Tanzania / แทนซาเนีย

สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย
United Republic of Tanzania

Download fact sheet

ข้อมูลทั่วไป

Tanzania / แทนซาเนีย

ที่ตั้ง                                                ประกอบด้วย 2 สาธารณรัฐ คือ สาธารณรัฐ Tanganyikaและสาธารณรัฐ Zanzibar โดยสาธารณรัฐ Tanganyika ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางด้านตะวันออกของทวีปแอฟริกา ทิศเหนือและตะวันออกติดกับเคนยา ยูกันดา และทะเลสาบวิกตอเรีย (Victoria) ทิศใต้ติดกับโมซัมบิก ทิศตะวันตกติดกับรวันดา บุรุนดี สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และทะเลสาบ Tanganyika  ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับแซมเบีย มาลาวี และทะเลสาบมาลาวี ขณะที่สาธารณรัฐ Zanzibar ประกอบด้วย เกาะ Zanzibar และเกาะ Pemba ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากชายฝั่งของสาธารณรัฐ Tanganyika ไปทางตะวันออกประมาณ 40 กิโลเมตร





พื้นที่                                                 883,749 ตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง                                        กรุงโดโดมา (Dodoma)

ประชากร                                          55.57 ล้านคน (ปี 2559)

ภูมิอากาศ                                         แบ่งเป็น 2 ฤดู คือ ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 23 - 27 องศาเซลเซียส และฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 28 - 30 องศาเซลเซียส

ภาษาราชการ                                    อังกฤษ (English) และสวาฮิลี (Swahili)

ศาสนา                                                   ศาสนาคริสต์ ร้อยละ 30 ศาสนาอิสลาม ร้อยละ 35  และความเชื่อดั้งเดิม ร้อยละ 35

หน่วยเงินตรา                                    ชิลลิงแทนซาเนีย อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท เท่ากับ 72.15 ชิลลิงแทนซาเนีย

                                                         (สถานะวันที่ 2 พฤษภาคม 2562)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ           47.43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2559)

รายได้ประชาชาติต่อหัว                   877 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2559)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ                ร้อยละ 7.0 (ปี 2559)

ระบอบการปกครอง                         ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐที่ใช้ระบบกึ่งประธานาธิบดี   โดยมีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นประมุข มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี โดยดำรงตำแหน่งติดต่อกันไม่เกิน 2 วาระประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายจอห์น ปอมเบ โจเซฟ มากูฟูลี (John Pombe Joseph Magufuli) (ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558) และนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นายคาสซิม มาจาลิวา (Kassim Majaliwa) (ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558)


ประวัติศาสตร์โดยสังเขป
สหสาธารณรัฐแทนซาเนียประกอบด้วยสาธารณรัฐ 2 แห่ง ได้แก่ สาธารณรัฐแทนกานยิกา (Tanganyika) และสาธารณรัฐแซนซิบาร์ (Zanzibar) สาธารณรัฐแทนกานยิกาตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกาอาณาเขตทางด้านเหนือและตะวันออกติดกับเคนยาและยูกันดา รวมทั้งทะเลสาบวิกตอเรีย ทิศตะวันตกติดกับรวันดา บุรุนดี สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และทะเลสาบแทนกานยิกา ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับแซมเบีย มาลาวี และทะเลสาบมาลาวี ทิศใต้ติดกับโมซัมบิก ทางเหนือมีภูเขาคิลิมันจาโร (Kilimanjaro) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงสุดในทวีปแอฟริกา ส่วนสาธารณรัฐแซนซิบาร์ ประกอบด้วยเกาะแซนซิบาร์และเกาะเพมบา (Pemba) อยู่ห่างจากชายฝั่งของแทนกานยิกา ประมาณ 40 กิโลเมตร

แต่เดิม แทนกานยิกาเป็นอาณานิคมของเยอรมนี ตั้งแต่ปี 2428-2459 (ค.ศ. 1885-1916) ต่อมา
แทนกานยิกาได้เข้าเป็นดินแดนในอารักขาของสันนิบาตชาติและสหประชาชาติตามลำดับ โดยทั้งสันนิบาตชาติและสหประชาชาติได้มอบให้อังกฤษดูแลแทนกานยิกามาโดยตลอด จนกระทั่งแทนกานยิกาได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2504 (ค.ศ. 1961) โดยมีสถานะเป็นสาธารณรัฐภายใต้เครือจักรภพอังกฤษ

แซนซิบาร์เป็นรัฐสุลต่านภายใต้การอารักขาของอังกฤษ และได้รับเอกราชสมบูรณ์เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2506 (ค.ศ. 1963) ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2507 (ค.ศ.1964) ระบบสุลต่านถูกโค่นล้มโดยการปฏิวัติจากชาวพื้นเมืองแอฟริกัน และเกิดการขับไล่ชาวตะวันตกออกนอกประเทศและสังหารชาวอาหรับนับพันคน

แทนกานยิกาและแซนซิบาร์ได้ตกลงรวมตัวกันเป็นสหสาธารณรัฐแทนซาเนียเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2507 (ค.ศ. 1964) โดยแซนซิบาร์มีสถานะเป็นเขตพิเศษกึ่งปกครองตนเองและมีคณะรัฐบาลของตนเองชื่อ Revolutionary Council of Zanzibar  

การเมืองการปกครอง

ระบอบการปกครอง สาธารณรัฐประชาธิปไตยโดยแบ่งการปกครองออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ

ประธานาธิบดี นายจาคายา มริโซ คิเควเต (Jakaya Mrisho Kikwete) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 21 ธันวาคม 2548

นายกรัฐมนตรี นายมิเซ็นโก ฟินดา (Mizengo Pinda) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 9 กุมภาพันธ์ 2551

รัฐมนตรีต่างประเทศ นายเบอร์นาร์ด เมมเบ (Bernard Membe) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 12 มกราคม 2550

การเมืองการปกครอง 
แทนซาเนียปกครองในระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตยโดยแบ่งการปกครองออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้รับการแก้ไขปรับปรุงครั้งสำคัญ 2 ครั้ง ในปี 2527 (ค.ศ. 1984) และ ปี 2537 (ค.ศ. 1994)

ฝ่ายบริหาร 

ประกอบด้วยประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และคณะรัฐมนตรี โดยประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ ผู้นำรัฐบาล และผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายยาคายา อึมรีโช คีเควเท (Jakaya Mrisho Kikwete) ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตั้งแต่เดือนธันวาคม 2548 (ค.ศ. 2005) และได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2553 (ค.ศ. 2010) ซึ่งจะเป็นสมัยสุดท้ายตามรัฐธรรมนูญ โดยปกติ หากประธานาธิบดีมาจากแซนซิบาร์ รองประธานาธิบดีต้องมาจากแทนกานยิกา ในทางกลับกันหากประธานาธิบดีมาจากแทนกานยิกา รองประธานาธิบดีต้องมาจากแซนซิบาร์

ฝ่ายนิติบัญญัติ 

ระบบรัฐสภาของแทนซาเนียเป็นระบบสภาเดียว เรียกว่า Bunge ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นระบบสภาเดียว มีสมาชิกรัฐสภาจำนวน 357 คน โดยสมาชิกรัฐสภามาจากการเลือกตั้งจำนวน 239 คน 5 คน เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแซนซิบาร์ และ 1 คน เป็นอัยการสูงสุด ส่วนที่เหลือ 102 คน เป็นผู้หญิงที่ได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดี และอีก 10 คน เป็นบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี ส่วนแซนซิบาร์ก็มีรัฐสภาเป็นของตนเองต่างหากเพื่อออกกฎหมายในการปกครอง โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 50 คน จากการเลือกตั้งโดยตรงของชาวแซนซิบาร์ และมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี

ฝ่ายตุลาการ

ประกอบด้วยศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลสูง ผู้พิพากษามาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดี

การแบ่งเขตการปกครอง
รัฐธรรมนูญแทนซาเนียกำหนดให้สาธารณรัฐแซนซิบาร์เป็นอิสระในการบริหารกิจการแซนซิบาร์ทุกประการ ยกเว้นด้านการต่างประเทศ การป้องกันประเทศ การศาล การราชทัณฑ์ และกิจการตำรวจที่รวมกับแทนกานยิกา แทนซาเนียแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 30 เขต ได้แก่ Arusha, Dar es Salaam, Dodoma, Geita, Iringa, Kagera, Kaskazini Pemba (Pemba North), Kaskazini Unguja, (Zanzibar North), Katavi, Kigoma, Kilimanjaro, Kusini Pemba (Pemba South), Kusini Unguja (Zanzibar Central/South), Lindi, Manyara, Mara, Mbeya, Mjini Magharibi (Zanzibar Urban/West), Morogoro, Mtwara, Mwanza, Njombe, Pwani (Coast), Rukwa, Ruvuma, Shinyanga, Simiyu, Singida, Tabora, Tanga

นับตั้งแต่รวมประเทศ แทนซาเนียปกครองโดยระบบพรรคการเมืองเดียวมากว่า 27 ปี จนกระทั่งเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นแบบระบบหลายพรรคในเดือนมิถุนายน 2535 (ค.ศ. 1992) และมีการเลือกตั้งทั่วไปแบบหลายพรรคครั้งแรกในปี 2538 (ค.ศ. 1995)

ปัจจุบัน พรรค Chama Cha Mapinduzi (CCM) ของประธานาธิบดี Kikwete เป็นพรรคการเมืองที่มีอิทธิพลมากที่สุด ประธานาธิบดี Kikwete ได้สร้างฐานอำนาจของตนภายในพรรครัฐบาลให้เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้นโยบายแบบประชานิยม ต่อต้านการทุจริต ปฏิรูประบบเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ในการเลือกตั้งทั่วไปของแทนซาเนียครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2553 (ค.ศ. 2010) ประธานาธิบดี Kikwete ชนะได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 61.1 อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายค้านประท้วงผลการเลือกตั้งดังกล่าว โดยอ้างว่ากระบวนการเลือกตั้งไม่โปร่งใส แต่ไม่เกิดเหตุรุนแรง ต่อมา ในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี Kikwete เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการเคลื่อนไหว และหันมาร่วมมือกัน โดยตนพร้อมที่จะรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อพัฒนาแทนซาเนียไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ปัจจุบัน คณะกรรมการทบทวนรัฐธรรมนูญแทนซาเนีย (Tanzania's Constitutional Review Commission - CRC) อยู่ระหว่างการพิจารณาเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งประเด็นสำคัญที่เป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง คือ การเสนอให้แทนซาเนียมีระบบ 3 รัฐบาล (Three-tier government system) ประกอบด้วย รัฐบาลแทนซาเนีย (Government of Tanzania) รัฐบาลแทนกายิกา (Government of Tanganyika) และรัฐบาลสหภาพ (Union government) แต่รัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของประธานาธิบดี Kikwete ไม่เห็นด้วยกับร่างดังกล่าวและสนับสนุนสถานะทางการปกครองแบบเดิม คือ ระบบสองรัฐบาล (two government system) ซึ่งรายงานฉบับล่าสุด (25 เม.ย. 2557) ของ Economist Intelligence Unit (EIU) คาดการณ์ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวไม่น่าจะได้รับการเห็นชอบและอาจจะต้องตกไป 

การต่างประเทศ
แทนซาเนียเป็นประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด นายจูเลียส อึนเยเรเร (Julius Nyerere) ประธานาธิบดีคนแรกภายหลังการประกาศเอกราช เป็นผู้ก่อตั้งสำคัญคนหนึ่งของกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (Non-Aligned Movement – NAM) รัฐบาลแทนซาเนียมีนโยบายเป็นกลาง เป็นมิตรกับทั้งประเทศเจ้าอาณานิคมเดิม (สหราชอาณาจักรและเยอรมนี) ประเทศที่มีนโยบายสังคมนิยม (กลุ่มสแกนดิเนเวีย และจีน) รวมทั้งประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือรายใหญ่ (สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น) แทนซาเนียเป็นประเทศที่ผู้ให้ความช่วยเหลือเห็นว่า มีพัฒนาการดี และเป็นผู้รับรายใหญ่ของเงินทุนเพื่อการพัฒนา

แทนซาเนียมีนโยบายเป็นมิตรกับประเทศในภูมิภาคแอฟริกา โดยส่งเสริมและกระชับความร่วมมือในระดับภูมิภาค และองค์กรสหภาพแอฟริกา (African Union - AU) แทนซาเนียยังมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เคนยา และยูกันดา โดยทั้งสามประเทศได้ร่วมก่อตั้งประชาคมแอฟริกาตะวันออก (East African Community - EAC)  เมื่อปี 2542 (ค.ศ. 1999) นอกจากนี้ แทนซาเนียเป็นสมาชิก EAC ประเทศเดียวที่เป็นสมาชิกประชาคมเพื่อการพัฒนาแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community - SADC)  ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือด้านเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ ปัจจุบัน รัฐบาลแทนซาเนียมีนโยบายมองตะวันออก (Look-East Policy) โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศในทวีปเอเชียมากขึ้น เนื่องจากวิกฤตทางการเงินในสหรัฐอเมริกาและยุโรปทำให้แทนซาเนียเล็งเห็นศักยภาพทางการเงินและการลงทุนของเอเชีย ซึ่งมีเสถียรภาพทางการเงินสูง

เศรษฐกิจและสังคม

แต่เดิม แทนซาเนียใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมา ช่วงต้นทศวรรษที่ 90 (2533-2543) รัฐบาลจึงได้ริเริ่มการกระตุ้นการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจที่มีประสิทธิภาพต่ำ โดยให้ภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการแทน โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกองทุนการเงินระหว่าง ประเทศ (International Monetary Fund - IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจมีความเป็นเสรีมากขึ้น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้นเรื่อย ๆ และมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน แทนซาเนียวางนโยบายเศรษฐกิจภายใต้กรอบ Poverty Reduction and Growth Facility (PRGF) ของ IMF นอกจากนี้ แทนซาเนียอยู่ในกลุ่มประเทศ Heavily Indebted Poor Countries (HIPC) ของ IMF และธนาคารโลก ซึ่งได้รับประโยชน์เป็นเงินทุนเพื่อการช่วยเหลือและการยกเลิกหนี้ (debt relief) โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศ G8 ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศผู้ให้รายใหญ่ในภูมิภาคแอฟริกา

รัฐบาลแทนซาเนียให้ความสำคัญกับการกระจายฐานการผลิตสู่ภาคอุตสาหกรรม และดำเนินนโยบายเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ แต่การพัฒนาอุตสาหกรรมในแทนซาเนียยังล้าหลัง เนื่องจากปัญหา การขาดแคลนวัตถุดิบและพลังงาน โดยทั่วไปเป็นอุตสาหกรรมในท้องถิ่น และอุตสาหกรรมทดแทนการนำเข้า โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นของรัฐ และเป็นการผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศ

แทนซาเนียมีศักยภาพทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง เนื่องจากการเมืองมีเสถียรภาพและมีทรัพยากรทางธรรมชาติมาก อาทิ แร่ธาตุ อัญมณี และก๊าซธรรมชาติ นอกจากนี้ รัฐบาลแทนซาเนียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว และได้ตั้งศูนย์ส่งเสริมการลงทุน (Tanzania Investment Centre) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนต่างชาติด้วย สาขาการค้าการลงทุนที่มีศักยภาพ ได้แก่ เหมืองแร่และอัญมณี การก่อสร้าง การแปรรูปผลิตผลทางเกษตร และธุรกิจท่องเที่ยว


ความสัมพันธ์

การตรวจลงตรา Visa on Arrival / ขอรับการตรวจลงตราได้ที่สถานเอกอัครราชทูตสหสาธารณรัฐแทนซาเนียประจำประเทศมาเลเซีย

สำนักงานของไทยที่ดูแลแทนซาเนีย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี

สำนักงานของแทนซาเนียที่ดูแลไทย สถานเอกอัครราชทูตสหสาธารณรัฐแทนซาเนียประจำประเทศมาเลเซีย

ความสัมพันธ์ทางการทูต

ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับแทนซาเนียเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2523 (ค.ศ.1980) โดยฝ่ายไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี มีเขตอาณาครอบคลุมแทนซาเนีย ส่วนแทนซาเนียได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตแทนซาเนียประจำมาเลเซีย มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย

วันที่ 22 เมษายน 2557 แทนซาเนียได้ทาบทามขอความเห็นชอบจากรัฐบาลไทยในการแต่งตั้ง ดร.Aziz Ponary Mlima เป็น ออท. แทนซาเนียประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยสถานะล่าสุด อยู่ในระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนการขอความเห็นชอบจากฝ่ายไทย

ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

การค้า

การค้ารวมไทย-แทนซาเนียในปี 2561 (ค.ศ. 2018) มีมูลค่า 170.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 127.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากแทนซาเนีย 43.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้าจำนวน 83.89  ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าส่งออกหลักของไทย ได้แก่ น้ำตาลทราย  เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ข้าว เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องนุ่งห่ม เม็ดพลาสติก
สินค้านำเข้าหลักของไทยได้แก่ สินแร่โลหะ ด้ายและเส้นใย เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช

เมื่อปี 2528 (ค.ศ. 1985) บริษัท แหลมทองค้าข้าว จำกัด ได้ทำการค้าข้าวกับรัฐบาลแซนซิบาร์ โดยได้ส่งมอบข้าว จำนวน 63,400 ตัน ให้แก่รัฐบาลแซนซิบาร์ ทั้งนี้ รัฐบาลแซนซิบาร์ไม่ยอมชำระเงิน โดยมียอดรวมค้างชำระบริษัทฯ 12.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ในปี 2538 (ค.ศ.1995) รัฐบาลแซนซิบาร์ได้ชำระเงินค้างจ่ายจำนวน 7.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงมียอดเงินค้างชำระจำนวน 5.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อมา ในปี 2540 (ค.ศ. 1997) ศาลสูงแห่งรัฐแซนซิบาร์มีคำสั่งศาลชั้นต้น ให้กระทรวงการคลังของรัฐบาลแซนซิบาร์ชำระเงินให้กับบริษัทฯ เป็นจำนวน 69,044,651 ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 25 ปัจจุบัน รัฐบาลแซนซิบาร์ยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ตามคำสั่งศาลดังกล่าว

การลงทุน

แทนซาเนียมีศักยภาพที่จะเป็นตลาดที่สำคัญของไทย เนื่องจากมีเสถียรภาพทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ แทนซาเนียยังเป็นสมาชิกประชาคมแอฟริกาตะวันออก (East African Community – EAC) ซึ่งได้จัดตั้งตลาดร่วมแล้ว และเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 ทำให้สามารถเป็นจุดกระจายสินค้าที่สำคัญของไทยในภูมิภาคได้ด้วย ทั้งนี้ แทนซาเนียเป็นประเทศที่มีศักยภาพเหมาะแก่การลงทุนในหลายด้าน ได้แก่ การท่องเที่ยวและภาคบริการ (อาทิ การโรงแรม ร้านอาหาร สปา) เกษตรกรรม อัญมณีและเครื่องประดับ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน

  ปัจจุบัน มีบริษัทไทยหลายบริษัทมาตั้งฐานการดำเนินธุรกิจในแทนซาเนีย อาทิ บริษัท CPF (ธุรกิจปศุสัตว์) บริษัท CPP (ธุรกิจพืชไร่) บริษัท SCT (ธุรกิจขายวัสดุก่อสร้าง และสินค้าอื่น ๆ ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัท SCT ได้ปิดทำการตั้งแต่ปี 2555 (ค.ศ. 2012) เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจ โดยการจัดตั้งตัวแทน (Local sales representative) ที่อยู่ในพื้นที่เพื่อทดแทนการมีสำนักงานเป็นของตัวเอง และทดแทนการส่งพนักงานไทยเข้าไปประจำในพื้นที่แทน เนื่องจากสภาพภูมิประเทศและปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานไทยในท้องที่) และบริษัททำเหมืองอัญมณี เนื่องจากแทนซาเนียมีเสถียรภาพทางการเมืองดี มีระบบกฎหมายที่ชัดเจน และมีท่าเรือที่เมืองดาร์เอสซาลาม (Dar es Salaam) เป็นจุดเชื่อมต่อการส่งสินค้าจากต่างประเทศสู่ประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล

การท่องเที่ยว

ในปี 2561 มีนักท่องเที่ยวชาวแทนซาเนียเดินทางมาไทยจำนวน 2,219 คน และมีคนไทยในแทนซาเนียจำนวน 99 คน (ข้อมูลจาก สอท. ณ กรุงไนโรบี ปี 2561)

ความสัมพันธ์ด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนา 
ไทยเริ่มให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่แทนซาเนียตั้งแต่ปี 2529 (ค.ศ. 1986) โดยจัดฝึกอบรมด้านการศึกษาและการจัดระบบสาธารณูปโภคตามคำขอของ United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization (UNESCO) และ International Civil Aviation Organization (ICAO) ในลักษณะ Third Country Training Programme ไทยให้ทุนฝึกอบรมทางวิชาการแก่แทนซาเนียในสาขาต่างๆ ปีละ 1 - 2 ทุน อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ แทนซาเนียเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายภายใต้ความร่วมมือไตรภาคีไทย-ญี่ปุ่น-แอฟริกา ในสาขาเกษตรและสาธารณสุขอีกด้วย

  ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทยและแทนซาเนียส่วนใหญ่อยู่ในรูปของทุนฝึกอบรมประจำปี (AITC) โดยสาขาที่แทนซาเนียให้ความสนใจส่งผู้แทนมาเข้าร่วมการอบรม เช่น สาธารณสุข OTOP การทูต และการท่องเที่ยว

ทุนฝึกอบรม

โรคมาลาเรีย 
-การจัดฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคมาลาเรียให้แก่ประเทศในภูมิภาคแอฟริกา โดยแทนซาเนียได้ส่งผู้แทนมาเข้าร่วมการอบรม ดังนี้

-หลักสูตร International Training Course on the Management of Malaria ระหว่างวันที่ 26 ก.ย. - 7 ต.ค. 2548

-หลักสูตร Malaria Prevention and Control ระหว่างวันที่ 6 ก.พ.- 3 มี.ค. 2549

โรคเอดส์ 
-หลักสูตร STIs/HIV Laboratory Diagnosis ระหว่างวันที่ 21 ก.ย. - 2 ต.ค. 2552 โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากประเทศแทนซาเนีย 2 คน

OTOP 
          การจัดฝึกอบรม/ดูงานด้าน OTOP หลักสูตร Economic Development with OTOP ให้แก่ประเทศในกลุ่มแอฟริกาตะวันออก จำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ เคนยา ยูกันดาและแทนซาเนีย ประเทศละ 4 คน ระหว่างวันที่ 13 - 26 ก.ค. 2549 เพื่อสานต่อการเดินทางเยือนเคนยาและยูกันดาของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายปรีชา เลาหพงษ์ชนะ) เมื่อกรกฎาคม 2548

ความสัมพันธ์ด้านการทูต 
- หลักสูตร Diplomatic Skills for Professionals in International Affairs ร่วมกับมหาวิทยาลัยรังสิต ระหว่าง 7 ส.ค.- 4 ก.ย.2554 ผู้รับทุนชาวแทนซาเนียเข้าร่วม 1 คน

-หลักสูตร Advanced Workshop Diplomatic Skills for Official and Business Application ระหว่างวันที่ 4 - 17 ส.ค. 2556 ผู้รับทุนชาวแทนซาเนียเข้าร่วม 2 คน

ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว 
- หลักสูตร Sustainable Tourism Management จัดระหว่างวันที่ 3 พ.ย. - 1 ธ.ค. 2556 ผู้รับทุนชาวแทนซาเนียเข้าร่วม 4 คน

ทุนฝึกอบรมหลักสูตรนานาชาติประจำปี (Annual International Training Course: AITC) 
สพร. ได้แจ้งเวียนทุน AITC แก่แทนซาเนียตั้งแต่ปี 2541 มีผู้รับทุนชาวแทนซาเนียได้รับคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรด้านการเกษตร การสร้างรายได้และลดความยากจน ความมั่นคงทางอาหาร การจัดการชายฝั่ง และการจัดการน้ำเป็นต้น

ความร่วมมือในปัจจุบัน 

จากผลการเยือนโมซัมบิก ยูกันดา และแทนซาเนียของนรม. ระหว่างวันที่ 29 ก.ค. - 2 ส.ค. 2556 สพร.ได้เสนอให้ทุนศึกษาปริญญาโท จำนวน 10 ทุน และทุนฝึกอบรมในสาขาที่แทนซาเนียต้องการ ซึ่งแทนซาเนียได้แจ้งสาขาที่ประสงค์จะขอรับทุนปริญญาโทและทุนฝึกอบรมแล้ว ได้แก่ สาขาพัฒนาการเกษตร การพัฒนาอุตสาหกรรม การทำเหมือง การพัฒนาการท่องเที่ยว การค้าระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การบริหารจัดการภาครัฐ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการด้าน ICT เป็นต้น และสพร.ได้แจ้งให้ฝ่ายแทนซาเนียเสนอชื่อพร้อมใบสมัครผ่าน สอท. ณ กรุงไนโรบี แล้ว

การเยือนที่สำคัญ

ฝ่ายไทย

ระดับพระราชวงศ์

          (1) พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณ์อดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เยือนแทนซาเนียอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนกันยายน 2537 (ค.ศ. 1994)

          (2) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิรลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนแทนซาเนีย 
ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ UNHCR เพื่อทอดพระเนตรโครงการของ Refugee Education Trust ที่เมือง Kigoma เมื่อเดือนมีนาคม 2546 (ค.ศ. 2003)

ระดับรัฐบาล

          (1) นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนแทนซาเนียอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนมีนาคม 2536 (ค.ศ. 1993)

          (2) นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี เยือนแทนซาเนียอย่างเป็นทางการ 
ระหว่างวันที่ 24 - 26 สิงหาคม 2549 (ค.ศ. 2006)

          (3) นายปรีชา ผ่องเจริญกุล ประธานคณะกรรมการพัฒนาธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับไทย และที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนเยือนแทนซาเนียระหว่างวันที่ 18 - 19 มีนาคม 2554 (ค.ศ. 2011) เพื่อแสวงลู่ทางการดำเนินธุรกิจอัญมณี

          (4) นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา นำคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนเยือนแทนซาเนียระหว่างวันที่ 12 - 14 กันยายน 2554 (ค.ศ. 2011) เพื่อแสวงหาลู่ทางการค้าและการลงทุน

          (5) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนแทนซาเนียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2556 (ค.ศ. 2013)

ฝ่ายแทนซาเนีย

          (1) นาย Julius Nyerere อดีตประธานาธิบดีแทนซาเนียในฐานะประธาน South Commission เดินทางเยือนไทย เมื่อเดือนมีนาคม 2531 (ค.ศ. 1988) และเข้าพบหารือกับรองนายกรัฐมนตรี (นายพงษ์ 
สารสิน) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

          (2) นาย Joseph F. Mbwiliza รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ำ พลังงาน และเหมืองแร่แทนซาเนีย เดินทางเยือนไทยอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อเดือนมีนาคม 2537 (ค.ศ. 1994) เพื่อเข้าร่วมงานนิทรรศการ Bangkok Gems and Jewelry Fair ตามคำเชิญของกระทรวงพาณิชย์ได้เข้าเยี่ยมคารวะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ)

          (3) นาย Frederick T. Sumaye นายกรัฐมนตรีแทนซาเนียเยือนไทย ระหว่างวันที่ 15 - 18 ตุลาคม 2541 (ค.ศ. 1998)

          (4) นาย Edward Lowassa นายกรัฐมนตรีแทนซาเนียเยือนไทย ระหว่างวันที่ 1 - 4 กันยายน 2549 (ค.ศ. 2006)

          (5) นายมิเซ็นโก พินดา (Mizenko Pinda) นายกรัฐมนตรีแทนซาเนียเดินทางแวะผ่านไทย เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2553 (ค.ศ. 2010)

          (6) นายยาคายา อึมรีโช คีเควเท (Jakaya Mrisho Kikwete) ประธานาธิบดีแทนซาเนียทาบทามเยือนไทยเมื่อปี 2554 แต่ได้เลื่อนการเยือนออกไป และได้ทาบทามการเยือนอีกครั้งเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ต่อมา ประธานาธิบดีแทนซาเนียได้เชิญนายกรัฐมนตรีเยือนแทนซาเนียและเลื่อนการเยือนประเทศไทยออกไปก่อน

          (7) นาย John Haule ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ แทนซาเนียได้เดินทางเยือนประเทศไทยตามคำเชิญของปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเข้าร่วมหารือกับปลัดกระทรวงฯ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2556 ที่ กรุงเทพฯ และเข้าร่วมการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสไทย-แอฟริกา ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 6 - 8 กันยายน 2556 ณ หัวหิน

ข้อมูลด้านกงสุล


ความตกลงและความร่วมมือ

  • ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ
    วันที่ลงนาม 26 สิงหาคม 2545