สถานการณ์สำคัญในภูมิภาค

  
14/05/2013

นาวาซ ชารีฟ ชนะการเลือกตั้งในปากีสถาน

นายนาวาซ ชารีฟ คว้าชัยชนะขาดลอยในการเลือกตั้งทั่วไป

เมื่อวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2556 นายนาวาซ ชารีฟ (Nawaz Sharif) อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัยของปากีสถาน และหัวหน้าพรรค สันนิบาตมุสลิมปากีสถานนาวาซ หรือ the Pakistan Muslim League Nawaz (PML-N) คว้าชัยชนะขาดลอยในการเลือกตั้งทั่วไป และได้รับข้อความแสดงความยินดีจากทั่วโลก

ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศผลอย่างเป็นทางการของการเลือกตั้งในปากีสถานก็ตาม พรรค PML-N คาดว่าจะสามารถครอบครองที่นั่งในสภาได้อย่างน้อย 115 ที่นั่ง จากทั้งหมด 272 ที่นั่ง ซึ่งเกือบจะถึงจำนวนขั้นต่ำในการจัดตั้งรัฐบาล 137 ที่นั่ง โดยนายชารีฟ ซึ่งเคยถูกจำคุกและต้องลี้ภัยอยู่ในต่างแดนนานหลายปี หลังการรัฐประหารเมื่อปี 2542กล่าวว่า เขาพร้อมที่จะร่วมมือกับพรรคที่จะเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศ นอกจากนี้เขายังกล่าวอีกว่าจะทำการจัดสรรที่นั่งในสภากว่า 70 ที่นั่งสำหรับสตรีและชนกลุ่มน้อยที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมภายหลังการตั้งรัฐบาลแล้ว

ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2556

รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของนายชารีฟ จะมุ่งเน้นไปในการฟื้นฟูและทำให้เศรษฐกิจปากีสถานกลับมาแข็งแกร่งและการแก้ไขปัญหาพลังงานไฟฟ้าขาดแคลน ซึ่งได้สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศ และลดโอกาสการสร้างงานเป็นอย่างมาก ทั้งนี้นายชารีฟยังกล่าวในระหว่างการหาเสียงว่าจะนำปากีสถานออกจากการมีส่วนร่วมของการทำสงครามการต่อต้านการก่อการร้ายซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกา แต่เขาก็ไม่ได้ให้คำตอบว่าจะหยุดปฏิบัติการทางการทหารกับกลุ่ม ตาลีบัน (Taliban) และ อัลกออิดะห์ (al-Qaeda) ประการใด

ส่วนพรรคประชาชนปากีสถาน หรือ the Pakistan Peoples Party (PPP) รัฐบาลเก่าพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้หลังจากที่ไม่สามารถแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบของกลุ่มหัวรุนแรงในประเทศ ปัญหาไฟฟ้าไม่พอใช้ และภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาได้ในระหว่างที่เป็นรัฐบาล ส่วนพรรคกระบวนการยุติธรรม (Movement for Justice Party: PTI) ที่นำโดย นายอิมราน ข่าน (Imran Khan) คาดว่าจะได้ที่นั่งในรัฐสภาเป็นอันดับสอง 

แม้จะมีการก่อความไม่สงบ แต่ประชาชนก็ยังออกมาใช้สิทธิ์ถึงร้อยละ 60

แม้กลุ่มติดอาวุธ “ตาลีบัน” จะออกมาก่อความไม่สงบตลอดช่วงสุดสัปดาห์ โดยส่วนใหญ่เน้นไปที่จุดลงคะแนนในเมืองการาจี และเมืองบาโลจิสถาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 คน แต่ประชาชนก็ยังออกมาใช้สิทธิ์ถึงร้อยละ 60 จากจำนวนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมดราว 86 ล้านคน นับว่าเป็นจำนวนที่น่าพอใจ เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อ 5 ปีก่อน ที่มีผู้ออกมาลงคะแนนเพียงร้อยละ 44 เท่านั้น

สำหรับปฏิกิริยาจากนานาชาตินั้น ทั้งชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐ ตลอดจนอัฟกานิสถานและอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิด ได้แสดงความยินดีต่อนายชารีฟ และให้คำมั่นที่จะร่วมทำงานด้วย พร้อมกับชื่นชมการเลือกตั้งของปากีสถาน ที่แสดงให้เห็นถึงการถ่ายโอนอำนาจด้วยการเลือกตั้งครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ ที่แยกตัวออกมาจากอินเดีย เมื่อปี 2490 ซึ่งแสดงความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง


**************************

กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

14 พฤษภาคม 2556

ที่มา:

http://www.bbc.co.uk

http://www.aljazeera.com

http://edition.cnn.com/


 


หากท่านใดต้องการเผยแพร่บทความหรือข้อมูลจากเว็บไซต์ เพื่อความรู้หรือประโยชน์ทางการศึกษา โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจน

และกรุณาแจ้งให้ทราบที่   »  E-mail : sameaf.info@gmail.com