สาระน่ารู้เกี่ยวกับโลกมุสลิม

  
16/06/2011

ขนมของชาวอาหรับ ตะวันออกกลาง และอิทธิพลภาษาอารบิกต่อภาษายาวี




          ขนมและของว่างของตะวันออกกลางหลายอย่างจะมีลักษณะคล้ายกับทางตะวันตก และมีบางส่วนคล้ายขนมไทยพื้นเมืองของเราซึ่งมีรสชาติค่อนข้างหวาน เช่น มฮัลลเบยา (Mhallabeya) เป็นข้าวที่หุงให้มีความหวานนำมาแช่ในนมและน้ำตาล ซึ่งเป็นขนมหวานพื้นเมืองของตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ที่มีชื่อเสียงมากโดยเฉพาะในอียิปต์และซาอุดีอาระเบีย คือคุแนฟ่า (Kunafa) ซึ่งเป็นขนมที่นอกจากอร่อยแล้วยังมีความสำคัญต่อวัฒนธรรม เนื่องจากใช้ในการรับประทานในระหว่างช่วงเดือนรอมฎอนในตอนละศีลอด เพราะมีความหวานมากและเต็มไปด้วยนม เนย มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมซึ่งเป็นแป้งสอดไส้สีขาว สามารถให้พลังงานหลังถือศีลอดได้เป็นอย่างดี โดยมื้อแรกหลังการละศีลอด คนตะวันออกกลางมักจะดื่มน้ำและรับประทานอินทผาลัม และคะแนฟ่าเองก็มีชื่อเสียงมาก ซึ่งตามร้านค้าต่างๆ จะได้รับการตอบรับเป็นพิเศษในช่วงเดือนรอมฎอน

         ขนมอีกชนิดหนึ่งคือ โอมอาลี (Umm Ali) หากแปลตามตัวตามภาษาอารบิกแปลว่าคุณแม่ของอาลี แต่ขนมก็ไม่ได้เกี่ยวกับชื่อเท่าไหร่ มีความอร่อยและได้รับความนิยมมากเช่นกัน มีส่วนประกอบหลายอย่างเช่น ข้าว แป้ง นม น้ำตาล ผสมกันอยู่ในลักษณะซึ่งเป็นขนมอยู่ในถ้วย อย่างเช่นเต้าส่วนในบ้านเรา โอมอาลีได้รับความนิยมมากสำหรับคนอาหรับในตะวันออกกลาง
 




อิทธิพลของวัฒนธรรมอาหรับต่อสังคมมลายูบ้านเราโดยเฉพาะในจังหวัดปัตตานี
 

          วัฒนธรรมอาหรับอย่างที่เราทราบกันว่ามีแหล่งกำเนิดจากคาบสมุทรอาหรับภายใต้สภาพภูมิอากาศเป็นทะเลทรายซึ่งมีอากาศร้อนและแห้งแล้ง จะสามารถเข้ามามีอิทธิพลกับภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมแบบบ้านเราซึ่งแตกต่างกันสิ้นเชิงได้อย่างไร อย่างไรก็ตามเมื่อศาสนาอิสลามได้ถูกนำมาเผยแพร่ในสังคมมลายู วัฒนธรรมอาหรับซึ่งมาพร้อมกับศาสนาอิสลาม ก็ได้ถูกยอมรับโดยชาวมลายู และวัฒนธรรมอาหรับก็ค่อยๆ ถูกนำมาผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวมลายูในจังหวัดปัตตานี ที่เด่นชัดได้แก่ วัฒนธรรมทางด้านภาษา ซึ่งตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา ชาวมลายูจากจังหวัดปัตตานีได้ไปศึกษาหาความรู้ทางด้านศาสนาอิสลาม ในประเทศอาหรับโดยเฉพาะประเทศซาอุดีอาระเบีย ประเทศอียิปต์ เช่น นักเรียนมุสลิมที่เข้าไปศึกษาทางด้านศาสนากับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในโลกตะวันออกกลาง หลังจากไปร่ำเรียนก็คล้าย ๆ กับเป็นทูตที่ได้นำเอาวัฒนธรรมอาหรับกลับเข้าสู่บ้านเราด้วย สิ่งที่มีอิทธิพลมากของวัฒนธรรมอาหรับต่อสังคมมลายูโดยเฉพาะปัตตานีคือวัฒนธรรมทางด้านภาษา ซึ่งไม่น่าแปลกใจเพราะภาษายาวีก็มีความคล้ายคลึงกับภาษาอาหรับอยู่พอสมควร

          ก่อนศาสนาอิสลามจะถูกเผยแพร่ ภาษามลายูได้รับอิทธิพลจากภาษาสันสกฤตและภาษาชวากูโน ซึ่งตามความคิดเห็นของนักวิชาการบางท่านได้กล่าวถึงภาษาในสมัยฮินดูว่า ภาษามลายูได้ใช้อักษรกวิและเทวนาครี (Kavi Language and Devanagari Language) เป็นตัวเขียน แต่หลังจากที่ศาสนาอิสลามถูกเผยแพร่ ภาษาอาหรับในฐานะที่เป็นภาษาแห่งคำสอนของศาสนาอิสลามก็ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทแทนที่ภาษาสันสกฤตในหมู่ชาวมลายูทางด้านภาคใต้ของประเทศไทย จากนั้นอักษรอาหรับได้ถูกนำมาใช้เป็นตัวเขียนในภาษามลายู โดยเรียกว่าอักษรยาวีนั่นเอง
 
          ตามความเห็นของชวาหระลาล เนห์รู คำว่า “ยาวี” เป็นคำที่มาจากยวทวีป (Yavadvipa) ซึ่งหมายถึง เกาะเข้าเดือย ส่วนความหมายที่สอง “ยาวี” ตามคำภาษามลายูใช้เรียกผู้คนที่อาศัยอยู่ที่เกาะชวาและใช้ภาษามลายู

          คำว่า “ยาวี” ในปัจจุบันเป็นคำที่ใช้เรียกอักษรอาหรับที่ใช้เขียนภาษามลายู มาจากคำว่ายาวะ ซึ่งชาวอาหรับใช้เรียก เกาะสุมาตรา รวมทั้งคาบสมุทรมลายู ดังปรากฏในตำราอาหรับหลายเล่ม

          อักษรอาหรับ ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์แทนเสียงภาษาอาหรับซึ่งภาษายาวี มีตัวอักขระของอักษรอาหรับอยู่พอสมควร แต่ก็มีบางตัวที่ภาษายาวีไม่ได้นำมาใช้
 
          คำหลายคำที่ภาษามลายู (ยาวี) มีความหมายตรงกับภาษาอาหรับ และภาษาเปอร์เซีย นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา คำศัพท์ภาษาอาหรับหลายคำได้ถูกยืมมาใช้ในภาษามลายูและถูกปรับเปลี่ยนเสียงให้เข้ากับเสียงในภาษามลายู

          จากการศึกษาคำยืมภาษาอาหรับในภาษามลายูถิ่นปัตตานีพบว่า มีคำภาษาอาหรับจำนวนหลายคำที่ถูกใช้ในวิถีชีวิตประจำวันโดยผู้ใช้หลายท่านเองก็ไม่ทราบว่าคำๆนั้นเป็นภาษาอาหรับ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้เรียนภาษาอาหรับมาก่อน

          กระบวนการยืมคำ เริ่มจากการสอนศาสนาตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งผู้สอนเป็นผู้มีความรู้ทางภาษาอาหรับและวิชาการทางศาสนาเป็นอย่างดี ขณะสอนก็จะใช้วิธีการกล่าวถึงตัวบทเป็นภาษาอาหรับ และอธิบายเป็นภาษามลายูท้องถิ่น เมื่อมีการกระทำที่เป็นกระบวนการซึ่งเกิดขึ้นแบบซ้ำๆ ทำให้ผู้เรียนจดจำคำนั้นๆ ได้ ทำให้มีการเริ่มนำไปใช้กันอย่างกว้างขวาง อย่างเช่นคำว่าบาเซ แปลว่า ฟุ่มเฟือย คำว่า การคบเพื่อน-เบอซอบะ มาจาก รากศัพท์ของภาษาอาหรับคือ ซอ ฮะ บะ เป็นต้น

          ภาษาอาหรับส่วนใหญ่จะมีรากศัพท์ซึ่งมาจาก 3 ตัวอักษรของภาษาอารบิก เช่น คาตาบ๊ะ แปลว่าเขียน มาจาก 3 ตัวอักษรรากศัพท์คือ คาส ตา บา การผสมคำก็จะมีการปรับเปลี่ยนโดยมีความหมายคล้าย ๆ กันเช่น ห้องสมุด มะคะตับ หรือสมุดหนังสือ คีแต๊บ สิ่งที่ถูกเขียน คือ มะคุตู๊บ  (มี ค ต บ อยู่ในคำนั้น) ซึ่งภาษามลายูจะถูกถอดมาจากอักษร 3 ตัว

          ภาษาอาหรับมีอิทธิพลมากจนมาถึงบ้านเราในสังคมมลายูจังหวัดปัตตานี นอกจากนี้ยังมีอิทธิพลถึงภาษาอังกฤษด้วย เนื่องจากมีศาสนาอิสลามมาช่วยในการเผยแพร่

โดยณัฐสุดา เมตตาประเสริฐ
รายการวิทยุโลกมุสลิม
 


 


หากท่านใดต้องการเผยแพร่บทความหรือข้อมูลจากเว็บไซต์ เพื่อความรู้หรือประโยชน์ทางการศึกษา โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจน

และกรุณาแจ้งให้ทราบที่   »  E-mail : sameaf.info@gmail.com