Central African / แอฟริกากลาง

สาธารณรัฐแอฟริกากลาง
Central African Republic

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

Central African / แอฟริกากลาง ที่ตั้ง ตั้งอยู่ตอนกลางของทวีปแอฟริกา ไม่มีทางออกทะเล ทิศเหนือติดกับชาด ทิศใต้ติดกับสาธารณรัฐคองโกและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ทิศตะวันออกติดกับซูดาน และทิศตะวันตกติดกับแคเมอรูน

พื้นที่ 622,984 ตร.กม. (มีขนาดใหญ่กว่าไทยเล็กน้อย)

เมืองหลวง กรุงบังกี (Bangui)

ประชากร 5.3 ล้านคน (ประมาณการปี 2558)

ภูมิอากาศ ภูมิอากาศแบบเขตร้อน ภาคเหนือเป็นแบบทุ่งหญ้าสะวันนา ภาคใต้เป็นแบบเส้นศูนย์สูตร อากาศร้อนที่สุดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ประมาณ 21-34 องศาเซลเซียส มีฝนตกมากที่สุดในเดือนกรกฎาคม และหนาวที่สุดในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ฤดูแล้งกินระยะเวลาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มีนาคม อากาศแห้งที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม

ภาษาราชการ ภาษาฝรั่งเศส

ศาสนา ความเชื่อดั้งเดิมร้อยละ 35 โปรเตสแตนท์ร้อยละ 25 โรมันคาทอลิกร้อยละ 25 มุสลิมร้อยละ 15

หน่วยเงินตรา ฟรังก์เซฟา (CFAfr) 1 บาท = ประมาณ 18.9 CFAfr (1 กรกฎาคม 2562)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 2.05 พันล้าน USD (ประมาณการปี 2556)

รายได้ประชาชาติต่อหัว 700 USD (ประมาณการปี 2556)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ -14.5 (ประมาณการปี 2556)

วันชาติ 1 ธันวาคม

ระบอบการปกครอง สาธารณรัฐ (Unitary Republic) รัฐเดี่ยว ประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ มาจากการเลือกตั้ง อยู่ในตำแหน่งคราวละ ปี มีอำนาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล

ประธานาธิบดี นายโฟสแตง-อาร์คองช์ ตูอาเดรา (Mr. Faustin-Archange Touadéra) เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 30 มี.ค. 2559
 
นายกรัฐมนตรี นายแซงปลิส ซารานจี (Mr. Simplice Sarandji)    เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 2 เม.ย. 2559

รัฐมนตรีต่างประเทศ นายชาร์ล อาร์เมล ดูบาน (Mr. Charles Armel Doubane) เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 11 เม.ย. 2559

เงินทุนสำรอง 1.624 พันล้าน USD* (ไทย: 395.2 พันล้าน USD)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 9* (ไทย: ร้อยละ -0.9)

อุตสาหกรรมหลัก เหมืองเพชรและทอง ป่าไม้ โรงกลั่น สิ่งทอ รองเท้า ชิ้นส่วนจักรยานและจักรยานยนต์

สินค้านำเข้าที่สำคัญ อาหาร สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เครื่องจักรกล อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยานพาหนะ เคมีภัณฑ์ เวชภัณฑ์

สินค้าส่งออกที่สำคัญ เพชร ไม้ซุง ฝ้าย กาแฟ ยาสูบ

ประเทศคู่ค้าสำคัญ นำเข้าจาก เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา แคเมอรูน เนเธอร์แลนด์ 
ส่งออกไปยัง เบลเยียม จีน อินโดนีเซีย โมร็อกโก สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ฝรั่งเศส

เว็บไซต์ทางการ
www.centrafricaine.info

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป
สาธารณรัฐแอฟริกากลางเป็นดินแดน 1 ใน 4 ของ Equatorial Africa ของฝรั่งเศสซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่า Ubangi Shari ต่อมา เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2501 ได้เข้าร่วมเป็นรัฐสมาชิกของประชาคมฝรั่งเศส และได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2503

ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2519 กำหนดระบอบการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบมีรัฐสภา และใช้ชื่อประเทศว่า Central African Empire ประธานาธิบดี Bokassa สถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิ Bokassa ที่ 1 ต่อมา มีการทำรัฐประหารในเดือนกันยายน 2522 โค่นล้มจักรพรรดิ Bokassa ล้มเลิกระบอบการปกครองดังกล่าว หลังจากนั้น มีการทำรัฐประหารอีกหลายครั้งเรื่อยมา

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2540 มีการลงนามในความตกลงเพื่อยุติปัญหาการก่อการของกลุ่มนายทหารนอกแถว (Mutineers) ที่กรุงบังกี และมีการจัดตั้งกองกำลังสันติภาพที่เรียกว่า MISAB ความขัดแย้งระหว่างนายทหารนอกแถวและกองกำลัง MISAB ยังคงดำเนินต่อไปทั้งๆ ที่มีการลงนามตกลงหยุดยิงกันหลายครั้ง จนกระทั่งเดือนเมษายน 2541 กองกำลังของสหประชาชาติ (the United Nations Mission in the Central African Republic หรือ MINURCA) ได้เข้ารับหน้าที่ในการรักษาสันติภาพในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง 

การเมืองการปกครอง

การเมืองการปกครอง

แอฟริกากลางมีรูปแบบการปกครองแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ อยู่ในวาระคราวละ 5 ปี และสามารถดำรงตำแหน่งได้ 2 สมัย มีอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดมีขึ้นในปี 2548 ฝ่ายนิติบัญญัติ มีรัฐสภาแบบสภาเดียว (National Assembly) ทำหน้าที่บริหารอำนาจนิติบัญญัติ มีสมาชิก 105 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งโดยตรง อยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี ปัจจุบัน อดีตนายกรัฐมนตรี Celestin Gaombalet ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา ฝ่ายตุลาการ มีศาลสูง ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา ศาลอาญา และศาลชั้นต้น รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือ ฉบับเดือนธันวาคม 2547 ซึ่งได้รับการแก้ไขจากฉบับปี 2538 และได้รับการรับรองโดยการลงประชามติ

ประธานาธิบดี Francois Bozize เข้ารับตำแหน่งหลังจากการทำรัฐประหารของฝ่ายทหารเมื่อเดือนมีนาคม 2546 และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤษภาคม 2548 การเลือกตั้งประธานาธิบดีและการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไปแต่เดิมกำหนดให้มี ขึ้นในเดือนเมษายน 2553 อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (Independent Electoral Commission หรือ IEC) ได้เสนอฝ่ายการเมืองให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อนด้วยข้อจำกัดทางด้านงบ ประมาณและการเตรียมการ ต่อมา เมื่อเดือนมิถุนายน 2553 คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เสนอปฏิทินการเลือกตั้งให้ประธานาธิบพิจารณา โดยเสนอให้จัดการเลือกตั้งรอบแรกในวันที่ 24 ตุลาคม 2553 และรอบที่สองในวันที่ 19 ธันวาคม 2553 และให้ประกาศผลการเลือกตั้งในวันที่ 4 มกราคม 2554

ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปนี้ เป็นที่คาดการณ์ว่า ประธานาธิบดี Bozize จะลงสมัครรับเลือกตั้งอีกวาระ ส่วนพรรค Mouvement pour la liberation du peuple centrafricain (MLPC) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านในสภา ยังคงมีความเห็นขัดแย้งกันในเรื่องการส่งผู้สมัครเข้าร่วมชิงชัยการเลือกตั้ง ระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดี Felix Patasse และฝ่ายที่สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี Martin Ziguele

ที่ผ่านมา แอฟริกากลางประสบปัญหาความขัดแย้งในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2551 กลุ่มกบฏหลัก 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม L'Union des forces démocratiques pour le rassemblement (UFDR) และกลุ่ม L'Armée populaire pour la restauration de la démocratie (APRD) ได้ลงนามเข้าร่วมกระบวนการเสริมสร้างสันติภาพ ณ กรุงลีเบรอวิล สาธารณรัฐกาบอง และรัฐบาลได้จัดให้มีการเจรจาร่วมกันระหว่างกลุ่มการเมืองต่างๆ ในลักษณะ Inclusive Political Dialogue (IPD) เพื่อหาทางยุติความขัดแย้งและสร้างความสมานฉันท์ในประเทศ ในเดือนธันวาคม 2551

ต่อมา เมื่อเดือนกันยายน 2551 รัฐสภาเห็นชอบการออกกฏหมายนิรโทษกรรมแก่กลุ่มกบฏ และนำไปสู่การก่อตั้งรัฐบาลเพื่อความเป็นเอกภาพแห่งชาติ (Government of National Unity) ในเดือนมกราคม 2552 ซึ่งมีนาย Francois Naouyuma ผู้นำกลุ่ม APRD และนาย Djomo Didou ผู้นำกลุ่ม UFDR รวมอยู่ด้วย โดยกลุ่ม Front démocratique du peuple centrafricain (FDPC) และกลุ่ม Le Mouvement des libérateurs centrafricains pour la justice (MLCJ) ได้เข้าร่วมกระบวนการเสริมสร้างสันติภาพในภายหลัง

รัฐบาลแอฟริกากลางเริ่มดำเนินการตามกระบวนการ DDR ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2552 อย่างไรก็ตาม แอฟริกากลางยังคงประสบปัญหาความเปราะบางทางการเมืองและสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งภายในประเทศที่มีเป็นเวลานาน สถาบันการปกครองและกระบวนการทางการเมืองยังคงรวมศูนย์อยู่ที่กรุงบังกีและ ไม่สามารถให้บริการและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนได้อย่างทั่วถึง สถานการณ์ความรุนแรงและการก่อความไม่สงบของกลุ่มกบฏทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศยังคงคุกคามความปลอดภัยของประชาชน และก่อให้เกิดปัญหาคนอพยพพลัดถิ่น ในปัจจุบัน รัฐบาลของแอฟริกากลางยังคงพึ่งพากองกำลังรักษาสันติภาพขององค์การสหประชา ชาติในสาธารณรัฐแอฟริกากลางและชาด (MINURCAT) และกองกำลัง Micopax ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ โดยเฉพาะในส่วนของดินแดนที่อยู่ห่างไกลจากกรุงบังกี เมืองหลวงของประเทศ

รัฐบาลของนาย Bozize ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิรูปหน่วยงานทางด้านความมั่นคงของประเทศ โดยมุ่งพัฒนาและเพิ่มความสามารถให้แก่กองทัพทั้งทหารและตำรวจ ตลอดจนการจัดตั้งระบบกฎหมายที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ความพยายามดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสหประชาชาติ และประชาคมเศรษฐกิจและการเงินแห่งแอฟริกากลาง โดยสหประชาชาติได้จัดตั้งสำนักงานเสริมสร้างสันติภาพอย่างบูรณาการแห่งสหประชาชาติในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง (BINUCA) ขึ้นเพื่อรับภารกิจต่อจากสำนักงานเสริมสร้างสันติภาพแห่งสหประชาชาติ (BONUCA) และประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกับกองกำลังรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติ MINURCAT ในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในประเทศและภูมิภาคแอฟริกากลาง

ปัญหาความไม่สงบในประเทศแอฟริกากลางส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพย้ายถิ่นฐานทั้งภายในประเทศและข้ามพรมแดนไป ยังประเทศชาด ในปัจจุบัน กลุ่มกบฏ Convention des patriotes pour la justice et la paix (CPJP) ยังคงปฏิเสธการเข้าร่วมกระบวนการเสริมสร้างสันติภาพ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มกองโจรอื่นๆ ที่มุ่งก่อความไม่สงบตามพื้นที่ 

นโยบายต่างประเทศ

แอฟริกากลางมีความใกล้ชิดกับฝรั่งเศสจากการที่เคยเป็นประเทศในอาณานิคมของ ฝรั่งเศสมาก่อน ในปัจจุบัน ฝรั่งเศสยังคงให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาประเทศ และเป็นคู่ค้าที่สำคัญของแอฟริกา นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังคงวางกองกำลังทหารไว้ในแอฟริกากลางเพื่อปฏิบัติภารกิจรักษา สันติภาพระหว่างประเทศ โดยวางกองกำลังทหาร 320 นายไว้ ณ กรุงบังกี และได้ส่งทหารไปประจำการที่แอฟริกากลางในส่วนของกองกำลังรักษาสันติภาพของ สหภาพยุโรป (EUFOR Chad/CAR) จำนวนทั้งสิ้น 1,650 นาย

ปัญหาความขัดแย้งและความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ชาด ซูดาน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศ แอฟริกากลาง ปัจจุบัน ประธานาธิบดี Bozize ยังคงพยายามรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างซูดานกับชาดซึ่งเป็นประเทศที่มี ปัญหาความขัดแย้งกัน

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2553 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติขยายอาณัติ MINURCAT (United Nations Mission in the Central African Republic and Chad) ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 และมีมติให้ถอนทหารจาก 3,300 นายให้เหลือ 2,200 นาย (1,900 นายในชาด และ 300 นายในแอฟริกากลาง) โดยกำหนดให้มีทหารผู้ประสานงาน 25 นาย ตำรวจไม่เกิน 300 นาย และพลเรือนในจำนวนที่เหมาะสม และให้การถอนทหารครั้งสุดท้ายเริ่มขึ้นในวันที่ 15 ธันวาคม 2553 โดยในระหว่างนี้ MINURCAT จะยังคงวางกำลังอยู่ที่เมือง Birao เพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกับฝ่ายแอฟริกากลางในการรับผิดชอบด้านความมั่นคง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของแอฟริกากลาง รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ต่อไป

เศรษฐกิจและสังคม

ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของแอฟริกากลางยังคงพึ่งพิงการทำเกษตรกรรมแบบยังชีพและการทำป่าไม้ รายได้จากภาคเกษตรกรรมคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ อย่างไรก็ตาม แอฟริกากลางยังต้องอาศัยความช่วยเหลือจากต่างประเทศในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ทั้งนี้ แอฟริกากลางได้เข้าร่วมโครงการ Poverty Reduction and Growth Facility (PRGF) ของ IMF ซึ่งเพิ่งได้รับการเพิ่มวงเงินและขยายระยะเวลาโครงการจนถึงสิ้นเดือน มิถุนายน 2553 ทั้งยังอยู่ในโครงการลบหนี้ Heavily Indebted Poor Countries (HIPC) ของ IMF ด้วย

ข้อจำกัดที่สำคัญของประเทศแอฟริกากลาง ได้แก่ การเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล ระบบขนส่งที่ยังขาดการพัฒนา การขาดแรงงานฝีมือ และนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจมหภาคที่ยังขาดความชัดเจน ตลอดจนความขัดแย้งและเหตุการณ์ความไม่สงบภายในประเทศที่ไม่เอื้อต่อการสร้างบรรยากาศการค้าและการลงทุนที่ดี

แอฟริกากลางเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจและการเงินแห่งแอฟริกากลาง (La Communauté économique et monétaire de l'Afrique centrale หรือ CEMAC) จึงมีธนาคารแห่งรัฐในแอฟริกากลาง (Banque des Etats de l'Afrique Centrale หรือ BEAC) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงยาอุนเด ประเทศแคเมอรูน ทำหน้าที่กำหนดนโยบายทางด้านการเงินของประเทศ โดยมุ่งควบคุมระดับเงินเฟ้อและรักษาการตรึงค่าเงิน CFA franc ไว้กับเงินสกุลยูโร (1 ยูโร เท่ากับ 655.957 ฟรังก์เซฟา) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2542 เป็นต้นมา

สินค้าส่งออกหลักของแอฟริกากลาง ได้แก่ ไม้ซุงและเพชร ซึ่งในปี 2550 ทำรายได้ให้ประเทศถึง 87.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 62.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ สินค้าน้ำเข้าที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ น้ำมัน ซึ่งมีมูลค่าการนำเข้าสูงถึง 68.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2550

ตลาดส่งออกที่สำคัญของแอฟริกากลาง ได้แก่ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เบลเยี่ยม จีนและฝรั่งเศส ในขณะที่ตลาดนำเข้าสินค้าที่สำคัญของแอฟริกากลาง ได้แก่ เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส แคเมอรูน เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกาและสเปน

ความสัมพันธ์

ความสัมพันธ์ทั่วไป

การทูต
ไทยและแอฟริกากลางสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2530 ปัจจุบัน ไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา มีเขตอาณาครอบคลุมแอฟริกากลาง ส่วนแอฟริกากลางได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตแอฟริกากลางประจำกรุงปักกิ่ง มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย ความสัมพันธ์ทั่วไปราบรื่นดี

เศรษฐกิจ
ในปี 2555 มูลค่าการค้าระหว่างไทยและแอฟริกากลางเท่ากับ 0.79 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีมูลค่าส่งออกเท่ากับ 0.59 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีมูลค่าการนำเข้าเท่ากับ 0.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 0.39 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ สินค้าส่งออกของไทยไปยังแอฟริกากลาง ได้แก่ เคหะสิ่งทอ นมและผลิตภัณฑ์นม เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ

ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
ยังไม่มีการทำความตกลงใดๆ ระหว่างกัน

การเยือนที่สำคัญ
ไม่ปรากฏข้อมูลการเยือนระหว่างไทยกับแอฟริกากลาง

ความตกลงและความร่วมมือ