Comoros / คอโมโรส

สหภาพคอโมโรส
Union of the Comoros

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

Comoros / คอโมโรส

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดียทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา บริเวณช่องแคบโมซัมบิกระหว่างโมซัมบิกกับมาดากัสการ์ ประกอบด้วย 3 เกาะใหญ่ คือ เกาะกร็องด์กอมอร์ (Grande Comore) เกาะมอเอลี (Moheli) และเกาะอ็องฌูอ็อง (Anjouan)

พื้นที่ 2,236 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่กว่าภูเก็ตประมาณ 4 เท่า)

เมืองหลวง กรุงโมโรนี (Moroni)  

ประชากร 821,164 คน (ปี 2561)

ภูมิอากาศ แบ่งเป็น 2 ฤดู คือ ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิเฉลี่ย 23 องศาเซลเซียส และฤดูฝนตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส

ภาษาราชการ อารบิก ฝรั่งเศส และ Shikomoro

ศาสนา อิสลามนิกายซุนนี ร้อยละ 98  คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ร้อยละ 2

ประธานาธิบดี นายอะซาลีย์ อัสซุมานีย์ (Mr. Azali Assoumani) (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2559)

รมว. กต. นายซูฟ มุฮัมมัด อัลอะมีน (Mr. Souef Mohamed El Amine) (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560)

วันชาติ 6 กรกฎาคม

วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย 15 กรกฎาคม 2529

หน่วยเงินตรา ฟรังก์คอโมโรส (KMF) (1 บาท = 13.73 KMF) (สถานะ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2562)

ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐที่ใช้ระบบประธานาธิบดี โดยมีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นทั้งประมุขแห่งรัฐและหัวหน้ารัฐบาล มีวาระการดำรง ตำแหน่ง 5 ปี ดำรงตำแหน่งติดต่อกันไม่เกิน 2 วาระ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายอะซาลีย์ อัสซุมานีย์ (Azali Assoumani) (ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2559)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 1.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทย: 455.302 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ปี 2560)

รายได้ประชาชาติต่อหัว 1,312.3 ดอลลาร์สหรัฐ (ไทย: 6,595.0 ดอลลาร์สหรัฐ) (ปี 2560)       

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 2.7 (ไทย: ร้อยละ 3.9) (ปี 2560)       

เงินทุนสำรอง 207.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทย: 202.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ปี 2560)       

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ -4.3 (ปี 2556) (ไทย: ร้อยละ 0.7) (ปี 2560)      

ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นหมู่เกาะที่มีทัศนียภาพความสวยงาม และมีทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์

อุตสาหกรรมหลัก การประมง การท่องเที่ยว การกลั่นน้ำหอม

สินค้านำเข้าที่สำคัญ เครื่องนุ่มห่ม เฟอร์นิเจอร์ ข้าว อุปกรณ์ใบเรือและเตนท์ เนื้อสัตว์ปีก

ตลาดนำเข้าที่สำคัญ แทนซาเนีย จีน ฝรั่งเศส ปากีสถาน อินเดีย

สินค้าส่งออกที่สำคัญ กานพลู น้ำมันหอมระเหย วานิลลา เศษอลูมิเนียม ถ่านไม้

ตลาดส่งออกที่สำคัญ อินเดีย ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย เยอรมนี สหรัฐอเมริกา

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

ในอดีตหมู่เกาะคอโมโรสเป็นจุดพักเรือและเส้นทางเรือในมหาสมุทรอินเดียที่สำคัญของชาวเปอร์เซียและอาหรับเพื่อเดินทางไปยังดินแดนตะวันออกไกลและอินเดีย โดยอยู่ภายใต้การปกครองของชาวอาหรับ ต่อมาชาติตะวันตกเริ่มแผ่ขยายลัทธิล่าอาณานิคมมายังทวีปแอฟริกา และในระหว่างปี 2384 - 2452

หมู่เกาะคอโมโรสได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส หลังจากนั้น ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หมู่เกาะคอโมโรสตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอังกฤษ แต่ต่อมาในปี 2489 ได้ถูกยกคืนให้อยู่ภายใต้เขตการปกครองของฝรั่งเศสอีกครั้ง ในปี 2518 ประชาชนในหมู่เกาะคอโมโรส ประกอบด้วย Grande Comore (Ngazidja), Anjouan (Nzwani) และ Moheli (Mwali) ได้ลงมติให้คอโมโรสเป็นอิสระและฝรั่งเศสได้มอบเอกราชคืนแก่หมู่เกาะคอโมโรส ยกเว้นเกาะมาโยตที่ยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของฝรั่งเศส เนื่องจากประชาชนบนเกาะได้ลงประชามติให้เกาะมาโยตอยู่ภายใต้ความดูแลของ ฝรั่งเศสในฐานะ overseas community และล่าสุด

เมื่อเดือนมีนาคม 2552 ชาวเกาะมาโยตได้ลงคะแนนในประชามติเพื่อเปลี่ยนสถานะของเกาะเป็น overseas department ของฝรั่งเศส โดยสถานะดังกล่าวทำให้เกาะมาโยตมีพันธะผูกพันทางการเมืองและการปกครองกับฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น

      หลังจากได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสในปี 2518 การเมืองภายในของคอโมโรสไม่มีเสถียรภาพ โดยมีการปฏิวัติรัฐประหารมาแล้วทั้งหมด 21 ครั้ง ประธานาธิบดีคนแรกของคอโมโรส คือ นาย Ahmed Abdallah Abderrahman ถูกรัฐประหารในปี 2519 และกลับมาดำรงตำแหน่งใหม่ในเวลาสั้น ๆ และถูกรัฐประหารอีกครั้งในปี 2521 และ 2526 ท้ายที่สุดนาย Abderrahman ถูกลอบสังหารในปี 2532

      หลังจากนั้น คอโมโรสได้จัดการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยครั้งแรก ในปี 2533 โดยนาย Said Mohamed Djohar ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี แต่ในปีถัดมานาย Djohar ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทำให้ถูกปลดจากตำแหน่งประธานาธิบดี และมีการแต่งตั้งประธานาธิบดีชั่วคราว อย่างไรก็ตาม นาย Djoharได้กลับมามีอำนาจและดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งเนื่องจากได้รับการสนับ สนุนจากฝรั่งเศส

ในปี 2536 คอโมโรสได้ เข้าเป็นสมาชิกในสันนิบาตอาหรับ (Arab League) สองปีต่อมามีกลุ่มก่อความไม่สงบต้องการทำรัฐประหารแต่กองกำลังของฝรั่งเศส สามารถระงับเหตุการณ์ไว้ได้ และในปี 2539 คอโมโรสได้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยนาย Mohamed Taki Abdulkarim ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีต่อจากนาย Djohar ต่อมาในปี 2541 นาย Abdulkarim ถึงแก่อสัญกรรมและอำนาจการปกครองตกอยู่กับนาย Tadjiddine Ben Said Massounde ความวุ่นวายภายในประเทศส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจของคอโมโรสตกต่ำลง และทำให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเข้ายึดการปกครองบนเกาะ Anjouan (Nzwani) และเกาะ Moheli (Mwali) ซึ่งหลังจากยึดครองสำเร็จผู้ก่อความไม่สงบ ได้ขออยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสและมีผู้นำของตนเอง ในส่วนเกาะ Grande Comore (Ngazidja) กองกำลังทหารของคอโมโรสนำ โดย Colonel Azali Assoumani ทำรัฐประหารนาย Massounde ในปี 2542 หลังจากนั้นนาย Azali ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเกาะ Grande Comore (Ngazidja) โดยเป็นผู้กุมอำนาจทั้งทางการบริหารและการทหารของคอโมโรส 

ต่อมาในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน นาย Azali แต่งตั้งให้ นาย Bainrifi Tarmidi ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งคณะรัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ นอกจากนี้รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการหลายหน่วยเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตั้งสภาสูงและคณะกรรมาธิการสามฝ่าย (ฝ่ายรัฐบาล กลุ่มแบ่งแยกดินแดนและฝ่ายค้าน) หลังจากนั้นทั้งสามฝ่ายได้ลงนามในกรอบความตกลงฟื้นฟูคอโมโรส (Framework Accord for reconciliation in Comoros) ร่วมกัน โดยมีองค์กรเอกภาพแอฟริกา (Organization for African Unity) เป็นคนกลาง

      กรอบความตกลงฟื้นฟูคอโมโรสเป็นจุดริเริ่มในการสร้างความปรองดองแห่งชาติ โดยเป็นการพัฒนาเอกลักษณ์ใหม่ของชาวคอโมโรส (New Comorian Entity) นำมาสู่การจัดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปี 2545 โดยบัญญัติให้คอโมโรสมีการจัดการปกครองแบบสหพันธรัฐ และได้ให้สิทธิในการปกครองตนเองของแต่ละเกาะ

      การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหภาพคอโมโรส (รวม 3 เกาะ) มีขึ้นครั้งแรกในปี 2545 โดยนาย Azali ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหภาพคอโมโรสเป็นคนแรก และประธานาธิบดี Mohamed Bacar แห่ง Nzwani ได้จัดตั้งคณะรัฐบาลในเดือนเมษายน 2546 ต่อมาในเดือนเมษายน 2547 ได้มีการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติส่งผลให้รัฐสภาคอโมโรสมีสถานะสมบูรณ์


การเมืองการปกครอง

หมู่เกาะคอโมโรสจัดการปกครองในลักษณะสหพันธรัฐ แต่ละเกาะมีสิทธิ์ในการปกครองตนเองในระดับหนึ่ง

ฝ่ายบริหาร มีประธานาธิบดีเป็นประมุข จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทีละเกาะ โดยการเลือกตั้งทั่วไป ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี

ฝ่ายนิติบัญญัติ  ระบบรัฐสภาของคอโมโรสมี 2 สภา คือ วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฏร โดยสมาชิกวุฒิสภา มีจำนวน 15 คน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรมีจำนวน 43 คน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี

ฝ่ายตุลาการ ประกอบด้วยศาลสูง โดยผู้พิพากษาศาลสูง 2 คน มาจากการได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี อีก 2 คน มาจากการแต่งตั้งของสภาผู้แทนราษฏร และอีก 3 คน เป็นผู้แทนจากเกาะ Grande Comore (Ngazidja), Anjouan (Nzwani) และ Moheli (Mwali) เกาะละ 1 คน

ปัจจุบัน การเมืองคอโมโรสเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อเดือนธันวาคม 2553 (ค.ศ. 2010) ผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง โดยในการเลือกตั้งครั้งดังกล่าว นาย Ikililou Dhoinine จากเกาะ Moheli (Mwali) ได้รับชัยชนะ เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากนาย Ahmed Abdallah Sambi ประธานาธิบดีคนก่อนหน้า จากเกาะ Anjouan (Nzwani)

การต่างประเทศ
คอโมโรสให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะฝรั่งเศส จีน และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ถึงแม้ว่าจะมีความตึงเครียดในความสัมพันธ์กับฝรั่งเศส เนื่องจากหมู่เกาะ คอโมโรสได้พยายามทวงคืนเกาะมาโยตจากฝรั่งเศส และเสียงส่วนใหญ่จากคณะมนตรีความมั่นคง  แห่งสหประชาชาติ (UNSC) สนับสนุนให้หมู่เกาะคอโมโรสปกครองเกาะมาโยต แต่ฝรั่งเศสได้ออกเสียงคัดค้าน (veto) ในที่ประชุม UNSC มาโดยตลอด นอกเหนือจากประเด็นเกาะมาโยต คอโมโรสมีความสัมพันธ์ที่ดีกับฝรั่งเศสทั้งในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยรวม

สำหรับจีนได้เข้ามามีอิทธิพลในทวีปแอฟริกามากขึ้นเรื่อยๆ และคอโมโรสเป็นประเทศที่จีนสนใจ โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมการประมงเพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในมหาสมุทร อินเดียและด้านการผลิตพลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ จีนยังสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่คอโมโรสด้วย

รัฐบาลคอโมโรสมีนโยบายกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับกลุ่มประเทศมุสลิม โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลอิหร่าน และจากนโยบายนี้ส่งผลให้ประเทศตะวันออกกลาง อาทิ คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมทั้งอิหร่านเข้ามาลงทุน ตลอดจนให้ความช่วยเหลือทางการเงินให้แก่คอโมโรสมากขึ้น

ในเวทีระหว่างประเทศคอโมโรสเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติและหน่วยงานสหประชาชาติอื่นๆ อาทิ การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (United Nations Conference on Trade and Development - UNCTAD) องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization - UNESCO) องค์การอนามัยโลก (World Health Organization - WHO) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นสมาชิกในองค์กรระดับภูมิภาค
ที่สำคัญ ได้แก่ สหภาพแอฟริกา (African Union) คณะกรรมาธิการมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Commission - IOC)
รวมทั้งองค์การการประชุมอิสลาม (Organization of the Islamic Conference - OIC)

เศรษฐกิจและสังคม

คอโมโรสจัดเป็นประเทศยากจนที่สุดประเทศหนึ่ง เนื่องจากอัตราการเพิ่มของประชากรอยู่ในระดับสูง ระดับการศึกษาต่ำ และขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ รายได้หลักของประเทศมาจากภาคเกษตรกรรมแบบยังชีพ เช่น การประมง การล่าสัตว์และป่าไม้ นอกจากนี้ คอโมโรสยังพึ่งพาความช่วยเหลือจากต่างชาติทั้งในรูปของความช่วยเหลือทางการเงินและความช่วยเหลือทางวิชาการ เป็นจำนวนมาก

ประชากรจำนวน 2 ใน 3 ของประเทศอาศัยอยู่ในชนบทและทำการเพาะปลูก โดยพืชหลักที่นิยมปลูกได้แก่มะพร้าวและกล้วย ส่วนพืชส่งออกที่สำคัญ คือ วานิลา กานพลู และพืชที่ใช้สกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยสำหรับเป็นหัวเชื้อน้ำหอม สำหรับภาคอุตสาหกรรมในคอโมโรสเน้น

การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร อาทิ การกลั่นน้ำหอม การผลิตเฟอร์นิเจอร์ และเริ่มนีนโยบายส่งเสริมธุรกิจด้านการท่องเที่ยว สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวและอาหาร สินค้าบริโภค ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ซีเมนต์ และอุปกรณ์การขนส่งคมนาคม

ประเทศคู่ค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี สิงคโปร์ ตุรกี และสหรัฐฯ
ส่วนประเทศนำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ฝรั่งเศส สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แอฟริกาใต้ ปากีสถาน เคนยา จีน และอินเดีย

ความสัมพันธ์

การตรวจลงตรา ขอรับการตรวจลงตราได้ที่สถานเอกอัครราชทูตสหภาพคอโมโรสประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน

สำนักงานของไทยที่ดูแลคอโมโรส สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี

สำนักงานของคอโมโรสที่ดูแลไทย สถานเอกอัครราชทูตสหภาพคอโมโรสประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน

ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทยและคอโมโรสสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2529 ไทยมีสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา ซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมสหภาพคอโมโรส ในขณะที่คอโมโรสมีสถานเอกอัครราชทูตคอโมโรสประจำกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

การค้า

ในปี 2561 ไทยและคอโมโรสมีมูลค่าการค้ารวม 2.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคิดเป็นการส่งออก 2.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 0.00 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยได้ดุลการค้า 2.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปคอโมโรส ได้แก่ น้ำตาลทราย ข้าว เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ รองเท้าและชิ้นส่วน เครื่องนุ่งห่ม และสินค้านำเข้าที่สำคัญจากคอโมโรส ได้แก่ สบู่ ผงซักฟอกและเครื่องสำอาง

 สถิติการค้าระหว่างไทย - คอโมโรส (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ปี

ปริมาณการค้า

ไทยส่งออก

ไทยนำเข้า

ดุลการค้า

2550

3.94

3.94

0.00

3.93

2551

0.73

0.73

0.01

0.72

2552

3.56

3.55

0.01

+3.54

2553

3.98

3.96

0.02

+3.94

2554

3.73

3.73

0.00

+3.73

2555

3.13

3.12

0.01

+3.10

2556

0.82

0.81

0.01

+0.80

2557

1.70

1.67

0.03

+1.64

2558

1.54

1.52

0.01

+1.51

2559

1.84

1.83

0.00

+1.83

2560

3.62

3.61

0.01

+3.61

2561

2.23

2.22

0.00

+2.22

                  ที่มา: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

การลงทุน ไม่ปรากฏข้อมูลการลงทุนระหว่างกัน

การท่องเที่ยว

        ปี 2561 มีนักท่องเที่ยวชาวคอโมโรสเดินทางมาไทย จำนวน 2,037 คน (จากประชากรของประเทศที่มีจำนวน 821,164 คน)

การเยือนที่สำคัญ

ฝ่ายไทย

      ยังไม่ปรากฏการเยือนสหภาพคอโมโรสของฝ่ายไทย

ฝ่ายคอโมโรส   

การเยือนระดับรัฐบาล

      ประธานาธิบดี/รองประธานาธิบดี

- วันที่ 20 สิงหาคม 2548 นายโมฮัดจิ ฟูอา (Mohadji Fouad) รองประธานาธิบดีแห่งสหภาพคอโมโรสแวะเปลี่ยนเครื่องบินที่ประเทศไทย

     บุคคลสำคัญอื่น ๆ

- วันที่ 28 มีนาคม - เมษายน 2559 นายฮามาดี อาฮามาดา (Hamadi Ahamada) ปลัดกระทรวงการต่างประเทศคอโมโรสเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมโครงการบัวแก้วสัมพันธ์ จัดโดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ     

ความตกลงและความร่วมมือ