สันนิบาตมุสลิมโลก

ข้อมูลทั่วไป

        สันนิบาตมุสลิมโลก (Muslim World League -MWL) หรือ รอบีเฏาะฮ ในภาษาอาหรับ เป็นองค์กรเอกชนนานาชาติ (International Non-Governmental Organization) ตั้งอยู่ที่นครมักกะห์ ซาอุดีอาระเบีย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2505 (1962) โดยรัฐบาลซาอุดีฯ เพื่อเฉลิมพระเกียรติกษัตริย์ไฟซอล (Faisal bin Abdul Aziz Al-Saud) เพื่อให้เป็นองค์กรเผยแผ่ศาสนา ปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรมและสาธารณกุศล โดยเฉพาะการช่วยเหลือชาวมุสลิมที่ประสบความเดือดร้อนทั่วโลก

MWL กำหนดแนวทางที่จะเป็นองค์กรด้านศาสนา วัฒนธรรม ไม่ข้องเกี่ยวข้องกับการเมือง ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงและส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างอารยธรรม (Dialogue among Civilizations) ทั้งนี้ MWL เป็นองค์กรสังเกตการณ์ของ ECOSOC UNESCO OIC UNICEF

กลไกสำคัญ

        1.คณะมนตรีสันนิบาตมุสลิมโลก (General Islamic Conference)

          เป็นหน่วยงานหลักและมีอำนาจสูงสุดของ MWL คณะมนตรีฯ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ นักการศาสนาจากหลายสาขา ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วโลก หน้าที่หลักคือการทำการวินิจฉัยชี้ขาด ตัดสินและตีความในประเด็นทางศาสนาที่มีความเห็นแตกต่าง/ขัดแย้งกัน นอกจากนั้น ยังมีหน้าที่เสนอชื่อผู้สมควรเป็นสมาชิกในสภามนตรีก่อตั้ง (Constituent Council)

        2.สภามนตรีก่อตั้ง (Constituent Council)

          เป็นหน่วยงานสูงสุดที่กำกับดูแลด้านนโยบาย ประกอบด้วยสมาชิก 60 คนจากประเทศอิสลาม และประเทศที่มีชุมชนมุสลิม โดยจะคัดเลือกจากนักวิชาการศาสนา ผู้มีบทบาทด้านสังคม การเมืองจากประเทศต่าง ๆ รวมทั้งผู้นำชุมชนของประเทศมุสลิมและประเทศที่มีชุมชนมุสลิม สภามนตรี มี Sheikh Abdulaziz Al-Sheikh มุฟตี (Mufti) ซึ่งเป็นผู้วินิจฉัย/ชี้ขาดเรื่องเกี่ยวกับศาสนา) แห่งซาอุดีอาระเบียเป็นประธาน ในส่วนของไทย มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และ ดร. อิสมาแอลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีวิทยาลัยอิสลามยะลา เป็นสมาชิกตั้งแต่ปี 2540

          สภามนตรีก่อตั้งเป็นผู้ให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการ มีการประชุมสมาชิกทุกปี เพื่อการกำหนดนโยบายการบริหารและดำเนินการประจำปี พิจารณารายงานประจำปีของเลขาธิการฯ ออกข้อมติและแถลงการณ์ในประเด็นที่เกี่ยวกับโลกมุสลิม และรับรองงบประมาณที่เสนอโดยสำนักงานเลขาธิการ

        3.สำนักเลขาธิการ (The Secretariat General)

          สำนักเลขาธิการ เป็นหน่วยงานบริหาร/อำนวยการของ MWL มีเลขาธิการเป็นหัวหน้า สำนักงานและมีผู้ช่วยเลขาธิการ 4 คน
          สำนักงานเลขาธิการ ตั้งอยู่ ณ นครมักะห์ ซาอุดีอาระเบีย
          เลขาธิการฯ คนปัจจุบัน คือ Dr.Abdul Mulnisis Al-Turki ชาวซาอุดีอาระเบีย ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ ปี 2543 (2000)

หน่วยงานภายใต้ MWL

        1. คณะกรรมการสูงสุดมัสยิดโลก (World Supreme Council Mosques)

        มีจุดประสงค์ในการส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ ของมัสยิดในประเทศมุสลิมและในประเทศที่มีชุมชนมุสลิม รวมทั้งการรักษา อนุรักษ์ ปกป้องคุ้มครอง และสนับสนุนงบประมาณในการสร้าง และบูรณะมัสยิด ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนและคุ้มครองเสรีภาพในการเผยแผ่ศาสนา

        2. คณะกรรมการฟิกฮ์ (The Fiqh Council)

        มีหน้าที่พิจารณาตรวจสอบ และทบทวนประเด็นร่วมสมัยที่เกี่ยวข้องกับอิสลาม วินิจฉัยและให้ความเห็น รวมทั้งเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับกฏหมายอิสลาม

        3. องค์กรสงเคราะห์มุสลิมนานาชาติ (The International Islamic Relief Organization: IIRO)

        เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ให้การสนับสนุนการศึกษา การสร้างโรงเรียน โรงพยาบาลและให้ความช่วยเหลือประเทศที่ประสบภัยธรรมชาติ มีสาขาประมาณ 120 สาขาทั่วโลก IIRO ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ ในไทย อินโดนีเซีย ศรีลังกา และมัลดีฟส์ ในปี 2547 และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในปากีสถานในปี 2548 ด้วย

        4. คณะกรรมการศึกษาคำสอนจากคัมภีร์อัลกุรอ่านและวัตรปฏิบัติของท่านศาสดา (The Commission on Scientific Signs in the Quran and Sunnah)

         มีหน้าที่ค้นคว้า ศึกษาด้านวิทยาการต่าง ๆ ที่ระบุในคัมภีร์อัล กุรอ่านและพระวัจนะของศาสดามูหะมัด

ไทยกับสันนิบาตมุสลิมโลก

        1. MWL โดย IIRO ได้มอบความช่วยเหลือแก่ประเทศไทยในรูปแบบสาธารณกุศล เช่น เงินสนับสนุนมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ให้ทุนสงเคราะห์เด็กกำพร้าในกรุงเทพฯ และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มอบทุนช่วยเหลือในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ของอิสลาม เช่น การละศีลอด และงานตรุษ เป็นต้น นอกจากนั้น ได้ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิในไทยในปี 2547 ด้วย

        2. IIRO ได้เข้ามาตั้งสำนักงานในไทยกว่า 10 ปีมาแล้ว แต่ได้ยื่นขอจดทะเบียน (ต่อกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ตามระเบียบกระทรวงแรงงานฯ ว่าด้วยการเข้ามาดำเนินการขององค์กรเอกชนต่างประเทศในไทย ปี 2541) สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบีย ได้ติดตามสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตของ IIRO ในไทยอยู่เป็นระยะ อย่างไรก็ดี จนถึงปัจจุบันก็ยังมิได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายไทย คงเพียงได้รับอนุโลมให้ปฏิบัติงานได้ชั่วคราวไปก่อน โดยที่ผ่านมา IIRO ได้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่องค์กร/สถาบันมุสลิมในไทยต่าง ๆ เช่น วิทยาลัยอิสลามยะลา มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าและการให้ทุนการ ศึกษาแก่เด็กยากจน เป็นต้น


กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

ธันวาคม 2556