สาระน่ารู้เกี่ยวกับโลกมุสลิม

  
25/10/2013

กรือโต๊ะ (1)



            กรือโต๊ะเป็นการละเล่นชนิดหนึ่งที่สนุกสนาน ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในบริเวณตอนใต้สุดของประเทศไทย คือ แถบอำเภอแว้ง อำเภอสุไหงปาดี และอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส

ประวัติความเป็นมา


            การเล่นกรือโต๊ะมีมาตั้งแต่สมัยโบราณและเป็นที่รู้จักกันดีในท้องถิ่นแถบนี้ เริ่มมีเล่นกันครั้งแรกเมื่อใด ใครเป็นคนคิดขึ้นนั้นไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัด มีแต่หลักฐานทางมุขปาฐะที่เล่าสืบต่อกันมาว่า เดิมทีนั้นเป็นการละเล่นของเด็กเลี้ยงวัวเลี้ยงควายชาวมุสลิม กล่าวคือเมื่อเขาเหล่านั้นต้อนฝูงวัวควายไปถึงที่มีหญ้าน้ำอุดมสมบูรณ์แล้ว ก็คิดหาการละเล่นขึ้นมาเพื่อแก้เหงา การละเล่นที่คิดได้คือ เอาไม้ไผ่ยาวประมาณ 1 ศอก มาผ่าออกเป็นซี่ๆ ขนาดกว้าง 3-4 นิ้ว เรียกว่า “เด๊าว์” หรือ “ใบ” แล้วนั่งงอเข่าเล็กน้อยตะแคงฝ่าเท้าหันเข้าหากัน เอาเด๊าว์วางพาดบนเท้าแล้วใช้เปลือกมะพร้าวตีเด๊าว์เพื่อประชันกันว่าของใครเสียงดังกว่ากัน เรียกการเล่นแบบนี้ว่า “กรือโต๊ะ”

             การเล่นกรือโต๊ะโดยวิธีเอาเด๊าว์วางพาดบนเท้านี้ สร้างความไม่สะดวกให้แก่ผู้เล่น เพราะเมื่อตีแรงๆ ก็เจ็บเท้า จะตีค่อยๆ เสียงก็ไม่ดัง จะนั่งตีนานก็เมื่อย ผู้เล่นจึงคิดค้นการเล่นกรือโต๊ะวิธีใหม่ และพบว่าการขุดหลุมลงบนพื้นดินแข็งๆ ลึกประมาณ 5-6 นิ้ว กว้าง 2-3 นิ้ว เอาไม้ทำหมอนวางบนปากหลุมสองข้าง วางเด๊าว์ลงบนหมอนแล้วตีประชันกันจะได้เสียงที่ดังดีกว่าเดิมมาก เท้าก็ไม่เจ็บ และนอกจากจะตีประชันแข่งขันเพื่อความสนุกสนานแล้ว ยังสามารถตีแรงๆ ให้เสียงดังเพื่อเป็นการส่งสัญญาณเรียกหากันได้ด้วย การเล่นกรือโต๊ะโดยวิธีขุดหลุมลงบนพื้นดิน เป็นที่ชื่นชอบกันทั่วไปในหมู่เด็กเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย แต่มีปัญหาอยู่ที่ว่า การเลี้ยงวัวเลี้ยงควายนั้นต้องอพยพไปหาแหล่งที่มีหญ้ามีน้ำสมบูรณ์อยู่บ่อยๆ จึงเป็นอุปสรรคต่อการเล่นของเขา เพราะพื้นที่เลี้ยงสัตว์บางแห่งหาบริเวณที่เหมาะกับการขุดหลุมเล่นกรือโต๊ะไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงได้คิดเอาผลมะพร้าวทั้งเปลือกใบโตๆ มาเฉือนหัวออกเล็กน้อย ให้ช่องปากมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 นิ้ว ขูดเนื้อมะพร้าวออกให้เกลี้ยง ก็จะได้หลุมปากแคบที่ใช้แทนหลุมบนพื้นดินได้อย่างดี และเป็นหลุมที่มีน้ำหนักเบา สามารถพกพาติดตัวไปได้ทุกหนทุกแห่ง

            การเล่นกรือโต๊ะหลุมผลมะพร้าวได้ใช้เล่นอยู่เป็นเวลานานและได้พัฒนาขึ้นโดยเมื่อเฉือนหัวมะพร้าวออกแล้ว ได้ใช้แผ่นไม้เนื้อแข็งหนาประมาณ 1.5 นิ้ว ยาว 1.6 ฟุต กว้าง 9 นิ้ว มาวางพาดบนปากหลุม เจาะรูกลางแผ่นไม้ให้ตรงกับหลุมผลมะพร้าวแต่เล็กกว่าหลุมผลมะพร้าวเล็กน้อย แล้วใช้ชันยาแผ่นไม้กับผลมะพร้าวให้ติดกันแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ บนปลายแผ่นไม้ทั้งสองข้างใช้กาบสาคูรองทำหมอน บนหมอนข้างซ้ายทำสลักที่แกะหรือกลึงอย่างสวยไว้ 2 อัน ให้ห่างกันประมาณ 6 นิ้ว พอให้วางเด๊าว์ลงระหว่างกลางได้หลวมๆ ตรงกลางหมอนอันขวามีสลักไม้กลมๆ ไว้อันหนึ่ง ใช้เด๊าว์ที่เจาะรูไว้แล้วสอดลงกับสลักอันนี้ เพื่อยึดเด๊าว์ไม่ให้เคลื่อนเวลาตี ต่อมาหมอนที่ทำด้วยกาบสาคูก็ได้เปลี่ยนมาใช้ยางรถจักรยานแทน เพราะคงทนและยืดหยุ่นดีกว่า สำหรับเด๊าว์ได้วิวัฒนาการจากที่ทำด้วยไม้ไผ่มาเป็นไม้หลาวชะโอนหรือไม้เนื้อแข็งอื่นๆ และไม้ตีก็เปลี่ยนจากเปลือกมะพร้าวมาใช้ไม้พันด้วยยางพารา เพื่อให้ยืดหยุ่นและได้เสียงนุ่มนวลดีขึ้น กรือโต๊ะหลุมผลมะพร้าวรุ่นนี้นับว่าเป็นกรือโต๊ะหลุมผลมะพร้าวที่พัฒนาถึงขีดสูงสุด เพราะนอกจากจะปฏิวัติแบบเดิมหมดแล้วยังมีการแต้มทาสีลงบนเปลือกมะพร้าวและบนแผ่นไม้ให้มีสีสันสวยงามอีกด้วย

            การเล่นกรือโต๊ะหลุมผลมะพร้าว ถึงแม้จะแก้ปัญหาเรื่องหลุมได้ดี แต่ก็มีปัญหาอย่างอื่นตามมา เพราะเปลือกมะพร้าวนั้นผุได้ง่ายเมื่อถูกน้ำ ใช้ได้ไม่กี่หน้าฝนก็ต้องเปลี่ยนใหม่ ผลมะพร้าวใบโตๆ ก็หาได้ไม่ง่ายนัก ครั้นจะใช้มะพร้าวผลเล็กๆ ก็ให้เสียงดังไม่ดี จึงหันมาใช้ไหดินเผาปากแคบแทน กรือโต๊ะที่ใช้หลุมไหดินเผาให้เสียงก้องกังวานดีกว่าหลุมผลมะพร้าว แต่ก็มีปัญหาว่าเมื่อเสียงดังกังวานดี ผู้เล่นสนุกสนานเต็มที่ ก็มักตีอย่างลืมตัวไม่ยั้งมือจะทำให้ไหแตก เมื่อไหแตกความสนุกสนานก็ลดลงในทันที ต้องทำกันใหม่อีก ต่อมาการเล่นกรือโต๊ะได้ขยายความนิยมมาสู่หมู่ผู้ใหญ่ วัสดุที่ใช้ทำหลุมจึงได้วิวัฒนาการมาเป็นหลุมที่ขุดขึ้นจากไม้เนื้อแข็ง ตลอดทั้งได้พัฒนาลีลาการตี มีวิธีการเล่นอย่างเป็นระบบ มีกติกาในการเล่น มีกรรมการผู้ตัดสินในการแข่งขันและมีรางวัลสำหรับผู้ชนะอย่างที่เล่นกันอยู่ในปัจจุบัน

โอกาสที่แสดง

            การเล่นกรือโต๊ะนิยมเล่นกันหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวในนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตกราวเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม นิยมเล่นกันในคืนเดือนหงายเพราะไม่ร้อนและบรรยากาศชวนให้สนุกสนาน ส่วนจะกำหนดเล่นหรือประชันขันแข่งในวันใดก็แล้วแต่ตกลงกัน วันที่มีการแข่งขันกรือโต๊ะถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของหมู่บ้าน เพราะหมู่บ้านหนึ่งหรือตำบลหนึ่งจะมีกรือโต๊ะของหมู่บ้านของตำบลอยู่หนึ่งคณะ และถ้ากรือโต๊ะหมู่บ้านของตนชนะ หมายถึงความภาคภูมิใจที่ได้รับเกียรติแห่งความเป็นผู้ชนะกันทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านโดยมากจึงต้องไปยังที่นัดหมาย หนุ่มๆ จะได้ช่วยกันหามกรือโต๊ะ สาวๆ จะได้ช่วยกันให้กำลังใจ ดังนั้นในคืนเดือนหงายของวันแข่งขันกรือโต๊ะ ท้องทุ่งแถบชนบทของอำเภอแว้ง อำเภอสุไหงปาดีและอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส จะคลาคล่ำไปด้วยฝูงชนหนุ่มสาวเฒ่าแก่ต่างหมู่บ้านกัน เพราะที่นั่นได้กลายเป็นสนามประชันกรือโต๊ะดนตรีที่มีเกียรติและเป็นการละเล่นที่ให้ความสนุกสนานแทนสนามแห่งความเหน็ดเหนื่อยตลอดฤดูกาลปักดำและเก็บเกี่ยว กรือโต๊ะนอกจากจะนิยมเล่นกันมากในฤดูเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว ยังนิยมเล่นกันในงานที่มีเกียรติ เช่น งานฉลอง งานเทศกาลหรืองานในวันสำคัญอื่นๆ ได้แก่ งานพิธีเข้าสุหนัต (พิธีขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย) งานมาแกปูโละ (งานมงคลสมรส) เป็นต้น

เครื่องดนตรี


            ในหมู่บ้านหนึ่งๆ จะมีกรือโต๊ะในนามของหมู่บ้านหนึ่งคณะ นักเลงกรือโต๊ะประจำหมู่บ้าน โดยมากจะเป็นชายฉกรรจ์ที่มีร่างกายแข็งแรงอย่างน้อย 7 คน นักเลงกรือโต๊ะเหล่านี้จะช่วยกันหาไม้เนื้อแข็งชนิดหนึ่ง คือ ไม้ตาแป มาทำกรือโต๊ะประจำหมู่บ้านของตนขึ้น

            ในการทำกรือโต๊ะได้แสดงออกถึงความสามัคคี ความเสียสละเป็นอย่างดี ผู้ที่มีฝีมือมีความชำนาญก็จะช่วยกันขุดช่วยกันประดิษฐ์ให้เสียงดีสีสวย ผู้ที่มีไม้ก็เอาไม้มาให้ ถ้าไม่มีหรือมีไม่พอก็ช่วยกันขึ้นไปหามาจากภูเขา บางครั้งเมื่อไม้ทำกรือโต๊ะขาดแคลนลง ผู้ทำกรือโต๊ะก็จะเดินหาไม้ตาแปที่เป็นเครื่องเรือนจากบ้านเรือนในหมู่บ้าน เมื่อพบว่าบ้านใครมีไม้ตาแป ซึ่งอาจจะใช้เป็นคานหรือเสาเรือนอยู่ก็ดี เจ้าของบ้านก็ยินดีให้ถอดเปลี่ยนเอาไปทำกรือโต๊ะ เพราะเกียรติยศชื่อเสียงที่ได้มาจากการแข่งขันชนะนั้น มิใช่เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่ถือว่าเป็นเกียรติกันทั้งหมู่บ้าน จึงช่วยกันคนละไม้ละมือตามแต่จะสามารถช่วยได้ เมื่อก่อนนี้กรือโต๊ะคณะหนึ่งๆ มีกรือโต๊ะถึง 25 ใบ แต่ปัจจุบันไม้ตาแปหายาก จึงได้จำกัดจำนวนลงเพียงคณะละ 7 ใบ แต่ละใบจะมีส่วนประกอบ 3 ส่วนคือ ตัวกรือโต๊ะ, เด๊าว์หรือใบหรือลิ้นเสียง, ไม้ตี


            ตัวกรือโต๊ะทำจากไม้ตาแปที่แห้งสนิทดีแล้วทั้งท่อน เอามาตัดให้ได้ขนาดแล้วใช้สิ่วขุดให้เป็นหลุม ลักษณะของหลุมมีหลายแบบแล้วแต่ผู้ชำนาญของแต่ละหมู่บ้านชอบ ที่นิยมขุดกันก็คือหลุมปากแคบ ป่องตรงกลาง มีการทาสี สีที่นิยมทาได้แก่ สีฟ้า สีขาว สีเหลือง และแชลแล็ก ทั้งอาจเขียนชื่อคณะไว้ที่ข้างตัวกรือโต๊ะด้วย ตัวกรือโต๊ะที่ทำกันมี 3 ขนาด คือ

            รุ่นเล็ก ปากหลุมกว้างและมีส่วนลึกไม่เกิน 20 นิ้ว

            รุ่นกลาง ปากหลุมกว้างและมีส่วนลึกไม่เกิน 24 นิ้ว

            รุ่นใหญ่ ปากหลุมกว้างและมีส่วนลึกไม่เกิน 30 นิ้ว

            เด๊าว์ จะทำจากไม้ตาแปที่แห้งสนิทเช่นเดียวกับตัวกรือโต๊ะ กรือโต๊ะใบหนึ่งๆ มีเด๊าว์ 3 อัน คือทำเป็นเสียงต่ำอันหนึ่ง เสียงกลางอันหนึ่ง อีกอันหนึ่งเป็นเสียงสูง ขนาดของเด๊าว์กว้างประมาณ 6-8 นิ้ว ยาวประมาณ 2-3 ฟุต ความยาวความกว้างของเด๊าว์ไม่มีความแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าผู้ชำนาญจะปรับตกแต่งเพื่อให้ได้เสียงดีตามต้องการ

            ไม้ตี ทำด้วยไม้เนื้อแข็งยาวประมาณ 1 ฟุตครึ่ง เหลากลมขนาดถือได้เหมาะมือ ด้านที่ใช้ตีจะพันด้วยยางพารา

            เมื่อทำกรือโต๊ะทั้งชุดเสร็จแล้ว ผู้ชำนาญและนักเลงกรือโต๊ะจะตีทดลองเสียง ถ้าเสียงยังไม่ได้มาตรฐานที่ต้องการก็จะตกแต่งหลุมใหม่ ถ้าหลุมตื้นไปก็จะขุดลงไปอีก ถ้าลึกหรือกว้างมากไปก็จะใช้ชันหรือปูน พลาสเตอร์ละเลงให้หลุมตื้นขึ้นมาตามต้องการ นอกจากนี้ก็ปรับแต่งเด๊าว์เสียใหม่ด้วย แล้วตีทดลองเสียงซ้อมมือกันต่อไป ในเวลาค่ำคืนเสียงของกรือโต๊ะจะดังก้องไปไกลถึง 15-20 กิโลเมตร



อ้างอิง

เนื้อหา
คุณอ้อมใจ วงษ์มณฑา
นักวิชาการอุดมศึกษา สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา

รายการ โลกมุสลิม – วิทยุสราญรมย์ กระทรวงการต่างประเทศ
ดำเนินรายการโดย
คุณธิดารัตน์ พงศ์ไชยยง คุณบุญยรัตน์แสงทอง และคุณอาภร ชาลือชัย


เรณู โกศินานนท์. 2535. การแสดงพื้นบ้านในประเทศไทย. กรุงเทพฯ :ไทยวัฒนาพานิช.

ภาพจาก
http://www.laksanathai.com/book3/p270.aspx
http://m-culture.in.th/moc_new/album/110999
http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=25196.0
http://www.culture.nstru.ac.th/~culturedb/culture.php?cultureCode=1448&cultureTitleT=%A1%C3%D7%CD%E2%B5%EA%D0



อ่านเพิ่มเติม
    - กรือโต๊ะ (2)

 


หากท่านใดต้องการเผยแพร่บทความหรือข้อมูลจากเว็บไซต์ เพื่อความรู้หรือประโยชน์ทางการศึกษา โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจน

และกรุณาแจ้งให้ทราบที่   »  E-mail : sameaf.info@gmail.com