เอเชียใต้

  
03/04/2015

ดัชนีชี้วัดความสุขจากตู้เย็นของคนอินเดีย

ใครที่มีโอกาสไปเยือนอินเดียเมื่อประมาณ 10-15 ปีที่แล้ว อาจสงสัยว่าคนอินเดียอยู่อย่างไรโดยไม่ดื่มน้ำเย็นๆ  เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะแต่ละบ้านไม่มีตู้เย็น เนื่องจากกระแสไฟฟ้ายังไม่ทั่วถึง อีกทั้งระบบน้ำประปาตอนนั้นยังไม่สะอาดเพียงพอ น้ำดื่มบรรจุขวดก็ยังไม่มีขาย ชาวอินเดียทั้งหลายจึงเติบโตมาพร้อมน้ำเปล่าต้ม ที่บ้านเย็นตามอุณหภูมิห้อง

หากแต่วันนี้ พ.ศ.นี้ บ้านไหนไม่มีตู้เย็นใช้เริ่มจะเชยเสียแล้ว เพราะตู้เย็นกลายเป็นสินค้าจำเป็น ที่ไม่ใช่แค่เพียงแค่อุปกรณ์ในการดับกระหายคลายร้อน หรือแช่ผักให้สดได้นานๆ แต่ยังเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะ    ความมีหน้ามีตา หลายคนต้องเก็บเงินนับสิบปีกว่าจะได้เป็นเจ้าของตู้เย็นสักเครื่อง

อย่างเช่นที่เป็นข่าวทางเว็บไซต์ bbc.com  ประจำวันที่ 28 มกราคม 2558 มีช่างตัดกางเกงในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐกัลกัตตา น้ำตาแทบร่วงเมื่อเขาได้เป็นเจ้าของตู้เย็นที่ไฝ่ฝันถึงมาเป็นเวลา 10 ปี และเขายังเป็นคนแรกของหมู่บ้านที่มีตู้เย็นเสียด้วย ถึงขนาดต้องทำพิธีรับขวัญตู้เย็นเพื่อเป็นสิริมงคลต่อครอบครัวทีเดียว

india.png                                              india2.png

         ช่างตัดกางเกงในเมืองกัลกัตตา พาตู้เย็นตู้แรกที่รอคอย               คุณแม่บ้านในชนบทพาตู้เย็นที่ถูกที่สุดชื่อ ChotuKool 
         มา 10 ปี กลับบ้าน (ภาพจากเว็บไซต์ bbc.com)                          กลับบ้านอย่างมีความสุข (ภาพจาก Godreg and Boyce)

ตู้เย็นเริ่มมีจำหน่ายในประเทศอินเดียมาตั้งแต่ปี 2493  โดยเจ้าตลาดได้แก่แบรนด์ใหญ่ในบ้านอย่าง Godrej, Kelvinator, Allwyn และ Voltas  จนกระทั่งในปี 2533 ได้มีการเปลี่ยนแปลงกฏหมายที่เปิดโอกาสให้บริษัทชั้นนำระดับโลกเข้ามาทำธุรกิจได้

ตลาดในปี 2558 จึงกลายเป็นของแบรนด์ชั้นนำ อย่าง Samsung India Electronics Pvt. Ltd,LG Electronics India Pvt. Ltd., Whirlpool India Limited เป็นอาทิ สำหรับคนที่สนใจดีไซน์สวยพร้อมความเย็นจากภายใน ก็จะมองหาตู้เย็นของ Panasonic และ Electrolux

ตลาดตู้เย็นในประเทศอินเดียมีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยร้อยละ 15 ต่อปี หรือประมาณ 3.5 – 4 ล้านตู้ต่อปี มีมูลค่าการตลาดประมาณ 500 ล้านรูปี  ร้อยละ 75 ของผู้ซื้ออาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ และร้อยละ 25 อาศัยในเขตชนบท

 จากรายงานการวิจัยที่ทำโดย TVJ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2554 บ่งชี้ว่าประชากรทางภาคเหนือของประเทศอินเดียให้ความสำคัญกับเรื่องราคา มากกว่าประชากรของอินเดียแดนใต้ ตู้เย็นแบบประหยัดไฟ ใช้ได้สารพัดประโยชน์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีนำแข็งเกาะ สองประตู เป็นที่สนใจของลูกค้าเป็นอย่างมาก

นอกจากห้างสรรพสินค้าแล้ว เว็บไซต์เป็นช่องทางที่มาแรง เพราะลูกค้าสามารถเปรียบเทียบสินค้าได้ โดยมีการจัดอันดับ 5 เว็บไซต์ชั้นนำสำหรับการเลือกซื้อตู้เย็นได้แก่ อันดับหนึ่ง flipkart.com อันดับสอง snapdeal.com อันดับสาม amazon.in อันดับสี่ cromatail.com อันดับห้า HomeShop18.com เว็บไซต์ snapdeal.com ประโคมโฆษณาว่าคุณสามารถซื้อตู้เย็นในราคาที่ถูกกว่าใครได้ที่นี่ มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ ทุกรุ่น ทุกราคา

ส่วนเว็บไซต์ indiahometips.com มีบทความเกี่ยวกับคู่มือในการเลือกตู้เย็น ให้เป็นแนวทางสำหรับผู้มองหาตู้เย็นที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าชาวอินเดียนั้นก่อนจะซื้อหาอะไร เขาจะสนใจค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา และความคุ้มค่าเสียก่อน แบรนด์ดังเจ้าตลาดในอินเดียอย่าง Godrej จึงสร้างตู้เย็นราคาถูกที่สุดเพียง 69 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (ราวๆ  2,000 กว่าบาท) ให้เป็นตู้เย็นขวัญใจแม่บ้านในชนบท ภายใต้ชื่อ ChotuKool

india3.png

ตู้เย็นของอินเดีย ต้องมีลวดลายแบบอินเดีย (ภาพจาก blog.sagmart.com)

ตลาดของตู้เย็นที่เติบโตขึ้น มีผลโดยตรงมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัวในประเทศอินเดีย ซึ่งปัจจุบัน อัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วของครอบครัวชนชั้นกลางมีผลโดยตรงต่อดัชนีการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อตู้เย็นขายดี ย่อมส่งผลต่อตลาดน้ำดื่มผลไม้ น้ำอัดลม และผลิตภัณฑ์แช่เย็นและอาหารแช่แข็งทั้งหลาย

สำหรับเอกชนไทยที่ทำธุรกิจที่ต้องใช้เครื่องทำความเย็นเป็นปัจจัยในการเก็บรักษาอาหาร น่าจะเริ่มมองหาช่องทางเข้าไปขยายธุรกิจในอินเดีย โดยเฉพาะอินเดียตอนใต้ ซึ่งไม่ไกลจากเมืองไทย และมีการประมงส่งออกเนื้อปลา เนื้อกุ้ง เป็นปริมาณมากในแต่ละปี แม้ตอนนี้ยังไม่เห็นคนอินเดียรับประทานอาหารประเภท ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง ปลาเส้น หรืออาหารแช่แข็ง แต่คาดว่าอีกไม่นานเกินรอ รูปแบบการรับประทานอาหารที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับครอบครัวจะเริ่มเข้าสู่สังคมอินเดีย พร้อมความสุขกายสบายใจที่ได้จากการเปิดตู้เย็นโนฟรอสต์

*****************************

รายงานโดย นางสาวสุทธิมา เสืองาม

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน

 


หากท่านใดต้องการเผยแพร่บทความหรือข้อมูลจากเว็บไซต์ เพื่อความรู้หรือประโยชน์ทางการศึกษา โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจน

และกรุณาแจ้งให้ทราบที่   »  E-mail : sameaf.info@gmail.com