Congo / คองโก

สาธารณรัฐคองโก
The Republic of the Congo

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

Congo / คองโก

ที่ตั้ง                                                           ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของทวีปแอฟริกา มีพรมแดนทิศเหนือติดกับสาธารณรัฐแคเมอรูนและสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ทิศตะวันตกติดกับสาธารณรัฐกาบอง ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับสาธารณรัฐแองโกลาและมหาสมุทรแอตแลนติก







พื้นที่                                                         342,000 ตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง                                                 กรุงบราซซาวิล (Brazzaville)

ประชากร                                                5.06 ล้านคน (ปี 2561)

ภูมิอากาศ                                                  แบ่งเป็น 2 ฤดู คือ ฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน อุณหภูมิเฉลี่ย 18-25 องศาเซลเซียส และฤดูฝนตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ย 25-35 องศาเซลเซียส  

ภาษาราชการ                                          ฝรั่งเศส

ศาสนา                                                    ศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ร้อยละ 33.1 นิกายอื่น ๆ ร้อยละ 44.4 ศาสนาอิสลาม ร้อยละ 1.6 ความเชื่อดั้งเดิม ร้อยละ 1.5 ศาสนาอื่น ๆ ร้อยละ 8.1และไม่นับถือศาสนา ร้อยละ 11.3

หน่วยเงินตรา                                         ฟรังก์เซฟา (CFA franc) อัตราแลกเปลี่ยน ๑ ฟรังก์เซฟา เท่ากับ 0.055 บาท

                                                            (สถานะวันที่ 22 เมษายน 2562)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ                   8.70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2560)

รายได้ประชาชาติต่อหัว                           1,654 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2560)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ                        ร้อยละ 1 (ปี 2561)

ระบอบการปกครอง                                  ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐที่ใช้ระบบประธานาธิบดี โดยมีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นประมุขแห่งรัฐและหัวหน้าฝ่ายบริหาร วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายเดนิส ซัสโซ-อึนเกโซ (Denis Sassou-N’guesso) (ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2540)


ประวัติศาสตร์ฺโดยสังเขป
ชาวโปรตุเกสเป็นพวกแรกที่เดินทางมาถึงบริเวณปากแม่น้ำคองโก เมื่อศตวรรษที่ 15 และเมืองท่า Loango ในเขต Kouilou เป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการค้าทาสในสมัยศตวรรษ ที่ 18 ต่อมา ฝรั่งเศสได้เข้ายึดครองคองโกเมื่อปี 2425 และกำหนดให้คองโกเป็นส่วนหนึ่งของดินแดน Equatorial Africa ในจักรวรรดิฝรั่งเศส ในช่วงระหว่างปี 2434-2446 โดยประธานาธิบดี Charles de Gaulle ของฝรั่งเศสกำหนดให้เมืองบราซซาวิลเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิฝรั่งเศสและเขต ปลดปล่อยของฝรั่งเศส คองโกได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสในวันที่ 15 ตุลาคม 2503 มีนาย Fulbert Youlou ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนแรก

ในวันที่ 15 สิงหาคม 2506 นาย Alphonse Massemba-Debat ได้ทำรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลของนาย Fulbert Youlou และสถาปนาตนเองขึ้นเป็นประธานาธิบดี ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2511 พันตรี Marien Ngouabi ทำรัฐประหารอีกครั้ง และแต่งตั้งพันตรี Alfred Raoul ให้เป็นผู้รักษาการประมุขแห่งรัฐ ก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีเองในปี 2512 และปกครองประเทศด้วยระบอบลัทธิมาร์กซ์-เลนิน จนถูกลอบสังหารในวันที่ 18 มีนาคม 2520 เป็นผลให้พันเอก Joachim Yhombi-Opango ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อมาพันเอก Denis Sassou-Nguesso (ยศในขณะนั้น) เข้ารับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2522 และยกเลิกการปกครองภายใต้ระบอบลัทธิมาร์กซ-เลนินในปี 2532 อย่างไรก็ตาม ต่อมาพลเอก Sassou-Nguesso แพ้การเลือกตั้งให้แก่นาย Pascal Lissouba ในการเลือกตั้งอย่างเสรีที่จัดให้มีขึ้นครั้งแรกในปี 2535
   
การต่อสู้กันระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้านเกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งในปี 2535 และยุติลงชั่วคราวในช่วงปี 2537-2538 เมื่อฝ่ายรัฐบาลจัดสรรที่นั่งส่วนหนึ่งในรัฐบาลให้แก่ฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม สงครามการเมืองเต็มรูปแบบได้ปะทุขึ้นในปี 2540 เมื่อมีการปะทะกันระหว่างกองกำลังรัฐบาลและกลุ่มผู้สนับสนุนพลเอก Sassou-Nguesso ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางทหารจากแองโกลา ในที่สุด เมื่อกองกำลังของพลเอก Sassou-Nguesso สามารถเข้ายึดกรุงบราซซาวิลได้สำเร็จ ประธานาธิบดี Lissouba ได้หลบหนีไปอยู่ที่บูร์กินาฟาโซ ในขณะที่พลเอก Sassou-Nguesso ประกาศชัยชนะและสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนตุลาคม 2540 และขึ้นบริหารประเทศจนถึงปัจจุบัน 

การเมืองการปกครอง

การเมืองการปกครอง
สาธารณรัฐคองโกปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ และหัวหน้าฝ่ายบริหาร อยู่ในวาระคราวละ 7 ปี และสามารถดำรงตำแหน่งได้ 2 สมัย มีอำนาจในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (Council of Ministers) การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 ฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นระบบ 2 สภา ประกอบไปด้วย (1) วุฒิสภา (Senate) จำนวน 66 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 3 ปี มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี และ (2) สมัชชาแห่งชาติ หรือสภาผู้แทนราษฎร (National Assembly) มีจำนวน 137 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งทางตรง มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี มีศาลสูง (Supreme Court) เป็นสถาบันหลักในฝ่ายตุลาการ

ในปี 2540 ประธานาธิบดี Denis Sassou-Nguesso ใช้กำลังทหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประธานาธิบดี Lissouba ซึ่งได้ก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในสาธารณรัฐคองโก ต่อมา ประธานาธิบดี Sassou-Nguesso เข้าร่วมในกระบวนการสันติภาพ ซึ่งทำให้สงครามการเมืองยุติลง และได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนมีนาคม 2545 ซึ่งประธานาธิบดี Sassou-Nguesso จากพรรค Parti congolais du travail (PCT) ชนะการเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 ที่ผ่านมา พลเอก Sassou-Nguesso ชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง (พรรคฝ่ายค้านคว่ำบาตรการเลือกตั้ง) และสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ในวันที่ 14 สิงหาคม 2552 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางการเมืองภายในของสาธารณรัฐคองโกอาจจะเกิดความขัดแย้งและความไม่มั่นคงได้ เนื่องจากรัฐบาลยังไม่สามารถสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในช่วงหลังสงครามกลางเมือง ทั้งยังใช้ความพยายามจำกัดการแข่งขันทางการเมืองอย่างเสรีเพื่อรักษาอำนาจทางการเมืองของตนเองไว้

การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุด ในเดือนกันยายน 2552 ประธานาธิบดี Sassou-Nguesso ยกเลิกตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรวบอำนาจบริหารมาไว้ที่ตำแหน่งประธานาธิบดี โดยกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแห่งรัฐ (Minister of State) 4 ตำแหน่งมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลงาน 4 ด้านหลัก ได้แก่ (1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (2) พัฒนาการทางเศรษฐกิจ (3) ความมั่นคง และ (4) ประเด็นทางด้านสังคมและวัฒนธรรม คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันประกอบไปด้วยรัฐมนตรี 37 คน

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือ ฉบับวันที่ 20 มกราคม 2545 ซึ่งได้รับความเห็นชอบโดยการลงประชามติ กำหนดให้สาธารณรัฐคองโกแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 เขตใหญ่ ซึ่งแยกย่อยออกเป็น 76 เขตย่อย และเขตชุมชนเมือง 7 เขต อาทิ กรุงบราซซาวิล (Brazzaville) เมืองหลวงของประเทศ เมืองปวงต์-นัวร์ (Pointe-Noire) ศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจของประเทศ เป็นต้น

นโยบายต่างประเทศ
ภายหลังจากที่ได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส สาธารณรัฐคองโกปกครองประเทศด้วยระบอบลัทธิมาร์กซ์-เลนินเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ในช่วงดังกล่าว สาธารณรัฐคองโกมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับอดีตสหภาพโซเวียต และกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ วิชาการ และความช่วยเหลือทางด้านการทหาร อย่างไรก็ดี ภายหลังการล่มสลายของอดีตสหภาพโซเวียต ความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกก็ลดน้อยลง

สาธารณรัฐคองโกยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้ให้ความช่วยเหลือทั้งทางด้านเศรษฐกิจ วิชาการและวัฒนธรรม ตลอดจนการให้ความสนับสนุนด้านการทหารแก่สาธารณรัฐคองโกมาโดยตลอด ประเทศฝรั่งเศสมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอยู่ในสาธารณรัฐคองโกจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมน้ำมัน ซึ่งต่อมาชาติตะวันตกอื่นๆ ก็ได้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันในสาธารณรัฐคองโกมากขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา

ความสัมพันธ์ระหว่างสาธารณรัฐคองโกกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นไปด้วยดี สาธารณรัฐคองโกมีบทบาทสำคัญในการเจรจาให้คิวบาถอนทหารออกจากแองโกลาและการแยกตัวของนามิเบียออกจากแอฟริกาใต้ ในขณะที่รัฐบาลแองโกลาเองก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดี Sassou-Nguesso (แองโกลาเคยส่งทหารมาช่วยรัฐบาลคองโกปราบกบฏในช่วงปี 2542)

สาธารณรัฐคองโกยังคงมีประเด็นข้อพิพาทด้านดินแดนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (หรือประเทศซาอีร์ ในอดีต) ทั้งยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่มั่นคงในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในเดือนกรกฎาคม 2552 รัฐบาลของทั้งสองประเทศได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกันเพื่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำคองโก ซึ่งจะเป็นการเชื่อมต่อเมืองหลวงของทั้งประเทศ (กรุงบราซซาวิล และกรุงกินชาซา) และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางหลวงแอฟริกา (Trans-African Highway)

สาธารณรัฐคองโกเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศต่างๆ อาทิ องค์การสหประชาชาติ (United Nations) สหภาพแอฟริกา (African Union) องค์การการค้าโลก (WTO) คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกากลาง (Economic Commission for Central African States) ธนาคารเพื่การพัฒนาแห่งแอฟริกา (African Development Bank) กลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (NAM) และกลุ่มประเทศ G-77

เศรษฐกิจและสังคม

ในอดีต เศรษฐกิจของสาธารณรัฐคองโกเป็นการผสมผสานระหว่างเกษตรกรรมและหัตถกรรมแบบชนบท ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมน้ำมันและการส่งออกน้ำมันเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สาธารณรัฐคองโกมีอัตราการผลิตน้ำมันประมาณ 281,000 บาร์เรลต่อวัน มีรายได้จากการส่งออกคิดเป็นร้อยละ 87 ของรายได้จากการส่งออกทั้งหมดของประเทศ หรือกว่าร้อยละ 43.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ด้วยเหตุนี้ การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกจึงมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ปัจจุบัน บริษัทต่างชาติต่างๆ ได้เข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันของสาธารณรัฐคองโกแล้ว อาทิ Total Fina Elf ของฝรั่งเศส (ครองส่วนแบ่งอุตสาหกรรมน้ำมันในสาธารณรัฐคองโกมากที่สุด) Agip ของอิตาลี และ Chevon Texaco ของสหรัฐฯ

นอกจากอุตสาหกรรมน้ำมันแล้วนั้น ภาคเกษตรกรรมและการค้าไม้ยังคงเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ประชากรว่าร้อยละ 60 มีรายได้มาจากภาคเกษตรกรรม สินค้าเกษตรที่สำคัญของสาธารณรัฐคองโก ได้แก่ ไม้ซุง และน้ำตาล

หลังจากสงครามกลางเมืองที่ปะทุขึ้นในปี 2540 สาธารณรัฐคองโกได้พยายามปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศเพื่อลดปัญหาความยากจนและภาวะการว่างงาน โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การระหว่างประเทศ อาทิ ธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา นโยบายเศรษฐกิจของสาธารณรัฐคองโกในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ การสร้างความหลากหลายทางด้านกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และดำเนินการตามแผนงาน PRGF ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศเพื่อแก้ปัญหาภาระหนี้สินของประเทศ

สาธารณรัฐคองโกเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจและการเงินแห่งแอฟริกากลาง จึงมีธนาคารแห่งรัฐในแอฟริกากลาง (Banque des Etats de l'Afrique Centrale หรือ BEAC) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงยาอุนเด ประเทศแคเมอรูน ทำหน้าที่กำหนดนโยบายทางด้านการเงินของประเทศ โดยมุ่งควบคุมระดับเงินเฟ้อและรักษาการตรึงค่าเงิน CFA franc ไว้กับเงินสกุลยูโร (1 ยูโร เท่ากับ 655.957 ฟรังก์เซฟา) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2542 เป็นต้นมา

ประเทศคู่ค้าสำคัญของสาธารณรัฐคองโก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

ความสัมพันธ์

ความสัมพันธ์กับประเทศไทย

1.   ความสัมพันธ์ทั่วไป

      ไทยและสาธารณรัฐคองโกสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2531 โดยฝ่ายไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียมีเขตอาณาครอบคลุมสาธารณรัฐคองโก เอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา คนล่าสุด คือ นายวัฒนะ คุ้นวงศ์ (เกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2561) ปัจจุบัน นายประสม แฟงทอง ดำรงตำแหน่งอุปทูตรักษาราชการฯ ขณะที่ฝ่ายสาธารณรัฐคองโกได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคองโกประจำสาธารณรัฐประชาชนจีนมีเขตอาณาครอบคลุมไทย และแต่งตั้งให้นายดาเนียล โอวาซา (Daniel Owassa) ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคองโกประจำประเทศไทยคนใหม่ โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2562 นอกจากนี้ รัฐบาลสาธารณรัฐคองโกได้แต่งตั้งให้นายวิชัย ทิตตภักดี ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐคองโกประจำประเทศไทย

1.1  การเมือง

             ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคองโกดำเนินไปด้วยความปกติ
แต่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคองโกยังมีไม่มากนัก

             รัฐบาลสาธารณรัฐคองโกไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลชุดปัจจุบันเมื่อปี 2557

1.2  การค้า

             ในปี 2561 ไทยและสาธารณรัฐคองโกมีปริมาณการค้ารวม 240.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคิดเป็นการส่งออก 59.19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้า 181.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยขาดดุลการค้า 122.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

             สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปสาธารณรัฐคองโก ได้แก่ ข้าว เม็ดพลาสติก อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เคมีภัณฑ์ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ รถยนต์ และสินค้านำเข้าที่สำคัญจากสาธารณรัฐคองโก ได้แก่ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์

1.3   การลงทุน

             ยังไม่มีการลงทุนระหว่างกัน

1.4   การท่องเที่ยว

             ปี 2561 นักท่องเที่ยวสาธารณรัฐคองโกเดินทางมาประเทศไทยจำนวน 561 คน (จากประชากรของประเทศที่มีจำนวน 5.06 ล้านคน) แต่ไม่ปรากฏข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปสาธารณรัฐคองโก

1.5   สังคมและวัฒนธรรม

             ปัจจุบันมีชาวไทยอาศัยอยู่ในสาธารณรัฐคองโก จำนวน 2 คน

1.6  ความร่วมมือด้านวิชาการ

             ความร่วมมือส่วนใหญ่ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคองโกอยู่ในรูปแบบทุนฝึกอบรมนานาชาติประจำปี (Annual International Training Course - AITC) และทุนศึกษาระดับปริญญาโทหลักสูตรนานาชาติ (Thailand International Postgraduate Program - TIPP) ที่กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งเวียนให้แก่ประเทศต่าง ๆ
ในแอฟริกาเป็นประจำทุกปี

2.   ความตกลงที่สำคัญกับไทย

ความตกลงที่ได้ลงนามแล้ว 1 ฉบับ

     พิธีสารว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับกระทรวงการต่างประเทศ
และความร่วมมือสาธารณรัฐคองโก (ลงนาม
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2549)
 

3.   ข้อมูลการเยือนในระดับราชวงศ์

              ยังไม่เคยมีการเสด็จฯ เยือนในระดับพระราชวงศ์ไทย

4. สาส์นถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสที่ขึ้นทรงราชย์

               กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้รับรายงานการมีสาส์นถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่ขึ้นทรงราชย์ จากนายเดนิส ซัสโซ-อึนเกโซ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคองโก 

5.   ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อทรงทราบ

      5.1 สาธารณรัฐคองโก หรือ คองโก บราซซาวิล เคยเป็นอาณานิคมของสาธารณรัฐฝรั่งเศส
และหลังจากได้รับเอกราชก็ประสบปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน  

      5.2 อุตสาหกรรมน้ำมันและการส่งออกน้ำมันเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสาธารณรัฐคองโก โดยเป็น 1 ใน 5 ประเทศที่ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา

      5.3 สาธารณรัฐคองโกได้รับการจัดให้เป็นประเทศที่มีบรรยากาศการลงทุนเป็นอันดับที่ 180 จากทั้งหมด 190 ประเทศ ในรายงาน Doing Business 2019ของธนาคารโลก

 6.   ข้อมูลเชิงลึกของนายดาเนียล โอวาซา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคองโกประจำประเทศไทย

      นายดาเนียล โอวาซา มีอัธยาศัยดี ตรงไปตรงมา มีความเป็นกันเอง ชอบชมภาพยนตร์ และสนใจกีฬาบาสเกตบอลและวอลเลย์บอล


ความตกลงและความร่วมมือ