17/08/2010

สามสิบวันในอินเดีย 1 : กว่าจะถึงนิวเดลี

อินเดีย เป็นบ่อเกิดของอารยธรรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก มีความหลากหลายในด้านของเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เมื่อก่อน ใครคิดจะค้าขายสิ่งใด จะเรียนอะไร ก็ต้องไปอินเดีย ถึงจะถือว่าทันเหตุการณ์ ปัจจุบัน อินเดีย เริ่มเปิดตัวเองออกสู่โลกภายนอกมากยิ่งขึ้น และเริ่มกลับมาเป็นประเทศที่โดดเด่นในด้านการค้า การต่างประเทศ ศิลปะ และวิทยาการ อีกครั้ง ดังนั้น สำหรับดิฉันแล้ว อินเดียจึงเป็นประเทศที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และก็พยายามจะหาโอกาสไปเที่ยวตั้งนานแล้ว แต่ไม่เคยมีใครยอมไปด้วยสักคน อ้างว่า ไม่ชอบอะไรแขกๆ บ้าง กลัวความวุ่นวายของอินเดียบ้าง ต่างๆ นาน

   วันดีคืนดี เมื่อกระทรวงการต่างประเทศก็ได้รับจัดสรรทุนอบรมดูงานในอินเดียสำหรับข้าราชการ 3 คน ดิฉันจึงรีบตกลง แม้ว่าเพื่อนพ้องที่ทำงานจะล้อเลียนว่า ทำงานมานานปูนนี้แล้วยังต้องไปอบรมอีกหรือ ดิฉันก็ไม่หวั่น เพราะทุนไม่ได้กำหนดอายุคนรับทุนเสียเมื่อไร และคนเราต้องขวนขวายหาความรู้ใส่ตัว ไม่เช่นนั้น ก็จะกลายเป็นแก่แค่อายุอย่างเดียว

ทุนที่ได้รับนี้ เป็นทุนจากรัฐบาลอินเดีย เป็นทุนให้ไปอบรมดูงานและอยู่อาศัย กินนอนอยู่ในอินเดียถึง 1 เดือนเต็มๆ โดยให้แก่ข้าราชการในประเทศอาเซียน ตามกรอบความร่วมมือระหว่างอินเดียกับอาเซียน ทุนนี้เป็นทุนที่เพิ่งมีมาไม่นาน ดังนั้น เพื่อนรุ่นที่เคยไปแล้วจึงเตือนกันว่า ระวังให้ดี เพราะการประสานงานบางอย่างของผู้จัดยังคงอาจตะกุกตะกักอยู่ แต่ดิฉันก็ไม่ได้หวั่น เพราะว่าดิฉันถือว่ามีเพื่อนร่วมชะตากรรม เป็นรุ่นน้องผู้ชายที่ทำงาน (ขอเรียกชื่อเขาว่า “น้อง” แล้วกันนะคะ เพื่อความสะดวกในการเล่าเรื่อง) ร่วมสมัครรับทุนไปด้วยอีกคน เราสองคนนั่งรอด้วยความหวังว่าจะมีคนมาสมัครอีกสักคน เพราะไหนๆ ทุนเขาก็ให้ตั้ง 3 ทุน แต่จนแล้วจนรอดก็มีแค่เราสองคน สงสัยในกระทรวงเรานี้คงไม่ค่อยมีใครชอบกินแกงแขกกันเท่าไร

เราสองคนเริ่มต้นการเดินทางด้วยการไปติดต่อเรื่องวีซ่า ตั๋ว และขอรับรายละเอียดข้อมูลของทุนจากสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เรื่องวีซ่ากับตั๋วนั้น ไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากตั๋วเรามาจากสำนักงานเลขาธิการอาเซียนที่จัดการจองให้ (และด้วยการจองตั๋วนี้ เราเลยได้แอบเห็นรายชื่อเพื่อนอาเซียนอื่นๆ ที่รับทุนเดียวกันนี้ และพบว่า ในขณะที่ไทยมีอยู่ 2 คนนั้น หลายประเทศได้ขอเพิ่มโควตาตัวเองจากประเทศละ 3 คนเป็น 5 คนเสียนี่)

แต่เรื่องข้อมูลรายละเอียดของทุนนั้น เรารอเท่าไร เราก็ไม่ได้รับแจ้งอะไร ไม่มีข้อมูลว่าเราจะต้องไปอยู่ที่ไหน ทำอะไรบ้าง จนกระทั่งวันศุกร์ (2 วัน) ก่อนบินไปนิวเดลี ก็ยังไม่มีข้อมูลอะไร ด้วยความกังวล เราจึงนั่งแท็กซี่ลุยไปสถานเอกอัครราชทูตอินเดีย ซึ่งอยู่ไกลจากกระทรวงของเราพอสมควร

เราพบเลขานุการเอกสถานเอกอัครราชทูตอินเดีย ซึ่งยิ้มแย้มใจดี และส่ายหัวน้อยๆ จากซ้ายไปขวา ก่อน ตอบรับว่า มีข้อมูลให้เรา (ทีแรกเรา นึกว่าอดเสียแล้ว เพราะเห็นคุณเลขานุการแกส่ายหัว) แต่ข้อมูลที่ว่าก็คือเงินสดดอลล่าร์ ที่สถานทูตอินเดียถอนมาให้เราถือไปอินเดีย เป็นเงินทุนให้เราเก็บเอาไปใช้จ่ายค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในระหว่าง 1 เดือนอยู่ในอินเดีย ซึ่งเงินจำนวนที่เราแต่ละคนได้รับนั้น ถือว่ามากทีเดียว

เมื่อแรกเราก็ดีใจว่า ได้เงินเยอะ แต่พอสักพักก็เริ่มคิดได้ว่าน่าหวาดหวั่นเหมือนกัน เพราะจะถือเงินสดไปอินเดียมากขนาดหลายพันดอลล่าร์นั้น ก็เสี่ยงต่อการถูกขโมยอยู่เหมือนกัน และเราก็เกิดสงสัยว่า มีตารางกิจกรรมการอบรมหรือไม่ คราวนี้ คุณเลขานุการเอกอินเดีย พยักหน้าและบอกว่า ไม่มี (สงสัยว่าคงสักพักกว่าเราจะชินกับการพยักหน้า-ส่ายหัว) ผลก็คือเราก็เลยต้องกลับบ้านไปเก็บกระเป๋าและไปเจอกันที่สนามบินในเช้าวันจันทร์ เราจึงขอหมายเลขโทรศัพท์ของสถานทูตไทยในนิวเดลีไป เนื่องจากงานนี้ดูท่าทางจะต้องผจญภัยตั้งแต่ไปถึงเสียแล้ว

พอความหวังริบหรี่ที่จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรอบรม เราเลยไปถามเพื่อนรุ่นที่เคยไปอบรมหลักสูตรเดียวกัน เลยได้รู้ว่า สำหรับทุนฝึกอบรมนี้ คนรับทุนต้องไปเข้าฟังสัมมนาทุกวัน พักอยู่ในโรงแรมที่จัดไว้ให้ และได้ไปเที่ยวนอกนิวเดลีที่เขาจัดให้บางครั้ง เช่น ไปทัชมาฮาล ที่อักรา ไปเมืองไจปูร์ หรือลงไปทางใต้ของอินเดีย ซึ่งอาจเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้เห็นทั้งอินเดียภาคเหนือที่มีทะเลทราย มีอูฐ อินเดียภาคใต้ที่มีทะเลชายหาด อาหารทะเล อินเดียตะวันออกที่เป็นกัลกัตตา เมืองแห่งศิลปะวัฒนธรรม และแม่ชี Theresa หรือ อินเดียภาคตะวันตก ซึ่งมีมุมไบ เป็นศูนย์กลาง bollywood ภาพยนตร์ระบำงามตา สีสันละลานใจ วิ่งเล่นซ่อนหา หลังต้นไม้หลายภูเขา

   พอได้จินตนาการถึงสิ่งเหล่านี้ ดิฉันกับน้องก็ใจชื้นขึ้นเยอะว่า เอาละนะ ยังไงก็คงคุ้มค่ากับการทดลองอะไรแปลกใหม่น่า แต่แน่นอน พอมองย้อนไป ดิฉันก็บอกได้เลยว่า ขณะนั้น เราทั้งคู่ยังไม่ฉุกคิดด้วยความคะนองของคนชอบเที่ยวว่า การไปเที่ยวเองกับการไปอยู่ถึง 1 เดือนมันคนละอย่างกัน และอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศท่องเที่ยวปราบเซียนนะหรือ จะง่ายดายขนาดนั้น








(โปรดติดตามตอนต่อไป)

by pimpiree

***************************


By:  pimpiree


Name
hrwcoemw, 03/05/2012 05:10:48
xMpbk7 , [url=http://ogssedzrzjjk.com/]ogssedzrzjjk[/url], [link=http://fhlunaujfyxq.com/]fhlunaujfyxq[/link], http://uljbpwopapja.com/
Name
tkbtxlxrh, 02/05/2012 08:32:26
lyJjsr <a href="http://ufrtekylknmo.com/">ufrtekylknmo</a>
Name
effzeqfru, 30/04/2012 14:40:00
vpKNAM , [url=http://ywkvligiyfwe.com/]ywkvligiyfwe[/url], [link=http://ldvqvpurtdzg.com/]ldvqvpurtdzg[/link], http://gmumqyoldvpd.com/
Name
ezsjcs, 30/04/2012 11:06:59
zSVR6K <a href="http://ccpkwvjrfqfr.com/">ccpkwvjrfqfr</a>
Name
Sevinc, 29/04/2012 21:56:36
I read your post and wieshd I was good enough to write it
 
Enter your Post*
Spam bot protection (CAPTCHA)