02/08/2010

Business Opportunities

Business Opportunities

ประเทศตูนีเซียตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกากันเช่นเคย ถ้าหากพูดถึงทวีปนี้ในเรื่องของธุรกิจหรือว่าในเชิงของศักยภาพทางเศรษฐกิจแล้ว ก็ต้องบอกว่ามาคู่ๆกับ แอฟริกาใต้ บางข้อมูลก็ว่าแอฟริกาใต้เป็นอันดับหนึ่ง บ้างก็ว่าตูนีเซียอันดับหนึ่ง แต่จะเป็นที่หนึ่งในด้านใดบ้าง ก็ต้องไปค้นหาศักยภาพทางเศรษฐกิจของตูนีเซียกันเลยดีกว่า

ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ของประเทศตูนีเซีย จึงทำให้มีข้อได้เปรียบด้านยุทธศาสตร์ทางการค้ามาตั้งแต่อดีต ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นสะพานเชื่อมกับสหภาพยุโรป เพราะมีอาณาเขตใกล้กับทวีปยุโรป จึงมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาคแอฟริกาเหนือ ส่งผลให้ประเทศประสบความสำเร็จทางด้านการพัฒนาเศรษฐกิจมาโดยตลอด นอกจากนั้นยังมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศมหาอำนาจฝรั่งเศสในลักษณะบ้านพี่เมืองน้องอีกด้วย ประเทศตูนีเซียจึงมีโอกาสติดต่อค้าขายระหว่างประเทศในแถบทวีปยุโรปได้อย่างสะดวกสบาย

สำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศนั้น ตูนีเซียได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศอีกมากมาย โดยการลงนามความตกลง Associate Agreement ครั้งสำคัญ กับสหภาพยุโรป (EU) เมื่อปี 1995  ซึ่งนับเป็นประเทศแรกของแอฟริกาเหนือที่จัดทำความตกลงลักษณะดังกล่าวกับ EU ด้วยการกำหนดให้สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดในตูนิเซียร้อยละ 35 สามารถส่งไปขายในกลุ่ม EU ได้โดยปลอดภาษี และให้สิทธิพิเศษทางภาษีแก่สินค้าอุตสาหกรรมจากสหภาพยุโรปเข้ามาจำหน่ายในตูนีเซียได้ ซึ่งนับว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ดึงดูดนักลงทุนชาติยุโรปให้เข้ามาร่วมทำการค้ากับประเทศตูนีเซียได้มากขึ้น ส่งผลให้ EU กลายเป็นคู่ค้าหลักของตูนิเซีย รวมทั้งสามารถเข้ามาลงทุนในตูนีเซียในการเป็นฐานการผลิตเพื่อป้อนสินค้าเข้าสู่ตลาด EU ได้มาก

ด้วยศักยภาพทางการค้าที่สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาตินี่เอง ตูนีเซียจึงได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีทิศทางการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีที่สุด และยังได้รับการยอมรับให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินแห่งแรกในแถบภูมิภาคแอฟริกา และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มประเทศอาหรับ ทำให้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจภายในประเทศได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา รวมทั้งจากประเทศเพื่อนบ้านในทวีปแอฟริกาเหนืออีกด้วย

เมื่อมองในภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศแล้วพบว่า ประเทศคู่ค้าที่สำคัญของตูนีเซียได้แก่ ประเทศฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน และเบลเยี่ยม โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ สินค้าและเสื้อผ้ากึ่งสำเร็จรูป สินค้าเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ส่งออกมาตั้งแต่อดีต แต่เมื่อมีการส่งเสริมการลงทุนที่มากขึ้น ตูนีเซียจึงผันตัวเองมาสร้างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมากขึ้นด้วย เช่น สินค้าเครื่องจักร ชิ้นส่วนอากาศยานและเคมีภัณฑ์ ซึ่งมีคุณภาพใกล้เคียงกับยุโรปเลยทีเดียว

แม้ว่าเศรษฐกิจภายในประเทศจะเติบโตไปไกลแค่ไหนก็ตาม แต่ประเทศตูนีเซียยังคงดำเนินนโยบายเพื่อสร้างความเข้มแข็งและยกระดับมาตรฐานทางเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างเหนียวแน่น ด้วยการส่งเสริมการจ้างงาน พร้อมทั้งเพิ่มอัตรารายได้ของประชากรโดยการเร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษา และอำนวยความสะดวกในการก่อตั้งธุรกิจ โดยที่รัฐบาลตูนีเซียได้มุ่งเน้นการเพิ่มการลงทุนกิจกรรมทางธุรกิจของภาคเอกชนภายในประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งวางนโยบายเพิ่มการบริโภคของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น

เมื่อวิเคราะห์ภาพรวมทางด้านเศรษฐกิจของประเทศตูนีเซียแล้ว เราจะพบว่าเส้นทางการลงทุนในประเทศนี้ดูสดใสเลยทีเดียว เพราะที่ตูนีเซียสามารถใช้เป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออก และเป็นประตูการค้าระหว่างไทยและสหภาพยุโรปได้อย่างสะดวกง่ายดาย ดังนั้นตูนีเซียจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นักลงทุนไทยผู้ต้องการส่งออกสินค้าไปขายในตลาดยุโรปไม่ควรพลาด

และหากจะกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ตูนีเซีย ก็เรียกว่าเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะว่าทั้งสองประเทศได้มีการลงนามตกลงทางการค้าร่วมกันเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2529 และมีปริมาณการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกของไทยเราล่าสุดในปี 2550 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 63.34 ล้าน USD แต่มูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 4.1 ล้าน USD หรืออาจจะกล่าวว่าอยู่ในสภาวะได้เปรียบดุลการค้ามาโดยตลอด

ในการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (Joint Trade Commitee) ไทย-ตูนีเซียครั้งที่ 2 ณ กรุงตูนิสเมื่อปี 2007 ที่ผ่านมา ภายหลังจากการประชุมเพื่อแสวงหาลู่ทางทางการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้นนั้น ตูนีเซียพยายามผลักดันให้มีการลงนามความตกลงทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนให้ภาคเอกชนทั้งสองประเทศมีความร่วมมือระหว่างกันเพื่ออุดช่องว่างของแต่ละฝ่ายให้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ตูนีเซียยังต้องการแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางวิชาการกับไทยในสาขาที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ เช่นอุตสาหกรรมหัตถกรรม (Handicraft Industry)  และการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ (Aquaculture) อีกด้วย

สำหรับไทยเราเองก็เล็งเห็นความสำคัญในด้านการให้ความร่วมมือทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เทคโนโลยีการผลิตในสาขาที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ ในขณะที่ตูนีเซียให้ความสนใจศักยภาพในด้านการประมงและการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ และนำเข้าสินค้าอาหารทะเลจากประเทศไทยเช่นกัน นั่นจึงถือเป็นโอกาสอันดีในการขยายการลงทุนด้านเทคโนโลยีการประมง และอุตสาหกรรมสินค้าอาหารทะเลของไทยบนพื้นที่ชายฝั่งเมดิเตอเรเนียนได้อีกช่องทางหนึ่ง

และปัจจัยที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือตูนีเซียให้ความสำคัญกับกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรเป็นอย่างมาก ซึ่งหากลงทุนในเขตพัฒนาที่กำหนดไว้ จะได้รับสิทธิพิเศษเช่นเดียวกัน ประกอบกับตูนิเซียเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอาหารเป็นหลัก จึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการขยายสินค้าภาคการเกษตร ทั้งการแปรรูปสินค้าหัตถกรรม และเกษตรกรรม รวมทั้งสินค้าประเภทธัญพืช โดยเฉพาะข้าวก็นับว่าเป็นสินค้าส่งออกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะตูนีเซียนำเข้าข้าวมากเป็นจำนวนนับแสนตันต่อปี ในขณะนี้ภาคเอกชนทั้งสองประเทศยังได้รับการสนับสนุนให้ติดต่อซื้อขายข้าวระหว่างกันโดยตรง เพื่อผลักดันให้ตูนีเซียเพิ่มปริมาณการนำเข้าสินค้าข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการได้มากขึ้น รวมทั้งเป็นการส่งเสริมเพื่อให้มาตรฐานอาหารฮาลาลของไทยได้รับการรองรับให้เป็นอาหารฮาลาลระดับสากลอีกด้วย

หากชาวตูนีเซียนเกิดอาการเจ็บไข้ได้ป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ  ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายหนักเอาการทีเดียว เพราะค่ารักษาพยาบาลของที่นี่มีราคาสูงลิ่ว โดยเฉลี่ยแล้วราคาคิดเป็นเงินไทยก็อยู่ที่ 20,000 บาทต่อครั้ง ดังนั้นสำหรับนักธุรกิจหัวใส หากจะจับธุรกิจทางเลือกเพื่อสุขภาพ ก็สามารถดึงจุดแข็งด้านการบริการของไทยเข้ามาเสริมในลักษณะ One-stop-service ด้วยการรักษาพยาบาลควบคู่ไปทำการทำธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน

ตูนีเซียมีกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมากกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้ และยังเป็นประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างดี รวมทั้งมีระบบสาธารณูปโภคที่เพียบพร้อม ภาวะทางการเมืองก็อยู่ในเกณฑ์ดี ใครที่เคยติดภาพสถานการณ์รุนแรงในภูมิภาคแถบนี้ ก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงอีกต่อไป เพราะฉะนั้นนักลงทุนไทยที่จะมาใช้ชีวิตหรือทำธุรกิจในประเทศนี้ ก็สามารถวางใจในสวัสดิภาพของตัวเองได้เลย

แม้ว่าตูนีเซียจะมีวัฒนธรรมใกล้เคียงกับยุโรปมากก็ตาม แต่ความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ บางประการก็เป็นเรื่องทีไม่ควรมองข้าม ชาวตูนีเซียจะให้ความสำคัญกับบุคคลที่คุ้นเคยมากกว่า การปูทางความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดสนิทใจก่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการเจรจาธุรกิจให้เป็นไปอย่างราบรื่น และสามารถสร้างสายสัมพันธ์ทางธุรกิจได้ในระยะยาว

 

หมายเหตุ บทความนี้เขียนขึ้นโดย คุณปวีณา สิงห์บูรณา

 


By:  ปวีณา สิงห์บูรณา


Name
pdozdmts, 16/08/2011 20:29:46
ekeNOD , [url=http://rhzamtetwcdq.com/]rhzamtetwcdq[/url], [link=http://vpqrdguretso.com/]vpqrdguretso[/link], http://tcnljqvedpil.com/
Name
ipxlzsi, 11/08/2011 22:01:08
UoNEnw <a href="http://nttyklqdlaqm.com/">nttyklqdlaqm</a>
Name
pmxdtn, 09/08/2011 21:51:33
dspENc , [url=http://hnwqoaesuqfb.com/]hnwqoaesuqfb[/url], [link=http://gpmhemwpougw.com/]gpmhemwpougw[/link], http://tsylzcutojej.com/
Name
bovwadlp, 09/08/2011 01:27:58
cQyttP <a href="http://meystprdchle.com/">meystprdchle</a>
Name
Steffie, 08/08/2011 12:34:21
This could not possibly have been more hlefupl!
 
Enter your Post*
Spam bot protection (CAPTCHA)