Kazakhstan / คาซัคสถาน

สาธารณรัฐคาซัคสถาน
Republic of Kazakhstan

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

Kazakhstan / คาซัคสถาน ที่ตั้ง อยู่ในเขตเอเชียกลาง ทางตอนกลางของที่ราบยูเรเซีย ระหว่างรัสเซียและอุซเบกิซสถาน โดยทิศตะวันออกติดจีน ทิศตะวันตกติดทะเลสาบแคสเปียน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดสาธารณรัฐคีร์กีซ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดเติร์กเมนิสถาน

พื้นที่ 2,717,300 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 5 เท่าของไทย และมีพื้นที่มากเป็นอันดับที่ 9 ของโลก ถือได้ว่ามีขนาดประมาณยุโรปตะวันตก)

เมืองหลวง กรุงอัสตานา (Astana) รัฐบาลคาซัคสถานย้ายเมืองหลวงจากอัลมาตี

ประชากร 17.9 ล้านคน 

ภูมิอากาศ ทะเลทรายแบบภาคพื้นทวีปฤดูหนาว หนาวจัด (ประมาณ -18 ถึง -30 องศาเซลเซียส) ฤดูร้อน ร้อนจัดและแห้ง (ประมาณ 20 – 35 อาศาเซลเซียส)  หมายเหตุ ล่าสุดในปี 2555 อุณหภูมิต่ำสุดในช่วงต้น ก.พ. 2555 ประมาณ -45 องศาเซลเซียส

ภาษา คาซัคเป็นภาษาราชการ (State Language) ที่มีคนใช้กว่าร้อยละ 64.4 ส่วนภาษารัสเซียเป็นภาษาราชการ (Official) ที่มีคนใช้กว่าร้อยละ 95

ศาสนา อิสลาม 70.2% (ส่วนใหญ่นับถือนิกายสุหนี่) คริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ 26.2% อเทวนิยม 2.8% อื่นๆ 0.7% 

ประธานาธิบดี นาย นูร์สุลต่าน นาซาร์บาเยฟ (Mr. Nursultan Nazarbayev)

รมว.กต. นาย เยอร์ลาน อิดริสซอฟ (Mr. Erlan ldrissov)

อัตราแลกเปลี่ยน  เทงกี้ (Kazakhstan Tenge) อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท = 9.27 เทงกี้ (พฤษภาคม 2559)  

เงินทุนสำรอง 27.18พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทย: 156.51 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 6.3

GDP 195 พันล้าน USD

GDP per Capita 11,028.1 USD

Real GDP Growth ร้อยละ 1.5

อุตสาหกรรมหลัก อุตสาหกรรมด้านพลังงานโดยรายได้หลักมาจากการส่งออกน้ำมันซึ่งมีมูลค่ากว่าร้อยละ 60 ของการส่งออกทั้งหมด

สินค้านำเข้าที่สำคัญ เครื่องจักร และส่วนประกอบ โลหะ ผลิตภัณฑ์อาหาร

สินค้าส่งออกที่สำคัญ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โลหภัณฑ์ เคมี เครื่องจักร ธัญพืช ขนแกะ เนื้อสัตว์ ถ่านหิน

ตลาดนำเข้าที่สำคัญ จีน สหภาพยุโรป รัสเซีย ยูเครน สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ตุรกี เบลารุส อุซเบกิสถาน ญี่ปุ่น

ตลาดส่งออกที่สำคัญ สหภาพยุโรป จีน รัสเซีย แคนาดา ตุรกี อุซเบกิสถาน สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ เซอร์เบีย คีร์กีซ

การเมืองการปกครอง

คาซัคสถานมีระบบการเมืองแบบรัฐสภาโดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขและเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล โดยมีรองนายกรัฐมนตรี 2 คน และรัฐมนตรี 13 คน ในเดือนกันยายน 2558 ประธานาธิบดี Nazarbayev ได้แต่งตั้งบุตรสาวคือนาง Dariga Nazarbayeva ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีประธานาธิบดี Nazarbayev เป็นอดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งคาซัคสถานตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียตและ ได้รับเลือกดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของคาซัคสถานตั้งแต่ ปี 2534 จนถึงปัจจุบัน

เมื่อเดือนมีนาคม 2559 ประธานาธิบดี Nazarbayev ได้ตั้งแต่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  4 ตำแหน่ง ได้แก่ นาย Mukhtar Tleuberdi  ดำรงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนที่ 1 และแต่งตั้งนาย Akylbek Kamaldinov นาย Galymzhan Koishybayev และนาย Roman Vessilenko ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเช่นกัน

นอกจากนี้ เมื่อเดือนมีนาคม 2559 คาซัคสถานได้จัดการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร (Mazhilis) ตามที่ ประธานาธิบดี Nazarbayev ได้ลงนามในกฤษฎีกายุบสภาฯ เมื่อเดือนมกราคม 2559 ซึ่งผลการเลือกตั้งปรากฏว่าพรรค Nur Otan ของประธานาธิบดี Nazarbayev ได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้นถึงร้อยละ 82 และพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้รับเลือกกลับสู่สภาฯ อีกสมัย

เศรษฐกิจและสังคม

เศรษฐกิจและสังคม

เศรษฐกิจของคาซัคสถานพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากการเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติและการปฏิรูปโครงสร้างของประเทศครั้งใหญ่เพื่อส่งเสริมพื้นฐานของการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน รัฐบาลคาซัคสถานอยู่ระหว่างแปรรูปรัฐวิสาหกิจและโดยการแก้กฎระเบียบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การค้าการลงทุนจากต่างประเทศ

คาซัคสถานเป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (landlocked) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีกำลังทุนและทรัพยากร มหาศาล ในเดือนกันยายน 2557 คาซัคสถานประกาศแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติภายใต้วิสัยทัศน์ Nurly Zhol  หรือ เส้นทางสู่อนาคต’ (The Path to the Future) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งเชื่อมโยง ระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป โดยโครงการดังกล่าวได้รับอิทธิพลทางความคิดและแรงผลักดันจากข้อริเริ่มแถบเศรษฐกิจ เส้นทางสายไหมใหม่ของจีน (The New Silk Road Economic Belt - SREB) คาซัคสถานตั้งเป้าหมายมูลค่าการลงทุน ในวิสัยทัศน์ Nurly Zhol กว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2563 โดยปัจจุบันได้ลงทุนไปแล้วกว่า 9 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ 

ปัจจุบันคาซัคสถานต้องการสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจเพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกน้ำมันที่ประสบกับปัญหาราคาลดต่ำลง อีกทั้งยังต้องแก้ปัญหาค่าเงินเทงกี้ที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีการประกาศลดค่าเงินเทงกี้และยกเลิกระบบผูกค่าเงินกับดอลลาร์สหรัฐมาเป็นแบบลอยตัวเสรี

ในปี 2558 สหภาพยุโรปยังคงเป็นคู่ค้าสำคัญของคาซัคสถาน โดยมูลค่าทางการค้าคิดเป็นร้อยละ 45.5 ของการค้าทั้งหมด กลุ่มเครือรัฐเอกราชร้อยละ 26.4 และกลุ่มประเทศเอเชียร้อยละ 21.4 ในขณะที่การค้าระหว่างคาซัคสถานกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Eurasian Economic Union-EEU) ลดลงกว่าร้อยละ 21 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2557 

นโยบายต่างประเทศและบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ

นับตั้งแต่แยกตัวจากสหภาพโซเวียต คาซัคสถานได้ดำเนินนโยบายต่างประเทศเพื่อเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของคาซัคสถานเป็นหลัก ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นความเป็นกลางทางการเมืองในเวทีระหว่างประเทศ และเข้าร่วมกิจกรรมขององค์การระหว่างประเทศอย่างแข็งขัน ส่งเสริมนโยบายต่างประเทศรอบด้าน (Multi-Vectored Foreign Policy) โดยให้ความสำคัญกับรัสเซีย จีน สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเป็นหลัก รวมทั้งประเทศอื่น ๆ ในเอเชียและประเทศในตะวันออกกลางด้วยการขยายความสัมพันธ์มายังประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเข้าเป็นสมาชิก Asia Cooperation Dialogue (ACD) Asia – Europe Meeting (ASEM) และความสนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิก ASEAN Regional Forum (ARF)

นอกจากนี้ คาซัคสถานยังคงดำเนินนโยบายการต่างประเทศเชิงรุกและมีทิศทางที่ชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นความเชื่อมโยง (connectivity) กับภูมิภาคต่างๆ โดยการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงกับประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวาง  ตามด้วยความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน สังคมและวัฒนธรรม ด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเพิ่มกับประเทศต่างๆ ในทวีปแอฟริกา ลาตินอเมริกา และหมู่เกาะแปซิฟิก รวมทั้งความสำคัญกับประเด็นเรื่องภัยคุกคามรูปแบบใหม่ อาทิ การก่อการร้าย โรคระบาด ปัญหาสิ่งแวดล้อม ยาเสพติด และความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) เป็นต้น

คาซัคสถานได้รับการรับรองเข้าเป็นสมาชิก World Trade Organization (WTO) อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคม 2558 ส่วนองค์กรอื่นๆ ที่คาซัคสถานเป็นสมาชิก ได้แก่ Shanghai Cooperation Organization (SCO) , Commonwealth of Independent States (CIS), Organization for Security and Cooperation in Europe (OSCE)  และ Organisation of Islamic Cooperation (OIC) นอกจากนี้ คาซัคสถานเป็นผู้ก่อตั้งการประชุมระหว่างประเทศอย่าง Conference on Interaction and Confidence Building Measures in Asia (CICA)  ซึ่งประธานาธิบดี Nazarbayev เสนอต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 47 เมื่อวันที่5 ตุลาคม พ.ศ. 2535 ปัจจุบัน ถึงแม้จีนจะดำรงตำแหน่งประธาน CICA (ต่อจากคาซัคสถานและตุรกี) ระหว่าง 2557 - 2560 แต่สำนักเลขาธิการ CICA อยู่ที่กรุงอัสตานา

ประธานาธิบดี Nazarbayev เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งองค์การความร่วมมืออิสลามเพื่อความมั่นคงทางอาหาร (Islamic Organisation for Food Security – IOFS) ภายใต้ OIC โดยมีสำนักงานใหญ่ ณ กรุงอัสตานา ซึ่งได้จัดประชุมสมัชชาทั่วไปขององค์การฯ เมื่อวันที่ 26-27 เมษายน 2559 ณ กรุงอัสตานา  นอกจากนี้ เมืองอัลมาตี ยังได้รับเลือกจาก Islamic International Educational, Cultural and Scientific Organization ให้เป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมอิสลาม (Capital of Islamic Culture) แห่งปี 2558

สำหรับบทบาทของคาซัคสถานในองค์กรระหว่างประเทศนั้น คาซัคสถานได้ดำรงตำแหน่งประธาน OSCE ในปี 2553 และประธาน SCO ระหว่าง 2553-2554 ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างประเทศหุ้นส่วนความร่วมมือแห่งเอเชียใน OSCE ในปี 2554 ดำรงตำแหน่งประธาน OIC ในปี 2554-2555 และดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มประเทศ CIS ปี 2558 นอกจากนี้ คาซัคสถานได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพงาน EXPO 2017 รวมถึงอยู่ระหว่างการรณรงค์รับเลือกตั้งในตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ วาระปี ค.ศ. 2017-2018 พร้อมกับไทย

หลายปีที่ผ่านมา คาซัคสถานได้ยกสถานะของตนในเวทีระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น อาทิ การเป็นเจ้าภาพการเจรจาไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในซีเรียเมื่อปี 2558 การจัดตั้งธนาคารเชื้อเพลิงยูเรเนียมพลังงานต่ำของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA  Low Enriched Uranium Bank) ในคาซัคสถาน เป็นการตอกย้ำนโยบายของคาซัคสถานในเรื่องการลดอาวุธนิวเคลียร์ การเป็นเจ้าภาพจัด Retreat for the Landlocked Developing Countries (LLDCs) เมื่อปี 2557 

คาซัคสถานได้ริเริ่มการจัดประชุม The Congress of Leaders of World and Traditional Religions ตั้งแต่ปี 2546 เพื่อเป็นเวทีเสวนาระหว่างกลุ่มศาสนาต่าง ๆ และส่งเสริมขันติธรรมของการอยู่ร่วมกันโดยนาย Ban Ki Moon เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวชื่นชมข้อริเริ่มของคาซัคสถานดังกล่าวระหว่างการหารือกับประธานาบดี Nazarbayev เพื่อเข้าร่วมการประชุม The Fifth Congress of Leaders of World and Traditional Religions เมื่อเดือนมิถุนายน 2558 ณ กรุงอัสตานา

เมื่อเดือนมีนาคม 2559 ประธานาธิบดี Nazarbayev ได้แถลงนโยบายการต่างประเทศของคาซัคสถาน ระหว่างการประชุมคณะผู้แทนทางการทูตต่างประเทศประจำคาซัคสถาน ประจำปี 2559 ซึ่งประธานาธิบดี Nazarbayev ยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศรอบด้าน โดยให้ความสำคัญการประเทศในเอเชียกลาง การขยายความร่วมมือกับสหภาพยุโรป การขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ การสร้างความสัมพันธ์กับโลกมุสลิมและประเทศในตะวันออกกลาง การเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และเทคโนโลยีกับเอเชียแปซิฟิก พร้อมทั้งมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาในมิติเศรษฐกิจและความมั่นคงระหว่างประเทศ ซึ่งในมิติเศรษฐกิจคาซัคสถานให้ความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจกับภูมิภาคยูเรเชียด้วยการยกระดับสถานะของคาซัคสถานให้เป็นจุดศูนย์กลางของยูเรเชียด้วยการพัฒนาความร่วมมือภายใน EEU การผลักดันจากข้อริเริ่มแถบเศรษฐกิจเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน การมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันใน SCO และการยกระดับ CICA เป็น OSDA ส่วนในมิติความมั่นคงระหว่างประเทศคาซัคสถานหวังผลักดันให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีบทบาทเพิ่มขึ้นในการระงับข้อพิพาทการพัฒนา Plan of Global Strategic Initiative และการลดอาวุธ คาซัคสถานสนับสนุนการปฏิบัติการเชิงรุกในการต่อต้านการสะสมอาวุธ และวางนโยบายให้ศตวรรตที่ 21 เป็นศตวรรษแห่งการลดอาวุธนิวเคลียร์ของมวลมนุษยชาติ การขอรับการสนับสนุนจากทุกประเทศต่อการลงสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกไม่ถาวร UNSC วาระปี ค.ศ. 2017-2018

ความสัมพันธ์

1. ความสัมพันธ์ทั่วไป

1.1 ความสัมพันธ์ทางการทูต

ไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับคาซัคสถานเมื่อปี 2535 โดยไทยมีสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองอัลมาตี ส่วนคาซัคสถานมีสถานเอกอัครราชทูตคาซัคสถานประจำประเทศไทย และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์คาซัคสถานประจำจังหวัดชลบุรี นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการเปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์คาซัคสถานประจำกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกอนุมัติบัตร  ทั้งนี้ ไทยและคาซัคสถานมีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือทวิภาคีไทย-คาซัคสถาน (Joint Commission for Bilateral Cooperation – JC) เป็นกรอบความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายใช้เป็นเวทีในการทบทวน ติดตาม และผลักดันความร่วมมือทวิภาคีในมิติต่าง ๆ โดยได้ประชุมแล้ว 2 ครั้ง ในปี 2546 และ 2555 โดยคาซัคสถานมีกำหนดจะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมฯ ครั้งที่ 3 ณ กรุงอัสตานา ในปี 2559 นอกจากนี้ ไทยและคาซัคสถานมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับผู้นำ 2 ครั้งในปี 2536 (ปธน. คาซัคสถานเยือนไทย) และปี 2547 (นรม. ไทยเยือนคาซัคสถาน) ล่าสุด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เมืองอัลมาตี เพื่อประทับพักพระราชอิริยาบทในระหว่างเปลี่ยนเครื่องบินพระที่นั่งจากสาธารณรัฐคีร์กีซเสด็จฯ กลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2559

1.2 ความสัมพันธ์ด้านการเมือง

ไทยกับคาซัคสถานมีความสัมพันธ์ที่ราบรื่น คาซัคสถานได้ให้การสนับสนุนไทยในการสมัครเป็นสมาชิกการประชุมว่าด้วยการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และมาตรการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในภูมิภาคเอเชีย (CICA) ในทางกลับกันไทยได้สนับสนุนคาซัคสถานในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกความร่วมมือเอเชีย (ACD)และการประชุมเอเชีย-ยุโรป (ASEM)

1.3 ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

คาซัคสถานเป็นคู่ค้าที่มีศักยภาพมากที่สุดในเอเชียกลางของไทย แม้ว่าเศรษฐกิจของคาซัคสถานได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำและเงินเทงกี้ที่อ่อนค่า ในปี 2558 การค้าระหว่างไทยกับคาซัคสถานมีมูลค่า 47.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก 36.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 10.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุล 25.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปยังคาซัคสถาน ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ไขมันพืชและสัตว์ เม็ดพลาสติก เครื่องนุ่งห่ม เฟอร์นิเจอร์ ในขณะที่สินค้าสำคัญที่นำเข้าหลักจากคาซัคสถาน ได้แก่ เคมีภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่น ๆ ด้ายและเส้นใย ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด การลงทุน ปัจจุบันคาซัคสถานได้เข้ามาลงทุนในไทยในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตมูลค่าประมาณ 155 ล้านบาท โดยขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) นอกจากนี้ ในปี 2558 มีแรงงานไทยทำงานในคาซัคสถาน 193 คน ส่วนใหญ่ทำงานที่เมือง Atyrau และ Aktau ในอุตสาหกรรมขุดเจาะน้ำมัน ผู้ประกอบอาหารและพนักงานสปาในเมืองใหญ่ของคาซัคสถาน

รัสเซียและคาซัคสถานได้ทาบทามให้ไทยเข้าร่วมความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับEEU ซึ่งปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) ของข้อเสนอดังกล่าว

1.4 การท่องเที่ยว

ปัจจุบันสายการบิน Air Astana ให้บริการเที่ยวบินตรงจากเมืองอัลมาตีและกรุงอัสตานา (เฉพาะช่วงฤดูหนาว) มายังกรุงเทพฯ โดยนักท่องเที่ยวคาซัคมาสถานนิยมเดินทางไทยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2558 มีชาวคาซัคสถานจำนวน 59,492 คนเดินทางมายังประเทศไทย

1.5 ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม

ชาวคาซัคนิยมกีฬามวยไทย โดยมีการจัดตั้งสมาคมมวยไทยแห่งคาซัคสถาน อีกทั้งมีนายกรัฐมนตรีคาซัคสถานดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นแห่งเอเชีย (Federation of Amateur Muaythai of Asia-FAMA) นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ได้สถาปนาความเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับกรุงอัสตานา เมื่อปี 2547 เมืองพัทยาสถาปนาความเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับเมืองชิมเคนต์ (Shymkent) เมื่อปี 2545

1.6 การพัฒนาข้าราชการพลเรือน

ไทยและคาซัคสถานมีความร่วมมือทวิภาคีด้านการพัฒนาข้าราชการพลเรือนผ่านบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านข้าราชการพลเรือนไทย-คาซัคสถาน และความร่วมมือพหุภาคีผ่านกรอบความร่วมมือระหว่าง Regional Hub of Civil Service การสนับสนุนของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) 

2. ความตกลงที่สำคัญ

2.1 ความตกลงที่ลงนามแล้ว

1. ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-คาซัคสถาน
2. ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศไทย-คาซัคสถาน
3. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับหอการค้าและอุตสาหกรรมคาซัคสถาน (สหภาพหอการค้าและอุตสาหกรรมคาซัคสถานได้ถูกยกเลิกและได้มีการจัดตั้งNational Chamber of Entrepreneurs in Kazakhstan ในปี 2556 ปัจจุบันกระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างการสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยถึงความจำเป็นในการมีความตกลงฉบับใหม่)
4. พิธีสารว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย-คาซัคสถาน
5. ความตกลงว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกรุงอัสตานาและกรุงเทพฯ (บ้านพี่เมืองน้อง)
6. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องเมืองพัทยาและเมืองชิมเคนท์

7. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านข้าราชการพลเรือนไทย-คาซัคสถาน

2.2 ความตกลงที่อยู่ระหว่างการพิจารณา

1. ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนไทย-คาซัคสถาน

2. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในด้านกีฬาไทย-คาซัคสถาน

3. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม การศึกษา และกีฬาไทย-คาซัคสถาน

4. สนธิสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐคาซัคสถานว่าด้วยความช่วยเหลือ

ซึ่งกันและกันทางกฏหมายในคดีอาญา

5. สนธิสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐคาซัคสถานว่าด้วยการโอนตัวนักโทษ

6. สนธิสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐคาซัคสถานว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

7. อนุสัญญายกเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับคาซัคสถาน

8. ความตกลงด้านการค้าไทย-คาซัคสถาน

9. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรไทย-คาซัคสถาน

10. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวไทย-คาซัคสถาน 

11. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านยาเสพติดฯ ไทย-คาซัคสถาน

12. ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ

3. การเยือนที่สำคัญ

3.1 ฝ่ายไทย

พระราชวงศ์

- ในเดือนเมษายน 2548 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เยือนคาซัคสถาน ในฐานะอาคันตุกะของรัฐบาลคาซัคสถาน

- ในเดือนเมษายน 2558 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เมืองอัลมาตี

เพื่อประทับพักพระราชอิริยาบทในระหว่างเปลี่ยนเครื่องบินพระที่นั่งในวโรกาสเสด็จฯ เยือนทาจิกิสถาน

- ในเดือนเมษายน 2559 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เมืองอัลมาตี

เพื่อประทับพักพระราชอิริยาบทในระหว่างเปลี่ยนเครื่องบินพระที่นั่งจากสาธารณรัฐคีร์กีซเสด็จฯ กลับประเทศไทย

รัฐบาล

- ในเดือนมิถุนายน 2547 นายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางเยือน

กรุงอัสตานา เพื่อลงนามข้อตกลงว่าด้วยการสถาปนาความเป็นบ้านพี่เมืองน้อง

- ในเดือนตุลาคม 2547 ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

การต่างประเทศเยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ และเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี ของ CICA ครั้งที่ 2

- ในเดือนพฤษภาคม 2548 ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงการต่างประเทศเยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ

- ในเดือนมิถุนายน 2549 ดร. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอด CICA ครั้งที่ 2

- ในเดือนพฤษภาคม 2550 นายสวนิต คงสิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

เดินทางเข้าร่วมการประชุม ESCAP ครั้งที่ 63

- ในเดือนกรกฎาคม 2551 นายจริยวัฒน์ สันตะบุตร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศเดินทาง

เข้าร่วมการประชุม Focus Group ด้านเศรษฐกิจไทย-คาซัคสถาน

- ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2555 นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง

การต่างประเทศ เดินทางเยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ

- ในเดือนกันยายน 2555 นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ

เยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ และเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี ของ CICA ครั้งที่ 4

3.2 ฝ่ายคาซัคสถาน

รัฐบาล

- ในเดือนกรกฎาคม 2536 ประธานาธิบดี Nursultan Nazarbayev เดินทางเยือนประเทศไทย

อย่างเป็นทางการ 

- ในเดือนเมษายน 2540 นาย Kassym – Jomart Tokayev รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเข้าร่วมการประชุม ESCAP ครั้งที่ 53 

- ในเดือนพฤษภาคม 2548 นาย Kassym – Jomart Tokayev รัฐมนตรีว่าการกระทรวง

การต่างประเทศ เดินทางเข้าร่วมการประชุม ESCAP ครั้งที่ 61 และเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

- ในเดือนมีนาคม 2550 นาย Nurlan Yermekbayev รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของ CICA

- ในเดือนมิถุนายน 2555 นาย Kairat Sarybay รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พบ

หารือกับนายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศที่ประเทศไทย ก่อนการเดินทางไปเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ

- ในเดือนมิถุนายน 2555 นาง Gulshara Abdykalikova รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและ

การคุ้มครองทางสังคมของประชากร เดินทางเยือนไทยเพื่อร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือทวิภาคีไทย-คาซัคสถาน ครั้งที่ 2

ข้อมูลด้านกงสุล

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา
Address : Office Number 191 , 19th Floor 
Kaskad Business Centre, 6/1 Kabanbay Batyr Avenue
Astana , Kazakhstan
Tel. : +7 (7172) 926440
Mobile : (+7) 7783-978-123
Fax. +7 (7172) 926422
E-mail : thaitse@mfa.go.th
Website : http://www.thaiembassy.org/astana/th/

ความตกลงและความร่วมมือ

  • พิธีสารว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย-คาซัคสถาน
    วันที่ลงนาม 20 ตุลาคม 2547
  • ความตกลงความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับหอการค้าและอุตสาหกรรมคาซัคสถาน
    วันที่ลงนาม 29 สิงหาคม 2546
  • ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศไทย-คาซัคสถาน
    วันที่ลงนาม 03 พฤษภาคม 2539
  • ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย- คาซัคสถาน
    วันที่ลงนาม 21 กรกฎาคม 2536