แอฟริกา

  
05/12/2011

อาณาจักรโบราณแห่งแอฟริกา (ตอนที่ 3: อาณาจักรซิมบับเว)


**************
อาณาจักรซิมบับเว (The Kingdom of Zimbabwe)
**************

            ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโบราณในแอฟริกากระจายตัวอยู่ทั่วทุกภูมิภาค และอาณาจักรซิมบับเว (The Kingdom of Zimbabwe)  คือมหานครที่เริ่มก่อรูปร่างในภูมิภาคทางตะวันออกเฉียงใต้ของแอฟริกาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 - 14 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่บริเวณประเทศซิมบับเวไปจนถึงภาคตะวันออกของบอตสวานา และภาคตะวันออกเฉียงใต้ของโมซัมบิกในปัจจุบัน

สิ่งปลูกสร้าง The Great Zimbabwe


            คำว่า “ซิมบับเว” เป็นศัพท์ในภาษาบันตู (Bantu)[i] ที่ใช้สื่อสารกันในอาณาจักร หมายถึง “บ้านหิน” (House of Stone) ซึ่งสอดรับกับหลักฐานซากปรักหักพังและกองหินที่กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ ด้วยเหตุที่ซากปรักหักพังดังกล่าวมีขนาดใหญ่และซับซ้อน ซึ่งแสดงถึงความก้าวหน้าในด้านวิศวกรรมการก่อสร้างที่ไม่แพ้สิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ที่พบในอารยธรรมตะวันตก  จึงทำให้ปราชญ์ชาวตะวันตกที่เข้าศึกษาโบราณสถานแห่งนี้ในสมัยแรก ๆ ไม่เชื่อว่าเป็นผลงานของชาวพื้นเมืองซิมบับเว โดยได้อธิบายว่าชาวฟินิเชียนหรือไม่ก็ชาวอาหรับเป็นผู้สร้างอารยธรรมนี้  และซากโบราณสถานดังกล่าวก็ทำเพื่อจำลองพระราชวังของพระนางชีบาในเยรูซาเล็ม    อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาในปัจจุบันส่วนใหญ่กล่าวตรงกันว่าชนเผ่าพื้นเมือง ชาวโชนา (Shona) เป็นผู้ที่สร้างอารยธรรมในอาณาจักรซิมบับเวนั้นเอง

             ประชากรส่วนใหญ่ในซิมบับเวคือผู้อพยพชาวบันตูจากแอฟริกาตะวันตก ดำรงชีพด้วยการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ รวมถึงชนเผ่าโชนาที่ตั้งรกรากอยู่ในดินแดนซิมบับเวมาแต่เดิม ในคริสต์ศตวรรษที่ 10 ชนเผ่าในแว่นแคว้นแห่งนี้เริ่มก่อรูปร่างอารยธรรมซิมบับเว โดยมีกษัตริย์เป็นผู้ปกครองนครและได้เริ่มมีการสร้างนครบนเนินเขาและที่ราบสูงเพื่อป้องกันอุทกภัย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวนี้มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน ทั้งแม่น้ำซาบี (Sabi) ทางภาคใต้ และแม่น้ำมาโซ (Mazoe) กับแม่น้ำแซมบีซี (Zambezi) ทางภาคเหนือ




แผนที่แสดงที่ตั้งของ The Great Zimbabwe ในประเทศซิมบับเวในปัจจุบัน


             อารยธรรมซิมบับเวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องการก่อสร้างด้วยศิลา เนื่องด้วยอาณาจักรมีเหมืองแร่หินและรัตนชาติ โดยเฉพาะหินแกรนิต เหล็ก ทองแดง และทองคำ นอกจากนี้ขนบธรรมเนียมโบราณของอาณาจักรซิมบับเวคือการใช้ศิลาเป็นองค์ประกอบหลักในการก่อสร้าง ซึ่งปรากฏในหลักฐานเอกสารว่าชาวซิมบับเวเริ่มก่อสร้างอนุสาวรีย์และอาคาร โดยใช้ศิลาปริมาณมหาศาล (massive stones) ในพื้นที่แอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ ช่วงปี ค.ศ. 1250 – 1280 ซึ่งอาคารศิลาจะมีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันออกไปเพื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์การใช้สอย อาทิ เป็นที่พัก เป็นศาสนสถาน เป็นวังของเจ้าผู้ปกครอง เป็นต้น โดยสิ่งก่อสร้างที่เป็นสัญลักษณ์ให้แก่อาณาจักรซิมบับเวและมีชื่อเสียงมากที่สุด คือ กำแพงปิดล้อมอันยิ่งใหญ่ (the Great Enclosure) ด้วยลักษณะกำแพงที่สูง 11 เมตร และยาวถึง 250 เมตร เป็นสิ่งก่อสร้างโบราณที่ใหญ่ที่สุดในตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า


ภาพถ่ายทาง อากาศสิ่งปลูกสร้าง The Great Zimbabwe (ซ้าย) เปรียบเทียบกับภาพจำลอง (ขวา)


           การมีเหมืองแร่ทองคำยังได้เกื้อหนุนให้อาณาจักรซิมบับเวค้าขายทองคำกับอาณาจักรอื่นๆ และผลักดันตนเองขึ้นเป็นเมืองเอกในภูมิภาค ความมั่งคั่งดังกล่าวส่งผลให้เกิดการอพยพเข้าสู่เมือง กล่าวคือ ในคริสต์ศตวรรษที่ 14 นครแห่งนี้มีผู้อยู่อาศัยถึง 10,000 คน อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี ค.ศ. 1450 อาณาจักรซิมบับเวกลับร้างผู้คน เนื่องจากภาวะอดอยากขาดแคลนอาหารที่ผลักดันให้ชาวเมืองต้องอพยพออกนอกพื้นที่เพื่อเสาะแสวงหาสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพ ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ยังก่อให้เกิดการถ่ายโอนศูนย์รวมอำนาจไปสู่เมืองคามี (Khami) ที่เจริญเติบโตขึ้นมาแทนที่ กระทั่งการสำรวจโลกของชาวยุโรปในศตวรรษที่ 16 ที่กลืนอาณาจักรซิมบับเวเข้าเป็นอาณานิคมโรดีเซียใต้ (Southern Rhodesia) ในที่สุด



[i] ภาษาที่ใช้สื่อสารกันภายในอาณาจักรซิมบับเว โดยมีสามภาษาหลัก คือ ภาษา บันตู (Bantu) ภาษาโชนา (Shona) และภาษาการาง (Karang)



Related Link :: อาณาจักรโบราณแห่งแอฟริกา (ตอนที่ 1 : อาณาจักรนูเบีย)

Related Link ::  อาณาจักรโบราณแห่งแอฟริกา (ตอนที่ 2 : แหล่งอารยธรรมอักซุม)


Related Link :: อาณาจักรโบราณแห่งแอฟริกา (ตอนจบ : แหล่งอารยธรรมเบนิน)


********************


เรียบ เรียงโดย
ชนัดดา พรหมณ์มณี และกิติวรรณ ขันติไชยรัตน์
กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา
กันยายน 2554
 


หากท่านใดต้องการเผยแพร่บทความหรือข้อมูลจากเว็บไซต์ เพื่อความรู้หรือประโยชน์ทางการศึกษา โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจน

และกรุณาแจ้งให้ทราบที่   »  E-mail : sameaf.info@gmail.com