28/02/2011

คองโก : นรกถึงสวรรค์ห่างกันแค่สิบก้าว

 

                 ผมไปใช้ชีวิต อยู่ในกรุงคินชาซา (Kinshasa) เมืองหลวงของคองโกอยู่สี่ห้าวัน ประเทศเขาจริงๆ ขนาดพื้นที่ใหญ่ติดท็อปทรีในแอฟริกา ประชากรประมาณ 70 ล้านคน ทรัพยากรก็มีอยู่มาก แต่สงครามที่มีมาต่อเนื่องยาวนาน ยังไม่มีแววจะสงบเรียบร้อยในเร็ววัน

                 ประเทศนี้มีชื่อเต็มว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Democratic Republic of Congo) ตั้งชื่อยาวๆ แบบนี้เพื่อให้แตกต่างจากสาธารณรัฐคองโก (Republic of Congo) ซึ่งเคยเป็นประเทศเดียวกันและ ก็อยู่ติดกันนั่นแล



ผมบินไปจากกรุงไนโรบี เมืองหลวงเคนยาประมาณ 3 ชม.ครึ่ง ทั้งที่เป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงกัน แต่เป็นเพราะประเทศเขากว้างใหญ่ไพศาล และเมืองหลวงไปตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกสุด ขณะที่ผมต้องบินไปจากฝั่งตะวันออกสุดของแอฟริกา เลยแทบจะบินข้ามทวีปกันเลยก็ว่าได้



ถึงสนามบินก็เห็นทหารยืนรักษาการกันเต็มไปหมดและห้ามถ่ายรูปที่สนามบิน




ผมใช้เวลาเดินทางจากสนามบินไปโรงแรมเกือบหนึ่งชั่วโมง เพราะระยะทางห่างกันเป็นสิบๆ กิโลเมตร โรงแรมที่ดีที่สุดของเขามีอยู่สองแห่ง คือ Grand Hotel กับ Memling Hotel ที่เราพัก เขาว่าโรงแรมแรกวิวสวยแต่เก่ากว่าหน่อย




สภาพล็อบบี้และห้องพัก รร. Memling ใช้ได้ แต่ก็สมราคาคืนละ 250 เหรียญ ที่พักราคาถูกกว่านี้ก็พอหาได้ครับ แต่ไม่กล้าพักกัน เพราะดูสภาพแล้วไม่น่าจะปลอดภัย



สภาพบ้านเมืองก็มีความเจริญพอสมควร ถ้าดูจากใจกลางเมืองเพียงจุดเดียว




ตึกรามบ้านช่องสูงใหญ่ ร้านรวงเปิดกันคึกคัก เหมือนเมืองหลวงอื่นๆ ในแอฟริกาครับ



ถนนตัดใหม่สิบเลน กว้างขวาง ตัดโดยบริษัทจีน ซึ่งแน่นอนว่าราคาไม่แพงและสามารถตัดเสร็จ ในเวลาอันรวดเร็ว



ผู้คนขวักไขว่ ก็ประชากรตั้ง 70 ล้าน และส่วนใหญ่ก็ใช้ชีวิตและทำงานทำการอยู่ในเมืองหลวง


แต่ก้าวออกไปจากถนนใหญ่เพียงสิบก้าว เหมือนผ่านประตูมิติย้อนเวลากลับไปสามสิบปีก่อน บ้านเมืองดูทรุดโทรม ยังไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง


รถราก็วิ่งกันขวักไขว่ไร้กฎเกณฑ์ เสียงแตรรถได้ยินไม่ขาดสาย




กับประเทศสาธารณรัฐคองโกที่แยกตัวออกไป ก็อยู่กันคนละฝั่งเท่านั้นเอง มีแม่น้ำคองโกคั่น ดินแดนหนึ่งเป็นอาณานิคมฝรั่งเศส อีกดินแดนหนึ่งเป็นของเบลเยียม


จึงเป็นเพียงจุดเดียวในโลก (ถ้าคนที่ให้ข้อมูลผมไม่โกหก) ที่เหมืองหลวงของสองประเทศตั้งอยู่ตรงข้ามกันและสามารถมองเห็นกันได้ (กรุงคินชาซากับกรุงบราซาวิล) ในภาพกรุงบราซาวิลที่เขาว่าเจริญน้อยกว่าและมีขนาดเล็กกว่ากรุงคินชาซามาก


ร้านอาหารพื้นเมืองที่ราคาไม่ธรรมดา เสิร์ฟอาหารชาวบ้านอย่างแท้จริง ชื่อร้าน Super Aubaine


เสิร์ฟอาหารที่ฝรั่งต้องว่าแปลก แต่สำหรับคนไทยแล้ว ทานได้สบายๆ เช่น ไข่ปลา


แกงกระบือ



แกงหนอนไม้ไผ่รสชาติกรอบมัน ตั้งแต่ไปทำงานในแอฟริกามาหลายที่ อาหารคองโกดูจะใกล้เคียงอาหารไทยที่สุด



ทีเด็ดที่สุดคงเป็นมังคุด ชาวบ้านปลูกขายเองตามริมถนน รสชาติหวานเจี๊ยบ เนื้อดีไม่มีเสีย ราคาถูกกว่าในเคนยาห้าเท่า แต่ก็ยังแพงกว่าเมืองไทยสามเท่า

                ที่ท่องเที่ยว ก็คล้ายๆ กันรวันดา คือ ต้องไปเที่ยวต่างเมืองที่มีป่าและภูเขา เพื่อไปดูสัตว์ อาทิ พวกลิง ค่าง บ่าง ชะนีและสัตว์ที่อยู่ในป่าดิบ



ผมมีโอกาสได้แวะไปสวนสัตว์ในเมืองของเขา เห็นสภาพที่อยู่ของสัตว์แล้ว ก็อดสงสารไม่ได้ครับ



อยู่กันตามมีตามเกิด คนเข้ามาชมก็บางตา




ทุกประเทศในแอฟริกาต้องมี คือ ตลาดขายของที่ระลึก ซึ่งผมรู้สึกว่าที่นี่ราคาแพง แต่ของที่เขาทำขายก็ประณีต เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่น

               เคยคิดว่าในแถบแอฟริกาตะวันออก ประเทศบุรุนดีด้อยพัฒนามากประเทศหนึ่ง อะไรก็ค่อนข้างขาดแคลนและขัดสน มาเห็นคองโกเลยไม่แน่ใจว่าประเทศไหนมีระดับการพัฒนาที่สูงกว่า แต่อย่างน้อยบุรุนดีก็เป็นสมาชิกประชาคมแอฟริกาตะวันออก ในขณะที่คองโกยังรอท่าอยู่

               ถึงแม้คองโกที่ไม่มีอะไรน่าดึงดูดในด้านการท่องเที่ยว แต่เพราะมีแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติหลงเหลืออยู่อีกมาก จึงยังทำให้มีชาวต่างชาติที่พร้อมจะเสี่ยงเดินทางเข้าไปอย่างไม่ขาดสาย


*****************************************











By:  ภาณุพันธ์ โชติรังสียากุล


 
Enter your Post*
Spam bot protection (CAPTCHA)