สถานการณ์สำคัญในภูมิภาค

  
18/01/2012

การค้าอวัยวะสัตว์และงาช้างผิดกฎหมาย



     การลักลอบค้าอวัยวะสัตว์ป่าและงาช้างอย่างผิดกฎหมายในประเทศแทนซาเนียและเคนยา กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่คุกคามทรัพยากรสัตว์ป่าของทั้งสองประเทศ รวมไปถึงประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกา อยู่ ณ ขณะนี้    

     จากการประเมินของเครือข่ายเฝ้าระวังการค้าสัตว์ป่าในปี 2554  (ค.ศ. 2011) พบว่า  จำนวนครั้งของการลักลอบล่า และค้าขายอวัยวะสัตว์ป่า และงาช้างในประเทศเคนยาได้เพิ่มสูงขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่การประกาศห้ามค้า งาช้างในปี 2532 (ค.ศ. 1989) โดยในปี 2554 มีการจับกุมได้มากที่สุด ซึ่งส่งผลให้มีการสูญเสียช้างแล้วอย่างน้อย 2,500 เชือก เนื่องจากเคนยาเป็นเส้นทางผ่านของการลักลอบค้างาช้างจากประเทศแทนซาเนีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก มาลาวี  และแซมเบีย ซึ่งมีการลักลอบฆ่าสัตว์ป่าเพื่อเอาอวัยวะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

       นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ รวมถึงชาวไทยที่เดินทางไปยังแทนซาเนียและเคนยาพึงระวังไว้ว่า การซื้อขายอวัยวะสัตว์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้น จึงไม่ควรซื้องาช้าง นอแรด และชิ้นส่วนอวัยวะสัตว์อื่น ๆ ซึ่งมาในรูปแบบผลิตภัณฑ์จากสัตว์และของที่ระลึก เนื่องจากหากเจ้าหน้าที่ทางการของเคนยาและแทนซาเนียตรวจพบ ว่า ท่านมีครอบครองอวัยวะสัตว์ งาช้าง นอแรด รวมถึงซากสัตว์ป่าในครอบครอง ท่านอาจต้องโทษทั้งจำและปรับ ด้วยในปัจจุบันทางการเคนยาและแทนซาเนียได้พยายามเพิ่มมาตรการการตรวจสอบ จับกุมและดำเนินคดีอย่างเข้มงวด

       นอกจากนี้ประเทศเคนยาและแทนซาเนีย ยังได้เข้มงวดกวดขันเกี่ยวกับการนำสินแร่ต่าง ๆ รวมไปถึงหินมีค่าต่าง ๆ ออกนอกประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่ประสงค์จะนำสินแร่หรือหินมีค่าต่าง ๆ ออกนอกประเทศ จำเป็นต้องมีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วยเช่นกัน


Related Link :: บทความสถานการณ์การลักลอบค้านอแรดในแอฟริกา





*************



กองแอฟริกา
กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา
16 มกราคม 2555

ภาพจาก
http://latimesblogs.latimes.com/unleashed/2010/05/african-elephants-asian-ivory.html
 


หากท่านใดต้องการเผยแพร่บทความหรือข้อมูลจากเว็บไซต์ เพื่อความรู้หรือประโยชน์ทางการศึกษา โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจน

และกรุณาแจ้งให้ทราบที่   »  E-mail : sameaf.info@gmail.com