สาระน่ารู้เกี่ยวกับโลกมุสลิม

  
25/10/2013

กรือโต๊ะ (2)


วิธีบรรเลงและขนบนิยมในการแสดง


             ในการแข่งขันนั้น บางครั้งจะมีกรือโต๊ะมาแข่งขันถึง 30 คณะ เมื่อทุกคณะมาพร้อมกันแล้ว โดยมากเป็นเวลาตอนบ่าย จะมีการแบ่งรุ่นแบ่งสาย ผู้ทำหน้าที่แบ่งรุ่นแบ่งสายคือกรรมการซึ่งเป็นนักเลงกรือโต๊ะอาวุโส และเพื่อความยุติธรรมในการตัดสินชี้ขาดจะใช้กรรมการอย่างน้อย 3 คน เมื่อกรรมการแบ่งกรือโต๊ะออกเป็นรุ่นเล็ก รุ่นกลาง และรุ่นใหญ่แล้ว ถ้าในแต่ละรุ่นมีหลายคณะก็จะจัดแบ่งสาย แข่งขันในสายเดียวกันก่อน ซึ่งอาจจะแข่งแบบแพ้คัดออกหรือแบบพบกันหมด แล้วแต่ตกลงกัน เมื่อแบ่งรุ่นแบ่งสายชี้แจงกติกากันเสร็จก็เป็นเวลาค่ำพอดี หลังจากคณะต่างๆ รับประทานอาหารมื้อเย็นเรียบร้อยก็เริ่มจัดกรือโต๊ะเข้าที่เพื่อแข่งขันต่อไป

             กรือโต๊ะคณะหนึ่งๆ จะมีผู้เล่นอย่างน้อย 7 คน คือมีหัวหน้าคณะคนหนึ่งซึ่งเป็นคนตีกรือโต๊ะใบเอก จะเป็นผู้ตีบอกสัญญาณการเริ่มต้นหรือหยุด มีมือ 2 และมือ 3 จำนวน 2 คนจะเป็นผู้ตีเป็นสัญญาณจังหวะเร็ว รัว หรือช้า อีก 4 คนจะเป็นผู้ตีให้เข้ากับจังหวัด เมื่อรับทราบสัญญาณกันแล้วทั้ง 7 คนก็กระหน่ำตีกรือโต๊ะของตนพร้อมกัน กรือโต๊ะทั้ง 7 ใบนั้น เมื่อเวลาแข่งขันจะจัดให้เป็นรูปแบบตายตัวดังนี้คือ จัดเป็น 2 แถว แถวที่ 1 มี 4 ใบ ให้หัวหน้าคณะกับมือ 2 อยู่กลาง แถวที่ 2 มี 3 ใบ ให้มือ 3 อยู่ทางซ้ายมือสุด วางกรือโต๊ะแต่ละใบแต่ละแถวให้ห่างกันพอสมควร พอให้ยืนตีและเปลี่ยนเด๊าว์ได้สะดวกไม่เกะกะกัน อีกคณะหนึ่งที่ประชันด้วยก็วางอยู่ใกล้ๆ กัน ส่วนกรรมการทั้ง 3 คน จะไปนั่งคอยฟังเสียงอยู่ห่างๆ ประมาณ 30-50 เมตร เมื่อเริ่มการแข่งขัน กรรมการจะให้คณะหนึ่งคณะใดตีก่อน 3 พัก หรือเรียกว่า 3 เพลง ใช้เวลาเพลงละประมาณ 1-2 นาที เสร็จแล้วให้อีกคณะหนึ่งตี 3 เพลง หยุดพักครู่หนึ่งแล้วให้สัญญาณตีใหม่อีกคณะละ 3 เพลง เสร็จแล้วกรรมการจึงตัดสิน และให้คณะที่แพ้เปลี่ยนเด๊าว์อันใหม่ ส่วนคณะที่ชนะไม่ต้องเปลี่ยน กรรมการจะให้สัญญาณตีสลับกันแบบหนแรก คณะใดแพ้ก็ให้เปลี่ยนเด๊าว์ใหม่อีก คณะใดที่เปลี่ยนเด๊าว์หมดแล้วทั้ง 3 อัน แต่เสียงยังสู้เขาไม่ได้ กรรมการจะตัดสินให้เป็นผู้แพ้ การตัดสินของกรรมการจะตัดสินโดยการฟังเสียงว่าคณะใดเสียงดังนุ่มนวลกว่า กลมกลืนกว่า มีความพร้อมเพรียงกว่า คณะนั้นก็ชนะ ดังนั้นก่อนที่จะมีการแข่งขัน นักเลงกรือโต๊ะจะซ้อมกันมาก่อนเป็นเวลาหลายวัน การเล่นกรือโต๊ะนิยมเล่นกันเฉพาะผู้ชาย แต่ก็ไม่ได้ห้ามสำหรับผู้หญิง แต่ผู้หญิงไม่นิยม เพราะเป็นการละเล่นที่ต้องใช้พละกำลังมากเกินกว่าที่ผู้หญิงจะเล่นได้

ความเชื่อและวัฒนธรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง


            ในการประดิษฐ์และการเล่นกรือโต๊ะ มีความเชื่อเกี่ยวข้องอยู่หลายประการ ความเชื่อเหล่านี้บางอย่างเห็นจะได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมข้างฝ่ายพราหมณ์ที่เชื่อถือในพระเจ้าหลายองค์และเชื่อว่าในสรรพสิ่งทั้งหลายมีพระเจ้าสถิตอยู่ ความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับกรือโต๊ะ ได้แก่

            1. ไม้ตาแปที่เอามาทำกรือโต๊ะ ถ้าได้ไม้ตาแปที่ถูกฟ้าผ่ายืนตายอยู่ เชื่อว่าจะให้เสียงดังดุจฟ้าผ่านั้น

            2. มีไม้เนื้อขาวอยู่ชนิดหนึ่ง เชื่อว่า พญาไม้สถิตอยู่และถ้ากรือโต๊ะของตนมีไม้ชนิดนี้ประกอบอยู่ด้วย ก็จะเป็นมงคล เวลาแข่งขันมักจะชนะเสมอ ดังนั้นผู้ทำกรือโต๊ะก็พยายามหาไม้ชนิดนี้มาเป็นส่วนประกอบด้วย ซึ่งอาจเอามาทำสลักหรือฝังไว้ในหลุม ถ้ามีมากก็ฝังเอาไว้ทุกใบ มีน้อยก็ฝังเอาไว้เฉพาะใบเอกที่หัวหน้าคณะเป็นผู้ตีเพียงใบเดียว นอกจากนี้บางคณะยังมีการเซ่นสรวงบูชาพญาไม้ โดยมีข้าวเหนียวเหลืองกับไข่ไก่ดิบเป็นเครื่องสังเวย มีการเสกคาถาเชิญพญาไม้มาประจำอยู่ในกรือโต๊ะคณะของตน เสร็จแล้วเอาข้าวเหนียวเหลืองบี้ไว้ที่ก้นหลุมกรือโต๊ะทุกใบ เชื่อว่าเป็นมงคล

            3. ห้ามทั้งผู้หญิงและผู้ชายข้ามหรือนั่งบนกรือโต๊ะ เชื่อว่าเป็นการไม่เคารพต่อพญาไม้ที่เชิญมาให้ประจำอยู่พญาไม้จะพิโรธลงโทษผู้นั้นให้เจ็บป่วยได้

ความคลี่คลายเปลี่ยนแปลง


            นับตั้งแต่กรือโต๊ะได้เปลี่ยนแปลงจากการใช้หลุมไหดินเผามาใช้หลุมไม้ตาแปแล้ว รูปร่างลักษณะของกรือโต๊ะก็ยังคงรูปแบบเดิมอยู่ วิธีการเล่นก็ยังเป็นแบบเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง ได้แก่

            1. การใช้สีตกแต่งตัวกรือโต๊ะ นอกจากจะใช้สีขาว สีฟ้า สีเหลือง และสีเขียวทาเป็นพื้นตามความนิยมแบบเดิมแล้ว บางคณะยังใช้สีเหล่านี้มาเขียนเป็นลวดลายต่างๆ ลงบนตัวกรือโต๊ะ เช่น ลายตาหมากรุก หรือวาดเป็นรูปอย่างอื่นและยังมีใช้สีแดงเพิ่มขึ้นจากความนิยมแต่ก่อนอีกสีหนึ่งด้วย

            2. การให้รางวัล การเล่นการแข่งขันกรือโต๊ะในสมัยก่อนไม่ปรากฏว่ามีรางวัลให้แก่ผู้ชนะหรือไม่ แต่พอสืบสาวได้พบว่า รางวัลครั้งแรกที่มอบให้แก่ผู้ชนะคือแพะ 1 ตัว และไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นคนคิดรางวัลชนิดนี้ขึ้น ซึ่งได้สืบต่อมาเป็นธรรมเนียมนิยมจนถึงปัจจุบันในทุกวันนี้นอกจากจะนิยมการให้รางวัลเป็นแพะแล้ว ยังนิยมเป็นถ้วยรางวัลของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้มีชื่อเสียงและกำลังคลี่คลายไปนิยมรางวัลเป็นเงินกันบ้างแล้ว

            3. จำนวนของกรือโต๊ะในหนึ่งคณะ สมัยก่อนกำหนดให้มีกรือโต๊ะ 25 ใบต่อหนึ่งคณะ แต่ปัจจุบันสภาพสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ไม้ที่จะเอามาทำกรือโต๊ะหาได้ยาก จึงจำกัดจำนวนเพียง 7 ใบต่อหนึ่งคณะ

            หากท่านมีโอกาสแวะไปทางอำเภอแว้ง อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ในประมาณเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม หลังฤดูเก็บเกี่ยวของบริเวณนั้นแล้ว ในยามค่ำคืนเดือนหงายท่านอาจได้ยินเสียงกระหึ่มเหมือนรัวปืนใหญ่ มาจากที่ไกลๆ นั่นแหละชาวบ้านกำลังแข่งขันกรือโต๊ะกันแล้ว และท่านอาจได้ชมการแข่งขันดนตรีที่มีเกียรติชนิดนี้ท่ามกลางแสงจันทร์ก็เป็นได้



อ้างอิง
เนื้อหา
คุณอ้อมใจ วงษ์มณฑา
นักวิชาการอุดมศึกษา สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา

รายการ โลกมุสลิม – วิทยุสราญรมย์ กระทรวงการต่างประเทศ
ดำเนินรายการโดย
คุณธิดารัตน์ พงศ์ไชยยง คุณบุญยรัตน์แสงทอง และคุณอาภร ชาลือชัย

เรณู โกศินานนท์. 2535. การแสดงพื้นบ้านในประเทศไทย. กรุงเทพฯ :ไทยวัฒนาพานิช.

ภาพจาก
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=766625
http://kanchanapisek.or.th/oncc-cgi/text.cgi?no=9794
http://culture.pn.psu.ac.th/digitalmuseum/culturehall/index.php


อ่านเพิ่มเติม
   
- กรือโต๊ะ (1)




 


 


หากท่านใดต้องการเผยแพร่บทความหรือข้อมูลจากเว็บไซต์ เพื่อความรู้หรือประโยชน์ทางการศึกษา โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจน

และกรุณาแจ้งให้ทราบที่   »  E-mail : sameaf.info@gmail.com