Bahrain / บาห์เรน

ราชอาณาจักรบาห์เรน
Kingdom of Bahrain

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

Bahrain / บาห์เรน

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในอ่าวอาหรับ (อ่าวเปอร์เซีย) ประกอบด้วยเกาะ ๓๓ เกาะ
ซึ่งห่างจากชายฝั่งทะเลตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย ๒๔ กิโลเมตร
และห่างจากชายฝั่งทะเลตะวันตกของกาตาร์ ๒๗ กิโลเมตร

พื้นที่ ๗๖๐ ตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง กรุงมานามา (Manama)

ประชากร ประมาณ ๑.๓๕ ล้านคน (ปี ๒๕๕๘)

ภูมิอากาศ ในฤดูหนาว (ธันวาคม - มีนาคม) อุณหภูมิอยู่ระหว่าง ๑๙ – ๒๙ องศา

เซลเซียส ในฤดูร้อน (เมษายน - ตุลาคม) อุณหภูมิอาจสูงถึง ๔๙ องศาเซลเซียส

ภาษา ภาษาอาหรับ (ภาษาราชการ) และใช้ภาษาอังกฤษอย่างกว้างขวาง

ศาสนา ศาสนาอิสลาม ร้อยละ ๗๐.๓ คริสต์ ร้อยละ ๑๔.๕ ฮินดู ร้อยละ ๙.๘ พุทธ ร้อยละ ๒.๕ ยูดาห์ ร้อยละ ๐.๖ และอื่นๆ ร้อยละ ๒.๙

ศาสนาฮินดู คริสต์และอื่น ๆ ร้อยละ ๓๐

ประมุข สมเด็จพระราชาธิบดีฮามัด บิน อิซา อัล คอลิฟะห์ (H.M. King Hamad bin Isa Al Khalifa)

นายกรัฐมนตรี เจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ (H.R.H. Prince Khalifa bin Salman Al Khalifa)

รมว.กต. เชค คาหลิด บิน อาเหม็ด บิน โมฮัมเหม็ด อัล คอลิฟะห์ (H.E. Shaikh Khalid bin Ahmed bin Mohamed Al Khalifa)

หน่วยเงินตรา บาห์เรนดีนาร์ (Bahrain Dinar) ๑ บาห์เรนดีนาร์เท่ากับประมาณ ๙๑.๒๗ บาท (มีนาคม ๒๕๖๐)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ๓๐.๙๑ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี ๒๕๕๘)

รายได้ประชาชาติต่อหัว ๕๑,๒๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ (ปี ๒๕๕๘)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ ๓.๔ (ปี ๒๕๕๘)

อุตสาหกรรมหลัก การผลิตและกลั่นน้ำมัน อะลูมิเนียม ปุ๋ย

สินค้านำเข้าที่สำคัญ น้ำมันดิบ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์

สินค้าส่งออกที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม น้ำมันกลั่น อะลูมิเนียม สิ่งทอ

ตลาดนำเข้าที่สำคัญ ซาดุดีฯ ฝรั่งเศส สหรัฐฯ จีน

ตลาดส่งออกที่สำคัญ อินเดีย ซาอุดีฯ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ

ระบอบการปกครอง ราชาธิปไตยกึ่งรัฐสภา มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นไปตามผลการลงประชามติของชาวบาร์เรน เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ ปัจจุบัน สมเด็จพระราชาธิบดีฮามัด บิน อิซา อัล คอลิฟะห์ (H.M. King Hamad bin Isa Al Khalifa) ทรงเป็นพระประมุขของประเทศ และเจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ (H.R.H. Prince Khalifa bin Salman Al Khalifa) ทรงเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติการตัดสินใจที่สำคัญยังคงขึ้นอยู่กับสมเด็จพระราชาธิบดี และนายกรัฐมนตรีเป็นหลัก

การเมืองการปกครอง

การเมืองการปกครอง

            บาห์เรนเคยอยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักรและได้รับเอกราชเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๑๔  เชค อิซา บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ ทรงเป็นพระประมุขของประเทศ โดยทรงดำรงตำแหน่ง
เจ้าผู้ครองรัฐ (
Emir) จนถึงปี ๒๕๔๒ และต่อมา สมเด็จพระราชาธิบดี ฮามัด บิน อิซา อัล คอลิฟะห์ พระโอรสเสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๔๒ สืบต่อจากพระราชบิดา ซึ่งเสด็จสวรรคต
และทรงเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ และทรงเปลี่ยนชื่อประเทศจาก
รัฐบาห์เรน
(State of Bahrain) เป็นราชอาณาจักรบาห์เรน (Kingdom of Bahrain) ในปี ๒๕๔๕
รวมทั้งทรงเปลี่ยนการเรียกตำแหน่งประมุขของประเทศจากเจ้าผู้ครองรัฐ
(Emir) เป็นพระมหากษัตริย์ (King)

            ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี  นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ เจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ (His Royal Highness Prince Khalifa Bin Salman Al Khalifa) ซึ่งเป็นพระปิตุลา (อา) ของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน   
            รัฐสภาบาห์เรน
ประกอบด้วยสภาที่ปรึกษา (Shura Council) เทียบเท่าวุฒิสภา จำนวน ๔๐ คน แต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ และสภาผู้แทนราษฎร (Nuwwab Council) จำนวน ๔๐ คน มาจาก
การเลือกตั้ง มีวาระ ๔ ปี ทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ    อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติ การตัดสินใจทางการเมือง
การปกครองขึ้นอยู่กับพระมหากษัตริย์
และนายกรัฐมนตรี   ทั้งนี้ สมาชิกพระราชวงศ์ อัล คอลิฟะห์
ดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะกระทรวงด้านความมั่นคง เช่น กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น

            กองทัพบาห์เรนมีกำลังพล ๑๑,๒๐๐ คน  เป็นทหารบก ๘,๕๐๐ คน ทหารเรือ ๑,๒๐๐ คน
ทหารอากาศ ๑
,๕๐๐ คน   ทั้งนี้ การที่บาห์เรนเป็นประเทศเล็กและมีกำลังพลจำกัด จึงพึ่งพาประเทศสมาชิกอื่น ๆ ในคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council – GCC ประกอบด้วยประเทศสมาชิก ๖ ประเทศ ได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับ
เอมิเรตส์
) โดยเฉพาะอย่างยิ่งซาอุดีอาระเบีย ในด้านการป้องกันประเทศ

            รัฐบาลบาห์เรนได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง และพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ภายในประเทศ โดยเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๔๕ บาห์เรนได้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรกในรอบ ๓๐ ปี

            เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ได้เกิดการชุมนุมประท้วงโดยสงบบริเวณวงเวียน Pearl Roundabout กรุงมานามา เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและการเมือง ต่อมา
ผู้ชุมนุมได้ยกระดับข้อเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีบาห์เรนลาออกทั้งคณะและขับไล่ราชวงศ์อัล คอลิฟะห์ การชุมนุมดำเนินไปจนถึงกลางเดือนมีนาคม ๒๕๕๔ รัฐบาลจึงได้ตัดสินใจสลายการชุมนุม สถานการณ์ความไม่สงบในบาห์เรนทำให้มีผู้เสียชีวิต ๒๔ คน บาดเจ็บกว่า ๑,๗๐๐ คน และสูญหายกว่า ๔๐ คน
  

            ภายหลังการสลายการชุมนุม สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรนทรงแต่งตั้งให้มกุฎราชกุมารแห่งบาห์เรนเป็นผู้นำในการหารือระดับชาติ (National Dialogue) กับกลุ่มต่าง ๆ เพื่อหาแนวทางการปฏิรูปและสร้างความปรองดองในประเทศ และทรงตราพระราชกฤษฎีกาแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระสอบสวนข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ความไม่สงบในบาห์เรนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๔
เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นอีก โดยมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ
การเยียวยา

            รัฐบาลได้ใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาล
ในการสร้างความสงบสุขในสังคม เห็นได้จากการจัดให้มีการหารือระดับชาติ โดยนำผลการหารือมา ปฏิบัติใช้จริง และการแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระสอบสวนข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ความไม่สงบในบาห์เรนเพื่อสร้างความปรองดองในประเทศ รวมทั้งยังจัดตั้งคณะกรรมการแห่งชาติศึกษารายงานของคณะกรรมการอิสระ ฯ เพื่อนำมาปรับปรุงกฎหมายและการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างไรก็ดี
ตลอดระยะเวลา
ที่ผ่านมา กองกำลัง
Peninsular Shield Force ก็ยังคงอยู่ในบาห์เรน และยังมีรายงาน
การก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตชุมชนชีอะฮฺ รวมทั้งยังคาดการณ์ว่า อาจมีเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงทางการเมืองเกิดขึ้นอีก

นโยบายต่างประเทศ

            บาห์เรนเป็นประเทศอาหรับที่ดำเนินนโยบายสายกลาง มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศสมาชิกอื่น ๆ ใน GCC โดยเฉพาะอย่างยิ่งซาอุดีอาระเบีย ซึ่งให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวต นอกจากกลุ่มประเทศ GCC แล้ว บาห์เรนยังมุ่งกระชับความสัมพันธ์กับประเทศสมาชิกในกลุ่มสันนิบาตอาหรับ (League of Arab States หรือ Arab League) เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

            บาห์เรนมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร โดยบาห์เรนเป็นที่ตั้งของ
ฐานทัพเรือที่ ๕ ของสหรัฐอเมริกา
(The Fifth Fleet)  บาห์เรนสนับสนุนสหรัฐอเมริกาในการส่งกองกำลังทหารเข้าไปในอัฟกานิสถานและได้รับสถานะ Major Non-NATO Ally (MNNA) ในปี ๒๕๔๕ นอกจากนี้ บาห์เรนยังเป็นประเทศแรกในตะวันออกกลางที่เจรจาจัดทำ FTA กับสหรัฐอเมริกาเป็นผลสำเร็จ

เศรษฐกิจและสังคม

เศรษฐกิจ

            การส่งออกน้ำมันเป็นรายได้หลักของบาห์เรนนับตั้งแต่การค้นพบน้ำมันในปี ๒๔๗๕ อย่างไรก็ตามเนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของบาห์เรนมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ 
ใน 
GCC รัฐบาลบาห์เรนจึงเร่งทำการสำรวจหาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติม อีกทั้งยังมีนโยบายสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ (economic diversification) เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมัน และอุตสาหกรรมอะลูมิเนียม รวมทั้งพัฒนาประเทศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นศูนย์กลางด้านการเงินการธนาคารของภูมิภาค เพื่อแข่งขันกับประเทศริมอ่าวอื่น ๆ อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และกาตาร์ บาห์เรน  มีสถาบันการเงินประมาณ ๔๐๐ แห่ง มีรายได้จากภาคการเงินและการธนาคารคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้ประชาชาติ

            สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและในบาห์เรนเองมีผลต่อทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเติบโตของภาคธุรกิจสาขาการท่องเที่ยวและธนาคารชะลอตัวภาครัฐเป็นตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งในส่วนของการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการอัดฉีดเงินงบประมาณจำนวนมาก ซึ่งได้รับจาก GCC (GCC มีมติให้เงินช่วยเหลือ ๑ หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แก่บาห์เรน เป็นเวลา ๑๐ ปี) เพื่อดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐาน โครงการเพิ่มเงินเดือนข้าราชการและอัตราข้าราชการ

 สังคม

            รัฐบาลบาห์เรนได้พยายามแก้ไขปัญหาการว่างงาน โดยดำเนินนโยบายส่งเสริมการจ้างงาน
ชาวบาห์เรน 
(Bahrainisation) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ โดยภาครัฐและภาคเอกชนต้องว่าจ้าง
ชาวบาห์เรนในอัตราที่กำหนด กล่าวคือ ทุกบริษัทต้องว่าจ้างชาวบาห์เรนอย่างน้อย ๑ คน บริษัทที่มีลูกจ้างมากกว่า ๑๐ คน ต้องเพิ่มอัตราการจ้างงานชาวบาห์เรน เป็นร้อยละ ๕ ต่อปี ทุกปี จนถึงเพดานที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ร้อยละ ๕๐ ในขณะที่โครงการใหม่ ๆ ต้องมีการว่าจ้างชาวบาห์เรนอย่างน้อยร้อยละ ๒๐ ซึ่งที่ผ่านมา นโยบายดังกล่าวประสบผลสำเร็จในการว่าจ้างงานในภาครัฐ แต่ประสบปัญหาในภาคเอกชน เนื่องจากมีการเปลี่ยนงานบ่อยภายหลังจากที่ได้มีการว่าจ้างและรับการฝึกอบรมแล้ว ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการเกิดความไม่พอใจ

ความสัมพันธ์

ความสัมพันธ์ทั่วไป

ไทยกับบาหเรนสถาปนาความสัมพันธทางการทูต เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๒๐ (ค.ศ. ๑๙๗๗) ความสัมพันธทางการเมืองระหวางไทยกับบาหเรนพัฒนาอยางรวดเร็วภายหลังการเปดสถานเอกอัค รราชทูต ณ กรุงมานามา เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๔๗ (ค.ศ. ๒๐๑๔) และการเปดสถานเอกอัครราชทูตบาหเรนประจําประเทศไทยเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ (ค.ศ. ๒๐๐๗) โดยนายอาเดล ยูซิฟ ซาตีร (Mr. Adel Yousif Sater) เปนเอกอัครราชทูตบาหเรนประจําประเทศไทยคนแรก (เดินทางมารับหนาที่ ป ๒๕๕๑ (ค.ศ. ๒๐๐๘)) และดํารงตําแหนงจนถึงปจจุบัน สําหรับประเทศไทย ปจจุบัน นายชยพันธ บํารุงพงศ ดํารงตําแหนงเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา บาหเรนถือเปนพันธมิตรที่สําคัญประเทศหนึ่งของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง และมีบทบาทเปนสะพานเชื่อมไทยสูประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลาง ความสัมพันธระหวางประเทศทั้งสองเปนไปดวยดีและมีความใกลชิดเนื่องจากเจาชายคอลิฟะห บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห (His Royal Highness Prince Khalifa Bin Salman Al Khalifa) นายกรัฐมนตรีบาหเรน ทรงชื่นชอบประเทศไทยและอัธยาศัยไมตรีของคนไทย นอกจากนี้ ทรงมีบทบาทสําคัญในการสงเสริมความสัมพันธทวิภาคีของสองประเทศ

ความสัมพันธ์ในระดับราชวงศ์

ทั้งสองประเทศมีการเยือนระดับสูงระหวางกันสมํ่าเสมอ ซึ่งมีสวนสําคัญในการสานตอพลวัตความสัมพันธระหวางสองประเทศในระดับตาง ๆ ทั้งนี้ การเยือนที่สําคัญ อาทิ ๑.๑.๑ ฝายไทย สมเด็จพระเจาอยูหัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (เมื่อครั้งทรงดํารงพระอิสริยยศเปนสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) เสด็จเยือนรัฐบาหเรนอยางเปนทางการตามคํากราบบังคมทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีแหงบาห เรน (เมื่อครั้งทรงดํารงพระยศเปนเชค ฮามัด บิน อิซา อัล คอลิฟะห มกุฎราชกุมารบาหเรน) ระหวางวันที่ ๑๓ - ๑๕ มีนาคม ๒๕๓๒ (ค.ศ. ๑๙๘๙) โดยไดทรงเขาเฝาฯ เชค อิซา บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห เจาผูครองรัฐบาหเรนในขณะนั้น ๑.๑.๒ ฝายบาหเรน สมเด็จพระราชาธิบดีแหงบาหเรน เสด็จฯ เยือนประเทศไทยอยางเปนทางการระหวางวันที่ ๑๘ - ๒๐ เมษายน ๒๕๕๖ (ค.ศ. ๒๐๑๓) โดยไดเขาเฝาฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และไดเสด็จฯ เยือนประเทศไทยเปนการสวนพระองค ระหวางวันที่ ๑๓ - ๑๖ เมษายน ๒๕๕๕ (ค.ศ. ๒๐๑๒) โดยไดเขาเฝาฯ สมเด็จพระเจาอยูหัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (เมื่อครั้งทรงดํารงพระอิสริยยศเปนสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ในครั้งนั้น และระหวางวันที่ ๑๗ - ๑๙ กันยายน ๒๕๕๖ (ค.ศ. ๒๐๑๓)

ความสัมพันธ์การเมือง

ไทยและบาหเรนมีความเขาใจและสนับสนุนพัฒนาการทางการเมืองของกันและกัน นายกรัฐมนตรีบาหเรนทรงสนพระทัยสอบถามพัฒนาการทางการเมืองเปนระยะ และทรงแสดงความหวงใยตอสถานการณทางการเมืองและเหตุการณรุนแรงในประเทศไทย แตทรงแสดงความมั่นใจวาทางการไทยจะสามารถควบคุมสถานการณไดเปนอยางดี อาทิ เหตุการณระเบิดที่ราชประสงค ในป ๒๕๕๘ (ค.ศ. ๒๐๑๕) นายกรัฐมนตรีแหงบาหเรนไดทรงมีพระราชโทรเลขถึงนายกรัฐมนตรี แสดงความเสียพระทัยตอเหตุการณดังกลาวและไดทรงใหเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามาไดเขาเฝาฯ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๘ (ค.ศ. ๒๐๑๕) โดยทรงสงความปรารถนาดีของพระองคมายังประเทศไทย และแสดงความพรอมของฝายบาหเรนในการใหการสนับสนุนประเทศไทยดวย นอกจากนั้น กระทรวงการตางประเทศบาหเรนยังประณามการเกิดเหตุการณระเบิดหลายจุดในประเทศไทยเมื่อเ ดือนสิงหาคม ๒๕๕๙ (ค.ศ. ๒๐๑๖) อีกดวย

สําหรับฝายไทย นับตั้งแตเกิดเหตุการณความไมสงบในบาหเรนตั้งแตเดือนกุมภาพันธ ๒๕๕๔ (ค.ศ. ๒๐๑๑) เปนตนมา กระทรวงการตางประเทศของไทยไดออกแถลงการณสนับสนุนการดําเนินงานของรัฐบาลบาหเรนใน การปฏิรูปการเมืองและสรางความปรองดองในประเทศ เชน ในโอกาสการประชุมคณะกรรมาธิการระดับสูง ไทย - บาหเรน ครั้งที่ ๒ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ (ค.ศ. ๒๐๑๒) และไดเคยมีแถลงการณสนับสนุนพัฒนาการทางการเมืองในบาหเรน เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๖ (ค.ศ. ๒๐๑๓)

ความมั่นคง

กองทัพเรือไทยได้เข้าร่วมกับกองทัพเรือบาห์เรนและกองทัพเรือมิตรประเทศในการปราบปราม
โจรสลัดโซมาเลีย โดยส่งนายทหารประสานภารกิจ จำนวน ๘ นาย ไปประจำที่ Combined Maritime Forces (CMF) กรุงมานามา เมื่อปี ๒๕๕๔ กองทัพเรือได้ส่งเรือหลวงสิมิลันและเรือหลวงนราธิวาส เข้าร่วมปฏิบัติการภารกิจหมู่เรือปราบปรามโจรสลัด ระหว่างวันที่ ๑๒ กรกฎาคม - ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ สำหรับในปี ๒๕๕๕ นายทหารจากกองทัพเรือได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการกองเรือเฉพาะกิจผสม ๑๕๑ ซึ่งอยู่ภายใต้ CMF และกองทัพเรือไทยยังได้ส่งนายทหารเข้าร่วมภารกิจดังกล่าวอีก ๑๕ นาย ระหว่างวันที่ ๑๑ มีนาคม - ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

- การค้า

บาหเรนเปนตลาดขนาดเล็กสําหรับไทย ในป ๒๕๕๙ การคาระหวางไทยกับบาหเรนมีมูลคา ๓๐๐.๕๙ ลานดอลลารสหรัฐ (ไทยสงออก ๑๙๐.๐๕ ลานดอลลารสหรัฐ และนําเขา ๑๑๐.๕๕ ลานดอลลารสหรัฐ ไดดุล ๗๙.๕๐ ลานดอลลารสหรัฐ) สินคานําเขาสําคัญของไทยไดแก นํ้ามันสําเร็จรูป สินแรโลหะ ปุย เคมีภัณฑ สินคาสงออกสําคัญของไทย ไดแก รถยนตและสวนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องทําความเย็น

- การลงทุน

ดานการลงทุน ในป ๒๕๕๘ - ๒๕๕๙ (ค.ศ. ๒๐๑๕ -๒๐๑๖) มีโครงการลงทุนของบาหเรนที่ไดรับการสงเสริมจาก BOI จํานวน ๑ โครงการ (กิจการโรงแรม) และมีบริษัทไทยไปลงทุนในบาหเรนบาง แตไมมากนัก (ธุรกิจพลังงานทดแทน) การลงทุนของไทยในบาหเรนในป ๒๕๕๘ มีมูลคา ๑๖.๕๘ ลานดอลลารสหรัฐ และการลงทุนของบาหเรนในประเทศไทยมีมูลคา ๓๔.๔๘ ลานดอลลารสหรัฐ ทั้งนี้ บริษัท ปตท.สํารวจและผลิตปโตรเลียม จํากัด มหาชน (ปตท.สผ.) เคยไดรับสัมปทานสํารวจและขุดเจาะนํ้ามันและกาซธรรมชาติในแปลงนอกชายฝงบาหเรน แตเมื่อป ๒๕๕๕ (ค.ศ. ๒๐๑๒) ปตท. สผ. ไดยุติโครงการเนื่องจากไมพบแหลงพลังงานที่มีศักยภาพ

ความสัมพันธ์ทางการท่องเที่ยว

ในป ๒๕๕๙ (ค.ศ. ๒๐๑๖) นักทองเที่ยวจากบาหเรนเดินทางมาไทย ๓๕,๖๕๓ คน และมีนักทองเที่ยวไทยเดินทางไปบาหเรนปละประมาณ ๑๔,๐๐๐ คน โดยนักทองเที่ยวจากบาหเรนไดรับการยกเวนการตรวจลงตราสําหรับเดินทางเขามาในราชอาณาจักรเพื่อการทองเที่ยว โดยสามารถพํานักไดไมเกิน ๓๐ วัน และบาหเรนยกเวนการตรวจลงตราสําหรับนักทองเที่ยวไทย โดยไดรับอนุญาตใหพํานักอยูไดไมเกิน ๑๔ วัน ดานการทองเที่ยวเชิงสุขภาพ ตั้งแตป ๒๕๕๕ (ค.ศ. ๒๐๑๒) ไทยไดอนุญาตใหชาวบาหเรนและประเทศสมาชิก GCC ประเทศอื่น ๆ พรอมดวยผูติดตามรวมไมเกิน ๔ คน พํานักในราชอาณาจักรเพื่อรับการรักษาพยาบาลไดไมเกิน ๙๐ วัน

ความสัมพันธ์ด้านแรงงาน

ปจจุบันมีแรงงานที่เดินทางไปอยางถูกกฎหมายและครอบครัวประมาณ ๒,๓๐๐ คน คนไทยที่เดินทางไปภายใตวีซานักทองเที่ยว ๒,๗๐๐ คน และเปนคนไทยที่หลบเลี่ยงพํานักอยูที่บาหเรนอยางผิดกฎหมาย และลักลอบทํางานประมาณ ๓,๐๐๐ คน ภารกิจหลักดานการกงสุลระหวางไทยกับบาหเรนสวนใหญจึงเปนการใหความคุมครองและชวยเหลือ คนไทย ซึ่งมีทั้งผูที่สมัครใจเดินทางไปเพื่อคาประเวณีและผูที่เปนเหยื่อการคามนุษย ทั้งนี้ ฝายบาหเรนใหความชวยเหลือคนไทยที่ตกทุกขไดยากและเปนเหยื่อการคามนุษยเปนอยางดี

ความตกลงที่สำคัญกับไทย

ความตกลงที่ลงนามไปแลว ๒๓ ฉบับ ไดแก 

- ความตกลงเพื่อสงเสริมและคุมครองการลงทุน 

- ความตกลงวาดวยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการรวมระดับสูงไทย-บาหเรน 

- ความตกลงการบินฉบับใหม 

- บันทึกความเขาใจวาดวยความรวมมือดานสาธารณสุข 

- ความตกลงวาดวยการจัดตั้งสภาธุรกิจรวมไทย-บาหเรน 

- บันทึกความเขาใจระหวางรัฐบาลแหงราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแหง ราชอาณาจักรบาหเรนวาดวยความรวมมือดานการทองเที่ยว 

- บันทึกความเขาใจระหวางรัฐบาลแหงราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแหง ราชอาณาจักรบาหเรนวาดวยความรวมมือดานวัฒนธรรม

- ความตกลงวาดวยความรวมมือทางเศรษฐกิจ การคา และวิชาการ 

- ความตกลงวาดวยบริการเดินอากาศ (มีการจัดทํา คตล. ฉบับใหม) 

- อนุสัญญาระหวางรัฐบาลแหงราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแหงรัฐบาหเรน เพื่อการเวนการเก็บภาษีซอน และการปองกันการเลี่ยงการรัษฎากรในสวนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได (อยูระหวางการจัดทํารางพิธีสารแกไขอนุสัญญา) 

- บันทึกความเขาใจวาดวยความรวมมือเชิงพาณิชย 

- บันทึกความเขาใจวาดวยการจัดตั้งกองเงินลงทุนในประเทศไทย 

- บันทึกความเขาใจวาดวยการจัดตั้งธนาคารอิสลามแหงประเทศไทย 

- บันทึกความเขาใจวาดวยการจัดตั้งศูนยกลางการคาและการกระจายสินคาใน บาหเรน 

- แถลงการณรวมวาดวยการเปนพันธมิตรทางเศรษฐกิจไทย-บาหเรน 

- กรอบความตกลงวาดวยการเปนพันธมิตรทางเศรษฐกิจ 

- ความตกลงวาดวยความรวมมือระหวางสภาอุตสาหกรรมแหงประเทศไทยและ สภาหอการคาและอุตสาหกรรมของบาหเรน 

- ความตกลงวาดวยความรวมมือระหวางภาคเอกชนไทยและบาหเรน 

- บันทึกความเขาใจวาดวยความรวมมือทางการคา 

- บันทึกความเขาใจวาดวยการเพิ่มพูนความรวมมือดานนํ้ามันและกาซ 

- ความตกลงวาดวยความรวมมือระหวางหอการคาและอุตสาหกรรมบาหเรน กับสภาหอการคาไทย

- บันทึกความเขาใจวาดวยการจัดตั้งคลังสํารองอาหารและศูนยกระจายสินคา 

- บันทึกความเขาใจระหวางไทยกับบาหเรนวาดวยความรวมมือดานความมั่นคง ดานอาหาร การคา และการลงทุนในผลิตภัณฑและโภคภัณฑการเกษตร โดยเฉพาะอาหารฮาลาล

การเยือนที่สำคัญ

ฝ่ายไทย

พระราชวงศ์

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร

- วันที่ ๑๓-๑๕ มีนาคม ๒๕๓๒ เสด็จ ฯ เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการตามคำกราบบังคมทูลเชิญของมกุฎราชกุมารแห่งบาห์เรนในขณะนั้น (สมเด็จพระราชาธิบดีองค์ปัจจุบัน) โดยทรงเข้าเฝ้า ฯ เชค อิซา บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ เจ้าผู้ครองรัฐบาห์เรน และทรงพบกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นพระอนุชาของเจ้าผู้ครองรัฐบาห์เรน รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่น

รัฐบาล

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 

- วันที่ ๑๓-๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางเยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือไทย-บาห์เรน โดยเน้นด้านการลงทุนในตลาดทุน ด้านความมั่นคงทางอาหารและด้านพลังงาน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

- วันที่ ๓๐-๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓ พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ
นายเกียรติ สิทธิอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย

- วันที่ ๑๓-๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒ เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ

- วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ – ๓ มีนาคม ๒๕๕๓ เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ ครั้งที่ ๒

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

- วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๒ เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

- วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๒ เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

- วันที่ ๑๐-๑๒ มกราคม ๒๕๕๑ พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ

นายนิตย์ พิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

- วันที่ ๒๐-๒๒ เมษายน ๒๕๕๐ เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ

นายสวนิต คงสิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

- วันที่ ๒๗-๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๙ เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ

นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี

- วันที่ ๒๐-๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ เยือนบาห์เรนและประเทศกลุ่ม GCC เพื่อกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระราชาธิบดีบาห์เรน และเจ้าผู้ครองรัฐ GCC เสด็จ ฯ เยือนไทย เพื่อร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

- วันที่ ๒๔-๒๗ เมษายน ๒๕๔๙ เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดศูนย์ Thai Business Center (TBC) ณ กรุงมานามา

นายกันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

- วันที่ ๑-๒ กรกฎาคม ๒๕๔๘ เยือนบาห์เรน ภายหลังจากการประชุม Islamic Conference of Foreign Ministers ครั้งที่ ๓๒ ที่กรุงซานอา ประเทศเยเมน

- วันที่ ๒๑-๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๙ เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา รองนายกรัฐมนตรี

- วันที่ ๒๘-๒๙ เมษายน ๒๕๔๗ นำคณะส่งเสริมอาหารฮาลาลไทยเยือนบาห์เรน

นางอุไรวรรณ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

- วันที่ ๗-๘ เมษายน ๒๕๔๗ เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ

พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

- วันที่ ๑๐-๑๑ มิถุนายน ๒๕๔๕ พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ

นายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

- วันที่ ๒๙ เมษายน - ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๕ เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

- วันที่ ๘-๑๐ เมษายน ๒๕๔๕ เยือนบาห์เรนเพื่อเข้าร่วมการประชุม Gulf Investment Forum

นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

- วันที่ ๒๙ มีนาคม - ๑ เมษายน ๒๕๔๕ เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ

- วันที่ ๑๓-๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ เยือนบาห์เรนเพื่อร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย– บาห์เรน ครั้งที่ ๑ และเป็นประธานในพิธีเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามาอย่างเป็นทางการ

นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

- วันที่ ๒๔-๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ เยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ

ฝ่ายบาห์เรน

พระราชวงศ์

สมเด็จพระราชาธิบดีฮามัด บิน อิซา อัล คอลิฟะห์ (H.M. King Hamad Bin Isa Al Khalifa)

- วันที่ ๑๘ – ๒๐ เมษายน ๒๕๕๖ เสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก (Official Visit) โดยได้ทรงเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมีการหารือแบบเต็มคณะกับนายกรัฐมนตรี

- วันที่ ๑๓-๑๖ เมษายน ๒๕๕๕ เสด็จ ฯ เยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์ โดยได้เข้าเฝ้า ฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร (๑๔ เมษายน) และพบนายกรัฐมนตรี (๑๕ เมษายน)

เจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ (H.R.H. Prince Khalifa Bin Salman Al Khalifa) พระปิตุลาและนายกรัฐมนตรีบาห์เรน

- เสด็จเยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์เป็นประจำทุกปี ล่าสุด ได้เสด็จระหว่างวันที่ ๒๖ กรกฎาคม – ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๗

- วันที่ ๓๑ พฤษภาคม-๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ เสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ (Official Visit) ทรงเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum ครั้งที่ ๒๑

- วันที่ ๙-๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ เสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ (Official Visit)

- วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๑ เสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการในลักษณะ Working Visit ระหว่างการเสด็จเยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์วันที่ ๑๔ มกราคม – ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

- วันที่ ๑๐-๑๒ มกราคม ๒๕๕๐ เสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ (Official Visit) และทรงเข้าเฝ้า ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

- วันที่ ๑๑-๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๙ เป็นผู้แทนพระองค์สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน เสด็จร่วมพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และประทับอยู่ในประเทศไทยภายหลังพระราชพิธีฯ เป็นการส่วนพระองค์

- วันที่ ๒๐-๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ เสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการในลักษณะ Working Visit

- วันที่ ๑-๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ เสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการในลักษณะ Working Visit

- วันที่ ๓๑ มกราคม-๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ เสด็จเยือนไทยในฐานะพระอาคันตุกะของรัฐบาล และทรงเข้าเฝ้า ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๔๔

เจ้าชายซัลมาน บิน ฮามัด บิน อิซา อัล คอลิฟะห์ (H.R.H. Prince Salman Bin Hamad Bin Isa Al Khalifa) มกุฎราชกุมารและรองนายกรัฐมนตรีบาห์เรนคนที่ 1

- วันที่ ๒๒ – ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เสด็จเยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์

เชค คาหลิด บิน อาเหม็ด บิน โมฮัมเหม็ด อัล คอลิฟะห์ (H.E. Shaikh Khalid Bin Ahmed Bin Mohamed Al Khalifa ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบาห์เรน

- วันที่ ๒๙ – ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เยือนไทย เพื่อร่วมเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมระดับสูง ไทย – บาห์เรน ครั้งที่ ๒

เชค ซัลมาน บิน คอลิฟะห์ อัล คอลิฟะห์ (H.H. Shaikh Salman Bin Khalifa Al Khalifa) พระโอรสและที่ปรึกษาส่วนพระองค์ของนายกรัฐมนตรีบาห์เรน (อดีตรองประธาน Bahrain Petroleum Company)

- วันที่ ๗-๑๙ มีนาคม ๒๕๕๑ เสด็จเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมงาน GASTECH ๒๐๐๘ และ
เข้าเฝ้า ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ
วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในวันที่ ๑๐ และ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑ ตามลำดับ

- วันที่ ๑๒-๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ เสด็จเยือนไทยในฐานะผู้แทนบาห์เรน เพื่อทรงเข้าร่วมการประชุม UNCTAD ครั้งที่ ๑๐ ที่กรุงเทพฯ

รัฐบาล

ดร. ฮัสซัน อับดุลลา ฟาโคร (Dr. Hassan Abdulla Fakhro) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์บาห์เรน

-วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงพาณิชย์

- วันที่ ๑๖-๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เยือนไทยและได้เข้าเยี่ยมคารวะนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และ
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

เชค คาหลิด บิน อาเหม็ด บิน โมฮัมเหม็ด อัล คอลิฟะห์ (Shaikh Khalid Bin Ahmed Bin Mohamed Al Khalifa )

- วันที่ ๒๙ – ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เยือนไทยเพื่อร่วมเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมระดับสูงไทย-บาห์เรน ครั้งที่ ๒

นายอับดุลลา ฮัสซัน ซาอิฟ (Mr. Abdulla Hassan Saif) ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีบาห์เรน (ตำแหน่งเทียบเท่ารัฐมนตรี)

- วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีเพื่อมอบสารจากนายกรัฐมนตรีบาห์เรน

- วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๐ เข้าเยี่ยมคารวะนายปิยะสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

- วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ เข้าเยี่ยมคารวะพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ระหว่างเยือนไทยเป็นการส่วนตัว

นายฟาห์นิ บิน อาลี อัลลาวเดอร์ (Mr. Fahmi Bin Ali Al Jowder) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาและการเคหะบาห์เรน

- วันที่ ๒๗-๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๗ เยือนไทยอย่างเป็นทางการ

ดร.มาจิด บิน มูห์เซน อัล อาลาวี (Dr. Majeed Bin Muhsen Al Alawi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมบาห์เรน

- วันที่ ๑๕-๑๙ กันยายน ๒๕๔๗ เยือนไทยอย่างเป็นทางการ

นายอาลี ซาเลห์ อัล ซาเลห์ (Mr. Ali Saleh Al Saleh) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บาห์เรน

- วันที่ ๒๑-๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๖ เยือนไทยเพื่อร่วมการประชุม Asia Cooperation Dialogue ที่จังหวัดเชียงใหม่

เชค โมฮาเหม็ด บิน มูบารัค อัล คอลิฟะห์ (Shaikh Mohammed Bin Mubarak Al Khalifa) รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบาห์เรน

            - วันที่ ๑๘-๑๙ มิถุนายน ๒๕๔๕ เยือนไทยเพื่อร่วมการประชุม Asia Cooperation Dialogue ที่อำเภอชะอำ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ข้อมูลด้านกงสุล

ผู้แทนทางการทูต

ฝ่ายไทย

เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา นายวิชัย วราศิริกุล 
Royal Thai Embassy
Villa No132, Road 66
Block 360, Zinj Area,
Manama, P.O. Box 26475
Tel. (973) 336 22 445 
Fax. (973) 1727-2714
E-mail: thaimnm@mfa.go.th

ฝ่ายบาห์เรน

เอกอัครราชทูตบาห์เรนประจำประเทศไทย H.E. Mr. Adel Yousif Sater
Embassy of the Kingdom of Bahrain
Sathorn Nakhon Tower, 31st Fl.,
100/66-67 North Sathorn Rd.,
Bangrak, Bangkok 10500
Tel: 0-2636-7892-6, 0-2636-9467-9
Fax: 0-2636-7459
E-mail: bangkok.mission@mofa.gov.bh

ความตกลงและความร่วมมือ

  • ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งสภาธุรกิจร่วมไทย-บาห์เรน (Agreement on the Establishment of Joint Business Council (JBC)) และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคลังสำรองอาหารและศูนย์กระจายสินค้าไทย (MoU on the Establishment of Thailand Food Security Stockpile and Distribution Centre) ซึ่งเป็นการลงนามระหว่างหอการค้าและอุตสาหกรรมบาห์เรน และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
    วันที่ลงนาม 31 มีนาคม 2553
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุข
    วันที่ลงนาม 24 มกราคม 2551
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
    วันที่ลงนาม 11 ธันวาคม 2550
  • ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งรัฐบาห์เรนว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างอาณาเขตของแต่ฝ่ายและพ้นจากนั้นไป
    วันที่ลงนาม 26 เมษายน 2549
  • ความตกลงว่า ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระดับสูงสำหรับความร่วมมือทวิภาคีระหว่าง รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรบาร์เรน
    วันที่ลงนาม 11 มิถุนายน 2545
  • ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรบาห์เรนเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    วันที่ลงนาม 21 พฤษภาคม 2545
  • อนุสัญญา ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งรัฐบาห์เรน เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่ เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้
    วันที่ลงนาม 03 พฤศจิกายน 2544
  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้าและวิชาการระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งรัฐบาห์เรน
    วันที่ลงนาม 03 พฤศจิกายน 2544