เอเชียใต้

  
25/04/2011

28 รัฐ ในอินเดีย


28 รัฐในอินเดีย



รัฐอานธรประเทศ (Andhra Pradesh)

ที่ตั้ง รัฐอานธรประเทศตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ ทิศเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือมีอาณาเขตติดกับรัฐมหาราษฎระ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับรัฐมัธยประเทศและรัฐโอริสสา ทิศใต้ติดกับรัฐทมิฬนาฑู ทิศตะวันตกติดกับรัฐกรณาฎกะ ทิศตะวันออกติดกับอ่าวเบงกอล

พื้นที่ 276,754 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ

ภูมิประเทศ มีลักษณะเป็นที่ราบชายฝั่ง มีความสูง 500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีแม่น้ำสำคัญไหลผ่านหลายสาย อาทิ Krishna, Godavari, Musi, Penneru, Tungabhadra พื้นที่ร้อยละ 40 เป็นพื้นที่การเกษตร และร้อยละ 23 เป็นพื้นที่ป่า

ภูมิอากาศ ฤดูร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม - มิถุนายน มีอุณหภูมิสูงประมาณ 42 องศาเซลเซียส ฤดูฝน ระหว่างเดือนกรกฎาคม - กันยายน และฤดูหนาว ระหว่างเดือนตุลาคม - กุมภาพันธ์ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 10-12 องศาเซลเซียส

ประชากร 76,210,007 คน (ปี 2001) มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ ความหนาแน่นของประชากร คือ 277 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง ไฮเดอราบาด (Hyderabad)

เมืองสำคัญ วิสาขปัตนัม (Visakhapatnam), ตีรูปติ (Tirupathi), วารังกัล ( Warangal)

ภาษาหลัก Telugu and Urdu (เตลูกู อูรดู ฮินดี)

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย Narayan Dutt Tiwari

มุขมนตรี: นาย Y.S. Rajasekhara Reddy

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 42.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 578 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมที่สำคัญ

เทคโนโลยีสารสนเทศ การผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมพืชสวน เคมีภัณฑ์สังเคราะห์ อุตสาหกรรมขนาดเล็กซึ่งใช้วัตถุดิบท้องถิ่น อาทิ แป้งข้าวเจ้า สบู่และผงซักฟอก อุปกรณ์บรรจุภัณฑ์

ทรัพยากรธรรมชาติ

น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน หินปูน แร่เหล็ก แมงกานีส ทองคำ เพชร แกรไฟต์ โดโลไมต์ ควอทซ์

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

เป็นรัฐที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงสุดรัฐหนึ่ง โดยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยร้อยละ 8.35

มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมที่สะดวกทั้งภายใน ประเทศ และกับต่างประเทศ มีสถาบันการศึกษาจำนวนมาก

เป็นแหล่งแร่ที่สำคัญอันดับ 2 ของอินเดีย ทั้งในแง่ความหลากหลายและปริมาณของแร่ธาตุ และยังมิได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่

สภาพภูมิศาสตร์และภูมิอากาศเหมาะแก่การทำเกษตรกรรม มีพื้นดินอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำที่พอเพียง

มีผลผลิตทางเกษตรกรรมมากที่สุดรัฐหนึ่งในประเทศ อาทิ เมล็ดธัญพืช ผลไม้ ผัก ข้าวโพด ฝ้าย สัตว์ปีก ผลิตภัณฑ์นม อีกทั้งยังมีความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมการเกษตร อาทิ น้ำตาล อาหารทะเล และน้ำมันสำหรับการบริโภค

มีแหล่งพลังงานอุดมสมบูรณ์ มีขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้าได้ 10,273.44 เมกะวัตต์ มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีความก้าวหน้าในการแปรรูป กิจการภาคพลังงาน ทั้งการแปรรูปวิสาหกิจและการแยกกิจการการผลิต การแปลงและการจำหน่ายแจกจ่ายออกจากกัน ทั้งนี้ รัฐอานธรประเทศได้รับการจัดอันดับให้เป็นรัฐที่มีการจัดการด้านพลังงานดีที่ สุด สำหรับปี 2548-2549

เป็นแหล่งอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมบริการ อาทิ เทคโนโลยีสารสนเทศ ยาเวชภัณฑ์ อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมเหมืองแร่ สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์หนัง อัญมณีและเครื่องประดับ

มีทรัพยากรบุคคลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวนมาก

อัตราการส่งออกของรัฐอานธรประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ทุกปี

มีแรงงานมีฝีมือและทักษะจำนวนมาก มีสถาบันการศึกษา ทั้งระดับมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และอาชีวศึกษา จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยการเกษตร 1 แห่ง และวิทยาลัยการเกษตรอีก 7 แห่งเป็นการเฉพาะ เนื่องจากรัฐอานธรประเทศให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการวิจัยด้านการเกษตร

มีสภาพแวดล้อมที่เป็นสากลนิยม มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีค่าครองชีพสมเหตุสมผล

การคมนาคม

ทางอากาศ: เมืองไฮเดอราบาด เป็นที่ตั้งของสนามบินภายในประเทศและสนามบินนานาชาติ ซึ่งถือว่าเป็นสถานบินที่มีการจราจรหนาแน่นเป็นอันดับ 6 ของประเทศและขณะนี้สนามบินนานาชาติแห่งใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการสร้างและ ปรับปรุง โดยที่เมืองไฮเดอราบาดมีที่ตั้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ ดังนั้น ในอนาคตจึงสามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกได้ ปัจจุบันมีสายการบินต่างชาติทำการบินแล้ว คือ Lufthansa Airlines, KLM Airlines, Singapore Airlines, Malaysian Airlines, Emirates, Qatar Airlines, Oman Airlines, Indian Airlines, Air India, Saudi Airlines และ Srilankan Airlines

ทางถนน: มีเครือข่ายถนนยาวถึง 179,980 กิโลเมตร มีทางหลวง 12 สาย รัฐบาลมีโครงการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบนอก และทางด่วนยกระดับ

ทางรถไฟ: มีเส้นทางเชื่อมต่อเมืองสำคัญหลายเมือง ทั้งภายในรัฐอานธรประเทศและรัฐใกล้เคียง อาทิ มหาราษฎระ กรณาฎกะ มัธยประเทศ และทมิฬนาฑู

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

รถยนต์ อุปกรณ์และชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร เวชภัณฑ์ เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศ เหมืองแร่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องหนัง และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมขนาดเล็ก (Small scale Industry) และกิจการของสตรี โครงการขนาดใหญ่ (Mega projects) อุตสาหกรรมขนาดย่อม (Tiny/Small scale Industry) ขนาดใหญ่และขนาดกลาง (Large and Medium scale industries) โดยมีมาตรการจูงใจต่างๆ กัน

นอกจากนี้ยังมีมาตรการจูงใจสำหรับการลงทุนโดยทั่วไป อาทิ อุตสาหกรรมทุกประเภทจะได้รับการยกเว้นภาษี NALA จ่ายอัตราค่าน้ำคงที่เป็นระยะเวลา 3 ปี มีปริมาณน้ำสำรองสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมทั้งโครงการที่กำลังดำเนินอยู่และ โครงการในอนาคต

เกร็ดน่ารู้

รัฐอานธรประเทศมีที่ตั้งเป็นจุดยุทธศาสตร์รัฐหนึ่งของอินเดียทวีความ สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมของอินเดียตอนใต้

เป็นแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของอินเดีย และผลิตแร่ธาตุมีมูลค่าสูงสุดของประเทศ

บุคลากรด้านซอฟต์แวร์ในสหรัฐอเมริกาเกือบร้อยละ 23 มาจากรัฐอานธรประเทศ

มีชื่อเสียงในการเป็นแหล่งซีเมนต์ และมีขีดความสามารถในการผลิตกระดาษ

มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติในสาขายาและเวชภัณฑ์ 


*******************************************************************************

รัฐอรุณาจัลประเทศ (Arunachal Pradesh)

ที่ตั้ง รัฐอรุณาจัลประเทศตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อินเดีย ทิศตะวันตกติดกับประเทศภูฏาน ทิศเหนือติดกับจีน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับพม่า เป็นรัฐที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย

พื้นที่ 83,743 ตารางกิโลเมตร มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 14 ของประเทศ

ภูมิประเทศ ส่วนใหญ่เป็นภูเขา โดยมีเทือกเขาหิมาลัยเป็นแนวยาวทางตอนเหนือของรัฐ พื้นที่ประมาณร้อยละ 60 เป็นป่าเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี มีแม่น้ำพรหมบุตรเป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่าน

ภูมิอากาศ มีลักษณะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละภาคของรัฐ ทางตอนใต้เป็นเขตอากาศกึ่งร้อนกึ่งอบอุ่น ทางตอนเหนือเป็นเขตอากาศแบบเทือกเขาสูง มีปริมาณฝนตกค่อนข้างมากเป็นระยะเวลา 8-9 เดือน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยในฤดูหนาว ประมาณ 15-21 องศาเซลเซียส ฤดูฝน อุณหภูมิประมาณ 22-30 องศาเซลเซียส และฤดูร้อน อุณหภูมิประมาณ 40-42 องศาเซลเซียส

ประชากร 1,097,968 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.01 ของประชากรทั่วประเทศ ความหนาแน่นของประชากร คือ 13 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง อิฏานคร (Itanagar)

เมืองสำคัญ ทาวัง (Tawang), พาราชูรัมคุน (Parashuram Kund)

ภาษาถิ่น Monpa Miji Aka Sherdukpen Nyishi Apatani Tagin Hill-Miri Adi Digaru-Mismi Idu-Mishmi Khamti Miju-Mishmi Nocte Tangsa and Wancho (นิสซี่ ดาฟลา เนปาลี เบงกาลี) โดยมีอัตราการรู้หนังสือ 54%

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: พลเอก J.J. Singh

มุขมนตรี: นาย Dorjee Khandu

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 5.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 427 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมสำคัญ

อุตสาหกรรมป่าไม้ อุตสาหกรรมชา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เหมืองถ่านหิน และผลไม้แปรรูป

ทรัพยากรธรรมชาติ

ถ่านหิน ปิโตรเลียม เหล็ก ทองแดง แกรไฟต์ หินปูน

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

มีศักยภาพในการเป็นแหล่งเพาะปลูกกล้วยไม้และสมุนไพรอื่นๆ มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าเขา พืชพันธุ์ไม้ และสัตว์นานาชนิด เป็นแหล่งศิลปหัตถกรรม จึงทำให้รัฐอรุณาจัลประเทศมีศักยภาพที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมและธุรกิจการท่อง เที่ยวอีกมาก

การคมนาคม

ทางอากาศ: มีสนามบินที่ใกล้ที่สุดในเมืองเตสปูร์ (Tezpur) รัฐอัสสัม ห่างจากเมืองอิฏานคร เมืองหลวงของรัฐอรุณาจัลประเทศ 226 กิโลเมตร

ทางรถไฟ: มีสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดที่เมืองฮาร์โมตี (Harmoti) รัฐอัสสัม ห่างจากเมืองอิฏานคร 33 กิโลเมตร

ทางรถ: มีถนนเชื่อมต่อกับเมืองสำคัญของรัฐใกล้เคียง และเมืองใหญ่อื่นๆ ของประเทศ

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและเชิงนิเวศวิทยา อุตสาหกรรมสิ่งทอและศิลปหัตถกรรม อุตสาหกรรมป่าไม้และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง โครงการโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ โรงงานไฟฟ้าและโทรคมนาคม และธุรกิจบริการทางการแพทย์และการศึกษา

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

มีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เอื้อต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมที่มีการจ้างแรงงานท้องถิ่น

ส่งเสริมการลงทุนจากนักลงทุนต่างรัฐ โดยให้สิทธิการครอบครองกิจการร้อยละ 100 เป็นระยะเวลา 30 ปี หลังจากนั้นสิทธิการครอบครองจะลดลงเหลือร้อยละ 49 และอีกร้อยละ 51 จะต้องเป็นของคนท้องถิ่น

ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อไปนี้เป็นพิเศษ: อุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจบริการทางการแพทย์และการศึกษาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

มีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อให้เกื้อกูลต่อการลงทุน เช่น โครงการก่อสร้างทางหลวง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ และสะพานแขวน

มีมาตรการจูงใจนักลงทุน อาทิ การอุดหนุนการคมนาคมขนส่ง การประกันภัยและอัตราดอกเบี้ยพิเศษ

เกร็ดน่ารู้

เป็นรัฐที่อยู่สุดชายขอบด้านตะวันออกของอินเดีย มีพรมแดนส่วนหนึ่งติดพม่าและจีน ประชาชนส่วนใหญ่จึงมีเชื้อสายพม่า-ทิเบต

เป็นหนึ่งในรัฐ 7 พี่น้อง (Seven Sister States) ประกอบด้วย อัสสัม อรุณาจัลประเทศ นาคาแลนด์ มณีปุระ มิโซรัม ตริปุระและเมฆาลัย

มีชื่อเสียงในการเป็นแหล่งศิลปหัตถกรรมที่งดงาม อันเป็นสิ่งที่สืบทอดกันมายาวนาน ศิลปหัตถกรรมมีหลากหลาย ตั้งแต่ไม้แกะสลัก การจักสานไม้ไผ่ การทอพรม และเครื่องปั้นดินเผา

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีพันธุ์ไม้นานาชนิด อาทิ กล้วยไม้ โอ๊ก เฟิร์น พืชสมุนไพร ไม้ไผ่ นอกจากนี้ยังมีพันธุ์สัตว์ป่าที่หลากหลาย 


*********************************************************************************

รัฐอัสสัม (Assam)

ที่ตั้ง รัฐอัสสัมตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ สาธารณรัฐอินเดีย ทางตอนใต้ของเทือกเขาหิมาลัย มีอาณาเขตติดกับรัฐอรุณาจัลประเทศ นาคาแลนด์ มณีปุระ มิโซรัม ตริปุระ และเมฆาลัย ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น รัฐพี่น้องทั้งเจ็ด (Seven Sister States) โดยรัฐอัสสัมเป็นรัฐที่เชื่อมต่อกับส่วนอื่นๆ ของอินเดียผ่านช่องแคบของรัฐเบงกอลตะวันตก นอกจากนี้ รัฐอัสสัมยังมีเขตแดนระหว่างประเทศติดกับบังกลาเทศทางตะวันตกเฉียงใต้ และภูฏานทางเหนือ

พื้นที่ 78,439 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 16 ของประเทศ

ภูมิประเทศ เป็นภูเขาสูงทางตอนเหนือ เนินเขาป่าไม้รายล้อมลุ่มแม่น้ำพรหมบุตรและแม่น้ำพารัก

ภูมิอากาศ อยู่ในเขตป่าร้อนชื้น สภาพอากาศจึงมีความคล้ายคลึงกับภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ โดยฤดูหนาว จะอยู่ในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม - กุมภาพันธ์ มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 6-8 องศาเซลเซียส ฤดูร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม - พฤษภาคม อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 32-38 องศาเซลเซียส และฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายน - กันยายน อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 28-35 องศาเซลเซียส

ประชากร 26,655,528 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.59 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 340 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง ทิสปุระ (Dispur)

เมืองสำคัญ กุวาฮาติ (Guwahati)

ภาษาถิ่น Assamese (อัสสัม เบงกาลี โบโด)

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: Lt.Gen. (Retd) Ajai Singh

มุขมนตรี: นาย Tarun Gogoi

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 9.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล:295 ดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการลงทุน: 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (มกราคม 2549)

อุตสาหกรรมที่สำคัญ

ผลผลิตทางการเกษตร ใบชา ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพาะปลูกดอกไม้ ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเคมี กระดาษ ปุ๋ย เส้นใยอะคริลิก และเส้นใยโพลีเอสเตอร์

ทรัพยากรธรรมชาติ

ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้ ถ่านหิน หินแกรนิต หินปูน สินแร่เหล็ก แร่ซิลลิมาไนต์ หินแร่เขี้ยวหนุมาน (quartzite) ดินเหนียว และแร่หินภูเขาไฟ

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

เป็นประตูสู่ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งในจุดยุทธศาสตร์ใกล้กับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศสมาชิก SAARC โดยเป็นศูนย์กลางของนโยบายมองตะวันออก (Look East) ของรัฐบาลอินเดีย ที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งวัตถุดิบและมีแรงงานจำนวนมาก ส่วนใหญ่ยังเป็นประเภทกึ่งทักษะและไร้ทักษะ ประชากรมีการศึกษาดี (อัตราการรู้หนังสือ 64%) และมีนโยบายรัฐที่ส่งเสริมการลทุน

การคมนาคม

มีการเชื่อมโยงกับส่วนอื่นๆ ของอินเดียทางบกและอากาศ ทั้งนี้ มีเที่ยวบินของสายการบินอินเดียจากกรุงเทพฯ ไปกุวาฮาติสัปดาห์ละ 1 เที่ยว

การขนส่งสินค้าส่วนใหญ่ใช้รถบรรทุกและรถไฟ

รัฐบาลมีแผนพัฒนา East West Corridor ซึ่งจะเป็นการขยายถนนจากรัฐคุชราตทางทิศตะวันตกมายังภูมิภาคตะวันออกเฉียง เหนือ

โอกาสทางการค้าการลงทุน

การแปรรูปอาหาร การเพาะปลูกพรรณไม้ การท่องเที่ยวและการโรงแรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายคมนาคม พลังงานน้ำ อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลอินเดียได้ประกาศแผนพัฒนาภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (North East industrial and Investment Policy 2007-2017) โดยมีสิทธิประโยชน์และมาตรการจูงใจทางการเงินต่างๆ อาทิ ระยะปลอดภาษีและอุดหนุนเงินในการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักร การให้สัมปทาน การส่งเสริมการส่งออกและอุดหนุนการขนส่ง เป็นต้น

รัฐบาลอินเดียตั้งงบประมาณไว้ 5 แสนล้านรูปีเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค

รัฐบาลอัสสัมมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมและนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

เกร็ดน่ารู้

มีชื่อเสียงด้านการเป็นแหล่งเพาะปลูกใบชา ไหมอัสสัม อุตสาหกรรมปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์จากป่าไม้

เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและชมสัตว์ป่า โดยมีอุทยานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ได้แก่ อุทยานแห่งชาติกาจิรังคา (Kaziranga National Park) ที่ประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์แรดนอเดียว และอุทยานแห่งชาติมนัส (Manas National Park) ที่เป็นแหล่งอาศัยของเสือ

มีชื่อเสียงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ มีพันธุ์ต้นไม้กว่า 74 ชนิด และเป็นแหล่งป่าไม้เชิงพาณิชย์ที่สำคัญ เช่น ต้นสาละ ต้นสัก ไม้ไผ่

เขต Cherapunji และ Mawsynram ได้ชื่อว่ามีปริมาณฝกตกมากที่สุดในโลก

มีกลุ่มคนไทกว่าสองล้านคนอาศัยอยู่ในรัฐอัสสัม อาทิ คนไทอาหม ไทคำตี่ ไทคำยัง ไทอ่ายตอน ไทพ่าเก และไทตุรุง ซึ่งยังใช้ภาษาไทที่มีความคล้ายคลึงกับภาษาไทยภาคเหนืออยู่บ้าง

กุวาฮาติเป็นหนึ่งในที่ตั้งของสถาบัน Indian Institute of Technology (IIT) จำนวน 7 แห่งอ ในอินเดีย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำและเลื่องชื่อในสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยี



รัฐพิหาร (Bihar)

ที่ตั้ง รัฐพิหารตั้งอยู่ทางตะวันออกของสาธารณรัฐอินเดีย ทางตอนเหนือมีอาณาเขตติดกับประเทศเนปาล และทางตอนใต้ติดกับรัฐฌาร์ขัณฑ์ ด้านตะวันออกติดกับรัฐเบงกอลตะวันตก รัฐพิหารไม่มีอาณาเขตติดทะเล จึงต้องอาศัยการขนส่งสินค้าผ่านทางท่าเรือของกัลกัตตา

พื้นที่ 94,163 ตารางกิโลเมตร มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 12 ของประเทศ

ภูมิประเทศ ส่วนใหญ่เป็นลักษณะที่ราบลุ่ม มีเชิงเขาทางตอนใต้

ภูมิอากาศ ฤดูหนาว ระหว่างเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ มีอุณหภูมิต่ำถึง 5 องศาเซลเซียส ในฤดูร้อน ช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 35-40 องศาเซลเซียส และมีช่วงมรสุมอยู่ 2 ช่วง คือ ช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน - กันยายน และระหว่างเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน ซึ่งเป็นเหตุให้รัฐพิหารต้องเผชิญกับอุทกภัยบ่อยครั้ง โดยปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปี มีประมาณ 1,200 มิลลิเมตร

ประชากร 82,999,000 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.07 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 880 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง ปัฏนา (Patna)

เมืองสำคัญ พุทธคยา (Bodh Gaya)

ภาษาถิ่น ฮินดี (Hindi) และอังกฤษ

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย R.S. Gavai

มุขมนตรี: นาย Nitish Kumar

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 135 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมสำคัญ

ผลผลิตทางเกษตร อาหารและอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร โรงกลั่นน้ำมัน สิ่งทอ เครื่องจักรกล น้ำมันสำหรับบริโภค อุตสาหกรรมน้ำตาลและอ้อย เป็นแหล่งผลิตปอที่ใหญ่ที่สุดรองจากเบงกอลตะวันตก

สินค้าเกษตร

ข้าวเปลือก ข้าวโพด ข้าวสาลี อ้อย ถั่วต่างๆ มัน ปอ กล้วย ขนุน มะม่วง ลิ้นจี่ ยาสูบและพริก

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมน้ำตาลเป็นอุตสาหกรรมเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในรัฐ

มีพืชพรรณธรรมชาติที่มีความหลากหลาย มีสภาพภูมิอากาศที่ดี ดินอุดมสมบูรณ์

มีเกษตรกรรมที่โดดเด่น สามารถสร้างอุตสาหกรรมต่อเนื่องได้ เช่น น้ำตาล ปอ ชา เป็นต้น

เป็นประตูสู่ประเทศเนปาล และเป็นจุดเชื่อมต่อกับรัฐต่างๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังเส้นทางสายไหมได้

มีทรัพยากรน้ำที่อุดมสมบูรณ์

การคมนาคม

มีการเชื่อมโยงกับส่วนอื่นๆ ของอินเดียทางบก อากาศ และรถไฟ

สนามบิน ตั้งอยู่ในเมืองปัฏนาและเมืองคยา (มีสายการบินไทยบินตรงจากกรุงเทพฯ ถึงสนามบินคยา)

รัฐบาลมีโครงการก่อสร้างถนนเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อขยายเส้นทางทั้งภายในรัฐและเชื่อมระหว่างรัฐต่างๆ

มีระบบเครือข่ายรถไฟที่ดี ซึ่งเชื่อมต่อถึงกันในแต่ละเมือง รวมถึงเชื่อมต่อไปยังเมืองใหญ่ๆ ของประเทศ เช่น กัลกัตตา เดลี และมุมไบ

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงศาสนา (Buddhist Circuit)

เป็นแหล่งเพาะปลูกอ้อย ซึ่งสามารถขยายอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ ได้ เช่น น้ำตาล เอทานอล แอลกอฮอล์ และกระดาษชานอ้อย

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมการลงทุนอย่างมาก โดยการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การยกเว้นค่าธรรมเนียม การให้เงินอุดหนุน การคืนภาษี เป็นต้น รวมถึงมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค พัฒนาทรัพยากรบุคคลในด้านต่างๆ เพื่อให้รองรับกับอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต

มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำตาล โดยให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การคืนเงินค่าภาษีสรรพสามิต การยกเว้นภาษีซื้อสำหรับการซื้ออ้อย การยกเว้นค่าอากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมในการซื้อที่ดิน และการให้เงินอุดหนุน 10% สำหรับเงินลงทุนในที่ดินและเครื่องจักร

ให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับอุตสาหกรรมสุราและเอทานอล ได้แก่ การยกเว้นค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการกากน้ำตาล การคืนเงินภาษีขาย (VAT) จากกากน้ำตาล การยกเว้นค่าอากรแสตมป์และค่าธรรมเนียมในการซื้อที่ดินและการให้เงินอุดหนุน 10% สำหรับเงินลงทุนในที่ดินและเครื่องจักร

เกร็ดน่ารู้

เป็นแหล่งอารยธรรมที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และทางศาสนา โดยเมืองสำคัญทางพุทธศาสนาได้แก่ พุทธคยา ราชคฤห์ นาลันทา ไวสาลี เป็นต้น

รัฐพิหารถูกแบ่งเป็นสองส่วนโดยแม่น้ำคงคา ซึ่งไหลผ่านจากทางตะวันตกไปตะวันออก

เดิมคือแคว้นมคธ หนึ่งในจำนวน 16 แคว้นใหญ่ในชมพูทวีปสมัยพุทธกาล มีเมืองหลวงชื่อราชคฤห์ และเป็นแคว้นที่พระพุทธเจ้าทางเลือกเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นแห่งแรก

รัฐบาลอินเดียสนับสนุนประเทศที่นับถือศาสนาพุทธเข้าไปลงทุนด้านถนนหนทาง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนา (Buddhist Circuit) 


***************************************************************************

รัฐฉัตติสครห์ (Chhattisgarh)

ที่ตั้ง รัฐฉัตติสครห์ตั้งอยู่ในภาคกลางของอินเดีย แยกตัวออกมาจากรัฐมัธยประเทศ เมื่อปี พ.ศ. 2543 เป็นรัฐที่ไม่มีเขตแดนติดกับทะเล มีอาณาเขตด้านเหนือติดกับรัฐมัธยประเทศ และอุตตรประเทศ ด้านตะวันตกติดกับรัฐมหาราษฎระ ด้านใต้ติดกับอานธรประเทศ และด้านตะวันออกติดกับรัฐโอริสสา

พื้นที่ 135,191 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 10 ของประเทศ

ภูมิประเทศ ประกอบด้วยที่ราบลุ่มน้ำตอนกลาง ที่ราบสูงตอนใต้ และแนวภูเขาทางตอนเหนือ โดยมีพื้นที่ป่าไม้ประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ทั้งหมด

ภูมิอากาศ ในฤดูร้อนอากาศร้อนและแห้ง ฤดูหนาวจะมีอากาศเย็น มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ 1,200 - 1,500 มิลลิเมตร

ประชากร 20,833,803 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 154 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง ไรปุระ (Raipur)

เมืองสำคัญ Bilaspur

ภาษาถิ่น ฮินดี (Hindi) และฉัตติสครห์ โดยมีอัตราการรู้หนังสือ 64.7%

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย E.S.L. Narasimhan

มุขมนตรี: Dr. Raman Singh

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 350 ล้านดอลลาห์สหรัฐ

อุตสาหกรรมสำคัญ

เหล็ก อะลูมิเนียม ซีเมนต์ เครื่องนุ่งห่ม อาหารและสมุนไพร

ทรัพยากรธรรมชาติ

มีพื้นที่ป่าไม้เป็นจำนวนมาก คิดเป็นร้อยละ 12 ของทั้งประเทศ แร่เหล็ก ถ่านหิน หินปูน แร่ดีบุก หินแกรนิต พลอยและทับทิม เพชร และทอง

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

มีนโยบาย Vision 2010 ในการพัฒนารัฐ เช่น เป็นศูนย์กลางในด้านพลังงานของประเทศ การขยายเส้นทางสัญจร การพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นต้น

มีทรัพยากรธรรมชาติเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแร่เหล็ก มีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม และซีเมนต์

มีที่ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศทำให้สะดวกต่อการติดต่อเชื่อมโยงไปยังรัฐ ต่างๆ ทั่วประเทศได้ง่าย

การคมนาคม

มีสนามบินตั้งอยู่ที่เมืองไรปุระ และ Bilaspur

เป็นรัฐที่ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ ทำให้ง่ายในการเชื่อมต่อไปรัฐต่างๆ

ภายในปี 2010 รัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะให้มีทางหลวง 6 เลน

เป็นศูนย์กลางของรถไฟสายใต้และตะวันออก ที่จะเชื่อมต่อไปยังเมืองต่างๆได้

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

อุตสาหกรรมการผลิตยา ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักรกล อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับเหมืองแร่ เช่น เหล็ก ซีเมนต์ อะลูมิเนียม อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมด้าน IT

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

เป็นรัฐที่ให้ความสำคัญในเรื่องธรรมาภิบาล

รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ลดระเบียบและขั้นตอนที่ซับซ้อน จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก บริการต่างๆ เพื่อดึงดูดการลงทุน

ได้ตั้งเป้าหมายในปี 2010 เน้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ โดยเน้นการลงทุนด้านสาธารณูปโภคเพื่อกระตุ้นการลงทุน

ให้สิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจการลงทุน เช่น การให้เงินอุดหนุน การยกเว้นภาษีอากรแสตมป์ การยกเว้นภาษีการเข้า (entry tax) การจัดสรรให้ใช้พื้นที่เพื่ออุตสาหกรรม การยกเว้นภาษีค่าธรรมเนียมที่ดิน

สำหรับอุตสาหกรรม ยา ยาสมุนไพร ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ อะลูมิเนียม แปรรูปอาหาร และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รัฐบาลให้การส่งเสริมเป็นพิเศษ โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ

ลดค่าบริการในการจัดสรรที่ดิน จากร้อยละ 35 เป็นร้อยละ 15

เกร็ดน่ารู้

ความเป็นมาของชื่อรัฐยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่คำว่าฉัตติสครห์ มีความหมายว่า 36 ปราสาท (ฉัตติส หมายถึง 36 ในภาษาฮินดี และครห์ หมายถึง ปราสาท)

เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นโกสละในสมัยพุทธกาล

พลังงานที่ใช้ภายในรัฐส่วนใหญ่มาจากพลังงานความร้อนจากถ่านหิน โดยที่จะสามารถใช้ผลิตได้มากกว่า 100 ปี

ตั้งเป้าหมายที่จะใช้น้ำมันชีวภาพภายในปี 2015 โดยใช้สบู่ดำ 


***************************************************************************

รัฐกัว (Goa)

ที่ตั้ง รัฐกัวตั้งอยู่บนชายฝั่งกอนกาน (Konkan) ทางตะวันตกของสาธารณรัฐอินเดีย ติดกับทะเลอาหรับ มีอาณาเขตติดกับรัฐมหาราษฎระทางตอนเหนือและรัฐกรณาฎกะทางตอนใต้

เป็นรัฐที่ 25 ของอินเดีย โดยได้รับอิสรภาพจากการปกครองของประเทศโปรตุเกส เมื่อปี ค.ศ. 1961 และได้แยกออกจากดินแดนสหภาพกัว ดามันและดีอู เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1987 รัฐกัวประกอบด้วยสองเขตที่สำคัญ ได้แก่ กัวเหนือและกัวใต้

พื้นที่ 3,702 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นรัฐที่เล็กที่สุด

ภูมิประเทศ มีชายฝั่งยาวประมาณ 131 กิโลเมตร ทางตะวันตกมีเทือกเขาสูงถึง 1,200 เมตร และมีแม่น้ำที่สำคัญสองสาย ได้แก่ แมนโดวี (Mandovi) และซัวรี (Zuari) นอกจากนี้ ยังมีแม่น้ำ Terekhol อยู่ทางตอนเหนือคั่นระหว่างรัฐกัวและรัฐมหาราษฏระ

ภูมิอากาศ ฤดูร้อน ระหว่างเดือนเมษายน - พฤษภาคม มีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 24-32.7 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาว ระหว่างเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ มีอุณหภิมระหว่าง 21.3-32.2 องศาเซลเซียส และในฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายน - กันยายน มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 3,200 มิลลิเมตร

ประชากร 1,347,668 คน (ปี 2008) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.13 ของประชากรอินเดีย โดยมีจำนวนประชากรที่รู้หนังสือ คิดเป็น 82.32%

เมืองหลวง ปณชี (Panaji)

เมืองสำคัญ วาสโก ดา กามา (Vasco da Gama) มาเกา (Margao)

ภาษาถิ่น คอนคานี มาราธี (Konkani and Marathi) และอังกฤษ

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย S.C. Jamir

มุขมนตรี: นาย Digambar Kamat

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 1,125 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมสำคัญ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมแร่ธาตุ เกษตรกรรม (ข้าว ข้าวฟ่าง ถั่ว มะพร้าว มะม่วงหิมพานต์) และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ

ทรัพยากรธรรมชาติ

สินแร่เหล็ก เฟอร์โร-แมงกานีส แร่อะลูมิเนียม

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

เป็นเมืองท่าพาณิชย์ที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของ อินเดีย รวมทั้งมีแรงงานจำนวนมากและประชากรมีการศึกษาดี รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุน และมีพลังงานไฟฟ้าพอเพียง อัตราภาษีอยู่ในระดับที่เหมาะสม มีการคมนาคมขนส่งอย่างดี และมีเครือข่ายสถาบันทางการเงินจำนวนมาก

การคมนาคม

มีท่าอากาศยานระหว่างประเทศ

มีการขนส่งสินค้าทางถนน รถไฟ และขนส่งทางเรือ

เป็นท่าเรือสำคัญในการขนส่งแร่เหล็กไปยังตลาดสำคัญ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีและยุโรป ซึ่งการส่งออกแร่เหล็กทั้งหมดของอินเดียร้อยละ 33 ผ่านช่องทางนี้

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

อุตสาหกรรมยา เทคโนโลยีชีวภาพ การแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมการเกษตร การโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการบริการ การท่องเที่ยวด้านต่างๆ และธุรกิจวงการบันเทิง

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลกัวให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ

รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ-เกษตรกรรม สาธารณสุข อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีชีวภาพสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรชีวภาพ การบริการด้านชีวภาพ และเทคโนโลยีชีวภาพทางทะเล

รัฐบาลส่งเสริมการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีมาตรการจูงใจต่างๆ ให้แก่นักลงทุน อาทิ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ (16 แห่ง) การสนับสนุนการว่าจ้างแรงงานท้องถิ่น การคืน stamp duty/ certification charges แก่ธุรกิจ การยกเว้นการบังคับใช้กฏหมายมลภาวะ การสนับสนุนเงินทุนสำหรับการทำวิจัยด้านเทคโนโลยี การให้สัมปทานน้ำ/พลังงาน เป็นต้น

รัฐบาลได้ออกนโยบายอุตสาหกรรมใหม่ปี 2003 และนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศปี 2005 โดยมีมาตรการจูงใจสำหรับนักลงทุน

นโยบายอุตสาหกรรมของรัฐกัวมีความประสงค์ที่จะส่งเสริมให้รัฐกัวเป็นแหล่ง นำเข้าและส่งออกที่สำคัญ รวมทั้งการสนับสนุนอุตสาหกรรมด้านการเกษตรสำหรับชนบท เป็นต้น

เกร็ดน่ารู้

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอินเดียสำหรับชาวอินเดียและต่าง ชาติ คิดเป็น 12% ของการท่องเที่ยวในอินเดียทั้งหมด เนื่องจากมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ (ช่วง Western Ghats) และเป็นเมืองที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกได้อย่างลงตัว ชาวกัวมีอัธยาศัยไมตรีดีและมีจิตใจบริการ

รัฐกัวเป็นรัฐที่ร่ำรวยที่สุดในอินเดีย โดยรายได้เฉลี่ยต่อประชากรในรัฐกัวมากกว่าประชาชนในอินเดียทั่วไปถึง 2.5 เท่า และเป็นหนึ่งในรัฐที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุด คือ 8.23% ต่อปี

ปัจจุบันมีการเติบโตของธุรกิจการทำฟันในรัฐกัว โดยนักท่องเที่ยวสามารถประหยัดค่าทำฟันได้ถึง 70% ในรัฐกัว จึงมีการจัดทำแพ็กเกจทัวร์ซึ่งรวมถึงการทำฟัน

รัฐกัวมีแหล่งมรดกโลกที่สำคัญ คือ โบสถ์ Bom Jesus Basilica และ Se Catheral ในบริเวณ Old Goa

โดยที่รัฐกัวเคยเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกส (450ปี) จึงทำให้สถาปัตยกรรมบ้านเมืองยังคงวัฒนธรรมโปรตุเกส ผสมผสานกับวัฒนธรรมอินเดียถึงปัจจุบัน

*****************************************************************************

รัฐคุชราต (Gujarat)

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ มีอาณาเขตติดกับรัฐราชสถานทางเหนือ รัฐมหาราษฎระทางทิศใต้ รัฐมัธยประเทศทางทิศตะวันออก ทะเลอาหรับทางทิศตะวันตก นอกจากนี้ มีเขตแดนระหว่างประเทศติดกับปากีสถานทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

พื้นที่ 196,024 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 7 ของอินเดีย

ภูมิประเทศ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบกึ่งทะเลทรายและมีเนิน เขาต่ำ มีชายฝั่งทะเลยาว 1,600 กิโลเมตร

ภูมิอากาศ มีสภาพอากาศแบบเขตทะเลทรายทางทิศตะวันตกเฉียง เหนือ และร้อนชื้นทางใต้ ฤดูหนาวอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ มีอุณหภูมิระหว่าง 14-29 องศาเซลเซียส ฤดูร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม – พฤษภาคม อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 27-42 องศาเซลเซียส และมีฤดูฝนอยู่ระหว่างเดือนมิถุนายน - กันยายน

ประชากร 50,671,017 คน

เมืองหลวง คานธีนคร (Gandhinagar)

เมืองสำคัญ อาห์มดาบาด (Ahmedabad), สุราต (Surat), วโดดารา (Vadodara)

ภาษาถิ่น Gujarati (คุชราติ ฮินดี)

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย Nawal Kishore Sharma

มุขมนตรี: นาย Narendra Modi

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 38.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 613 ดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการลงทุน: 49 พันล้านดอลลาห์สหรัฐ (มกราคม2549)

อุตสาหกรรมสำคัญ

ผลผลิตทางการเกษตรและการแปรรูปอาหาร เคมีภัณฑ์และปิโตรเคมี สิ่งทอ อัญมณี และเครื่องประดับ ยา เทคโนโลยีชีวภาพ เครื่องจักรกลและชิ้นส่วนยานยนต์

ทรัพยากรธรรมชาติ

ปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติ แร่อะลูมิเนียม ถ่านลิกไนต์ หินแกรนิต หินปูน ดินเหนียว ดินเบนทอไนต์ ทรายซิลิกา ธาตุแมงกานีส แร่โดโลไมต์

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

เป็นจุดขนส่งสินค้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา

มีนโยบายรัฐที่สนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ

รัฐส่งเสริมการจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสะอาด

มีเครือข่ายคมนาคมที่ดี โดยเฉพาะการบริหารจัดการการท่าที่ดี

มีกำลังผลิตไฟฟ้าจำนวน 9,007 เมกะวัตต์

มีโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย

มีแรงงานประเภทกึ่งทักษะจำนวนมาก ประชากรมีการศึกษาดี (อัตราการรู้หนังสือ 69.14%)

สัดส่วนร้อยละ 21 ของการส่งออกของอินเดียมาจากรัฐคุชราต

การคมนาคม

มีเครือข่ายถนนที่มีสถาพดีที่สุดแห่งหนึ่งในอินเดีย ยาวกว่า 74,000 กิโลเมตร

มีท่าอากาศยานรวม 14 แห่ง โดยท่าอากาศยานระหว่างประเทศอยู่ที่เมืองอาห์มดาบาด

มีท่าเรือ 41 แห่ง เป็นรัฐแรกที่เปิดให้ภาคเอกชนบริหารท่าเรือได้

รัฐบาลมีแผนพัฒนา East West Corridor ซึ่งจะเป็นการขยายถนนจากรัฐคุชราตทางทิศตะวันตกไปยังภูมิภาคตะวันออกเฉียง เหนือ

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

การแปรรูปอาหาร อัญมณีและเครื่องประดับ การก่อสร้าง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายคมนาคม อุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ อุตสาหกรรม IT

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลคุชราตมีนโยบายด้านการลงทุนที่ครอบคลุมสาขาต่างๆ อาทิ ภาคอุตสาหกรรม แร่ การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจ IT และธุรกิจการท่า

นโยบายประกอบด้วยสิทธิประโยชน์และมาตรการจูงใจต่างๆ อาทิ ระยะปลอดภาษี การอุดหนุนเงินในการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักร การให้สัมปทาน การส่งเสริมการส่งออก การจัดสรรที่ดินสร้างโรงงาน การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ

เกร็ดน่ารู้

เป็นแหล่งพัฒนาอุตสาหกรรมยุคต้นๆ ของอินเดีย จนได้รับฉายาว่าเป็น ‘Manchester of the East’

เป็นแหล่งอารยธรรมโบราณ มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย

เป็นบ้านเกิดของ มหาตมะ คานธี ซึ่งเกิดที่เมืองพอร์บันดาร์ (Porbundar) และเมื่อปี ค.ศ.1930 ได้เริ่มการเดินประท้วงระยะไกลแบบอหิงสาที่โด่งดังไปทั่วโลก จากเมืองอาห์มดาบาดไปยังชายทะเลที่เมืองแดนดี (Dandi) เป็นระยะทางเกือบ 400 กิโลเมตร เพื่อต่อต้านกฎหมายภาษีเกลือ (Salt Law)

องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 2 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันเกิดของมหาตมะ คานธี เป็นวันแห่งการไม่ใช้ความรุนแรง (The International Day of Non-Violence)

เมืองอาห์มดาบาดเป็นที่ตั้งแห่งที่สองของสถาบัน Indian Institute of Management (IIM) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านการบริหารที่มีทั้งหมด 7 แห่งในอินเดีย โดย IIM ที่อาห์มดาบาดเป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียงทั่วโลก

เมืองสุราตเป็นศูนย์เจียระไนเพชรของโลก มีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 92

เป็นรัฐที่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ประชาชนเกินร้อยละ 80 ไม่รับประทานอาหารเนื้อสัตว์

ร้านอาหารส่วนใหญ่ให้บริการอาหารเจ

บุคคลชั้นนำในวงการธุรกิจส่วนใหญ่นับถือศาสนาเชน ซึ่งรับประทานอาหารเจ แต่มีข้อจำกัดเพิ่มเติม เช่น ไม่รับประทานพืชผักที่เติบโตใต้ดิน เช่น หัวหอม


*******************************************************************************

รัฐหรยาณา (Haryana)

ที่ตั้ง รัฐหรยาณาตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศ ทิศตะวันออกมีอาณาเขตติดกับรัฐอุตตรประเทศ ทิศตะวันตกติดกับรัฐปัญจาบ ทิศเหนือติดกับรัฐอุตตราขัณฑ์ และหิมาจัลประเทศ ส่วนทิศใต้ติดกับเมืองเดลีและรัฐราชสถาน

พื้นที่ 44,212 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 20 ของประเทศ

ภูมิประเทศ ภูมิประเทศของรัฐหรยาณาแบ่งเป็น ทิวเขาทางภาคเหนือ ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำสายสำคัญ ที่ราบ Ghaggar-Yamuna ที่ราบกึ่งทะเลทรายในเขตที่ติดกับรัฐราชสถาน และทิวเขา Aravalli ทางตอนใต้

ภูมิอากาศ ฤดูร้อน ในช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน จะมีอุณหภูมิสูงจัด คือ ประมาณ 50 องศาเซลเซียส ในขณะที่ ฤดูหนาว ในช่วงเดือนธันวาคม - มกราคม อุณหภูมิจะลดต่ำลงถึง 1 องศาเซลเซียส และฤดูฝน จะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม - กันยายน

ประชากร 21,144,564 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.06 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 477 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง จัณฑีครห์ (Chandigarh)

เมืองสำคัญ กูรกาวน์ (Gurgaon)

ภาษาถิ่น ฮินดี ปัญจาบี และอูรดู และมีอัตราการรู้หนังสือ 67.09%

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย A.R. Kidwai

มุขมนตรี: นาย Bhupinder Singh Hooda

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 17.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 707.5 ดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการลงทุน: 81,794 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2549)

อุตสาหกรรมสำคัญ

อุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งรถนั่งส่วนบุคคล มอเตอร์ไซค์ รถแทรกเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภัณฑ์ อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ท่อ GI และเตาแก๊ส นอกจากนี้ ในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทข้ามชาติหลายแห่งได้ก่อตั้งธุรกิจ outsource ขึ้นที่เมือง Gurgaon

ทรัพยากรธรรมชาติ

หินปูน หินอ่อน โดโลไมต์ ดินที่ใช้ทำเครื่องเคลือบ

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

มีที่ตั้งที่เหมาะสมกับการทำอุตสาหกรรม พื้นที่ร้อยละ 30 ของรัฐถือว่าเป็นเขตปริมณฑลของกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของประเทศ

มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี และมีระบบการธนาคารที่น่าเชื่อถือ โดยมีธนาคารสาขาต่างๆ กว่า 4,500 สาขา ระบบโทรคมนาคม สถาบันเทคโนโลยีที่ทันสมัยและตลาดการค้า

มีแรงงานที่มีทักษะและนักการบริหารจัดการ อาทิ วิศวกร นักการบัญชี นักบริหาร

มีภาคการเกษตรที่เข้มแข็ง เป็นแหล่งผลิตอาหารของประเทศที่สำคัญ อาทิ ข้าว ข้าวสาลี ธัญพืช ถั่ว

เป็นที่ตั้งของแหล่งอุตสาหกรรมชั้นนำ บริษัทที่มีชื่อเสียง ตลอดจนสถานที่ราชการ

มีระบบการบริหารจัดการที่ดี รัฐมีนโยบายขจัดความล่าช้าของระบบราชการ พยายามดำเนินการอย่างโปร่งใส และทำให้ขั้นตอนการทำธุรกิจไม่ซับซ้อน ยุ่งยาก นอกจากนั้น รัฐยังมีนโยบายที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานส่งเสริมอุตสาหกรรมที่รักษาสภาพ แวดล้อม และส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน ทั้งภายในและนักลงทุนต่างชาติ

ภายใต้นโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมฉบับใหม่ รัฐหรยาณาได้รับข้อเสนอการลงทุนเป็นมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านรูปี ในสาขายานยนต์ อุปกรณ์และชิ้นส่วนยานยนต์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป สิ่งทอ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป เป็นต้น

ปัจจุบันมีโครงการลงทุนในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ มูลค่า 18.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 10 โครงการได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลแล้ว

การคมนาคม

มีระบบเครือข่ายการคมนาคมที่ดี ทั้งเส้นทางรถไฟ ถนน และสนามบิน โดยสนามบินนานาชาติอินทิราคานธี อยู่ห่างจากเมือง Gurgaon เพียง 10 นาที

มีถนนเชื่อมโยงสู่เมืองสำคัญ รัฐมีโครงการสร้างทางด่วนและทางหลวงเพิ่มเติม

มีเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อเมืองสำคัญหลายสาย อาทิ อมริตสาร์-เดลี, เดลี-ซิมลา, กัลกา-โชติปุระ, เรวารี-อาห์มดาบาด เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีโครงการก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมโยงระหว่างกรุงเดลีกับเมืองสำคัญ อื่นๆ ในรัฐหรยาณา

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

อุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารแปรรูป ธุรกิจโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุปกรณ์และชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมเครื่องหนัง เครื่องประดับ และรองเท้า รวมทั้งอุตสาหกรรมการส่งออก

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลแห่งรัฐหรยาณามีนโยบายที่จะส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางทาง เศรษฐกิจ โดยส่งเสริมการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

มีนโยบายพัฒนาการลงทุนในสาขาอาหารแปรรูป เทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยีชั้นสูง และธุรกิจการบริการในสาขาการท่องเที่ยว การคมนาคม การศึกษา สาธารณสุข และการเงินการธนาคาร เป็นพิเศษ

ส่งเสริมการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญ

สนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อการสร้างแรงงานที่มีทักษะ

เกร็ดน่ารู้

มีบริษัทข้ามชาติที่มาประกอบธุรกิจในเมือง Gurgaon มากมายหลายบริษัท อาทิ Motorola, Siemens, IBM, GE Capital, GE Plastic, Silicongraphics, Bectel, Polaroid, Alcatel, Denso, Daewoo Telecom Limited เป็นต้น

บริษัทไทยที่มาประกอบธุรกิจ/ตั้งโรงงานผลิต ได้แก่ Delta, Stanley Electric, Ital-Thai และ Thai Summit

เป็นดินแดนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการทำสงครามแย่งชิงอาณาจักร และเป็นที่ตั้งของทุ่งกุรุเกษตร สถานที่เกิดเหตุมหาสงครามในมหากาพย์มหาภารตะ


***********************************************************************************

รัฐหิมาจัลประเทศ (Himachal Pradesh)

ที่ตั้ง รัฐหิมาจัลประเทศตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ สาธารณรัฐอินเดีย มีเขตอาณาติดกับรัฐชัมมูและแคชเมียร์ รัฐอุตตราขัณฑ์ รัฐปัญจาบ รัฐหรยาณา รัฐอุตตรประเทศ โดยมีเขตแดนติดกับธิเบต ประเทศจีนด้านตะวันออก รัฐหิมาจัลประเทศถูกเรียกขานว่าเป็นดินแดนแห่งพระเจ้า (Deva Bhoomi – land of the gods) และคำว่า หิมาจัลประเทศ แปลว่า ดินแดนแห่งภูเขาหิมะ (land of snowy mountains)

พื้นที่ 55,673 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 17

ภูมิประเทศ ปกคลุมด้วยภูเขาสูงระดับ 350 - 6975 เมตร และป็นเขตพื้นที่ป่าไม้ 66.52%

แบ่งได้เป็น 5 เขตภูมิประเทศ ระหว่างเขตพื้นที่ฝนตกถึงเขตพื้นที่ร้อนชื้น และแม่น้ำจากหิมาลัยจะไหลเวียนตลอดระยะเส้นทางภูเขา

ภูมิอากาศ มีฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ -20 องศาเซลเซียส และฤดูร้อนระหว่างเดือนเมษายน - มิถุนายน จะมีอุณหภูมิประมาณ 28 - 32 องศาเซลเซียส

ประชากร 6,077,900 คน (ปี 2008) คิดเป็นร้อยละ 0.59 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คิดเป็น 109 คนต่อตารางกิโลเมตร โดย 95% เป็นชาวฮินดู

เมืองหลวง ชิมลา (Shimla)

เมืองสำคัญ ดารัมซาลา มานาลี เขตที่สำคัญ ได้แก่ ชัมบา คานกรา กูลู

ภาษาถิ่น ฮินดี อังกฤษ ภาฮาน ปัญจาบี (อัตราการรู้หนังสือ 77%)

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย Vishnu S. Kokje

มุขมนตรี: นาย Prem Kumar Dhumal

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 687 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมสำคัญ

พลังงานน้ำ เกษตรกรรม (ข้าว ข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี) การท่องเที่ยว เคมีภัณฑ์ สิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ เหล็กและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์กระดาษ ปูนซีเมนต์ อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์พลาสติก

ทรัพยากรธรรมชาติ

หินปูน หินแร่เขี้ยวหนุมาน (quartzite) ทอง ทองแดง แร่ไพไรท์ ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ เกลือ ยิปซัม แร่ไมกา ป่าไม้และแม่น้ำ

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยแหล่งวัตถุดิบ ขณะที่ประชากรมีการศึกษาดี เป็นรัฐที่มีความสงบ มีการประท้วงของแรงงานน้อย โดยรัฐมีวิธีปราบปรามได้อย่างสันติและรวดเร็ว รัฐมีนโยบานส่งเสริมการลงทุน

มีขีดความสามารถในการผลิตพลังงานน้ำ โดยขายพลังงานให้แก่รัฐอื่นๆ อาทิ เดลี ปัญจาบ เหมาะแก่การพัฒนาอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยน้ำ

เป็นพื้นที่เหมาะสำหรับการทำเกษตรกรรม อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมป่าไม้ การแปรรูปอาหาร เครื่องดื่ม อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีขั้นสูง

การคมนาคม

มีการเชื่อมโยงกับส่วนอื่นๆ ของอินเดียทั้งทางบกและทางอากาศ

การเดินทางในรัฐหิมาจัลประเทศส่วนใหญ่จะเป็นทางบก โดยทั้งรัฐมีเครือข่ายถนนและทางหลวง ประมาณ 30,000 กม. รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างถนนอย่างมาก อย่างไรก็ดีในฤดูฝน ถนนจะถูกปิดเนื่องจากหิมะตกและพื้นดินถล่ม

มีสนามบินภายในประเทศ 3 แห่งและรถไฟวิ่งไปถึงเมืองต่างๆไม่มากนัก

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

การแปรรูปอาหาร โรงงานผลิตชา การเพราะปลูกใบชา ข้าวโพด ขิง มันฝรั่ง ผัก เกษตรกรรม อุตสาหกรรมป่าไม้การเพาะเมล็ดพันธุ์พืช การท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การหมัก เคมีชีวภาพ ฯลฯ การปลูกพืชในสวน/เรือนกระจก เครื่องดื่ม การผลิตรถยนต์ ไหมพรม ผ้าถักทอ และอุตสาหกรรมสปา

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐหิมาจัลประเทศมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนและการจัดตั้ง อุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก โดยออกมาตราการจูงใจหลากหลาย เช่น ระยะปลอดภาษี ปล่อยเงินกู้ระยะยาว บริการให้ความสะดวกแก่นักลงทุน การให้สัมปทานเงินลงทุน การลดราคาวัตถุดิบการจัดสรรที่ดินในราคาย่อมเยา

รัฐบาลกลางได้ประกาศให้มาตราการแรงจูงใจแก่รัฐหิมาจัลประเทศ เมื่อปี 2003 ได้แก่ การยกเว้นภาษีสรรพสามิต 10 ปี ภาษีรายได้ 5 ปี 100% และ 25% (ส่วนบุคคล) 30% บริษัท สำหรับทุก 5 ปีถัดมา การให้สัมปทาน 15% ของการลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล (เพดานอยู่ที่ 65,105.01 ดอลลาร์สหรัฐ) รวมทั้งการให้สัมปทานด้านการขนส่งสินค้า

รัฐออกมาตราการจูงใจสำหรับอุตสาหกรรมทางด้านการแปรรูปอาหาร การเพาะเมล็ดพันธุ์พืช การเพาะปลูกพืชและเทคโนโลยีสารสนเทศ

รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว อาทิ จัดแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กีฬาทางน้ำ รวมทั้งการส่งเสริมบริเวณชนเผ่าพื้นเมืองให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล

รัฐมีนโยบาลส่งเสริมเทคโนโลยีชีวภาพ เพื้อพัฒนาระบบสาธารณูประโภค และสร้างแรงงานที่มีคุณภาพด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ส่งเสริมงานวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เกษตรกรรม ปศุสัตว์ และสาธารณสุขของประชาชน

เกร็ดน่ารู้

รัฐหิมาจัลประเทศเป็นที่รู้จักในด้านสิ่งทอและหัตถกรรม เช่น พรม ผ้าคลุมไหล่ ภาพเขียน เครื่องหนัง

มีชื่อเสียงด้านความหลากหลายของสัตว์ป่า โดยมีนกมากว่า 1,200 ชนิด และสัตว์กว่า 359 ชนิดและยังมีอุทยานแห่งชาติและสวนจำนวน 12 แห่ง

อุตสาหกรรมการเกษตรถือเป็นอัตราส่วน 45% ของรายได้ รัฐหิมาจัลประเทศเป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐ (สำหรับประชากร 93%) โดยมีการเกษตร 71%

รัฐบาลมีโครงการส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาของรัฐ โดยรัฐหิมาจัลประเทศเป็นรัฐแรกในอินเดียที่ให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาขั้น ประถม

รัฐหิมาจัลประเทศถูกจัดเป็นรัฐอันดับสองที่มีปัญหาคอร์รัปชั่นน้อยที่สุด


***********************************************************************************

รัฐชัมมูและแคชเมียร์ (Jammu and Kashmir)

ที่ตั้ง รัฐชัมมูและแคชเมียร์ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศ มีอาณาเขตทางทิศตะวันตกจนถึงทิศตะวันออกติดกับประเทศปากีสถาน อัฟกานิสถาน และจีน ทางทิศใต้ติดกับรัฐหิมาจัลประเทศและรัฐปัญจาบ

พื้นที่ 222,236 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6

ภูมิประเทศ มีลักษณะภูมิประเทศ 4 แบบ คือ 1) ที่ราบ Kandi เป็นที่ราบกึ่งภูเขา 2) ทิวเขา Shivalik 3) เทือกเขาสูง 4) ที่ราบลุ่มแม่น้ำสินธุ

ภูมิอากาศ ภูมิอากาศแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ลักษณะอากาศแบบเขตร้อนในบริเวณที่ราบชัมมูร์ อุณหภูมิสูงสุด 40 องศาเซลเซียส และอากาศหนาวจัดในเมืองลาดั๊ก (Ladakh) อุณหภูมิต่ำสุด -40 องศาเซลเซียส

ประชากร 10,069,917 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.99 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 99 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง เมืองศรีนคร (Srinagar) ในฤดูร้อน (พฤษภาคม-ตุลาคม), เมืองชัมมู (Jammu) ในฤดูหนาว (พฤศจิกายน-เมษายน)

เมืองสำคัญ ลาดัก (Ladakh)

ภาษาถิ่น Urdu Dogri Kashmiri Pahari Punjabi Ladakhi Balti Gojri Dadri (อูรดู แคชเมีรี โดกรี)

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: Lt.Gen. (retd) Sriniwas Kumar Sinha

มุขมนตรี: -

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 349 ดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการลงทุน: 6.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (มกราคม 2549)

อุตสาหกรรมสำคัญ

ศิลปหัตถกรรมและการส่งออก อาทิ papier mache ไม้แกะสลัก พรม ผ้า คลุมไหล่ ทองแดง เครื่องเงิน อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก อุปกรณ์การกีฬา เคมีภัณฑ์และเวชภัณฑ์

ทรัพยากรธรรมชาติ

บ็อกไซด์ ยิปซัม หินปูน ถ่านหิน ทองแดง

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมที่ชัดเจน

มีแหล่งทรัพยากรน้ำ การเกษตร ป่า สมุนไพร และแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์

มีศักยภาพสำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี

มีทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะงานด้านการถักทอออกแบบสิ่งทอ

การคมนาคม

มีถนนเชื่อมโยงกับเมืองอื่นๆ ของประเทศ โดยมีทางหลวงผ่านทางเมืองลาดั๊ก (Ladakh) และมีโครงการก่อสร้างถนนอีก 84 โครงการ

มีสนามบินนานาชาติที่เมืองศรีนคร

มีเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อกับทางรถไฟสายอื่นๆของประเทศ

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป แร่ธาตุ อัญมณีและเครื่องประดับ เหมืองแร่ ศิลปหัตถกรรม อุตสาหกรรมเครื่องหนัง อุตสาหกรรมไหม และสิ่งทอ การท่องเที่ยว พืชสวนและไม้ดอก อิเล็กทรอนิกส์ และปศุสัตว์

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลแห่งรัฐชัมมูและแคชเมียร์มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนเพิ่มการ พัฒนาภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน เพื่อกระตุ้นความเติบโตทางเศรษฐกิจของรัฐ

มาตราการจูงใจต่างๆ เช่น การจัดสรรที่ดินให้แก่นักลงทุนในรูปสัญญาเช่าระยะยาว รัฐอุดหนุนเงินลงทุนร้อยละ 30 สำหรับโครงการที่มีมูลค่าสุงสุด 30 ล้านรูปี รัฐอุดหนุนการซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ที่รักษาสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษเป็น มูลค่าร้อยละ 30 รัฐบาลส่งเสริมการผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ท้องถิ่นรัฐ โดยอุดหนุนค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 ในปีแรกของการผลิต ร้อยละ 30 ในปีที่ 2 และร้อยละ 10 ในปีที่ 3 ยกเว้นภาษีค่าผ่านทางสำหรับรถบรรทุกที่จะมานำสินค้าของรัฐไปเพื่อการส่งออก จนถึงเดือน มีนาคม 2558 ฯลฯ

เกร็ดน่ารู้

เป็นรัฐที่มีแขตแดนที่ยังเป็นข้อขัดแย้งกับปากีสถาน ซึ่งอ้างสิทธิเหนือดินแดนบางส่วน โดยอินเดียเรียกดินแดนชัมมูและแคชเมียร์ที่ปากีสถานอ้างสิทธิว่า “แคชเมียร์ซึ่งถูกปากีสถานยึดครอง” (Pakistan-occupied Kashmir)

มีชื่อเสียงในด้านความงามของธรรมชาติ จนได้รับขนานนามว่าเป็นสวรรค์บนดิน (Paradise on Earth)

เมืองลาดักได้รับการขนานนามว่าเป็น “Little Tibet” มีวัฒนธรรมทางพุทธศาสตรที่ฝังราก และมีทิวเขาที่มีความสวยงามทางธรรมชาติอย่างยิ่ง

เมืองลาดักเป็นที่ตั้งฐานทัพอากาศ Dawaltbaigh Oldi ของอินเดีย ซึ่งเพิ่งเปิดใช้ใหม่ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2551 หลังจากถูกปิดไปนาน โดยถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ในแง่ความมั่นคง


*****************************************************************************

รัฐฌาร์ขัณฑ์ (Jharkhand)

ที่ตั้ง รัฐฌาร์ขัณฑ์ตั้งอยู่ทางตอนกลางเยื้องไปทางตะวันออกของ อินเดีย แยกออกจากรัฐพิหาร เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2543 มีอาณาเขตติดกับรัฐพิหาร, อุตตรประเทศ, ฉัตติสครห์, โอริสสา, และเบงกอลตะวันตก

พื้นที่ 79,714 ตารางกิโลเมตร ขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 15

ภูมิประเทศ รัฐฌาร์ขัณฑ์อยู่ในเขตที่ราบสูงจากระดับน้ำทะเล 1000 เมตร มีป่าไม้ปกคลุมพื้นที่หนาแน่น

ภูมิอากาศ มีภูมิอากาศแบบร้อนชื้น ฤดูฝน ระหว่างเดือนกรกฏาคม - กันยายน ฤดูร้อน อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 30 - 40 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวมีอุณหภูมิระหว่าง 1 - 28 องศาเซลเซียส

ประชากร 26,945,829 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.62 ของประชากรอินเดีย โดยความหนาแน่นของประชากร คือ 338 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง รันจี (Ranchi)

เมืองสำคัญ Jamshedpur, Bokaro, Giridih, Dhanbad

ภาษาถิ่น Hindi Santhali (ฮินดี อูรดู อังกฤษ)

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย Syed Sibtey Razi

มุขมนตรี: นาย Madhu Kora

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 300 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมที่สำคัญ

การทำเหมือง เหล็ก ยาและเภสัชกรรม, IT, เกษตรและอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการเกษตร

ทรัพยากรธรรมชาติ

แร่และทรัพยากรธรรมชาติเป็นจำนวนมาก คิดเป็นร้อยละ 40 ของทรัพยากรที่มีทั้งหมดในประเทศ ประกอบด้วย ถ่านหิน ยูเรเนียม และแร่โลหะ มีการผลิตถ่านหิน แร่ไมกา แร่คยาไนต์ และทองแดง เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ นอกจากนี้ ได้มีการสำรวจพบแร่ทองคำ เงิน เหล็ก หินสีต่างๆ

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

มีนโยบายทำเหมืองถ่านหินแบบ captive mining เป็นรัฐที่มีการเติบโตของอุตสาหกรรมการทำเหมืองแร่สูงมาก ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นให้การสนับสนุน

การคมนาคม

เชื่อมโยงเมืองสำคัญๆ เช่น กัลลัตตา Haldia ได้ทั้งทางเครื่องบิน ถนน และรถไฟ

มีท่าอากาศยานที่เมืองรันจี

สามารถขนส่งสินค้าไปยังตลาดใหญ่ๆ ของประเทศ ได้สะดวกทั้งทางรถไฟและทางถนน มีเส้นทางเชื่อมโยงกับท่าเรือ Paradeep

มีโครงการที่จะพัฒนาระบบรถไฟ สำหรับอุตสาหกรรมการทำเหมืองแร่ และการท่องเที่ยว เพื่อให้เชื่อมต่อไปยังเมืองสำคัญๆ ของประเทศ

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

อุตสาหกรรมทำเหมือนแร่ เหล็ก ยาและเภสัชกรรม IT การเกษตร อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับป่าไม้

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นรัฐที่ได้รับความสนใจในการเข้ามาลงทุน ทั้งจากนักลงทุนภายในและภายนอกประเทศ

เร่งพัฒนาระบบโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สร้างมาตราการจูงใจในการลงทุน อาทิ จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ การให้เงินอุดหนุนสำหรับเงินลงทุน การติดตั้งเครื่องควบคุมมลพิษ การลดกระบวนการและขั้นตอนของกฏระเบียบ

เกร็ดน่ารู้

เมือง Jamshedpur เป็นที่ตั้งของบริษัท Tata Steel

รัฐบาลท้องถิ่นของรัฐฌาร์ขันฑ์ ให้ความสำคัญกับระบบการศึกษาเป็นอย่างมาก อัตราการเข้าเรียนชั้นประถมของเด็ก อายุ 6 - 11 ปีคิดเป็นร้อยละ 95 ปัจจุบัน มีอัตราการรู้หนังสือ 53.56%

มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วมาก โดยมีอัตราคนยากจนลดลงร้อยละ 2 ทุกๆ ปี (ตั้งแต่ปี 2537 - 2545)

ศาสนาหลักของรัฐ คือ ศาสนาฮินดู คิดเป็นร้อยละ 68.5 ของประชากรทั้งหมด ศาสนาอิสลามร้อยละ 13


*************************************************************************************

รัฐกรณาฎกะ (Karnataka)

ที่ตั้ง รัฐกรณาฎกะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐอินเดีย สถาปนารัฐ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2499 ซึ่งแต่เดิมรู้จักในชื่อ รัฐไมซอร์ (Mysore) และได้เปลี่ยนชื่อเป็น รัฐกรณาฎกะ ในปี 2516

รัฐกรณาฎกะตั้งอยู่บนที่ราบสูงระหว่างตะวันตกและตะวันออกของคาบสมุทรทาง ภาคใต้ของอินเดีย ด้านตะวันตกติดทะเลอาหรับ ทางเหนือติดกับรัฐกัวและรัฐมหาราษฎระ ด้านตะวันออกติดรัฐอานธรประเทศ รัฐทมิฬนาฑู และรัฐเกรละ

พื้นที่ 191,791 ตารางกิโลเมตร มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 8

ภูมิประเทศ ภูมิประเทศแบ่งออกได้เป็น 3 เขต ได้แก่ ชายฝั่ง เขตภูเขา และที่ราบ

ภูมิอากาศ ภูมิอากาศมีความหลากหลาย ตั้งแต่ร้อน ฝนตกชุก และแห้งแล้ง โดยอากาศร้อนที่สุดในช่วงระหว่างเดือนเมษายน - พฤษภาคม อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส และในช่วงเดือนตุลาคม - มีนาคม เป็นช่วงอากาศเย็นสบาย

ประชากร 52,850,562 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.14 ของประชากรอินเดีย โดยมีความหนาแน่นของประชากร คือ 275 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง เบงกาลูรู (Bengaluru) เปลี่ยนชื่อเป็น บังคาลอร์ (Bangalore)

เมืองสำคัญ ไมซอร์ (Mysore)

ภาษาถิ่น กันนาดา, อูรดู, อังกฤษ

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย Rameshwar Thakur

มุขมนตรี: นาย B.S. Yediyurappa

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 550 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมที่สำคัญ

อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการออกแบบและสร้างเครื่องบิน ยานยนต์ เหล็ก ซีเมนต์ IT ไบโอเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ เครื่องหนัง น้ำตาล ยาและแปรรูปอาหาร

ทรัพยากรธรรมชาติ

ทองคำ เงิน แร่เหล็ก แมงกานีส โครไมท์ หินปูน อะลูมิเนียม ทองแดง และดินเหนียวสำหรับทำเครื่องเคลือบ

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

มุ่งเน้นการพัฒนาในด้านอุตสาหกรรมเป็นหลัก ได้มีการปรับปรุงนโยบายเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และเหมาะสมกับสถาพเศรษฐกิจภายในรัฐ

มีบรรยากาศการลงทุนที่เอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุน ขั้นตอนการติดต่อกับรัฐเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีระบบสาธารณูประโภคต่างๆ รองรับ รวมถึงระบบการติอต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

มีแรงงานที่มีฝีมือและทักษะเป็นจำนวนมาก ประชากรมีการศึกษาดี (อัตราการรู้หนังสือ 66.64%)

มีสถาบันการศึกษา ทั้งระดับมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และอาชีวศึกษา จำนวนมาก

เป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการพัฒนาองค์ความรู้

การคมนาคม

มีเส้นทางการคมนาคมที่สะดวก ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ

มีสนามบินระหว่างประเทศอยู่ที่เมืองบังคาลอร์ และสนามบินภายในประเทศอยู่ที่เมืองเบลกัม Hubli Mangalore Mysore Hampi และ Bellary

รัฐกรณาฎกะ มีท่าเรือทั้งหมด 11 ท่า และท่าเรือใหญ่ที่สุด คือ ท่าเรือ New Mangalore ซึ่งสามารถรองรับการขนส่งได้ถึง 32.04 ล้านตัน และรองรับเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ได้ถึง 1,015 ลำ

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

อุตสาหกรรมด้านวิศวกรรมศาสตร์ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องบิน IT ไบโอเทคโนโลยี เวชภัณฑ์ สิ่งทอ แปรรูปอาหาร เหล็ก การวิจัยและการพัฒนา โรงกลั่นน้ำมัน ท่องเที่ยว ท่าเรือขนาดเล็ก การบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลอินเดียได้ประกาศแผนการส่งเสริมการลงทุน (SEZs) รัฐบาลกรณาฏกะ จึงได้กำหนดนโยบายการส่งเสริมการลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับ SEZ โดยเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเภทยาและเวชภัณฑ์ ไบโอเทคโนโลยี แปรรูปอาหาร สิ่งทอ และ IT

รัฐบาลให้การสนับสนุนการจัดหาเงินทุนให้กับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีการลงทุน ในเขตอุตสาหกรรม และธุรกิจที่มีการร่วมทุนกับชาวฮินดู

มาตรการจูงใจในการลงทุนต่างๆ เช่น การให้เงินอุดหนุน การยกเว้นภาษีการเข้า (Entry Tax) ยกเว้นภาษีแสตมป์ ให้สิทธิพิเศษสำหรับการส่งออกและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

เกร็ดน่ารู้

รัฐกรณาฎกะ มาจากภาษากันนาดา Karu+nadu มีความหมายว่าแผ่นดินที่ถูกยกขึ้นสูง หรืออาจอ่านได้ว่า Karu หมายถึง สีดำ และ nadu หมายถึง เขตพื้นที่ซึ่งอาจสื่อความหมายถึงเขตพื้นที่ดินสีดำสำหรับปลูกฝ้าย และสถาปนารัฐเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2499 แต่เดิมเป็นที่รู้จักในชื่อรัฐไมซอร์ (Mysore) และได้เปลี่ยนชื่อเป็น รัฐกรณาฎกะ ในปี 2516

มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น วัดที่มีรูปปั้นแกะสลักที่สวยงาม เมืองที่มีความทันสมัย ผจญภัยในป่า และชายหาดที่ยาวตลอดแนวทางด้านตะวันตกของรัฐ

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ เมือง Hampi ซึ่งมีรูปปั้น Ugranarasimha ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การ UNESCO ให้เป็นมรดกโลก

เมืองบังคาลอร์เป็นหนึ่งในที่ตั้งสถาบัน Indian Institute of Management (IIM) จำนวน 7 แห่งในอินเดีย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง


****************************************************************************************

รัฐเกรละ (Kerala)

ที่ตั้ง รัฐเกรละตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐ อินเดีย เป็นพื้นที่รูปยาวเลียบฝั่งทะเลอาหรับ (580 กม.) มีเขตอาณาติดกับรัฐกรณาฎกะทางตอนเหนือและทางตะวันออกเฉียงเหนือ และรัฐทมิฬนาฑู ทางตะวันออกและทางใต้ รัฐเกรละแบ่งออกเป็น 14 เขต คำว่า Kerala มาจากภาษามาลายาลัม ซึ่งแปลว่า ดินแดนแห่งต้นมะพร้าว

พื้นที่ 38,863 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 21

ภูมิประเทศ ภูมิประเทศจะปกคลุมด้วยป่าไม้ แม่น้ำ ลำธาร และลากูน มียอดเขาอานัย (Anai Peak) ซึ่งสูง 2695 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของอินเดียตอนล่าง

ภูมิอากาศ อยู่ในเขตป่าร้อนชื้น และอยู่ในเขตมรสุมจากทางตะวันตกเฉียงใต้และทางตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูหนาวระหว่างเดือนตุลาคม - มกราคม อุณหภูมิระหว่าง 22 - 32 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม อุณหภูมิระหว่าง 24 - 33 องศาเซลเซียส ฤดูฝนระหว่างเดือนมิถุนายน - กันยายน อุณหภูมิระหว่าง 22 - 28 องศาเซลเซียส

ประชากร 31,841,374 คน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.10 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 819 คนต่อตารางกิโลเมตร แต่อัตราการเกิดของประชากรน้อยที่สุดในอินเดีย

เมืองหลวง ธีรุวนันทปุรัม (Thiruvananthapuram) หรือตริวันดรัม

เมืองสำคัญ โคชิ (Kochi)

ภาษาถิ่น มาลายาลัม (Malayalam) โดยมีอัตราการรู้หนังสือ คิดเป็นร้อยละ 96.9

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย R.L. Bhatia

มุขมนตรี: นาย V.S. Achuthanandan

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 21.79 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 586.26 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมสำคัญ

การแปรรูปอาหาร การแปรรูปเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ สินค้าหัตถกรรม อุตสาหกรรมเส้นใย การท่องเที่ยว ยาง ชา เซรามิก อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อิฐและกระเบื้อง ยาสูบ ผลิตภัณฑ์วิศวกรรม อุตสาหกรรมปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์ เวชภัณฑ์ สบู่ และน้ำมัน

ทรัพยากรธรรมชาติ

เพทาย แร่โมนาไซต์ แร่อิลมาไนต์ แร่ซิลลิมาไนต์ แร่รูไทล์ ดินเหนียว มะพร้าว ขิง ยา พริกไทย โกโก้ กาแฟ กล้วย มะม่วง ขนุน และสับปะรด

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

ประชากรมีการศึกษาดี โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอัตราค่าจ้างต่ำ มีการสาธารณสุขที่ดี ส่งผลให้ประชากรมีอายุยืนถึง 73 ปี เป็นรัฐที่มีการพัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาอย่างมาก มีเส้นทางการคมนาคมสะดวกและเชื่อมต่อกับต่างประเทศอย่างดี มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ทั้งบนบกและในน้ำ สภาพดินเหมาะสำหรับการเพาะปลูก เป็นแหล่งแร่และวัตถุดิบ

การคมนาคม

มีการเชื่อมโยงกับส่วนอื่นๆ ในอินเดีย ทางบกและอากาศ โดยมีท่าอากาศยานนานาชาติถึง 3 แห่ง และกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างแห่งที่ 4

นอกจากนี้ การเดินทางภายในรัฐส่วนใหญ่จะโดยทางเรือและทางรถไฟ โดยมีท่าเรือขนส่งนานาชาติที่สำคัญที่เมืองโคชิ

เกือบทุกหมู่บ้านของรัฐเกรละเชื่อมต่อกันด้วยถนน ทำให้อัตราความหนาแน่ของท้องถนนมีมากกว่าอัตราเฉลี่ยทั้งประเทศถึง 4 เท่า

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

เทคโนโลยีสารสนเทศ ผลิตภัณฑ์จากแร่และดินเหนียว การผลิตรถยนต์ ยาสูบ การท่องเที่ยวและการโรงแรม/ รีสอร์ต การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ธุรกิจด้านการบริการร้านอาหาร การนวดแผนอายุรเวทของอินเดีย ผลิตภัณฑ์จากทะเล การเพาะเลี้ยงกุ้งและปู การแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมหัตถกรรมและเส้นใย การทำเหมืองแร่

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

มีนโยบายส่งเสริมการลงทุน โดยมีมาตรการจูงใจ อาทิ การให้สัมปทานเงินทุน การให้สัมปทานกลไกลดมลภาวะสาธารณูปโภคอัตราค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟต่ำกว่ารัฐอื่น การยกเว้นภาษีไฟฟ้า 5 ปี สำหรับธุรกิจเริ่มต้น การยกเว้น stamp duty และค่าลงทะเบียน รวมทั้งมีนโยบายฟื้นฟูธุรกิจที่มีปัญหา กระบวนการลงทุนจะง่ายและโปร่งใส

รัฐได้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับส่งเสริมการส่งออก 3 แห่งที่เมืองโคชิ (Electronic Park, Cochin SEZ, Port Based SEZ) และมีโครงการที่จะสร้างเขตเพิ่มเติมในอนาคต อาทิ Animation Zone ซึ่งจะเป็นแห่งแรกของอินเดีย (นโยบายของรัฐบาลกลาง)

ใน Industrial & Commercial Policy 2007 มีเป้าหมายที่จะให้รัฐเกรละเป็นจุดมุ่งหมายของอุตสาหกรรมการผลิต การแปรรูปอาหาร การบริการด้านสาธารณสุขอุตสาหกรรมการศึกษาและบริการ และนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศก็ได้กำหนดให้รัฐเกรละเป็นแหล่งเทคโนโลยี สารสนเทศชั้นนำของอินเดียภายใน 5 ปี ทั้งนี้ รัฐจะส่งเสริมนโยบายแรงงานเพื่อดึงดูดการลงทุน

เป็นแหล่งเทคโนโลยีสารสนเทศและ ITES ที่สำคัญของอินเดีย โดยรัฐกำลังเร่งสร้าง IT Park และส่งเสริมการแพร่หลายของเทคโนโลยีสารสนเทศไปยังโรงเรียนและหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพของรัฐ

เกร็ดน่ารู้

รัฐเกรละเป็นรัฐที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในสาธารณรัฐอินเดีย และเป็นหนึ่งในรัฐที่มีความก้าวหน้าทางการศึกษาในอินเดีย ทำให้เป็นรัฐที่มีอัตราการรู้หนังสือมากที่สุดในอินเดียเช่นกัน

รัฐเกรละยังเป็นรัฐที่มีอัตราการคอร์รัปชั่นน้อยที่สุดในอินเดีย แต่ก็มีอัตราการฆ่าตัวตาย การติดเหล้า และการว่างงานสูงมากเมื่อเทียบกับบรรดารัฐอื่นๆ ในอินเดียด้วยกัน

รัฐเกรละถือว่าเป็น 1 ใน 25 แห่งที่มีความหลายหลายทางชีววิทยามากที่สุดในซีกโลกตะวันออก ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ Agasthyamalai Biosphere Reserve ทางภูเขาตะวันออก มีพันธุ์พืชกว่า 4,000 ชนิด ซึ่งจากจำนวนนี้ 900 ชนิด จะเป็นพืชที่นำมาทำยา นอกจากนี้ยังมีพันธุ์สัตว์อีกหลากหลายชีวิต

20% ของ GDP รัฐเกรละ จะมาจากชาวเกรละที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ

รัฐเกรละเป็นหนึ่งในรัฐจำนวนน้อยของโลกที่พรรคคอมมิวนิสต์จะได้รับการ เลือกตั้งโดยวิถีประชาธิปไตย

รัฐเกรละเป็นที่ตั้งของ Indian Institute of Space Technology แห่งแรกและแห่งเดียวของอินเดีย

เมือง Kozhikode (calicut) เป็นหนึ่งในที่ตั้งสถาบัน Indian Institute of Management (IIM) จำนวน 7 แห่ง ในอินเดีย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านการบริหารที่มีชื่อเสียง

รัฐเกรละมีชื่อเสียงทางด้านการนวดแผนอายุรเวทของอินเดีย และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

God’s own country เป็นคำโฆษณาที่การท่องเที่ยวเกรละใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว 


*****************************************************************************************

รัฐมัธยประเทศ (Madhya Pradesh)

ที่ตั้ง รัฐมัธยประเทศตั้งอยู่ใจกลางสาธารณรัฐอินเดีย เป็นรัฐที่มีพื้นที่ 9.5% ของอินเดีย มีเขตอาณาติดกับรัฐคุชราต (ทางตะวันตก) รัฐมหาราษฎระ (ทางใต้) รัฐฉัตติสครห์ (ทางตะวันออก) รัฐราชสถาน (ทางตะวันตกเฉียงเหนือ) และรัฐอุตตรประเทศ (ทางตะวันออกเฉียงใต้) โดยจะไม่มีเขตอาณาติดกับทะเล ภายในรัฐแบ่งเป็นเขตทั้งหมด 48 เขต คำว่า มัธยประเทศ ในภาษาฮินดี แปลว่า จังหวัดกลาง

พื้นที่ 308,000 ตารางกิโลเมตร เป็นขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2

ภูมิประเทศ พื้นที่ราบลุ่มและที่ราบสูง รายล้อมด้วยแนวเขาทางเหนือและตะวันตก มีแม่น้ำนาร์มาดาไหลผ่านกลางรัฐ ซึ่งถือเป็นเส้นแบ่งโซนอินเดียเหนือและใต้

ภูมิอากาศ สภาพอากาศส่วนใหญ่จะร้อนชื้น และมีมรสุมเป็นช่วงๆ ฤดูร้อนระหว่างเดือนเมษายน - มิถุนายน อุณหภูมิสูงสุด 41 องศาเซลเซียส ฤดูฝนระหว่างเดือนกรกฎาคม - กันยายน อุณหภูมิระหว่าง 19 - 30 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวระหว่างเดือนตุลาคม - กุมภาพันธ์ อุณหภูมิระหว่าง 10 - 27 องศาเซลเซียส

ประชากร 60,348,023 คน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.87 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 196 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง โภปาล (Bhopal)

เมืองสำคัญ อินโดร์ (Indore)

ภาษาถิ่น ฮินดี อังกฤษ โดยมีอัตราการรู้หนังสือ คือ 63.74%

การปกครอง ผู้ว่าราชการ: นาย Balram Jakhar

มุขมนตรี: นาย Shivraj Singh Chouhan

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 23.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 351.7 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมที่สำคัญ

อุตสาหกรรม/ ผลิตทางการเกษตร ผลผลิตจากป่าไม้ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ การเพาะปลูกพืชเรือนกระจก/ สวน การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เวชภัณฑ์ สิ่งทอและเสื้อผ้า เครื่องประดับ

ทรัพยากรธรรมชาติ

หินปูน หินบอไซต์ ถ่านหิน แร่แมงกานีส เพชร โดโลไมต์ หินฟอสเฟต และหินแกรนิต เส้นใย ข้าว ข้าวสาลี และสมุนไพรธรรมชาติ

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

เป็นจุดยุทธศาสตร์ใจกลางประเทศอินเดียและมีระบบการคมนาคมที่ดี เป็นรัฐที่สงบไม่มีการจลาจล ราคาที่ดินไม่สูงมาก และแรงงานราคาถูก

มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งวัตถุดิบและแหล่งพืชเวชภัณฑ์

เป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญ ผลิตยางรถยนต์มากที่สุดในอินเดีย

เป็นศูนย์การผลิตถั่วเหลืองที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย เป็นรัฐที่ผลิตเมล็ดพืช กระเทียมและผักชีมากที่สุด เป็นแหล่งสมุนไพรธรรมชาติของอินเดียถึง 40% ของอุตสาหกรรมสมุนไพร

การคมนาคม

มีการเชื่อมโยงกับส่วนอื่นๆ ของอินเดีย ทั้งทางบกและทางอากาศ

มีท่าอากาศยานภายในประเทศ 5 แห่ง และรัฐบาลมีนโยบายที่จะพัฒนาท่าอากาศยานที่เมืองโภปาลและอินดอเรให้เทียบ เท่ามาตรฐานสากลในอนาคต รวมทั้งให้เป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้า

การเดินทางภายในรัฐส่วนใหญ่ใช้รถเมล์และรถไฟ

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

การแปรรูปสมุนไพรธรรมชาติ เวชภัณฑ์ การผลิตเจลและผงอโลเวรา การกลั่นน้ำมันพืช การย้อมสีอาหารและผัก เครื่องสำอางสมุนไพร การผลิตส่วนประกอบของน้ำหอม การผลิตไบโอดีเซล การผลิตปูนซีเมนต์ สิ่งทอ เคมีภัณฑ์

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐมีนโยบายส่งเสริมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ธุรกิจด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ โดยมุ่งจะเป็นตลาด 5 - 10% ของประเทศในอนาคต อาทิ การจัดตั้งเมืองวิทยาศาสตร์ที่เมือง Dewas การจัดตั้ง Software Technology Park ที่เมืองโภปาล

มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในสาขาเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ โดยออกมาตรการจูงใจให้กับเอกชน

รัฐมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนด้านการท่องเที่ยว อาทิ โรงแรม รีสอร์ต การเปิดเที่ยวบินพิเศษ การท่องเที่ยวเชิงผจญภัย สวนสนุก รถไฟสายท่องเที่ยว โดยมีมาตรการจูงใจให้ เช่น สัมปทานที่ดิน การยกเว้นภาษี Luxury tax/ sales tax/ entertainment tax 10 ปี

เกร็ดน่ารู้

รัฐมัธยประเทศเคยเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย แต่เมื่อปี ค.ศ. 2000 รัฐฉัตรติสครห์ได้แยกรัฐออกไปเป็นรัฐอิสระ ทำให้รัฐมัธยประเทศใหญ่เป็นอันดับสอง

มีแหล่งมรดกโลกที่สำคัญ (UNESCO World Heritage Site) 3 แห่ง ได้แก่ Khajuraho วัด Devi Jagadambi ที่เมือง Sanchi และ Rock Shelter ที่เมือง Bhimbetka

มีชื่อเสียงด้านความหลากหลายของพันธุ์ต้นไม้ โดย 31% ของพื้นที่รัฐเป็นป่าไม้ และมีอุทยานแห่งชาติและพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติหลายแห่ง อาทิ Bandhavgarh National Park Kanha National Park

เป็นรัฐที่มีชนเผ่าพื้นเมืองเป็นจำนวนมาก ซึ่งตัดขาดจากกระแสการพัฒนาของโลกภายนอก โดยมีชนเผ่าที่ได้รับการยอมรับอยู่ 46 เผ่าอาทิ เผ่า Gond Bhil และ Baiga

เมืองอินโดร์เป็นหนึ่งในที่ตั้งสถาบัน Indian Institute of Management (IIM) จำนวน 7 แห่ง ในอินเดีย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านการบริหารที่มีชื่อเสียง 


**********************************************************************************

รัฐมหาราษฏระ (Maharashtra)

พื้นที่ 307,713 ตารางกิโลเมตร

ประชากร 96,752,247 คน

เมืองหลวง มุมไบ

ภาษาถิ่น Marathi

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 150 พันล้านดอลลาร์

อุตสาหกรรมสำคัญ

อุตสาหกรรมเคมี อิเล็กทรอนิกส์ เคมี อุตสาหกรรมไฟฟ้าเครื่องจักรกล สิ่งทอ ปิโตรเคมี เหล็ก ไวน์ อัญมณี และอุตสาหกรรมเหล็กและพลาสติก

ทรัพยากรธรรมชาติ

มีความอุดมสมบูรณ์ของพืชไร่พืชสวน เช่น สวนมะม่วง ไร่องุ่น กล้วย ส้ม ข้าว อ้อย ยาสูบ ฝ้าย

แหล่งแร่ธาติที่สำคัญหลากหลายที่สำคัญต่อเศรษฐกิจ

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

เมืองมุมไบถือได้ว่าเป็น Financial Hub ของประเทศอินเดีย เนื่องจากเป็นศูนย์กลางที่ตั้งของสถาบันทางการเงินที่สำคัญ 3 สถาบัน คือ ตลาดหลักทรัพย์ Bombay Stock Exchange ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดียและเก่าแก่ที่สุดในเอเชีย นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ Mumbai Stock Exchange และกองทุนสำรองของประเทศอินเดีย (Reserve bank of India)

รัฐมหาราษฎระสามารถส่งออกอุตสาหกรรมซอฟแวร์ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ

เมืองมุมไบเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมบันเทิงและภาพยนตร์ของอินเดียในนาม Bollywood

รัฐมหาราษฎระมีความสำคัญที่ได้ชื่อว่าสามารถสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความ ร้อนและพลังนิวเคลียร์

การคมนาคม

รัฐมหาราษฎระมีโครงข่ายคมนาคมทางถนนที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย 213,951 กิโลเมตร และเป็นทางหลวงแผ่นดิน 3,688 กิโลเมตร ขณะที่ทางรถไฟที่มีชุมทางรถไฟที่ใหญ่ที่สุด The Central Railways มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองมุมไบ

สนามบินที่มุมไบเป็นสนามบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย

ท่าเรือพาณิชย์หลักของรัฐมหาราษฏระที่สำคัญมี 2 แห่ง คือ ที่มุมไบ และ Nhava Sheva (JNPT)

เกร็ดน่ารู้

รัฐมหาราษฎระถือว่าเป็นรัฐที่ร่ำรวยที่สุดของอินเดีย 


*****************************************************************************************

รัฐมณีปุระ (Manipur)

ที่ตั้ง รัฐมณีปุระเป็นรัฐพรมแดนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ ประเทศ ทางตอนเหนือมีอาณาเขตติดกับรัฐนาคาแลนด์ ทางตะวันตกติดกับรัฐอัสสัม ทางตอนใต้และตะวันออกติดกับรัฐมิโซรัม และมีอาณาเขตติดกับประเทศพม่า

พื้นที่ 22,324 ตารางกิโลเมตร มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 23

ภูมิประเทศ ภูมิประเทศมี 2 ลักษณะ คือ 1) เทือบเขา หุบเขาแคบ โดย 9 ใน 10 ของพื้นที่เป็นเทือกเขา และ 2) ที่ราบด้านใน

ภูมิอากาศ อากาศดีตลอดทั้งปี มี 2 ฤดู คือ ฤดูหนาวระหว่างเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ และฤดูฝนระหว่างเดือนมีนาคม - พฤศจิกายน

ประชากร 2,388,634 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.21 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 107 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง อิมผาล (Imphal)

ภาษาถิ่น มณีปุรี ทาโด ตางกุล โดยมีอัตราการรู้หนังสือ คิดเป็น 71%

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย Shivinder Singh Sidhu

มุขมนตรี: นาย Okram Ibobi Singh

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 3,680 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 372 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมสำคัญ

อุตสาหกรรมการผลิตเหล็ก ซีเมนต์ และสินค้าอุปโภคบริโภค

ทรัพยากรธรรมชาติ

ถ่านหิน แร่ทองแดง เยื่อหินทนไฟ ลิกไนต์ แร่นิกเกิล โครไมต์

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

เป็นประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีพรมแดนทางภาคตะวันออกติดกับประเทศพม่า 398 กิโลเมตร และมีเส้นทางหลวงเชื่อมต่อไปยังประเทศไทย

มีทรัพยากรบุคคลจำนวนมาก

มีสถาบันและศูนย์การวิจัยที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันการออกแบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

มีชื่อเสียงเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพในระดับโลก

มีศักยภาพในการเพาะปลูกผลไม้ อาทิ เสาวรส มะเดื่อ มะกอก สับปะรด กล้วย

มีอัตราการใช้ปุ๋ยเคมีในการเกษตรต่ำ

การคมนาคม

เมืองอิมผาล มีสนามบินภายในประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค มีสายการบินอินเดียนแอร์ไลน์ และเจ็ตแอร์เวย์ บินไปยังเมืองกัลกัตตา นิวเดลี กุวาฮาติ

มีทางหลวง 3 สาย เชื่อมต่อกับเมืองสำคัญอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีทางรถไฟ 2 สาย เชื่อมต่อกับเมืองดิมาปุระ (Dimapur) ในรัฐนาคาแลนด์ทางตอนเหนือ และเมืองจิริบัม (Jiribam) ทางตะวันตกเฉียงใต้

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

อุตสาหกรรมการเกษตร มีศักยภาพในการส่งออกผลิตภัณฑ์การเกษตร อาทิ น้ำเสาวรส สับปะรด และสับปะรดแปรรูป หน่อไม้กระป๋อง เห็ดประป๋อง ฯลฯ ศิลปหัตถกรรม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมไหม

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบและแรงงานท้องถิ่น

มีนโยบายพัฒนาโครงการพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรม

ส่งเสริมอุตสาหกรรมการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ส่งเสริมอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดใหญ่ ในรูปแบบของการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในรัฐ และคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม

ส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับสมุนไพร โดยส่งเสริมโครงการวิจัยในด้านดังกล่าว

ส่งเสริมการค้าชายแดนกับพม่า

ลดขั้นตอนและความยุ่งยากของกฎระเบียบทางการค้า

เกร็ดน่ารู้

รัฐมณีปุระเป็นรัฐชายแดนที่ถือเป็นเขตพิเศษ ชาวต่างชาติที่จะเดินทางไปยังรัฐนี้ จะต้องได้รับการอนุญาต (Restricted Area Permit) จากสำนักงานทะเบียนคนต่างชาติในกรุงนิวเดลี หรือเมืองมุมไบ กัลกัตตา

ชื่อรัฐมณีปุระ หมายถึงนครแห่งอัญมณี เป็นเมืองที่มีความงดงามตามธรรมชาติ โดยเฉพาะความเขียวชอุ่มของไม้นานาพันธุ์ และอากาศดีตลอดทั้งปี

เป็นหนึ่งในรัฐ 7 พี่น้อง (Seven Sister States) ซึ่งประกอบด้วยอัสสัม อรุณาจัลประเทศ นาคาแลนด์ มณีปุระ มิโซรัม ตริปุระ และเมฆาลัย

มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิ อุทยานแห่งชาติ Keibul Lamjao ซึ่งมีกวางพันธุ์หายาก ทะเลสาบ Loktak สวนกล้วยไม้ Khonghampat ซึ่งมีพื้นที่กว่า 200 เอเคอร์ และมีกล้วยไม้หลากชนิด กว่า 100 พันธุ์

มีวัฒนธรรมที่มีรากฐานยาวนาน มีศิลปะการแสดงที่น่าสนใจ อาทิ ศิลปะการป้องกันตัว และระบำพื้นเมือง

มีประวัติการเล่นโปโลยาวนานและเป็นจุดกำเนิดของเกมโปโลสมัยใหม่ 


***************************************************************************************

รัฐเมฆาลัย (Meghalaya)

ที่ตั้ง รัฐเมฆาลัยตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของสาธารณรัฐอินเดีย ทางทิศเหนือและทิศตะวันออกติดกับรัฐอัสสัม และทางทิศใต้และทิศตะวันตกติดกับประเทศบังกลาเทศ ชื่อรัฐแปลว่า แหล่งอาศัยของเมฆ

พื้นที่ 22,429 ตารางกิโลเมตร มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 22

ภูมิประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา โดยมีความสูงระหว่าง 150 - 1961 เมตร มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน

ภูมิอากาศ อยู่ในเขตป่ากึ่งร้อนชื้น สภาพอากาศชื้น เป็นรัฐที่มีฝนตกชุกที่สุดในอินเดีย มีอุณหภูมิสูงสุดไม่เกิน 28 องศาเซลเซียส และในฤดูหนาว อุณหภูมิอยู่ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส

ประชากร 2,319,000 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.23 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 103 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง ชิลลอง (Shillong)

ภาษาถิ่น Khasi Garo และ English โดยมีอัตราการรู้หนังสือ 63%

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย Shivinder Singh Sidhu

มุขมนตรี: นาย Donkupar Roy

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 1.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 422 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมที่สำคัญ

ผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ พืชผัก (อาทิ ข้าว ข้าวโพด มันฝรั่ง มันสำปะหลัง) เครื่องเทศและสมุนไพร (อาทิ ขิง ขมิ้น พริกไทยดำ) ดอกไม้และผลไม้ต่างๆ อาทิ ส้ม มะนาว สับปะรด ฝรั่ง ลิ้นจี่ ขนุน กล้วย พลัม สาลี่ และพีช ผลิตภัณฑ์จากป่า ใบชา มะม่วงหิมพานต์ หมาก พลังงานน้ำ

ทรัพยากรธรรมชาติ

ป่าไม้ ถ่านหิน หินปูน หินแกรนิต ดินขาว ดินทนไฟ ยิปซั่ม ฟอสฟอไรต์ ทรายแก้ว แร่ควอทซ แร่หินภูเขาไฟ ซิลลิมาไนต์

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

ตั้งในจุดยุทธศาสตร์ใกล้กับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ และประเทศสมาชิก SAARC

เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายมองตะวันออก (Look East) ของรัฐบาลอินเดีย

มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งวัตถุดิบ

มีแรงงานจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นประเภทกึ่งทักษะและไร้ทักษะ

มีนโยบายรัฐที่ส่งเสริมการลงทุน

การคมนาคม

เชื่อมโยงกับส่วนอื่นของอินเดียผ่านเมืองกุวาฮาติในรัฐอัสสัม มีสนามบินเล็กที่เมือง Umroi สำหรับเครื่องบินลำเล็กลงจอดได้ ซึ่งบินไปเมืองกัลกัตตา และเมืองอัครตละ (เมืองหลวงของรัฐตริปุระ)

การเดินทางภายในรัฐเป็นการเดินทางโดยรถ แต่การเชื่อมโยงทางถนนภายในรัฐยังไม่ดีนัก

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

การแปรรูปอาหาร การท่องเที่ยว การโรงแรม การสร้างสนามกอล์ฟ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายคมนาคม พลังงานน้ำ การเพาะปลูกพรรณไม้

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลอินเดียได้ประกาศแผนพัฒนาภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (North East Industrial and Investment Policy 2007-2017) โดยมีสิทธิประโยชน์และมาตรการจูงใจทางการเงินต่างๆ เช่น ระยะปลอดภาษี การอุดหนุนเงินในการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักร การให้สัมปทาน การส่งเสริมการส่งออก การอุดหนุนการขนส่ง เป็นต้น

รัฐบาลอินเดียตั้งงบประมาณไว้ 5 แสนล้านรูปี เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค

รัฐมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว และนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

เกร็ดน่ารู้

เป็นหนึ่งในรัฐ 7 พี่น้อง (Seven Sister States) ประกอบด้วยอัสสัม อรุณาจัลประเทศ นาคาแลนด์ มณีปุระ มิโซรัม ตริปุระ และเมฆาลัย

เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและชมสัตว์ป่า

เมืองชิลลองเป็นหนึ่งในที่ตั้งสถาบัน Indian Institute of Management (IIM) จำนวน 7 แห่งในอินเดีย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านการบริหารที่มีชื่อเสียง

ได้รับการขนานนามว่า “Scotland of the East” 


********************************************************************************************

รัฐมิโซรัม (Mizoram)

ที่ตั้ง รัฐมิโซรัมตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของสาธารณรัฐอินเดีย ทางทิศเหนือตืดกับรัฐอัสสัมและรัฐมณีปุระ ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับประเทศพม่า ทางทิศตะวันตกติดกับรัฐตริปุระและประเทศบังกลาเทศ

พื้นที่ 21,087 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ใหญ่อันดับที่ 24

ภูมิประเทศ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา

ภูมิอากาศ ฤดูหนาว อุณหภูมิระหว่าง 11 - 21 องศาเซลเซียส ฤดูร้อน อุณหภูมิระหว่าง 20 - 30 องศาเซลเซียส ช่วงเดือนพฤษภาคม - กันยายน เป็นช่วงที่มีฝนตกชุก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 2,500 มิลลิเมตร

ประชากร 889,000 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.09 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 42 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง ไอซอล (Aizawl)

ภาษาถิ่น มิโซ และอังกฤษ โดยมีอัตราการรู้หนังสือ 88.49% ซึ่งสูงสุดเป็นอันดับที่ 2 ของอินเดีย

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: พลโท M.M. Lakhera

มุขมนตรี: นาย Pu Zoramthanga

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 21 พันล้านรูปี

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 470 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมที่สำคัญ

ไม้ไผ่ หวาย ผลไม้ (ส้ม สับปะรด กล้วย มะละกอ) ผัก (มะเขือเทศ มันฝรั่ง มันเทศ) เครื่องเทศ (พริก กระเทียม ขิง ขมิ้น พริกไทยดำ ลูกกระวาน กาแฟ มะพร้าว หมาก งา ฝ้าย) กล้วยไม้ ชา ศิลปหัตถกรรมจากไม้ไผ่และหวาย

ทรัพยากรธรรมชาติ

ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้ หินปูน ดินเหนียว และหินเนื้อแข็งสำหรับการก่อสร้างถนน

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

ตั้งในจุดยุทธศาสตร์ใกล้กับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ และประเทศสมาชิก SAARC

เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายมองตะวันออก (Look East) ของรัฐบาลอินเดีย

มีนโยบายรัฐที่ส่งเสริมการลงทุน

มีขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้า (Power grid) และพลังงานน้ำ

มีพื้นที่เพาะปลูกอุดมสมบูรณ์

การคมนาคม

การเชื่อมโยงกับส่วนอื่นๆ ของอินเดียพึ่งพาการสัญจรทางบกเป็นหลัก มีรถไฟวิ่งถึงเมือง Bairabi

การขนส่งสินค้าส่วนใหญ่ใช้รถบรรทุก

สนามบินอยู่ที่เมืองไอซอล มีเที่ยวบินเชื่อมกับเมืองกัลกัตตา อิมผาล และกุวาฮาติ

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

การแปรรูปอาหาร การเพาะปลูกพรรณไม้ การท่องเที่ยวและการโรงแรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายคมนาคม และผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลอินเดียได้ประกาศแผนพัฒนาภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (North East Industrial and Investment Policy 2007-2017) โดยมีมาตรการจูงใจทางการเงินต่างๆ เช่น ระยะปลอดภาษี การอุดหนุนเงินในการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักร การให้สัมปทาน การส่งเสริมการส่งออก การอุดหนุนการขนส่ง เป็นต้น

รัฐบาลอินเดียตั้งงบประมาณไว้ 5 แสนล้านรูปีเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค

รัฐมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม นโยบายอุตสาหกรรมไม้ไผ่ นโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

เกร็ดน่ารู้

เป็นหนึ่งในรัฐ 7 พี่น้อง (Seven Sister States) ประกอบด้วยอัสสัม อรุณาจัลประเทศ นาคาแลนด์ มณีปุระ มิโซรัม ตริปุระ และเมฆาลัย

เป็นศูนย์เพาะกล้วยไม้ของอินเดีย

มีไม้ไผ่กว่า 20 พันธุ์ 


**********************************************************************************

รัฐนาคาแลนด์ (Nagaland)

ที่ตั้ง รัฐนาคาแลนด์ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของสาธารณรัฐอินเดีย ทางตอนเหนือติดกับรัฐอรุณาจัลประเทศ ทางทิศตะวันออกติดกับประเทศพม่า ทางทิศใต้ติดกับรัฐมณีปุระ และทางทิศตะวันตกติดกับรัฐอัสสัม

พื้นที่ 16,527 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 25

ภูมิประเทศ ภูมิประเทศมีลักษณะเป็นเทือกเขาและหุบเขาลึก

ภูมิอากาศ ฤดูหนาวมีอุณหภูมิระหว่าง 4 - 24 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนมีอุณหภูมิระหว่าง 16 - 31 องศาเซลเซียส ช่วงเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม เป็นช่วงที่มีฝนตกชุก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 2,000 - 2,500 มิลลิเมตร

ประชากร 1,990,000 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.19 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 120 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง โคฮิมา (Kohima)

เมืองสำคัญ ดิมาปุระ (Dimapur)

ภาษาถิ่น Angami, Ao, Chang, Konyak, Sema, อังกฤษ ฮินดี และภาษาท้องถิ่นอื่นๆ โดยมีอัตราการรู้หนังสือ คือ 66.6%

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย K. Sankaranarayan

มุขมนตรี: นาย Neiphiu Rio

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 470 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมที่สำคัญ

สมุนไพร รวมทั้งโสม และพืชที่มีกลิ่นหอม ไม้ไผ่และหวาย ข้าว ข้าวโพด ถั่ว กาแฟ ชา ผัก

ทรัยากรธรรมชาติ

ถ่านหิน หินปูน ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

ตั้งในจุดยุทธศาสตร์ใกล้กับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศสมาชิก SAARC

เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายมองตะวันออก (Look East) ของรัฐบาลอินเดีย

มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

เป็นแหล่งวัตถุดิบ

มีแรงงานจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นประเภทกึ่งทักษะและไร้ทักษะ

มีนโยบายรัฐที่ส่งเสริมการลงทุน

การคมนาคม

การเชื่อมโยงกับส่วนอื่นๆ ของอินเดีย พึ่งพาการสัญจรทางบกเป็นหลัก

การขนส่งสินค้าส่วนใหญ่ใช้รถบรรทุกและรถไฟ

สนามบินอยู่ที่เมืองดิมาปุระ

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

การแปรรูปอาหาร การเพาะปลูกพรรณไม้ การท่องเที่ยวและการโรงแรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายคมนาคม พลังงานน้ำ อุตสาหกรรมไม้ไผ่

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลอินเดียได้ประกาศแผนพัฒนาภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (North East Industrial and Investment Policy 2007-2017) โดยมีมาตรการจูงใจทางการเงินต่างๆ อาทิ ระยะปลอดภาษี การอุดหนุนเงินในการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักร การให้สัมปทาน การส่งเสริมการส่งออก การอุดหนุนการขนส่ง เป็นต้น

รัฐบาลอินเดียตั้งงบประมาณไว้ 5 แสนล้านรูปีเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค

รัฐมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม นโยบายอุตสาหกรรมไม้ไผ่ นโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

เกร็ดน่ารู้

เป็นหนึ่งในรัฐ 7 พี่น้อง (Seven Sister States) ประกอบด้วยอัสสัม อรุณาจัลประเทศ นาคาแลนด์ มณีปุระ มิโซรัม ตริปุระ และเมฆาลัย

เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและชมสัตว์ป่า

ได้รับการขนานนามว่า Switzerland of the East 


*******************************************************************************************

รัฐโอริสสา (Orissa)

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศ โดยทางตะวันออกของรัฐมีอาณาเขตติดกับอ่าวเบงกอล ทางตะวันตกติดกับรัฐฉัตติสครห์ ทางตอนเหนือติดกับรัฐฌาร์ขัณฑ์ และรัฐเบงกอลตะวันตก ทางตอนใต้ติดกับรัฐอานธรประเทศ

พื้นที่ 115,707 ตารางกิโลเมตร มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 9

ภูมิประเทศ ภูมิประเทศแบ่งออกเป็น 5 เขต คือ 1) ที่ราบตอนกลาง 2) ที่ราบชายฝั่งทางตะวันออก 3) ที่ราบตอนบนทางตะวันตก 4) ที่ราบสูงทางตอนบน และ 5) ที่ราบน้ำท่วมถึง

ภูมิอากาศ ภูมิอากาศส่วนใหญ่มีลักษณะแบบเขตร้อนชื้น และมีฝนตกชุก โดยได้รับอิทธิพลจากพายุดีเพรสชั่นจากอ่าวเบงกอลในฤดูฝน และในบางครั้งประสบวาตภัยจากพายุไซโคลน ฤดูร้อน อากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูง 45 องศาเซลเซียส ฤดูหนาว อุณหภูมิปานกลาง

ประชากร 36,804,660 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.58 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 236 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง ภุพเนศวร (Bhubaneswar)

เมืองสำคัญ คุตตัค (Cuttack) ปุรี (Puri) โกนัค (Konark)

ภาษาถิ่น โอริยา ฮินดี เตลูกู

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย M C Bhandare

มุขมนตรี: นาย Naveen Patnaik

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 12.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 282.5 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมที่สำคัญ

อุตสาหกรรมเหล็ก ปุ๋ย ซีเมนต์ กระดาษ แก้ว

ทรัพยากรธรรมชาติ

แร่ธาตุ อาทิ โดโลไมต์ หินปูน แร่เหล็ก ถ่านหิน แมงกานีส

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะแร่ธาตุ

แหล่งน้ำ และพลังงานไฟฟ้าเพียงพอ

มีท่าเรือหลัก

เครือข่ายการคมนาคมทางถนนและเส้นทางรถไฟที่ดี

ภูมิอากาศเหมาะแก่การทำการเกษตร

มีแรงงานที่มีทักษะ และค่าแรงสมเหตุผล

มีความหลากหลายทางชีวภาพ

ป่าไม้และสมุนไพรอุดมสมบูรณ์

รัฐมีการบริหารจัดการที่ดี

การคมนาคม

มีเครือข่ายการคมนาคมทั้งทางถนนและทางรถไฟที่เชื่อมต่อกับเมืองสำคัญ

มีท่าเรือหลายเเห่ง โดยท่าเรือ Paradeep ซึ่งเป็นท่าเรือหลักของรัฐทางภาคตะวันออกของอินเดีย

มีสนามบินนานาชาติที่เมืองภุพเนศวร ซึ่งมีเส้นทางบินเชื่อมต่อกับกรุงเดลี เมืองมุมไบ กัลกัตตา เจนไน ไฮเดอราบาด และบังคาลอร์ ตลอดจนมีบริการขนส่งสินค้าทั้งการนำเข้าและการส่งออก

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

อุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง

อุตสาหกรรมการเกษตร

เทคโนโลยีสารสนเทศ

อุตสาหกรรมเหล็ก

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขกฎระเบียบเกี่ยวกับการค้าและการลงทุนไม่ให้ซับซ้อน ยุ่งยาก

มีนโยบายพัฒนาโครงการพื้นฐาน โดยส่งเสริมโครงการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน

มีมาตรการจูงใจสำหรับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ที่มีมุลค่าการลงทุนอย่างต่ำ 65 ล้านเหรียญสหรัฐ

ให้การสนับสนุนด้านการเงินสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

มีบริการการออกสินค้าแบบ one-stop-service

รัฐส่งเสริมธุรกิจในสาขาดังต่อไปนี้เป็นพิเศษ: อุตสาหกรรมเหมืองแร่ ศิลปหัตถกรรม อุตสาหกรรมการเกษตร โดยเฉพาะการแปรรูปสัตว์น้ำ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีสารสนเทศ

เกร็ดน่ารู้

เป็นที่ตั้งของเขื่อน Hirakud ซึ่งเป็นหนึ่งในเขื่อนที่ยาวที่สุดในโลก

เมืองปุรีในรัฐโอริสสา เป็นหนึ่งในเมืองศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู

มีแหล่งวัฒนธรรม อาทิ วัดฮินดูที่สำคัญมากมายในรัฐโอริสสา 


***************************************************************************************

รัฐปัญจาบ (Panjab)

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ มีอาณาเขตทางด้านตะวันตกติดกับปากีสถาน ทางตอนเหนือติดกับรัฐหิมาจัลประเทศและชัมมูและแคชเมียร์ ทางตอนใต้ติดกับรัฐหรยาณาและรัฐราชสถาน

พื้นที่ 50,362 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ใหญ่อันดับที่ 19

ภูมิประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีพื้นที่พาะปลูกที่มีความอุดมสมบูรณ์

ภูมิอากาศ มี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อนระหว่างเดือนเมษายน - มิถุนายน มีอุณหภูมิสูงถึง 45 องศาเซลเซียส ฤดูฝนระหว่างเดือนกรกฎาคม - กันยายน มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 580 - 960 มิลลิเมตร และฤดูหนาวระหว่างเดือนตุลาคม - มีนาคม อุณหภูมิต่ำถึง 4 องศาเซลเซียส

ประชากร 24,358,999 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.37 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 482 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง จัณฑีครห์ (Chandigarh)

เมืองสำคัญ ลูเดียนา (Ludhiana) อัมริตสาร์ (Amritsar) จาลันทา (Jalandhar) Patiala

ภาษาถิ่น ปัญจาบ ฮินดี อูรดู

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: Gen. S.F. Rodrigues

มุขมนตรี: นาย Prakash Singh Badal

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 711 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมสำคัญ

เกษตรกรรม กสิกรรม ป่าไม้ สินค้าประเภทเครื่องจักรกลและเครื่องมือเภสัชกรรม เครื่องหนัง อาหาร สิ่งทอ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ น้ำตาล สินค้ากีฬา กระดาษและบรรจุภัณฑ์

ศักยภาพด้านเศรษฐกิจ

มีพื้นที่การเกษตรประมาณร้อยละ 97 สินค้าเกษตรหลัก ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าว และฝ้าย ซึ่งสามารถผลิตข้าวสาลีได้ร้อยละ 21 ของจำนวนข้าวสาลีที่ผลิตได้ทั้งประเทศ (ประมาณ 13.7 ล้านตัน) นอกจากนี้ สินค้าเกษตรอื่นๆ ได้แก่ อ้อย และเมล็ดพันธุ์พืชสำหรับทำน้ำมัน

ส่วนอุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆ ได้แก่ เครื่องมือสำหรับวิทยาศาสตร์ เครื่องมือสำหรับเครื่องจักรกล สิ่งทอ จักรเย็บผ้า อุปกรณ์กีฬา และการท่องเที่ยว

การคมนาคม

เป็นรัฐที่มีระบบการคมนาคมที่ดีที่สุดในอินเดีย ทั้งถนนรถไฟ เครื่องบิน รวมถึงการเชื่อมต่อกับการขนส่งทางน้ำ

มีสนามบินระหว่างประเทศ ตั้งอยู่ที่เมืองอัมริตสาร์ และสนามบินภายในประเทศอยู่ที่เมืองจัณฑีครห์และลูเดียนา

มีถนนเชื่อมต่อถึงกันทุกเมืองและทุกหมู่บ้าน และมีรถประจำทางวิ่งครอบคลุมทุกเส้นทาง

มีระบบรถไฟภายในรัฐ และเชื่อมต่อกับระบบรถไฟของอินเดีย

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

อุตสาหกรรมอาหาร ไบโอเทคโนโลยี การเกษตร สิ่งทอ เครื่องหนัง IT ท่องเที่ยว ยานยนต์ และอุปกรณ์เครื่องจักรกลที่เกี่ยวกับด้านการเกษตร

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

เพื่อส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรม รัฐบาลได้ให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ การลดขั้นตอนการบริการ (Single Window Service) การเสียภาษีรายได้ในอัตราต่ำสุดที่ประกาศโดยรัฐบาลอินเดีย ไม่มีการเก็บภาษีกำไร ภาษีเงินเพิ่ม หรือภาษีอื่นๆ ที่เรียกเก็บเพิ่มจากยอดขาย

สิทธิประโยชน์อื่นๆ ได้แก่ การลดข้อห้าม/ ข้อจำกัด ในเรื่องของสถานที่ตั้ง ยกเว้นค่าธรรมเนียมอากรแสตมป์ ยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ยกเว้นภาษีไฟฟ้า รวมถึงการได้รับประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ

เกร็ดน่ารู้

คำว่า ปัญจาบ หมายถึง ดินแดนแห่งแม่น้ำทั้ง 5 สาย ประกอบด้วยแม่น้ำ Beas, Jhelum, Chenab, Ravi และ Sutlej

รัฐปัญจาบเป็นรัฐที่รายได้เฉลี่ยของประชากรต่อหัวสูงที่สุดในอินเดีย มีอัตราคนยากจนต่ำที่สุด (ประมาณร้อยละ 6.16 ปี 2543)

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง คือ Golden Temple หรือ วิหารฮัรมันดิร ซาฮิบ หรือ วิหารทองคำ ตั้งอยู่ที่เมืองอัมริตสาร์ เป็นวิหารที่สำคัญที่สุดในศาสนาสิกข์

เป็นรัฐแรกที่มีการปฏิวัติทางการเกษตรกรรมสู่การปฎิวัติเขียว (Green Revolution) จนได้รับการบันทึกว่ามีอัตราการเติบโตของผลผลิตทางอาหารสูงที่สุด ในแต่ละปี รัฐปัญจาบสามารถผลิตอาหารได้ คิดเป็น 2 ใน 3 ของปริมาณอาหารที่ผลิตได้ทั้งประเทศ

เป็นรัฐที่มีผลผลิตทางการเกษตรต่อไร่สูงสุด ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าว ฝ้าย รวมถึงการผลิตนมและไข่ไก่

เป็นรัฐที่มีดินอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำไหลผ่าน จนได้รับการขนานนามว่า “Granary of India” หรือ “แหล่งอู่ข้าวอู่น้ำของอินเดีย”

มีการจัดสรรทรัพยากรน้ำ โดยวางระบบชลประทานที่ดี รวมถึงมีทรัพยากรน้ำที่มากมายและราคาถูก 


***********************************************************************************

รัฐราชสถาน (Rajasthan)

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐอินเดีย ทางฝั่งตะวันตกของรัฐติดกับประเทศปากีสถาน ทางเหนือติดกับรัฐปัญจาบและรัฐหรยาณา ทางตะวันออกติดกับรัฐอุตตรประเทศและรัฐมัธยประเทศ ทางใต้ติดกับรัฐคุชราต ทางใต้ของรัฐราชสถานจะอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลอาหรับ 400 กิโลเมตร เทือกเขา Aravalli จะแบ่งรัฐออกเป็นสองฝั่ง ได้แก่ ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทะเลทรายปกคลุม 2 ใน 3 ของรัฐ และฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นที่ดินอุดมสมบูรณ์

พื้นที่ 342,239 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย

ภูมิประเทศ แม่น้ำ Chambal จะเป็นแม่น้ำเดียวที่ไหลตลอดปี ส่วนแม่น้ำ Banas เป็นแม่น้ำเดียวที่จะไหลอยู่แต่เพียงภายในรัฐราชสถาน และไม่มีพื้นที่ติดทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐราชสถาน คือ ทะเลทราย Thar ซึ่งมีชายแดนขนานกับ Sutlej-Indus river valley คู่กับประเทศปากีสถาน

ภูมิอากาศ ภูมิอากาศจะร้อนแห้งกึ่งทะเลทราย ฤดูร้อนระหว่างเดือนเมษายน - มิถุนายน อุณหภูมิระหว่าง 32 - 48 องศาเซลเซียส ฤดูฝนระหว่างเดือนกรกฎาคม - กันยายน อุณหภูมิระหว่าง 35 - 40 องศาเซลเซียส ฤดูหลังมรสุมระหว่างเดือนตุลาคม - ธันวาคม อุณหภูมิระหว่าง 18 - 38 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวระหว่างเดือนมกราคม - มีนาคม อุณหภูมิระหว่าง 8 - 28 องศาเซลเซียส

ประชากร 56,507,188 คน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.49 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 165 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง ชัยปุระ (Jaipur)

เมืองคำสัญ โชติปุระ (Jodhpur) อุทัยปุระ (Udaipur)

ภาษาถิ่น ฮินดี ราชสถานี อังกฤษ

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย S.K. Singh

มุขมนตรี: นาง Vasundhara Raje

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 23.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 339.75 ดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการลงทุน: 11.62 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (มกราคม 2549)

อุตสาหกรรมที่สำคัญ

การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมสิ่งทอ ผลผลิตทางเกษตร ปูนซีเมนต์ ก๊าซเคมี น้ำมันหล่อลื่นและพลาสติก เครื่องจักรกล เหล็กและผลิตภัณฑ์ ไยสังเคราะห์ ไหมพรม อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์

ทรัพยากรธรรมชาติ

ยิปซั่ม แร่เงิน สังกะสี แร่ใยหิน ไมกา หินฟอสเฟต หินปูน หินอ่อน ฟลูออไรต์ หินทราย ข้าวสาลี ข้าวบาร์เล่ย์ อ้อย ผ้าฝ้าย ยาสูบ

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ดี มีบรรยากาศการเมืองที่สงบสุข มีกำลังไฟฟ้าที่ดีและเพียงพอ มีแรงงานจำนวนมาก ประชากรมีการศึกษาดี (อัตราการรู้หนังสือ 60.41%) ที่ตั้งใกล้เมืองหลวง มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งวัตถุดิบ

การคมนาคม

มีการเชื่อมโยงกับส่วนอื่นๆ ของอินเดียทางบกและทางอากาศ รัฐกำลังพัฒนท่าอากาศยานที่เมืองชัยปุระให้เป็นท่าอากาศยานนานาชาติ

การขนส่งสินค้าส่วนใหญ่ใช้รถบรรทุกและรถไฟ

ใช้ท่าเรือที่รัฐคุชราตในการขนส่งทางเรือ

รัฐบาลจัดทำ Road Development Fund Act 2004 เพื่อที่จะพัฒนาเส้นทางคมนาคม ทางหลวงให้ใหญ่และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

เทคโนโลยีสารสนเทศ อุตสาหกรรมการเกษตรและแร่ธาตุ หิน เทคโนโลยีชีวภาพ - ยาฆ่าแมลงชีวภาพ การเพาะปลูกพื้นที่แห้ง การเลี้ยงสัตว์ อูฐ แกะ วัว ซึ่งเป็นพันธุ์ที่พัฒนาแล้ว การรีไซเคิลผลิตภัณฑ์ชีวภาพ พลังงานและพลังงานชีวภาพ การท่องเที่ยวและการโรงแรม ผลิตภัณฑ์กระดาษ อุตสาหกรรมสิ่งทอ/ หัตถกรรม สถาบันทางการศึกษา เครื่องประดับและหินมีค่า รถยนต์ การก่อสร้างถนนและสะพาน

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีมาตรการจูงใจ เช่น การให้สัมปทานที่ดินถึง 60 % ขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของการลงทุน การยกเว้น stamp duty ในการจดทะเบียนที่ดิน การยกเว้นภาษีไฟฟ้า 50% เป็นเวลา 7 ปี ฯลฯ

มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และมีมาตรการจูงใจ เช่น การยกเว้น stamp duty 100% สำหรับการจดทะเบียนที่ดินใน RIIBCO BT Parks การผ่อนปรนกฎหมายแรงงาน การตรวจสอบ

มีมาตรการจูงใจภายใต้ Rajasthan investment Promotion Scheme ปี 2003 เช่น การยกเว้น Luxury tax 100% 7 ปี/ การยกเว้นภาษี entertainment 50% 7 ปี การยกเว้นภาษีไฟฟ้า / stamp duty / conversion charge 50% ระยะเวลา 7 ปี

มีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านการเกษตร และแร่ธาตุ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การพัฒนาและก่อสร้างโรงภาพยนตร์ และอาคาร multiplex ซึ่งมีมาตรการจูงใจเช่นกัน

เกร็ดน่ารู้

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอินเดีย โดยเฉพาะพระราชวังเก่า ทะเลสาบ ป้อมทะเลทราย และเป็นแหล่งช้อปปิ้งสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย เช่น สิ่งทอ หินมีค่า หัตถกรรม เฟอร์นิเจอร์

เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสัตว์ป่า โดยมีอุทยานเสือแห่งชาติสองแห่ง คือ Ranthambore และ Sariska นอกจากนี้ Desert Naional Park ที่ Jaisalmer จะมีความหลากหลายของสัตว์ป่าอีกด้วย

เป็นรัฐหนึ่งที่ผลิตน้ำมันพืชมากที่สุดในอินเดีย และเป็นรัฐที่ผลิตไหมพรมมากที่สุดในอินเดีย

เป็นรัฐที่ผลิตแร่ธาตุใหญ่เป็นอันดับสองในอินเดีย รองจากรัฐพิหาร โดยมีการสำรองหินอ่อน 1,100 ล้านตัน หินทราย 900 ล้านตัน หินปูน 1,800 ล้านตัน หินชนวน 50 ล้านตัน


*******************************************************************************************

รัฐสิกขิม (Sikkim)

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเขตอาณาติดกับประเทศเนปาลทางทิศตะวันตก ประเทศจีนและเขตปกครองตนเองทิเบตทางทิศเหนือ และประเทศภูฏานทางทิศตะวันออก

พื้นที่ 7,096 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ใหญ่อันดับที่ 28

ภูมิประเทศ พื้นที่เป็นภูเขาสูง ตั้งแต่ 280 - 8,585 เมตร โดยมีเทือกเขาหิมาลัยรายล้อม และมียอดเขา Kangchenjunga เป็นจุดสูงสุด

ภูมิอากาศ มี 5 ฤดู ได้แก่ ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และมรสุมช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายน มีอุณหภูมิเฉลี่ย 18 องศาเซลเซียส

ประชากร 540,493 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.1 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 76 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง กังต็อก (Gangtok)

ภาษาถิ่น Lepcha, Bhutia, Limbu, และ Nepali

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย Sudershan Agarwal

มุขมนตรี: นาย Pawan Chamling

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 23.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมที่สำคัญ

การท่องเที่ยว ใบชา การกลั่นสุรา ผลผลิตทางเกษตร

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

มีจุดผ่านแดนกับจีนที่ช่อง Nathula ซึ่งเป็นด่านการค้าที่สำคัญ

มีกำลังผลิตพลังงานเพียงพอ

แรงงานมีทักษะ

การคมนาคม

มีการเชื่อมโยงกับส่วนอื่นๆ ของอินเดียทางบกเป็นหลัก

จุดสำคัญที่ต่อรถไปยังสิกขิม คือ เมือง Silliguri ในรัฐเบงกอลตะวันตก

เมือง Badogra ในรัฐเบงกอลตะวันตกเป็นจุดต่อการเดินทางทางอากาศ ซึ่งใช้เฮลิคอปเตอร์ มีลานบินเฮลิคอปเตอร์แห่งเดียวที่เมืองกังต็อก

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

การแปรรูปอาหาร การเพาะปลูกพรรณไม้ การท่องเที่ยวและการโรงแรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายคมนาคม และพลังงานน้ำ

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

มีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีสิทธิประโยชน์และมาตรการจูงใจทางการเงินต่างๆ อาทิ ระยะปลอดภาษี การอุดหนุนเงินในการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักร การให้สัมปทาน การส่งเสริมการส่งออก เป็นต้น

เกร็ดน่ารู้

จีนประกาศยอมรับสถานะสิกขิมเป็นดินแดนของอินเดียในปี 2546 


**************************************************************************************

รัฐทมิฬนาฑู (Tamil Nadu)

พื้นที่ 130,000 ตารางกิโลเมตร

ประชากร 62.4 ล้านคน

เมืองหลวง เจนไน

ภาษาถิ่น Lepcha, Bhutia, Limbu และ Nepali

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 40.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 562.7 ดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมที่สำคัญ

อุตสาหกรรมการเกษตร ข้าว อ้อย น้ำมันพืช

รัฐทมิฬนาฑูสร้างอุตสาหกรรมรถยนต์ให้เกิดขึ้นที่เมืองเจนไน จนได้รับฉายาว่า “เมืองหลวงของรถยนต์แห่งอินเดีย”

อุตสาหกรรมเหมืองแร่ของรัฐทมิฬนาฑูมีความสำคัญ และมีโรงถลุงเหล็ก

มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมทอผ้าแพรพรรณ เช่น ผ้าไหมส่าหรีเนื้อละเอียดอย่างดีที่มีชื่อเสียงระดับโลก คือ “Kanchipuram silk” หรือ “South Indian” ไหมและใยสังเคราะห์

โรงไฟฟ้าจำนวนมากเกิดขึ้นในรัฐทมิฬนาฑู

อุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่มีผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับ ดารานักแสดงและนักดนตรีชาวรัฐทมิฬนาฑู ผู้มีชื่อเสียงชั้นนำ

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจของเมืองเจนไน ได้แก่ การผลิตรถยนต์ เทคโนโลยี ฮาร์ดแวร์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดยเป็นผู้ส่งออกซอฟต์แวร์และบริการทางเทคโนโลยีสารสนเทศรายใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ รองจากบังคาลอร์และไฮเดอราบาด มีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคที่ตั้งของสถาบันการเงิน หลากหลายประเภท

ศักยภาพด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของรัฐทมิฬนาฑู มีภูมิทัศน์ธรรมชาติทางทะเลลึกที่สวยงามระดับโลก และเมืองเจนไนเป็นที่จัดงานฤดูกาลดนตรีมัทราส (Madras Music Season) กิจกรรมทางวัฒนธรรมประจำปีซึ่งมีการแสดงจากศิลปินหลายร้อยคน เป็นศูนย์กลางสำคัญของนาฏศิลป์ชั้นสูงประเภทหนึ่งของอินเดีย คือ ภารตนาฏยัม

การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากหลากหลายแหล่งธรรมชาติ เช่น พลังลม พลังน้ำ พลังความร้อน

การคมนาคม

รัฐทมิฬนาฑูมีโครงข่ายคมนาคมทางอากาศ ทางถนน รถไฟ และบริการตลอดชายฝั่ง มีท่าอากาศยานนานาชาติ 1 แห่ง และท่าเรือหลักอีก 2 แห่ง เชื่อมต่อกับพื้นที่อื่นๆ ในประเทศด้วยทางหลวงแผ่นดินสายหลัก 5 สาย และสถานีขนส่งทางรถไฟอีก 2 แห่ง

เกร็ดน่ารู้

เจนไน หรือชื่อเดิม มัทราส (Madras) จัดอยู่ในกลุ่มเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ4 ของประเทศอินเดีย

เมืองเจนไนยังมีชื่อเสียงจากการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเจนไนโอเพนของ สมาคมเทนนิสอาชีพ (ATP)

อุตสาหกรรมภาพยนตร์ภาษาทมิฬ ซึ่งเรียกว่า Kollywood มีฐานการผลิตอยู่ในเมืองเจนไน

เมืองเจนไนยังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ การจราจรติดขัด และมลพิษทางอากาศ

เมืองเจนไนตั้งขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 17 โดยชาวอังกฤษซึ่งได้พัฒนาเมืองนี้ให้เป็นเมืองหลักและฐานทัพเรือ


***************************************************************************************

รัฐตริปุระ (Tripura)

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มีเขตอาณาติดกับรัฐอัสสัมและรัฐมิโซรัมทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 84 ของเขตแดนติดกับบังกลาเทศ

พื้นที่ 10,492 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 26

ภูมิประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา ปกคลุมด้วยป่าไม้

ภูมิอากาศ อยู่ในเขตป่ากึ่งร้อนชื้น สภาพอากาศชื้น มีฝนตกชุก ปริมาณฝนเฉลี่ย 2,100 มิลลิเมตร อุณหภูมิระหว่าง 10 - 35 องศาเซลเซียส

ประชากร 3,191,168 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.26 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 305 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง อัครตละ (Agartala)

ภาษาถิ่น Bengali, Kokborak โดยมีอัตราการรู้หนังสือ 73%

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย D.N. Sahaya

มุขมนตรี: นาย Manik Sarkar

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 450 เหรียญสหรัฐ

อุตสาหกรรมสำคัญ

ผลผลิตทางเกษตร ข้าว ใบชา อุตสาหกรรมยาง ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพาะปลูกดอกไม้ ไม้ไผ่และหวาย หัตถกรรม

ทรัพยากรธรรมชาติ

ป่าไม้ ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ หินปูน และสินแร่เหล็ก

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

ตั้งในจุดยุทธศาสตร์ใกล้กับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศสมาชิก SAARC

เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายมองตะวันออก (Look East) ของรัฐบาลอินเดีย

มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งวัตถุดิบ

มีแรงงานจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นประเภทกึ่งทักษะและไร้ทักษะ

มีนโยบายรัฐที่ส่งเสริมการลงทุน

การคมนาคม

การเชื่อมโยงกับส่วนอื่นๆ ของอินเดีย พึ่งพาการสัญจรทางบกเป็นหลัก

การขนส่งสินค้าส่วนใหญ่ใช้รถบรรทุกและรถไฟ

สนามบินอยู่ที่เมืองอัครตละ มีเที่ยวบินเชื่อมกับเมืองกัลกัตตา และกุวาฮาติ

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

การแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมยาง ก๊าซธรรมชาติ การเพาะปลูกพรรณไม้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายโทรคมนาคม พลังงานน้ำ และผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลอินเดียได้ประกาศแผนพัฒนาภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (North East Industrial and Investment Policy 2007-2017) โดยมีมาตรการจูงใจทางการเงินต่างๆ อาทิ ระยะปลอดภาษี การอุดหนุนเงินในการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักร การให้สัมปทาน การส่งเสริมการส่งออก การอุดหนุนการขนส่ง เป็นต้น

รัฐบาลอินเดียตั้งงบประมาณไว้ 5 แสนล้านรูปีเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค

รัฐมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม นโยบายอุตสาหกรรมไม้ไผ่ นโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

เกร็ดน่ารู้

เป็นหนึ่งใน 7 รัฐพี่น้อง (Seven Sister States) ประกอบด้วย อัสสัม อรุณาจัลประเทศ นาคาแลนด์ มณีปุระ มิโซรัม ตริปุระ และเมฆาลัย

มีอุตสาหกรรมยางที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของอินเดีย 


******************************************************************************************

รัฐอุตตรประเทศ (Uttar Pradesh)

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในเขตตอนเหนือของประเทศ โดยมีเขตแดนติดกับประเทศเนปาลทางทิศเหนือ ทางตอนใต้ของเทือกเขาหิมาลัย และล้อมรอบโดยรัฐอุตตราขัณฑ์, มัธยประเทศ, หรยาณา, ราชสถาน, หิมาจัลประเทศ, พิหาร, ฉัตติสครห์, ฌาร์ขันฑ์ และเดลี

พื้นที่ 236,286 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ใหญ่อันดับที่ 5

ภูมิประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มของแม่น้ำคงคาและแม่น้ำ สาขาย่อยๆ ซึ่งแม่น้ำได้พัดพาดินตะกอนลุ่มน้ำที่อุดมสมบูรณ์มาด้วย

ภูมิอากาศ มีภูมิอากาศที่หลากหลาย ทางตอนเหนือของรัฐ มีอากาศเย็นสบาย ขณะที่ทางตอนใต้ของรัฐ จะมีอากาศร้อนชื้น ฤดูหนาว เดือนมกราคม จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยระหว่าง 12.5 - 17.5 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนระหว่างเดือนพฤษภาคม - เดือนมิถุนายน อุณหภูมิเฉลี่ยระหว่าง 27.5 - 32.5 องศาเซลเซียส ฤดูฝนระหว่างเดือนมิถุนายน - กันยายน ปริมาณฝนเฉลี่ยทางด้านฝั่งตะวันออกอยู่ระหว่าง 1,000 - 2,000 มิลลิเมตร และทางด้านตะวันตกอยู่ระหว่าง 600 - 1,000 มิลลิเมตร นอกจากนี้ยังประสบภัยแล้งบ่อยครั้ง

ประชากร 166,197,921 คน (ปี 2001) มากที่สุดในอินเดีย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 16.6 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 689 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง ลัคเนา (Lucknow)

เมืองสำคัญ กานปุระ (Kanpur) อักรา (Agra)

ภาษาถิ่น ฮินดี, อุรดู, ปัญจาบี

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย T.V. Rajeshwar

มุขมนตรี: นาง Kumari Mayawat

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 238 เหรียญสหรัฐ

อุตสาหกรรมสำคัญ

อุตสาหกรรมสิ่งทอ น้ำตาล น้ำมันจากเมล็ดพืช ปอ ซีเมนต์ เครื่องจักร เหล็ก เครื่องบิน โทรศัพท์และอุปกรณ์ ปุ๋ย

ทรัพยากรธรรมชาติ

มีป่าไม้เป็นจำนวนมาก ต้นไผ่ หินปูน แร่โดโลไมต์ ทรายสำหรับทำแก้ว หินอ่อน แร่อะลูมิเนียม แร่ยูเรเนียม

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจของรัฐอุตตรประเทศขึ้นอยู่กับการเกษตรเป็นหลัก พืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ข้าว อ้อย ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี ข้าวบาร์เล่ย์ และเป็นรัฐที่มีป่าไม้เป็นจำนวนมาก ไม้จะถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างและอุตสาหกรรมผลิตกระดาษ ไม้อัด และไม้ขีดไฟ ฯลฯ

มีแรงงานเป็นจำนวนมาก ประชากรประมาณ 1 ใน 3 ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม

เป็นรัฐที่มีอาณาเขตติดกับหลายรัฐในอินเดีย สามารถเชื่อมต่อไปยังส่วนต่างๆ ของประเทศได้ง่าย

การคมนาคม

มีสนามบินภายในประเทศ 4 แห่ง ตั้งอยู่ที่ลัคเนา กานปุระ พาราณสี และอักรา

มีเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงกับส่วนอื่นๆ ของอินเดีย ทั้งทางถนน รถไฟ และทางอากาศ

เมืองลัคเนาเป็นจุดเชื่อมต่อทางรถไฟที่สำคัญที่จะเชื่อมต่อไปยังภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

อุตสาหกรรมด้าน IT ไบโอเทคโนโลยี การแปรรูปอาหาร พลังงาน น้ำตาล การเกษตร กสิกรรม พืชสวน วิศวกรรม ปิโตรเคมี และไหม

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลท้องถิ่นส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก (SMEs) โดยเน้นส่งออกสินค้าประเภทงานฝีมือและงานหัตถกรรม พรม หนัง ทองเหลือง

การให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ การยกเว้นภาษีสำหรับนักลงทุน ยกเว้นภาษีอากรแสตมป์สำหรับอุตสาหกรรม IT ITeS แปรรูปอาหาร และภาคการบริการ การคืนเงิน การยกเว้นภาษีจากการใช้ไฟฟ้า ยกเว้นภาษีร้อยละ 50 - 100 สำหรับภาษีอากรแสตมป์ในการซื้อที่ดิน เป็นต้น

เกร็ดน่ารู้

เป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ของอินเดีย

เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญและมีชื่อเสียงระดับโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ได้แก่ ทัชมาฮาล ป้อมอักรา และเมืองฟาเตปูร์ สิครี

เป็นที่ตั้งเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญทางศาสนาของอินเดีย ได้แก่ เมืองพาราณสี อโยธยา (ในตำนานมหากาพย์รามายณะ) มธุรา (อยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำยมุนา ซึ่งเป็นสถานที่เกิดของพระกฤษณะ) และอัลลาฮาบัด (หรือที่รู้จักกันในชื่อ เมืองโกสัมพี ในสมัยพุทธกาล) มีแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่รู้จักกันดี คือ แม่น้ำคงคา และแม่น้ำยมุนา

เมืองกานปุระเป็นหนึ่งในที่ตั้งของสถาบัน Indian Institute of Technology (IIT) จำนวน 7 แห่งในอินเดีย ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำและเลื่องชื่อในสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยี

เมืองลัคเนาเป็นหนึ่งในสถานที่ตั้งสถาบัน Indian Institute of Management (IIM) จำนวน 7 แห่งในอินเดีย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้นการบริหารที่มีชื่อเสียง 


*****************************************************************************************

รัฐอุตตราขัณฑ์ (Uttarakhand)

ที่ตั้ง รัฐอุตตราขัณฑ์ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศ มีอาณาเขตติดกับประเทศจีน และเนปาลทางทิศตะวันออก และติดกับรัฐหิมาจัลประเทศและอุตตรประเทศทางทิศตะวันตกและทิศใต้

พื้นที่ 53,483 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 18

ภูมิประเทศ พื้นที่ร้อยละ 93 เป็นภูเขา ร้อยละ 64 เป็นป่าไม้ พื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือของรัฐ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะและธารน้ำแข็ง พื้นที่ตอนใต้อยู่บนเชิงเขา ปกคลุมด้วยป่าไม้

ภูมิอากาศ มีอุณหภูมิที่แตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่อากาศแบบเขตร้อน 40.5 องศาเซลเซียส จนถึงหนาวจัด 1.9 องศาเซลเซียส

ประชากร 8,489,349 คน (ปี 2001) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.83 ของประชากรอินเดีย ความหนาแน่นของประชากร คือ 159 คนต่อตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง เดห์ราดูน (Dehradun)

ภาษาถิ่น ฮินดี การ์วาลี คูเมานี โดยมีอัตราการรู้หนังสือ 71.6%

การปกครอง ผู้ว่าราชการรัฐ: นาย Banwari Lal Joshi

มุขมนตรี: พลตรี B.C. Khanduri

ดัชนีเศรษฐกิจ GDP: 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล: 331.5 เหรียญสหรัฐ

อุตสาหกรรมสำคัญ

อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ปศุสัตว์ (เลี้ยงแกะ) ศิลปหัตถกรรม สิ่งทอ

ทรัพยากรธรรมชาติ

หินปูน โดโลไมต์ แมงกานีส ยิปซั่ม

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

มีการจัดตั้งบรรษัทพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งรัฐ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้บริการแก่ภาคเอกชนและนักลงทุน

มีมาตรการจูงใจสำหรับนักลงทุน ทั้งในแง่การอุดหนุนทางการเงิน และด้านอื่นๆ

มีแหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์

มีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

มีพลังงานน้ำเพียงพอ

มีการแก้ไขกฎระเบียบแรงงานให้เอื้อสำหรับนักลงทุน

มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีอากาศและสภาพแวดล้อมดี และมีมลพิษน้อย

มีพืชสมุนไพรมากกว่า 175 พันธุ์

การคมนาคม

รัฐมีนโยบายที่จะสร้างถนนเชื่อมต่อกับเมืองอื่นๆ ของประเทศ พร้อมทั้งจะพัฒนาสนามบินให้มีสายการบินที่หลากหลายให้บริการ เพื่อเชื่อมโยงกับสนามบินนานาชาติอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของรัฐ

โอกาสทางการค้าและการลงทุน

อุตสาหกรรมการเกษตรและการแปรรูปอาหาร

การปลูกพืชสวนพืชไร่ ไม้ดอกไม้ประดับ

เทคโนโลยีชีวภาพ

โทรคมนาคม

ผลิตภัณฑ์ป่าไม้และสมุนไพร

อุตสาหกรรมท่องเที่ยว

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

รัฐมีนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมการจ้างงานท้องถิ่น เพื่อมุ่งเพิ่มผลผลิตของรัฐ โดยการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น

มีมาตรการจูงใจนักลงทุนต่างๆ อาทิ การยกเว้นภาษีรายได้ ร้อยละ 100 ในช่วง 5 ปีแรก และร้อยละ 30 ในช่วง 5 ปีต่อมา มาตรการอุดหนุนเงินทุน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ

เกร็ดน่ารู้

เป็นรัฐลำดับที่ 27 สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2543

เปลี่ยนชื่อจากรัฐอุตตรารัณจัล เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2550

เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญของอินเดีย คือ แม่น้ำคงคา และ ยมุนา

มียอดเขานันทาเทวี (Nanda Devi) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของประเทศ

เมือง Roorkee เป็นหนึ่งในที่ตั้งของสถาบัน Indian Institute of Technology (IIT) จำนวน 7 แห่งในอินเดีย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำและเลื่องชื่อในสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยี


**********************************************************************************************

รัฐเบงกอลตะวันตก

พื้นที่ 88,752 ตารางกิโลเมตร

ประชากร 80,176,197 คน

เมืองหลวง กัลกัตตา

ภาษาถิ่น เบงกาลี

อุตสาหกรรมสำคัญ

อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและ Downstream Industries ซึ่งมีบริษัท Haldia Petrochemicals Ltd (HPL) ซึ่งเกิดจากการร่วมลงทุนระหว่าง West Bengal Industrial Development Corporation ของรัฐกับ The Chatterjee Petrochem (Mauritius) Co. Ltd. และ The Tata Group ด้วยมูลค่าลงทุนแรกเริ่ม 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และ IT ถือเป็นหนึ่งในสามรัฐสำคัญของอินเดียที่ดึงดูดนักลงทุนด้าน IT ที่สร้างรายได้มากถึง 15 - 20% ของประเทศ โดยมีบริษัท West Bengal Electronics Industry Development Corporation Limited (Webel) เป็นผู้บริหารพัฒนาอุตสาหกรรม IT & ITES

อุตสาหกรรมเหล็ก ทอผ้า หนังและผลิตภัณฑ์ แปรรูปอาหารและเกษตรอุตสาหกรรม

อุตสาหกรรมผลิตยา ยาง น้ำมันปาล์มและใบชา อัญมณีและเครื่องประดับ

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

รัฐเบงกอลตะวันตกเป็นประตูการลงทุนข้ามชาติจำนวนมากเป็นอันดับสองของ อินเดียที่มุ่งหมายให้เมือง Haldia เป็น Petrochemical Hub

ยกฐานะเมืองแห่งเหล็กกล้าที่เมือง Durgapur และ Asansol ให้กลายเป็น ferro alloy hub

มีจุดแข็งด้านธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมที่มีการสร้างพื้นที่ Five agro-climatic zones โดยมีโครงการการปฏิรูปที่ดินอย่างเข้มแข็ง

มีศักยภาพในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศที่เน้นการสร้างแรงงานระดับ ไฮเอนด์ในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ระดับสูง ที่นำไปสู่โรงงานประเภท Niche Hardware และนำไปสู่การพัฒนาเขตโซนพื้นที่ IT และบริการต่างๆ

การคมนาคม

รัฐเบงกอลตะวันตกมีเครือข่ายคมนาคมทางบก มีเส้นทางหลวงแผ่นดิน 1,651 กม. ถนนไฮเวย์ของรัฐ 3,418 กม. และถนนเชื่อมต่อไฮเวย์อีก 12,288 กม. ขณะที่มีเครือข่ายรถไฟ 3,867 กม.

ระบบโทรคมนาคมของรัฐมีศักยภาพลงทุนด้านไฟเบอร์ออฟติกและบรอดแบนด์ โดย VSNL มีเกตเวย์ระหว่างประเทศและ earth station รอบๆ กัลกัตตา

สนามบินนานาชาติ 2 แห่ง คือ ที่กัลกัตตา และ Bagdogra

ท่าเรือพาณิชย์สำคัญ 2 แห่ง คือ ที่กัลกัตตา และ Haldia


*************************

ขอบคุณรูปภาพจาก
The whole Indian subcontinent
http://www.creekwoodcc.org/Jaya%20Paul.htm

State maps
http://www.south-india-holiday.com/andhra/andhrapradesh-map.html
http://www.123yatra.com/india/eastern-india/arunachal-pradesh/
http://incredibleindia-travels.blogspot.com/2010/09/bihar.html
http://indiannewsreader.blogspot.com/2009/10/chhattisgarh-location_13.html
http://www.mumbaidiocese.com/clergyg.html
http://www.ask.com/wiki/Yadav_caste w
http://samaw.com/chilling-confessions-of-accused-in-delhi-bpo-gang-rape-case/5412
http://www.travelagentbangalore.com/Himachal-Pradesh-Travels.html
http://www.tcindia.com/maps/jk.html
http://www.imd.gov.in/section/nhac/distforecast/uttaranchal.htm
http://www.stayhomz.com/location-map.htm
http://www.indiatravelpal.com/Maps%20of%20India/Map%20of%20Madhya%20Pradesh,%20India.htm
http://www.discoveryindia.bravehost.com/maharashtra_districts_map.htm
http://discoveryindia.bravehost.com/manipur_district_map.htm
http://www.lorenzofernandez.com/
http://connect.in.com/amarnath-yatra/images-mizoram-mapmap-of-mizorammaps-of-mizorammizoram-road-mapmizoram--15-863070984336.html
http://www.districtsofindia.com/nagaland/statedistrict.aspx
http://www.merinews.com/article/delimitation-of-seats-hits-senior-nabarangpur-mla/154051.shtml 
http://www.sikhiwiki.org/images/5/58/Punjab-map.jpg
http://connect.in.com/rajasthani-songs-online/photos-1-1-1-71d5ec771147a200c3e26c6ffa2701e9.html
http://maps.newkerala.com/sikkim-travel-map.php
http://www.indiatravelpal.com/Maps%20of%20India/Map%20of%20Tamil%20Nadu,%20India.htm
http://www.indiatravelpal.com/Maps%20of%20India/Map%20of%20Tripura,%20India.htm
http://www.tcindia.com/maps/uttarpradesh.html
http://www.imd.gov.in/section/nhac/distforecast/jharkhandct.htm
http://www.tcindia.com/maps/westbengal.html

 


หากท่านใดต้องการเผยแพร่บทความหรือข้อมูลจากเว็บไซต์ เพื่อความรู้หรือประโยชน์ทางการศึกษา โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจน

และกรุณาแจ้งให้ทราบที่   »  E-mail : sameaf.info@gmail.com