Chad / ชาด

สาธารณรัฐชาด
Republic of Chad

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

Chad / ชาด ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในภูมิภาคแอฟริกากลาง และไม่มีทางออกทะเล ทิศเหนือติดกับลิเบีย ทิศตะวันออกติดกับซูดาน ทิศใต้ติดกับสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ทิศตะวันตกติดกับไนเจอร์ ไนจีเรียและแคเมอรูน

พื้นที่ 1,284,000 ตร.กม. (ใหญ่กว่าไทยประมาณ 2.5 เท่า)

เมืองหลวง กรุงเอ็นจาเมนา (N'Djamena)

ประชากร 11.63 ล้านคน (ปี 2558)

ภูมิอากาศ ภาคเหนือมีอากาศแบบทะเลทราย ทางภาคใต้มีอากาศร้อนชื้น ฝนตกมากในเดือนสิงหาคม และแห้งแล้งที่สุดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม อากาศหนาวที่สุดในเดือนธันวาคม (ประมาณ 14-33 องศาเซลเซียส)

ภาษาราชการ ฝรั่งเศส และอาหรับ

ศาสนา อิสลามร้อยละ 53.1 คริสต์ร้อยละ 34.3 (คาทอลิกร้อยละ 20.1 โปรเตสแตนท์ร้อยละ 14.2) อื่นๆ 10.9% ไม่ระบุ 1.7% 

วันชาติ วันประกาศเอกราช 11 สิงหาคม   วันชาติ 1 ธันวาคม

ระบอบการปกครอง แบบสาธารณรัฐ ประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ มีอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล

ประธานาธิบดี นายไอดริสส์ เดบี อิตโน (Mr. Idriss Déby Itno) เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 2 ธันวาคม 2533

นายกรัฐมนตรี นายอัลแบร์ พาฮีมี ปาดักเก (Mr. Albert Pahimi Padacké) เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 15 ก.พ. 2559

รัฐมนตรีต่างประเทศ นายมุซซา ฟากี มาฮามัต (Moussa Faki Mahamat) เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 23 เมษายน 2551

หน่วยเงินตรา ฟรังก์เซฟา (CFA franc) (1 บาท = 16.89 ฟรังก์เซฟา) (สถานะ ณ วันที่ 3 พ.ย. 2559)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 11.69 พันล้าน USD* (ไทย: 395.2 พันล้าน USD)

รายได้ประชาชาติต่อหัว 941.90 USD (IMF) (ไทย: 5,878.2 USD)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 6.9* (ไทย: ร้อยละ 2.8)
 
อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 4.2* (ไทย: ร้อยละ -0.9)

เงินทุนสำรอง 1.111 พันล้าน USD* (ไทย: 156.5 พันล้าน USD)

อุตสาหกรรมที่สำคัญ น้ำมัน การทอฝ้าย การบรรจุเนื้อ กลั่นเบียร์ แร่เกลือ สบู่ บุหรี่ วัสดุก่อสร้าง

สินค้าส่งออกที่สำคัญ น้ำมัน ปศุสัตว์ ฝ้าย กัมอารบิก

สินค้านำเข้าที่สำคัญ เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ขนส่ง สินค้าอุตสาหกรรม อาหาร สิ่งทอ

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ส่งออกไปสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส จีน นำเข้าจากฝรั่งเศส แคเมอรูน จีน สหรัฐอเมริกา อิตาลี ยูเครน เนเธอร์แลนด์

เว็บไซต์ทางการ www.primature-tchad.org

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

ฝรั่งเศสได้ถือเอาชาดเป็นรัฐในอารักขาเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2443 และต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2451 ชาดถูกรวมเข้ากับดินแดน Equatorial Africa ของฝรั่งเศส และเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2501 ได้กลายเป็นสาธารณรัฐเอกเทศภายในประชาคมฝรั่งเศส และได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2503

ในช่วง 30 ปีต่อมา ชาดต้องประสบกับปัญหาสงครามกลางเมืองหลายครั้ง รวมถึงการบุกรุกดินแดนโดยลิเบีย และกลุ่มกบฏที่ดำเนินการก่อความไม่สงบอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา เมื่อนาย Deby สถาปนาตนเองขึ้นเป็นประธานาธิบดี และได้ยกร่างและประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และจัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2539 และปี 2544

อย่างไรก็ตาม ในปี 2548 ได้มีกลุ่มกบฏใหม่เกิดขึ้นทางชายแดนฝั่งตะวันตกของซูดาน และดำเนินการก่อความไม่สงบทางภาคตะวันออกของชาด ปัจจุบัน อำนาจทางการเมืองของประเทศยังคงตกอยู่ในมือของคนกลุ่มน้อยของประเทศ และมีกลุ่มกบฏอีกหลายกลุ่มที่ยังคงปฏิบัติการอยู่ทั่วไป ความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรงในหลายพื้นที่ของประเทศมีต้นเหตุมาจากความแตกต่างทางด้านเผ่าพันธุ์และความเชื่อ โดยทางภาคเหนือเป็นถิ่นของชาวอาหรับมุสลิม ในขณะที่ภาคใต้เป็นของชาวคริสต์และพวกที่นับถือความเชื่อท้องถิ่น

การเมืองการปกครอง

การเมืองการปกครอง
ชาดปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี มีอำนาจในการเสนอชื่อแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่บริหารประเทศ ฝ่ายนิติบัญญัติ ประกอบด้วยรัฐสภาระบบสองสภา มีสมาชิกสภา 155 คน มาจากการเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี ในขณะที่วุฒิสมาชิกดำรงตำแหน่งคราวละ 6 ปี มีการเลือกตั้งทุกๆ 2 ปี เพื่อทดแทนสมาชิก 1 ใน 3 ส่วนของสภาที่พ้นหน้าที่ ฝ่ายตุลาการประกอบด้วยศาลสูง ศาลอุทธรณ์ ศาลอาญา และศาลแขวง

ประธานาธิบดี Idriss Deby ซึ่งได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีโดยการทำรัฐประหารในปี 2533 ได้ปกครองประเทศเรื่อยมา ทั้งนี้ ในเดือนมิถุนายน 2548 ประธานาธิบดี Idriss Deby ได้จัดให้มีการลงประชามติเพื่อปรับแก้รัฐธรรมนูญซึ่งยังผลให้ตนสามารถสมัครลงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีต่อได้เป็นสมัยที่ 3 และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีต่อมา และดำรงตำแหน่งมาจนถึงปัจจุบัน ท่ามกลางกระแสคัดค้านของพวกกบฏที่ยังคงใช้ความรุนแรงในความพยายามโค่นล้มรัฐบาล

นโยบายต่างประเทศ
สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคแอฟริกากลางส่งผลอย่างยิ่งต่อสถานะของชาดในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ชาดต้องรับภาระผู้ลี้ภัยจากการสู้รบในสาธารณรัฐแอฟริกากลางและซูดาน ทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่ยังคงอยู่ในระดับเสื่อมทรามกับกับซูดาน ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันออกซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกันยาวที่สุดถึง 1,360 กิโลเมตร ทั้งสองประเทศกล่าวหากันและกันว่าให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏที่ต่อต้านรัฐบาล ล่าสุด ชาดได้ปิดพรมแดนและตัดความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจกับซูดาน เพื่อตอบโต้การที่ซูดานตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับชาดในปี 2549

ในปี 2550 สภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้มีมติให้กองกำลังรักษาสันติภาพร่วมแห่งสหประชาชาติและสหภาพยุโรป (UN-European Union peacekeeping force) ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองประชาชนจากผลกระทบของการสู่รบในดาร์ฟูร์ ประเทศซูดาน ต่อมา ในเดือนมกราคม 2551 สหภาพยุโรปได้เห็นชอบให้จัดตั้งกองกำลังรักษาสันติภาพขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลี้ภัยจากการสู้รบในดาร์ฟูร์

ความสัมพันธ์ระหว่างชาดกับฝรั่งเศสยังคงเป็นไปด้วยดี ที่ผ่านมา ฝรั่งเศสได้ส่งกองกำลังเข้ามาช่วยปราบปรามกลุ่มกบฏ และให้ความช่วยเหลือชาดในด้านต่างๆ อยู่เสมอ

การที่ชาดผันตัวมาเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา ทำให้ต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในชาดมากขึ้น รัฐบาลชาดเองก็ได้ปรับกฎหมายเกี่ยวกับการลงทุนและค้าขายน้ำมันให้มีความผ่อนปรนมากขึ้นเพื่อรองรับการลงทุนจากต่างชาติ

เศรษฐกิจและสังคม

การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของชาดประสบปัญหาอย่างมากจากข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ ที่อยู่ห่างไกล ไม่มีทางออกทะเล พื้นที่ส่วนมากของประเทศมีความแห้งแล้ง มีต้นทุนด้านพลังงานสูง

ชาดเป็นประเทศเกษตรกรรมโดยพื้นฐาน ประชาชนของประเทศประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการปศุสัตว์ในการดำรงชีวิต อย่างไรก็ตาม ในระยะหลัง ชาดได้ถูกผลักดันจากต่างประเทศในการลงทุนด้านอุตสาหกรรมน้ำมัน โดยได้รับการช่วยเหลือการลงทุนจากต่างประเทศทั้งกิจการสาธารณะและภาคเอกชน บริษัทจากสหรัฐอเมริกาได้เข้าลงทุนในการพัฒนาน้ำมันสำรอง ประมาณ 1 ล้านล้านบาร์เรลในทางตอนใต้ของประเทศ น้ำมันสำรองรวมทั้งประเทศประมาณ 2 ล้านล้านบาร์เรล ผลิตภัณฑ์น้ำมันของชาดเริ่มมีการส่งออกในปี 2546 ซึ่งชาดไม่ได้รับกำไรจากการส่งออกน้ำมันเท่าใดนัก

นอกจากน้ำมันแล้ว ชาดมีทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ทอง และยูเรเนียม แม้ว่าทรัพยากรธรรมชาติที่มีจะนำรายได้จำนวนมากเข้าสู่ประเทศ ประชาชนของประเทศยังคงประสบกับปัญหาความยากจนและโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ ได้รับการพัฒนา ตลอดจนภาวะความไม่สงบที่เกิดจากการดำเนินการของกลุ่มกบฏต่างๆ ในประเทศ

สินค้าส่งออกของชาดที่สำคัญได้แก่ ฝ้าย โคและกระบือ ยางอารบิก

ความสัมพันธ์

สถิติที่สำคัญ ไทย-ชาด (2555)
มูลค่าการค้าไทย-ชาด 1.41 ล้าน USD (ไทยส่งออก 1.13 ล้าน USD ไทยนำเข้า 0.28 ล้าน USD ไทยได้ดุลการค้า 0.85 ล้าน USD )

สินค้าส่งออกของไทย เคหะสิ่งทอ แผงวงจรไฟฟ้า เหล็กและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ข้าว กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ

สินค้านำเข้าจากชาด ด้ายและเส้นใย เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่นๆ

การท่องเที่ยว ชาวชาดเดินทางมาไทย 71 คน

การตรวจลงตรา ขอรับการตรวจลงตราตามปกติได้ที่กรุงเทพฯ (สถานกงสุล)

สำนักงานของไทยที่ดูแลชาด สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงตริโปลี

สำนักงานของชาดในไทย กรุงเทพฯ สถานกงสุล (กงสุลกิตติมศักดิ์ชาดประจำไทย คือ นายวุฒิกร อินทรภูวศักดิ์) ยังไม่มีการมอบหมายสถานเอกอัครราชทูตใดให้ดูแลไทย

ความสัมพันธ์ทั่วไป

การทูต
ไทยและชาดสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2533 ที่ผ่านมา ไทยเคยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส เป็นจุดติดต่อ ปัจจุบัน ไทยได้มอบหมายให้ สอท ณ กรุงตริโปลี มีเขตอาณาครอบคลุมชาด ส่วนชาดยังได้แต่งตั้งนายวุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐชาดประจำประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ยังมิได้มีการมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตใดมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย

เศรษฐกิจ
สินค้าส่งออกของไทยได้แก่ เคหะสิ่งทอ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า ผ้าแบบสำหรับตัดเสื้อและผ้าที่จัดทำแล้ว ส่วนสินค้านำเข้าได้แก่ ด้ายและเส้นใย ด้านการลงทุนยังไม่ปรากฎข้อมูลการลงทุนระหว่างกัน 

ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย

ยังไม่มีการทำความตกลงใดๆ ระหว่างกัน

การเยือนที่สำคัญ
ไม่ปรากฏข้อมูลการเยือนระหว่างไทยกับชาด

ความตกลงและความร่วมมือ