16/08/2010

สามสิบวันในอินเดีย 4: อยู่อย่างอินเดียในนิวเดลี


กรุงนิวเดลีเป็นเมืองใหญ่ หอพักของคณะผู้เข้ารับการอบรม อยู่ในเขตชานเมืองใกล้สนามบินอินทิรา คานธี ซึ่งหอที่เราไปอยู่เป็นหอข้าราชการทหารอินเดีย จึงอยู่กลางค่ายทหาร จะเข้าออกก็ต้องผ่านด่านตรวจ ซึ่งก็เข้มงวดบ้างไม่เข้มงวดบ้างแล้วแต่ว่าเป็นช่วงไหนของวัน มองวิวไปรอบๆ จากห้องพักก็ไม่ค่อยเห็นอะไรมาก นอกจากบ้านพักข้าราชการอินเดียที่มีราวตากผ้า (ส่าหรี) ปลิวไสวกลางสายลมในทุ่งโล่ง จะมีสิ่งมีชีวิตเห็นชัดๆ ก็แค่ฝูงวัวเคี้ยวเอื้องอยู่ไกลๆ (แต่ผอมซี่โครงโผล่หมดทุกตัว) ยามพลบค่ำ หอของดิฉันจึงเงียบ มองออกไปก็เวิ้งว้าง

พอเปิดทีวีก็พบว่า แม้มีช่องทีวีมากมาย แต่ดันมีช่องที่ดูได้จริงๆ ก็แค่ข่าว และภาพยนตร์ฝรั่ง เพราะที่เหลือมักเป็นละครอินเดีย หนังบอลีวู๊ดที่มีระบำรำฟ้อน หรือข่าวการเมืองที่มีในอินเดีย ซ้ำไปซ้ำมา ยกเว้นว่าถ้าเป็นตอนเช้าก็อาจมีรายการนำสวดมนต์โดยกูรู บาบา พระ อิหม่าม บาทหลวงหรือนักบวช ลัทธิหรือศาสนาต่างๆ ในอินเดียมาแทน แล้วแต่ว่าเป็นช่องทีวีทำให้ภาคไหนหรือจังหวัดไหนของอินเดียดู (เรียกว่าทุกศาสนาได้มีคนนำสวดมนต์แน่นอนไม่ต้องห่วง) หนักเข้าเลยทำใจดูเสียบ้าง เผื่อจะเข้าใจรสนิยม มุมมองคนอินเดียขึ้นบ้าง

พอดูทีวีอินเดียได้สักสองสามสัปดาห์ ก็เริ่มคุ้นตากับระบำรำฟ้อนของคู่ทีวีและภาพยนตร์อินเดีย หลังจากดูหลายช่องหลายคณะเต้นรำแล้ว ก็คงต้องเอ่ยเล่าให้ฟังว่า ศิลปะการฟ้อนรำของอินเดียที่ถือเป็นศิลปะเก่าแก่ค่ะ ท่าทางการฟ้อนรำหรือนาฎลีลาที่เก่าแก่ที่สุดถูกค้นพบเป็นภาพแกะสลักในถ้ำในแคว้นโอริสสา ในอดีต การเต้นรำมีวัตถุประสงค์เพื่อบูชาเทพเจ้า และเพื่อบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในยุคที่ผู้คนส่วนมากในอินเดียยังไม่รู้หนังสือมากนัก ในอดีต การจะเรียนเต้นให้ถูกต้องจริงๆ ต้องเรียนกันตั้งแต่เด็ก และอบรมกันจากการฝากฝังให้เรียนในวิหารกันทีเดียวและคณะของเรามีโอกาสได้ชมจากปรมาจารย์ด้านนาฎลีลาของอินเดียด้วยค่ะ (ฝ่ายผู้จัดใจดีพาเราไปดู) ซึ่งเราพบว่า สวยทีเดียว เพราะอาจารย์เรียนและเต้นมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จึงดูอ่อนช้อย นุ่มนวลกว่าระบำอินเดียประเภทที่มีให้ชมทั่วไป

   ที่ดิฉันรู้ก็เพราะเพื่อนลาวจอมทะเล้นของเราก็ยกมือถามว่าแล้วยูเคยเต้นแบบบอลีวู๊ดไหม แต่อาจารย์มีอารมณ์ขันเลยยิ้มบอกว่า เปล่า ไม่เคย เพราะมันคนละอย่างกัน แล้วก็อธิบายว่า ระบำในหนัง Bollywood บางท่าก็ดัดแปลงจากนาฏลีลาอินเดีย ผสมท่าเต้นตะวันตกเข้าไป แต่เป็นการผสมที่ไม่เหลือเค้าโครงเดิมเท่าไร จังหวะก็เร็วกว่าของดั้งเดิมมาก ส่งผลให้นางเอกพระเอกของอินเดียตอนนี้ไม่มีที่ออกเจ้าเนื้อแล้ว เพราะแต่ละคนเต้นกันได้ประหนึ่งแอโรบิก แถมเต้นไปร้องเพลงไปพร้อมๆ กัน และเต้นกันได้ทุกสถานที่ด้วย เพราะหนัง Bollywood รักโรแมนติกก็ลงทุนไปถ่ายทำในยุโรป และมีฉากเต้นรำรอบๆ หอคอยไอเฟล ที่ฝรั่งเศส หรือรอบสองฝั่งคลองเวนิส ในอิตาลีด้วย (ชวนให้คิดว่า ฝรั่งแถวนั้นน่าจะแตกตื่นพอควร ที่อยู่ดีๆ นางเอกพระเอกและเพื่อนนางเอกพระเอกอีกฝั่งละเกือบ 40 คน อยู่ดีๆ ก็โดดผลุงไปวิ่งจ๊ะเอ๋ตามสะพานข้ามคลองเวนิซ)

ส่วนละครอินเดียก็ดูแล้วคงจะน้ำเน่าสูสีกับละครทีวีไทย เนื้อเรื่องเท่าที่ดูตัวร้ายก็ร้ายอิจฉาจนควรได้ตุ๊กตาทองมาก (ถ้าถามว่ารู้ได้ยังไงก็ขอตอบว่า เดาเอา เห็นเธอเดินเข้าฉากมา แต่งหน้าสีฉูดฉาด ตั้งกระบังสเปรย์กากเพชร ห่มส่าหรีสีสะท้อนแสงโชว์เอวต่ำกว่าคนอื่น สุ้มเสียงแหลมปรี๊ด) สำหรับเรื่องที่ดิฉันเลือกดู (เพราะดูง่าย)นั้น นางร้ายเธอมักกลั่นแกล้งนางเอก ด้วยความหมั่นไส้นางเอกที่ได้แต่งงานกับพระเอก เลยแกล้งขังนางเอกในห้องครัวบ้าง หลอกพาไปทิ้งให้หลงทางบ้าง คอยพูดจาใส่ร้ายนางเอกกับครอบครัวพระเอก และเมื่อไม่สำเร็จ ก็เปลี่ยนไปใส่ร้ายเพื่อนบ้านนางเอก และตัวละครอื่นๆ ที่ดูไม่น่าเกี่ยวข้อง เท่าที่จะพอหาได้ (ถ้าให้ร้ายให้กับครูโรงเรียนอนุบาลนางเอกได้ เธอคงไม่ลังเล) ส่วนนางเอกก็แสนดีโดนแกล้งแต่ละที ก็ไม่ยักกะฟ้องพระเอก โทรเรียก 191 หรือหยิบหนามทุเรียนขึ้นสู้ เอาแต่ร้องไห้กระซิกๆ รอให้กลุ่มเพื่อนนางเอก หรือกลุ่มผู้ช่วยนางเอกซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์มาช่วย


(ซึ่งในฉากเหล่านี้ มักไม่สมจริง เพราะไม่มีฉากมอเตอร์ไซค์หักลบวัวกลางถนน) ซึ่งเมื่อเพื่อนมาช่วยก็มักจะมาสายเกินไปทุกที ชวนให้ดูแล้วบีบคั้นอารมณ์ และน่าติดตามในความน้ำเน่าอย่างยิ่งแต่ไม่ว่าละครอินเดียจะชวนติดตามอย่างไร เราก็ต้องได้หาเรื่องออกนอกหอพักเพื่อไปแสวงหาสิ่งที่เจริญกว่า และพอพ้นหอเรานั้น เราก็พบว่า กรุงนิวเดลี นั้น มีสถานที่ซึ่งมีความเจริญ และดูสวยงามอยู่อีกมาก อาทิ ในย่านกลางเมืองหรือ Connaught place ซึ่งเป็นย่านราชการ และสถานเอกอัครราชทูตต่างชาติ (รวมสถานทูต และทำเนียบท่านเอกอัครราชทูตของไทยด้วย) หากดูเผินๆ แล้ว บริเวณนี้ดูเหมือนกับวอชิงตันทีเดียว เพราะต้นไม้ ถนนหนทางดูเป็นระเบียบมาก (ไม่นับการจราจร เพราะการจราจรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง) สมกับที่เคยเป็นเมืองอันยิ่งใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย ความคลาสสิคของสถาปัตยกรรม การวางผังเมืองที่ได้รับมาจากยุคอาณานิคม ทำให้นิวเดลีมีความสวยเฉพาะตัว เสียดายก็แต่ด้วยความที่ประชากรนิวเดลีแออัดเหลือเกิน ถนนหนทางในนิวเดลี ต่อให้ก่อสร้างดีแค่ไหน ไม่ทันไรก็ทรุดเป็นหลุมบ่อ เพราะทนรับการใช้สัญจรไปมาอย่างหนักของผู้คนมหาศาลในนิวเดลีไม่ไหว 


นอกจากนั้น นิวเดลีมีอาหารข้างทางมากมาย แต่พวกเราก็ไม่กล้าลอง กลัวแพ้เชื้อท้องถิ่นแล้วจะท้องเสียกัน เพราะได้รับการเตือนมาเยอะ        (รวมทั้งจากฝ่ายผู้จัดโครงการด้วยว่า อย่าไปเที่ยวหาอะไรทานสุ่มสี่สุ่มห้า) หน้าตาอาหารที่ขายข้างทางก็ดูแปลกๆ สำหรับคนไม่คุ้นอย่างเราเช่นกัน อาทิ น้ำมะนาวรถเข็น ซึ่งคั้นโดยคนขายผ่ามะนาวแล้วบีบใส่น้ำแข็งที่โยกขึ้นจากรถเข็นสังกะสีบุบๆ (ครั้งแรกที่เห็น เจ้ารถน้ำมะนาวนี้ ก็ดันเป็นคันที่จอดอยู่หน้าห้องน้ำชายสาธารณะในนิวเดลี ก็เลยไม่มีใครกล้าลอง) นอกจากนั้น ก็มีมะม่วง แตงกวา และผลไม้หน้าตาแปลกๆ อีกหลายอย่างที่ดูไม่ออกว่าคืออะไร ซึ่งคนขายจะปอกเปลือกและฝานให้ทานสดๆ หรือเอาใส่ถุงพลาสติกก๊อบแก๊บยู่ยี่ให้ (ซึ่งดิฉันเชื่อว่า ถ้าคุณเพื่อนญี่ปุ่นของดิฉันมาเห็น คนขายคงโดนเอ็ดให้ไปล้างมือ ล้างมีด ทิ้งถุงทั้งหมด และซื้อถาดผลไม้หรือรถเข็นใหม่ด้วย)

อาหารเหล่านี้ คนขายจะจัดใส่ถาด เดินแบกไปตามท้องถนนและดูจากท่าทางคนท้องถิ่นที่เขาทานกันก็ดูว่าท่าทางจะทานอร่อยกัน (จนชักอยากลอง) ซึ่งก็คงจะจริง เพราะพี่ๆ สถานทูตไทยที่มีภูมิต้านทานพอสมควรมักจะเล่าว่า อาหารอินเดียข้างถนนนั้นอร่อย ไม่ว่าจะจาปาตี

ชาแขก ขนมทอด น้ำผลไม้ แกงกะหรี่ชนิดต่างๆ และหลายคนก็บอกด้วยว่า นิวเดลีเป็นเมืองที่ไปประจำการณ์แล้วน้ำหนักจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะอาหารอินเดียในอินเดียทำจากฝีมือคนอินเดีย โดยเฉพาะแป้งนาน หรือแป้งจาปาตีทอดหรืออบกับเตาถ่านแบบอินเดียนั้น หอมอร่อยอย่าบอกใครเชียว

    นอกจากเรื่องปากท้องแล้ว การซื้อของฝากกลับบ้านก็สำคัญ พวกเราเลยแยกย้ายกันไปเดินเที่ยวสยามสแควร์นิวเดลี หรือ Khanh Market ที่มีของขายเยอะมาก (แต่หน้าตาไม่เหมือนสยามสแควร์เราเท่าไร ออกกระเดียดไปทางสามย่าน ยุคยังไม่ปรับปรุงมากกว่า) และของที่ได้เป็นของที่ระลึกที่ราคาไม่แพงด้วย (หากไม่เหนื่อยที่จะเถียงกับแขกคนขาย) ของที่น่าซื้อก็มี เครื่องประดับประเภท costume jewelry เครื่องทองเหลืองลงยา ผ้าชีฟองปักทอง ผ้า pashmina (ดิฉันเลือกที่ราคาแพง นึกว่าจะแพงที่คุณภาพ ดันกลายเป็นแพงที่ความยาว ใช้ทีไรมีคนถามว่าไปเอาผ้าห่มของใครมาหรือ) ซื้อผ้าที่อินเดียต้องทำใจค่ะ แม้คนขายยืนยันประหนึ่งโดนหยามศักดิ์ศรีว่า ไม่ตกแน่นอน มาดาม เมื่อกลับมาซักแล้วอย่างไรก็สีตกค่ะ ตกมากตกน้อยนั้นก็แล้วแต่คุณภาพ นึกดูก็ประหลาดใจว่าคนอินเดียห่มส่าหรีสีสดใสกันมากมาย ซักผ้ากันอย่างไรถึงไม่สีตก พอถาม ก็ได้รับคำตอบคร่าวๆ ว่า เขาก็ไม่ค่อยซัก หรือซักก็ไม่ใช้ผงซักฟอกแบบเรา เขาใช้การซักด้วยมือ หรือใช้สบู่อ่อนๆ อย่างไรก็ตาม ส่าหรีเป็นสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของอินเดียจริงๆ หากเมื่อไรเลิกใช้กันเสียแล้วก็น่าเป็นห่วงเหมือนกันว่า ความน่าดึงดูดใจของอินเดียในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวคงหายไปด้วย

สถานที่ๆ มีส่าหรีสีสดไสที่สุด คือสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงนิวเดลีค่ะ นอกจากสุสานท่านมหาตมะ คานธีที่ออกแบบให้ดูสงบนิ่ง และใกล้ชิดธรรมชาติแล้ว (ร่มรื่นมากค่ะ และแนะนำให้ไปเยือนโดยใส่รองเท้าถุงเท้าไป เพราะต้องถอดตอนเดินเข้าไปข้างในค่ะ และถ้าอากาศร้อน จะกลายเป็นต้องตะแคงเท้าเดินไป) ที่นี่ มีเปลวไฟที่จุดไว้ตลอดเวลา และมีดอกไม้สดเสมอ แสดงถึงความรักและเคารพของคนอินเดียต่อมหาบุรุษของโลกคนนี้




ป้อม Red fort ก็เป็นสถานที่ซึ่งคนอินเดียเองก็ไปเที่ยวมากพอกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ป้อมนี้ทาสีแดง และเดิมเคยใช้เป็นพระราชวังของกษัตริย์อินเดียในยุคราชวงศ์โมกุล ภายในเป็นป้อมหลายชั้น ชั้นนอกเป็นส่วนที่เคยเป็นตลาดสำหรับใช้ซื้อของสำหรับผู้หญิงฝ่ายในของวัง เมื่อเดินทะลุถึงชั้นในสุด ก็จะพบสวนจัดแบบสไตล์เปอร์เซียน มีน้ำพุและนางระบำรำฟ้อนกับนักดนตรีดีดสีตีเป่ารอบน้ำพุที่จุดตะเกียงรอบสวนในตอนค่ำ (พยายามหลับตานึกภาพตามเวลาไปยืนอยู่ด้านหน้าสวนนะคะ) รอบๆ สวนมีเรือนหินอ่อนฝังพลอยและหินมีค่าหลายหลัง ซึ่งเป็นเรือนนอนของพระมหาราชา หรือพระมหาราชินี เป็นห้องอาบน้ำ หรือโรงครัว ปัจจุบัน อาคารเหล่านี้ใช้เป็นที่แสดงภาพถ่ายและข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ สิ่งที่เก๋ที่สุดคือ ในส่วนนี้ เนื่องจากกษัตริย์โมกุลผู้ก่อสร้างป้อมพระราชวังแห่งนี้ เป็นมุสลิม จึงมีมัสยิดในพื้นที่ด้านในด้วย โดยมัสยิดนี้ผนังด้านในด้านนอกเป็นคนละทรง โดยผนังด้านในนั้นฉาบหรือวางให้โย้เข้าหันไปทางทิศเมืองเมกกะห์ เพื่อการสวดมนต์แบบอิสลามในแต่ละวัน ซึ่งหากดูจากภายนอกแล้วจะไม่ทราบ เพราะผนังด้านนอกทำให้เอียงเข้ากับอาคารหลังอื่นๆ เลย อย่างไรก็ตาม ความหรูหราของวังนี้ก็อยู่ได้ไม่นานและล่มสลายไปกับราชวงศ์โมกุล และการรุกรานของเปอร์เซีย เหลือไว้แต่โครง ข้าวของเล็กน้อย และเรือนหินอ่อนฝังพลอยที่ฝังไว้แน่นหนา


ป้อมนี้ก็ตกเป็นสถานที่ทำการสำคัญของอังกฤษในยุคอาณานิคมด้วย และต่อมา ก็เป็นศูนย์กลางเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์อินเดีย   โดยในช่วงประกาศอิสรภาพ ก็เป็นสถานที่ซึ่งคนอินเดียที่ดีใจที่ได้รับอิสรภาพไปรวมตัวกัน และทุกวันนี้ ก็ยังมีประตูด้านหนึ่งชื่อ Lahore gate ซึ่งอินเดียเก็บชื่อไว้ พร้อมทำป้ายสวยงาม เพื่อระลึกถึง partition หรือช่วงที่อินเดียถูกแยกกับปากีสถาน เนื่องจากประตูนี้หันไปทางทิศของเมือง Lahore ในปากีสถานนั่นเอง ในช่วงที่เราไป นายกรัฐมนตรีอินเดียได้ไปกล่าวสุนทรพจน์วันชาติอินเดีย ที่ป้อมดังกล่าวด้วย น่าเสียดายอย่างยิ่งที่เราได้ดูแค่จากในข่าวโทรทัศน์ เพราะได้รับการเตือนว่า อย่าออกไปไหน เนื่องจากพวกหัวรุนแรงแบ่งแยกดินแดน คงพยายามวางระเบิดในนิวเดลีอีกตอนไกด์เราพูดถึงประตู Lahore ไกด์ก็จะพูดถึงความเศร้าใจของการแบ่งแยกปากีสถาน-อินเดีย ในแง่ที่ครอบครัว หมู่บ้าน สังคมอินเดียในยุคนั้น ถูกพรากออกจากกัน โดยประเทศที่สามเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งแม้กระทั่งปัจจุบัน ความสัมพันธ์ของอินเดียกับปากีสถานก็ยังไม่ได้สนิทแนบแน่นกัน

เมื่อแรกๆ เราออกไปข้างนอกตอนกลางคืนเพื่อหาอาหารมื้อเย็นรับประทาน เราก็เลยหวาดหวั่นหลายอย่างพร้อมๆ กัน เช่น จะมีระเบิดหรือไม่ จะหลงทางหรือเปล่า จะโดนล้วงกระเป๋าหรือไม่ จะโดนขอทานรุมหรือเปล่า จะโดนแท๊กซี่โกงหรือไม่ จะไปถึงอย่างไร กินอาหารข้างนอกแล้วจะท้องเสียหรือไม่ ฯลฯ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป เราก็เริ่มปรับตัวได้ เราก็เริ่มคุ้นเคยกับการผจญภัย ความกลัวก็เริ่มลดลง เหลือแค่ความหวาดหวั่นว่าตุ๊กตุ๊กเราจะหลงทางหรือไม่ เพราะคนขับตุ๊กตุ๊กที่เราเจอมักไม่ค่อยรู้ทิศทาง และด้วยความที่นิวเดลีประหยัดงบค่าไฟฟ้าตอนกลางคืน ถนนหลายๆ เส้นจึงมืดสนิทเกือบจะตลอดเส้น ทำให้ต่อให้เราบอกทางก็ไม่ถูกอยู่ดี



   อย่างไรก็ตาม เวลาคนเราลำบาก เราก็มักจะได้รู้ซึ้งถึงอัธยาศัยไมตรีของคนท้องถิ่น เมื่อเราหลงทางในนิวเดลี ก็มักพบว่า หากเข้าไปถาม คนนิวเดลีทุกคนก็พร้อมจะบอกทางเสมอ และก็มักพบต่อมาว่า จริงๆ แล้ว คนบอกทางก็ไม่รู้ทางพอกับเรา (ถามสิบคนก็ได้สิบทิศ ถามพร้อมกันสองคน ก็ชี้กันคนละทิศ) จนในที่สุดเราก็เข้าใจและทำใจให้อภัยไปเองว่า ความบกพร่องของเขาอยู่ที่ความรู้ ไม่ได้อยู่ที่น้ำใจ








***************************

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

By: pimpiree


By:  pimpiree


Reviews 211 - 220 of 551
First | Prev. | 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 | Next | Last
Name
DennisHek, 08/09/2019 12:11:16
You have made your stand very clearly!!

viagra meets the rave scene
<a href="http://viaonlinebuyntx.com/">never mix viagra and steroids</a>
cheapest viagra next day delivery uk
<a href=http://viaonlinebuyntx.com/>online viagra testosterone</a>
Name
JerrodBig, 08/09/2019 09:43:03
This is nicely put! .

girl who took viagra
<a href="http://viaonlinebuymsn.com/">first three times i used viagra</a>
viagra side effects for reynauds
<a href=http://viaonlinebuymsn.com/>the story of viagra</a>
Name
DennisHek, 08/09/2019 07:12:49
Nicely put, Kudos.

viagra toung
<a href="http://viaonlinebuymsn.com/">vigorex or viagra</a>
song on the new viagra commercial
<a href=http://viaonlinebuymsn.com/>hydrocodone taken with viagra</a>
Name
Randythart, 08/09/2019 05:25:36
Seriously a lot of amazing data!
cialis or viagra which is better
<a href="http://viaonlinebuyntx.com/">cheapest viagra prices us licensed pharmacies</a>
buy pharmaceutical viagra
<a href=http://viaonlinebuyntx.com/>pros and cons of taking viagra</a>
Name
JerrodBig, 08/09/2019 02:43:15
Fantastic tips. Kudos!

citrate generic sildenafil viagra
<a href="http://viaonlinebuymsn.com/">safe for females to use viagra</a>
viagra find sites computer
<a href=http://viaonlinebuymsn.com/>http://viaonlinebuymsn.com/</a>
Name
Robertacism, 08/09/2019 01:40:57
Kudos! Wonderful stuff.
<a href="https://canadianpharmaciescubarx.com//">canada pharmaceuticals online</a>
canada viagra - http://canadianpharmacyntv.com/

<a href=http://www.theghanaianjournalonline.com/news_post.php?post=2637#comments-section>cheap drugs Mila</a> e971de4
Name
SteveFaw, 08/09/2019 01:38:20
You suggested it wonderfully!

how to get free samples of cialis
<a href="http://ciaonlinebuyntx.com/">cuanto cuesta una caja de cialis en la farmacia</a>
mens health cialis
<a href=http://ciaonlinebuyntx.com/>http://ciaonlinebuyntx.com/</a>
Name
RonaldVonse, 08/09/2019 01:22:01
Good facts. Thanks.
<a href="http://canadianpharmacyntv.com//">canadian pharmacies online</a>
best canadian online pharmacies - http://canadianpharmaceuticalsonlinerx.com/

<a href=http://www.yatim-auliyaa.com/berita-308-pengaruh-salat-dalam-pencegahan-penyakit-varises.html>canadian pharmacy drugs online Duh</a> 71de428
Name
DennisHek, 08/09/2019 00:03:26
Thanks a lot, Fantastic stuff.

buy discreet medical viagra
<a href="http://viaonlinebuymsn.com/">lyrics abracabra im up like viagra</a>
discount viagra
<a href=http://viaonlinebuymsn.com/>settlement agreements on viagra</a>
Name
DennisHek, 07/09/2019 23:13:55
Amazing info, Thank you!

find viagra free sites pages search
<a href="http://viaonlinebuyntx.com/">no orgasm with viagra</a>
international launguage viagra
<a href=http://viaonlinebuyntx.com/>http://viaonlinebuyntx.com/</a>
Reviews 211 - 220 of 551
First | Prev. | 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 | Next | Last

Review was saved successfully

 
Enter your Post*
Spam bot protection (CAPTCHA)