณาการระดับภูมิภาคและงานโครงสร้างขั้นพื้นฐาน (Regional Integration and Infrastructure)
  4. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Development)
  5. เศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล (Economic and Corporate Governance)
  6. ประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (Cross-Cutting Issues) อาทิ เพศ การสื่อสาร ICT ฯลฯ

เอกสารดังกล่าวได้รับการรับรองจากนานาประเทศ องค์การระหว่างประเทศ และกรอบความร่วมมืออื่น ๆ อาทิ กลุ่ม G8 ประชาคมยุโรป จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ และได้ก่อตั้งสำนักงานเลขาธิการ NEPAD (NEPAD Secretariat)

บทบาทของไทยต่อสหภาพแอฟริกา

ไทยเริ่มมีความร่วมมือกับสหภาพแอฟริกา โดยการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำสหภาพแอฟริกา (เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมเอธิโอเปีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานเลขาธิการสหภาพแอฟริกา) เข้าร่วมกับภารกิจ United Nations Mission in Dafur (UNAMID) ในปี 2009 โดยมีกองกำลังรักษาสันติภาพของสหภาพแอฟริกาเป็นกำลังหลัก นอกจากนี้ ไทยยังได้บริจาคเวชภัณฑ์ที่ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรมไทยให้กับภารกิจ African Union Mission in Somalia (AMISOM) เพื่อใช้ในโรงพยาบาลกรุงโมกาดิชู ในเมืองหลวงของโซมาเลียในปีเดียวกัน

ไทยยึดหลักการให้ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาแก่แอฟริกาตามแนวทาง ของ NEPAD ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางที่ผู้รับมีความเป็นเจ้าของและกำหนดแนวทางการพัฒนาของตนขึ้นเอง

*****************************

กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา

ธันวาคม 2556