เอเชียกลาง

  
25/04/2011

ท่องแดนอารยธรรมล้ำค่าแห่งเอเชียกลาง

                หลายคนคงสงสัยกันว่าที่ประเทศอุซเบกิสถานจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่ไหนน่าสนใจบ้าง รวมทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศนี้เป็นแบบไหน และสำรวจดูว่าวิธีการจัดการท่องเที่ยวเป็นอย่างไร สมคำร่ำลือว่าเป็นอารยธรรมล้ำค่าแห่งเอเชียกลางหรือไม่ เอาเป็นว่าถ้าคุณผู้อ่านพร้อมแล้ว ก็เตรียมตัวและหัวใจไปท่องแดนมรดกโลกแห่งอุซเบกิสถานกับเรากันเลยดีกว่า

                การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างให้ความนิยมมากทีเดียว โดยเฉพาะประเทศใหม่ ๆ ที่มีความน่าสนใจชวนให้นักท่องเที่ยวเข้าไปค้นหา และอุซเบกิสถานก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ล้ำค่ามากในฐานะที่เป็นเมืองมรดกโลกและเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมบนเส้นทางสายไหม

               สำหรับการเดินทางก็ไม่ยากอย่างที่คิด เพราะนักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถบินตรงจากกรุงเทพใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงกรุงทัชเคนท์ เมืองหลวงอันแสนรื่นรมย์ของอุซเบกิสถาน บอกได้คำเดียวว่าความตื่นตาตื่นใจในมนต์เสน่ห์แห่งเอเชียกลางเป็นความรู้สึกแรกเริ่มที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ได้เดินทางมาสัมผัสดินแดนผืนนี้เลยทีเดียว 

                 จุดที่เราขอนำเสนอเป็นลำดับแรก ก็คือ The State Musuem of Timurid History หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งราชวงศ์ Timurid ซึ่งกินอาณาเขตทอดยาวจากอินเดียไปจนถึงตุรกี พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติยศของวีรกษัตริย์ยอดนักรบ อาเมียร์ ตีมูร์ ผู้เป็นต้นกำเนิดราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่และเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวอุซเบกมาจนถึงปัจจุบัน

                 ภายในอาคารก็ตกแต่งอย่างหรูหราสง่างาม และโดดเด่นไปด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับอาณาจักร Timurid อีกมากมาย หากนักท่องเที่ยวท่านใดอยากศึกษาประเทศนี้ในแง่มุมทางประวัติศาสตร์แล้วล่ะก็ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดที่ไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน

                บริเวณใจกลางกรุงทัชเคนท์นั้น นักท่องเที่ยวจะได้พบกับอนุสาวรีย์ชายผู้หนึ่งซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางสวนสาธารณะ National Park ชายผู้นั้นชื่อว่า Alisher Navoi นักปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการกวีและจิตรกรรม ผลงานของเขาเป็นผลงานที่ทรงคุณค่าและได้รับความนิยมมากในสมัยนั้น เป็นเวลานานกว่า 5 ศตวรรษแล้วที่คนรุ่นหลังยังคงชื่นชมผลงานเขียน และท่วงทำนองเพลงที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างเพลิดเพลินใจ

                จากนั้นเรามาต่อกันที่ Chorsu Market ตลาดที่ดูมีชีวิตชีวาแห่งกรุงทัชเคนท์ ครั้งหนึ่งที่ตลาดแห่งนี้เคยเป็นตลาดการค้าบนเส้นทางสายไหมซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมการค้าระหว่างยุโรปและเอเชียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และในปัจจุบันที่นี่ก็ยังคงเป็นตลาดใหญ่ที่รวบรวมสินค้ามากมายและคึกคักไปด้วยผู้คนที่เดินทางมาจับจ่ายใช้สอยในแต่ละวัน

                จากทัชเค้นท์เราเดินทางมุ่งหน้าสู่ซามาร์คันด์ เมืองอัญมณีแห่งอิสลาม ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจากทัชเค้นท์ นอกจากจะเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร Timurid และมีชื่อเสียงจากการถูกยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโกแล้ว ที่นี่ยังเป็นเมืองเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์บนเส้นทางสายไหมอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติอีกด้วย

                ในอดีตนั้นเส้นทางโบราณแห่งนี้ใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางบกที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศจีนไปสิ้นสุดที่ดินแดนฝั่งยุโรป โดยสินค้าที่มีความสำคัญและเป็นที่ต้องการมากที่สุดนั่นก็คือผ้าไหมจีน ซึ่งกลายมาเป็นชื่อเรียกเส้นทางที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ในเวลาต่อมา

                ข้อมูลข่าวสาร วัฒนธรรม ศาสนา และวิทยาการต่าง ๆ จากเอเชียได้ถูกถ่ายทอดไปสู่ตะวันตกบนเส้นทางสายนี้ ภายหลังเส้นทางการค้าทางทะเลได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เส้นทางการค้าทางบกจึงค่อย ๆ ลดความสำคัญลงไป เส้นทางสายไหมจึงถึงคราวเสื่อมสลายนับแต่นั้นมา

                จุดหมายแรกของเราในซามาร์คันด์ก็คือ Bibi Khanum Mosque มัสยิดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งที่มีความสำคัญต่อ ตีมูร์ เพราะหลังจาก ตีมูร์ พิชิตอินเดียได้สำเร็จ เขาจึงตั้งใจจะสร้างมัสยิดแห่งนี้ให้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อแสดงถึงพระราชอำนาจที่สามารถปกครองดินแดนได้มากกว่าใครในประวัติศาสตร์ ในช่วงที่ ตีมูร์ ชรามากแล้วนั้น เขาสั่งให้ช่างชำนาญเร่งสร้างมัสยิดให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนที่เขาจะสิ้นลมจากไป แต่ทว่าหลังจากสร้างเสร็จได้เพียงไม่นาน กำแพงอิฐสูงใหญ่ก็ค่อย ๆ ทลายลงมา กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานให้คนรุ่นหลังได้เก็บไว้ชื่นชม

                ถัดมาไม่ไกล เราก็มาถึง Registan Square จัตุรัสที่ยิ่งใหญ่และงดงามมากอีกแห่งหนึ่งในเอเชียกลาง และยังเป็นศูนย์การศึกษาอิสลามของนักปราชญ์มุสลิมในโลกยุคกลางอีกด้วย เพราะที่นี่ล้อมรอบไปด้วยโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามชื่อดัง 3 แห่งซึ่งสร้างอยู่ในบริเวณเดียวกัน ได้แก่ Ulugh beg Madrasah ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอาคารที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียกลาง และเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยอิสลามที่ดีที่สุดในศตวรรษที่ 15 Shir Dor Madrasah ซึ่งมีจุดเด่นและมีชื่อเสียงจากภาพจิตรกรรมรูปเสือประดับอยู่บริเวณประตูทางเข้าด้านหน้า และ Tilya Kori Madrasah มัสยิดกลางเมืองที่โดดเด่นด้วยสีทองงดงามอร่ามตา

                บุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งที่ชาวอุซเบกให้ความเคารพยกย่อง นั่นก็คือหลานชายของ ตีมูร์ยอดนักรบนามว่า อุลุก เบก กษัตริย์ผู้ปราดเปรื่องในเรื่องดาราศาสตร์ Ulugh beg Observatory เป็นหอดูดาวขนาดใหญ่แห่งเมืองซามาร์คันด์ ภายในได้รวบรวมผลงานด้านดาราศาสตร์ไว้มากมาย ผลงานดาราศาสตร์ของ อุลุก เบก ถือว่าก้าวล้ำและแม่นยำมากที่สุดในสมัยนั้น นักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกมุสลิมต่างเข้าร่วมศึกษาวิจัยงานกันที่นี่ รวมทั้ง อัล กาชีi ซึ่งเป็นคนแรกที่ค้นพบว่าดาวพุธและดวงจันทร์โคจรเป็นรูปวงรี และเป็นผู้คิดค้นเลขทศนิยมให้คนรุ่นหลังได้ใช้กันจนถึงทุกวันนี้

                  Gur-l-Amir เป็นอีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดชม ด้วยจุดเด่นของมัสยิดแห่งนี้คือหลังคาโดมรูปกลีบมะเฟืองสีเขียวสดใส ภายในตกแต่งด้วยสีทองอร่ามแสนงดงาม และสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต่างให้ความสำคัญต่อการมาเยือนที่นี่นั้น ก็คือสุสานของ ตีมูร์ และ อุลุก เบก รวมทั้งราชวงศ์ Timurid ทั้งหมดซึ่งถูกเก็บรักษาอย่างเป็นนิรันดร์ไว้ภายในห้องใต้ดิน

                 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของอุซเบกิสถานได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากการให้ความสำคัญต่อแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์โดยทำการฟื้นฟูขึ้นใหม่เพื่อให้สมเป็นมรดกล้ำค่าของประเทศแล้ว นโยบายอีกด้านหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือการรู้จักนำศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติมาผสมผสานร่วมกันเพื่อให้เกิดรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมขึ้นได้อีกทางหนึ่ง โดยนำศิลปะการร่ายรำมาจัดแสดงเป็นเรื่องราวสนุกสนานควบคู่กับเมนูอร่อยต้นตำรับของเอเชียกลางก็เป็นการเพิ่มอรรถรสในการชมได้มากยิ่งขึ้น จากการคาดการณ์ของเราแล้ว เชื่อว่าอุซเบกิสถานนั้นต้องเป็นอีกประเทศหนึ่งที่จะประสบความสำเร็จในเรื่องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน เพราะว่าเขามีปัจจัยหลายๆอย่างที่เอื้อและสนับสนุนการท่องเที่ยวให้เติบโตขึ้นได้ ปัจจัยแรกเริ่มนั้นคือ ต้นทุนการท่องเที่ยวซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณบนเส้นทางสายไหม สองก็คือว่าปัจจุบันภาครัฐให้การสนับสนุนในเรื่องของการท่องเที่ยวอยู่มากทีเดียว และสามที่สำคัญที่สุดเห็นจะเป็นน้ำจิตน้ำใจของชาวอุซเบกซึ่งคล้ายกับคนไทย การเข้ามาทักทายกับเรา หยิบยื่นของให้เรา ถ่ายรูปให้เรา ชวนเราถ่ายรูปด้วย ก็เป็นเสน่ห์ของชาวอุซเบกที่ฝากความประทับใจให้เราเก็บกลับเมืองไทยมามากมาย เพราะฉะนั้นการเป็นเจ้าบ้านที่ดีนั้น จึงเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ดีเกินคาด

โดย ปวีณา สิงห์บูรณา

ภาพจาก
http://www.nationmaster.com/country/uz-uzbekistan

 


หากท่านใดต้องการเผยแพร่บทความหรือข้อมูลจากเว็บไซต์ เพื่อความรู้หรือประโยชน์ทางการศึกษา โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจน

และกรุณาแจ้งให้ทราบที่   »  E-mail : sameaf.info@gmail.com