Burundi / บุรุนดี

สาธารณรัฐบุรุนดี
Republic of Burundi

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

Burundi / บุรุนดี ที่ตั้ง ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา ทิศเหนือติดประเทศรวันดา ทิศใต้และทิศตะวันออกติดสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย ทิศตะวันตกติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก มีทะเลสาบแทนกานยิกาอยู่ทางใต้และตะวันตกของประเทศ บุรุนดีเป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล ทางออกทะเลที่ใกล้ที่สุดคือผ่านทางกรุงดาร์-เอส-ซาลาม เมืองหลวงของแทนซาเนีย ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1,400 กิโลเมตร

พื้นที่ 26,338 ตารางกิโลเมตร (เล็กกว่าไทยประมาณ 18 เท่า)

เมืองหลวง กรุงบูจุมบูระ (Bujumbura)

ประชากร 10.7  ล้านคน  (ประมาณการปี 2558)

ภูมิอากาศ สภาพอากาศอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตร เป็นที่ราบสูงตั้งแต่ 772 - 2670 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 17-23 องศาเซลเซียส โดยปกติแล้วสภาพอากาศอบอุ่นที่ระดับ 1,700 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ฝนตกเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 150 เซนติเมตร ฤดูฝนอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม และ กันยายน - พฤศจิกายน ฤดูร้อนอยู่ในช่วงเดือน มิถุนายน - สิงหาคม และ ธันวาคม - มกราคม

ภาษาราชการ ภาษาฝรั่งเศส Kirundi Swahili

ศาสนา คริสต์ร้อยละ 67 (โรมันคาทอลิกร้อยละ 62 โปรเตสแตนท์ร้อยละ 5) ความเชื่อดั้งเดิมร้อยละ 23 อิสลามร้อยละ 10
 
วันชาติ   กรกฎาคม
ระบบการปกครอง
สาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐและผู้นำรัฐบาล

ประธานาธิบดี นายปิแอร์ อึนคูรุนซิซา (Mr. Pierre Nkurunziza) รับตำแหน่งเมื่อ 25 สิงหาคม 2548

รัฐมนตรีต่างประเทศ Mr. Alain Aimé Nyamitwe (เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน พ.ค. 2558)

หน่วยเงินตรา ฟรังก์บุรุนดี (Burundi Franc - BIF) 1 บาท = 48.21 BIF (3 มีนาคม 2558)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 2.97 พันล้าน USD* (ไทย: 395.2 พันล้าน USD)

รายได้ประชาชาติต่อหัว 314.80 USD (IMF) (ไทย: 5,878.2 USD)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ -7.2* (ไทย: ร้อยละ 2.8)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 5.3* (ไทย: ร้อยละ -0.9)

เงินทุนสำรอง 315.7 ล้าน USD* (ไทย: 156.5 พันล้าน USD)

อุตสาหกรรมที่สำคัญ สินค้าอุปโภคบริโภคขนาดย่อม เช่น ผ้าห่ม รองเท้า สบู่  การประกอบชิ้นส่วนสินค้านำเข้า  การก่อสร้างงานสาธารณะการแปรรูปอาหาร

สินค้าส่งออกที่สำคัญ กาแฟ ชา น้ำตาล ฝ้าย หนังสัตว์ สบู่

สินค้านำเข้าที่สำคัญ ลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ถั่วเหลือง แป้งจากธัญพืช สิ่งพิมพ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ สินค้าที่ใช้เป็น

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ส่งออกไปยัง เยอรมนี ปากีสถาน  รวันดา สวิตเซอร์แลนด์ เบลเยียม สวีเดน
นำเข้าจาก ซาอุดีอาระเบีย ยูกันดา จีน เคนยา เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย แทนซาเนีย 

การเมืองการปกครอง

บุรุนดีมีการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ รัฐธรรมนูญของบุรุนดีมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 (ค.ศ. 2005) โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐและผู้นำรัฐบาล มาจากการเลือกของสมาชิกรัฐสภา โดยต้องได้รับคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา และรองประธานาธิบดีจะได้รับ  การแต่งตั้งจากประธานาธิบดี มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี ประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือ นาย Pierre Nkurunziza (เผ่า Hutu) ได้รับเลือกเข้าดำรงตำแหน่ง โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  จากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2548 (ค.ศ. 2005) และได้รับเลือกตั้งสมัยที่ 2 เมื่อเดือนมิถุนายน 2553 (ค.ศ. 2010) โดยได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น เนื่องจากเป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวในการแข่งขัน ในขณะที่ผู้สมัครรายอื่น รวมถึงนาย Agathon Rwasa (เผ่า Hutu) ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน Forces for National Liberation (FNL) ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏกลุ่มสุดท้ายที่วางอาวุธ เมื่อปี 2552 (ค.ศ. 2009) ประกาศถอนตัวโดยอ้างเหตุผลเรื่องความไม่ยุติธรรมในการเลือกตั้ง

ภายหลังการเลือกตั้งดังกล่าวสถานการณ์ทางการเมืองในบุรุนดีเริ่มมีความขัดแย้งและรุนแรงอีกครั้ง นาย Rwasa ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปอยู่ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และนับตั้งแต่เป็นต้นมา ก็มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นกับประชาชนบุรุนดีหลายครั้ง อาทิ เมื่อเดือนกันยายน 2553 (ค.ศ. 2010) กองโจรติดอาวุธไม่ทราบฝ่ายบุกเข้าสังหารและทำร้ายประชาชนบริเวณชานกรุงบูจุมบูระ มีผู้เสียชีวิต 7 คน และบาดเจ็บ 17 คน ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2553 (ค.ศ. 2010) สมาชิก FNL จำนวนประมาณ 9 คน ที่ถูกทางการจับกุม ได้เสียชีวิตหรือหายสาบสูญโดยไม่ทราบสาเหตุ ภายหลังทางการอ้างว่าได้ปล่อยตัวแล้ว ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 (ค.ศ. 2011) กลุ่มติดอาวุธในชุดทหารได้บุกกราดยิงประชาชนในบาร์แห่งหนึ่งชานกรุงบูจุมบูระ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 39 คน

รัฐสภาของบุรุนดี แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย วุฒิสภา 54 คน ซึ่งมาจากผู้นำของชนเผ่า และอดีตประมุขของประเทศ โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี และคณะกรรมการแห่งชาติ ซึ่งมีจำนวนอย่างน้อย 100 คน โดยจะมาจากชนเผ่า Hutu ร้อยละ 60 และชนเผ่า Tutsi ร้อยละ 40 และต้องประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นสตรี ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ทั้งนี้ การเลือกตั้งวุฒิสภาและคณะกรรมการแห่งชาติครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี 2558 (ค.ศ. 2015) การปกครองท้องถิ่นของบุรุนดีแบ่งออกเป็น 17 จังหวัด ได้แก่ Bubanza, Bujumbura Mairie, Bujumbura Rurale, Bururi, Cankuzo, Cibitoke, Gitega, Karuzi, Kayanza, Kirundo, Makamba, Muramvya, Muyinga, Mwaro, Ngozi, Rutana, Ruyigi

การต่างประเทศ
บุรุนดีเป็นประเทศเล็กและยากจนที่สุดประเทศหนึ่งในแอฟริกา จึงวางตัวเป็นกลางและไม่ประสงค์จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งของประเทศมหาอำนาจหรือประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลพยายามพัฒนาประเทศโดยรับความช่วยเหลือทั้งด้านการเงินและเทคโนโลยีจากทุกฝ่าย เช่น เยอรมนี เบลเยียม ฝรั่งเศส จีน อียิปต์ ส่วนประเทศแอฟริกาที่มีความสำคัญต่อบุรุนดี และบุรุนดีต้องพยายามรักษาสัมพันธภาพที่ดีไว้ ได้แก่ ยูกันดา แทนซาเนีย และเคนยา ซึ่งบุรุนดีต้องพึ่งพาในการคมนาคมขนส่งสินค้าเข้าผ่านเขตแดนประเทศดังกล่าวออกไปสู่มหาสมุทรอินเดีย

ที่ผ่านมาบุรุนดีมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรวันดาซึ่งมีพลเมืองเชื้อสายเผ่าพันธุ์เดียวกัน และมีผลประโยชน์ร่วมกัน เช่น การพัฒนาลุ่มน้ำ Kagera ในปี 2519 (ค.ศ. 1976) บุรุนดี รวันดา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกได้ร่วมกันจัดตั้ง Communauté Économique des Pays des Grand Lacs (CEPGL) ขึ้น ต่อมา เมื่อนาย Pierre Nkurunziza (เผ่า Hutu) ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี นานาชาติได้คาดว่า ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศอาจจะห่างเหินกันขึ้นเพราะประธานาธิบดี Paul Kagame ของรวันดาเป็นชาวเผ่า Tutsi ซึ่งเป็นเผ่าคู่อริ อย่างไรก็ดี ผู้นำทั้งสองได้แสดงให้ชาวโลก เห็นว่า สามารถเป็นมิตรกันได้ ตราบเท่าที่รัฐบาลบุรุนดีไม่สนับสนุนกลุ่มกบฏ Hutu ที่แฝงตัวอยู่ในประเทศ รวมทั้งจะไม่กล่าวถึงความแตกแยกระหว่างชนเผ่าทั้งสอง (ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาที่รัฐบาลรวันดาพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึง)

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2550 (ค.ศ. 2007) ที่ประชุมระดับผู้นำสมัยพิเศษครั้งที่ 5 (5th Extraordinary Summit of the Heads of State) ของประชาคมแอฟริกาตะวันออก (East African Community - EAC)  ซึ่งประกอบด้วยเคนยา แทนซาเนีย และยูกันดา มีมติรับบุรุนดีเข้าเป็นสมาชิก โดยมีผลในวันที่ 1 กรกฎาคม 2550 (ค.ศ. 2007) พร้อมกับรวันดา

นอกจากนี้ บุรุนดียังเป็นสมาชิกสหภาพแอฟริกา (African Union-AU) และตลาดร่วมแห่งภูมิภาค  แอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาตอนใต้ (Common Market for Eastern and Southern Africa – COMESA) ด้วย


เศรษฐกิจและสังคม

บุรุนดีเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล ทรัพยากรธรรมชาติน้อย และเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยและยากจนที่สุดในโลก เนื่องจากระบบเศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากสงคราม กลางเมืองและการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ระบบเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยประชากรร้อยละ 90 ทำเกษตรกรรม

ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจของบุรุนดีมีพัฒนาการที่ดีขึ้น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของบุรุนดีกระเตื้องขึ้นตั้งแต่ปี 2549 (ค.ศ. 2006) เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศมีความมั่นคงมากขึ้น โดยรายได้หลักของประเทศมาจากการส่งออกกาแฟและชา อย่างไรก็ตาม แต่ก็ขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคาในตลาดโลก และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูก

บุรุนดียังต้องพึ่งความช่วยเหลือจากต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ เพราะประชากรในประเทศยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เนื่องจากประชาชนไม่สามารถผลิตอาหารเลี้ยงตนเองได้อย่างเพียงพอ ดังนั้นการพัฒนาเศรษฐกิจจึงมุ่งแก้ไขปัญหาพื้นฐานนี้เป็นอันดับแรก

การพัฒนาอุตสาหกรรมมุ่งผลิตสินค้าที่รับภาระค่าขนส่งได้ อย่างไรก็ดี ด้วยปัญหาความขัดแย้งภายในซึ่งขยายตัวเป็นสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ ทำให้บุรุนดีประสบกับปัญหาเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การพัฒนาเศรษฐกิจของบุรุนดีโดยรวมในระยะยาวเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะการขาดแคลนทรัพยากรที่สำคัญ เช่น ทรัพยากรมนุษย์ ที่ดิน ปศุสัตว์ พืช และสิ่งปลูกสร้าง ฯลฯ ซึ่งถูกทำลายระหว่างสงคราม ในปัจจุบันบุรุนดีจึงพึ่งพาความช่วยเหลือจากนานาชาติ โดยเฉพาะ World Bank และ IMF

บุรุนดียังจำเป็นต้องพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานของบุรุนดียังมีสภาพย่ำแย่ เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามกลางเมือง ทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนยังไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ เยาวชนเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่ได้รับการศึกษา และประชาชนในวัยผู้ใหญ่ติดเชื้อเอดส์ในอัตรา 1 ใน 10

ความสัมพันธ์

สถิติที่สำคัญ ไทย-บุรุนดี (2555)
มูลค่าการค้าไทย-บุรุนดี 1.15 ล้าน USD (ไทยส่งออก 1.09 ล้าน USD ไทยนำเข้า 0.05 ล้าน USD)

สินค้าส่งออกของไทย เคหะสิ่งทอ หนังสือและสิ่งพิมพ์ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ

การท่องเที่ยว ชาวบุรุนดีมาไทย 74 คน

คนไทยในบุรุนดี 1 คน

การตรวจลงตรา ขอรับการตรวจลงตราตามปกติได้ที่สถานเอกอัครราชทูตบุรุนดีประจำจีน

สำนักงานของไทยที่ดูแลบุรุนดี สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไนโรบี

สำนักงานของบุรุนดีที่ดูแลไทย สถานเอกอัครราชทูตบุรุนดีประจำจีน

ความสัมพันธ์ทั่วไป

ประเทศไทยและบุรุนดีได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2531 (ค.ศ. 1988) โดยฝ่ายไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบีมีเขตอาณาครอบคลุมบุรุนดี ในขณะที่ฝ่ายบุรุนดีได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตบุรุนดีประจำกรุงปักกิ่งมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย

รัฐบาลไทยมีมติเห็นชอบให้ส่งกองร้อยทหารช่าง 3 ผลัด จำนวนรวม 525 นาย เข้าร่วมในภารกิจ United Nations Operation in Burundi (ONUB) ในนามของสหประชาชาติ โดยปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2547 – พฤศจิกายน 2549 (ค.ศ. 2004-2006)

ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

ภาวะการค้าระหว่างไทยกับบุรุนดีในปัจจุบันยังมีมูลค่าน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าการค้า ของไทยกับประเทศแถบแอฟริกาตะวันออกอื่น ๆ ปี 2554 (ค.ศ. 2011) มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับบุรุนดี มีมูลค่า 1.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก 1.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่ปรากฏสินค้านำเข้าจากบุรุนดี สินค้าหลักที่ไทยส่งออกไปบุรุนดี ได้แก่ เคหะสิ่งทอ หนังสือและสิ่งพิมพ์ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ

ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม
สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) กระทรวงการต่างประเทศได้ให้ความช่วยเหลือแก่บุรุนดี ดังนี้

(1) ดำเนินโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตยารักษาโรคมาลาเรียร่วมกับรัฐบาลบุรุนดี

(2) เสนอทุนฝึกอบรมให้รัฐบาลบุรุนดีพิจารณาส่งผู้แทนเข้าร่วมในหลายสาขา อาทิ การพัฒนาชุมชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การจัดการความยากจน การพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การจัดการทรัพยากรน้ำ การจัดการด้านการท่องเที่ยว และสาธารณสุข

(3) ดำเนินการจัดตั้งหน่วยผลิตขาเทียม (Prostheses Production Unit) ในบุรุนดีสำหรับ  อดีตทหารผ่านศึก และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในอดีต โดย สพร. ได้ดำเนินการร่วมกับมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
อยู่ระหว่างการพิจารณาความตกลงทั่วไปว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ และบันทึกความเข้าใจด้านสาธารณสุข

การเยือนระดับสูง
ฝ่ายไทย -ยังไม่มี
ฝ่ายบุรุนดี
(1) วันที่ 19 พฤศจิกายน 2542 (ค.ศ. 1999) ประธานาธิบดี Pierre Buyoya    พร้อมด้วยภริยาและคณะ จำนวน 25 คน ได้เดินทางแวะผ่านประเทศไทยเพื่อเดินทางต่อไปยัง              กรุงแอดดิสอาบาบา ซึ่งในโอกาสนั้น ฝ่ายไทยได้ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ประธานาธิบดี Buyoya เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ฯพณฯ นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ได้มอบกระเช้าดอกไม้แก่ประธานาธิบดี Buyoya ด้วย

(2) วันที่ 9-13 กุมภาพันธ์ 2553 (ค.ศ. 2010) นาง Rose Gahiru รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอาชีวศึกษาและการรู้หนังสือบุรุนดี พร้อมด้วยคณะ เดินทางเยือนไทย เพื่อศึกษาดูงานด้านการฝึกอาชีพ

ความตกลงและความร่วมมือ