การเริ่มต้นประกอบธุรกิจร้านอาหารไทยในประเทศอินเดีย


อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศอินเดียเป็นผลจากการพัฒนาของประเทศและการเติบโตอย่างรวดเร็วของประชากรชนชั้นกลาง ผู้บริโภคในประเทศอินเดียเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารตามกระแสการเปลี่ยนแปลงไปของโลก โดยหันมาบริโภคอาหารที่มีความหลากหลายจากชาติต่าง ๆ มากขึ้น จนทำให้มีผู้ประกอบการร้านอาหารนานาชาติมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ เช่น ร้านอาหารอิตาลี เม็กซิกัน ญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง และร้านอาหารยุโรป นอกจากนี้ อาหารไทย จีน และ อาหารอเมริกัน ยังเป็นที่นิยมของคนอินเดียอีกด้วย แนวโน้มที่เกิดขึ้นนี้นำไปสู่การเติบโตในภาคอุตสาหกรรมอาหารอย่างมาก ซึ่งขณะนี้ขนาดของตลาดมีมูลค่าประมาณ 247,680 ล้านรูปี โดยปี 2561 คาดว่าจะเติบโตถึง 408,040 ล้านรูปี  รายได้ที่เพิ่มขึ้นของประชากร การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรวัยทำงานในเมือง การคุ้มครองผู้บริโภค สิ่งเหล่านี้กระตุ้นให้คนอินเดียบริโภคอาหารนอกบ้านมากขึ้น ดังนั้นอุตสาหกรรมอาหารในประเทศอินเดียมีการเติบโตและจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทางเลือกของการลงทุน

ในการลงทุนธุรกิจร้านอาหารมักจะมีทางเลือกในการลงทุนไม่มากนัก คือ นักลงทุนต้องการลงทุนทั้งหมดร้อยละ 100 หรือลงทุนร่วมกับอินเดียเท่านั้น หากการลงทุนเองทั้งหมดจะถูกจัดเป็นธุรกิจของต่างชาติซึ่งเป็นประเภทธุรกิจที่ไม่ได้รับการส่งเสริมจึงไม่ได้สิทธิประโยชน์แต่อย่างใด

ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีระเบียบ ข้อบังคับทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อดำเนินงานธุรกิจอย่างถูกต้อง ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการขอใบอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่น ที่ขึ้นตรงต่อรัฐเพื่อทำการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ ใบอนุญาตต่างๆที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับระเบียบกฎหมายของแต่ละรัฐ เช่น ใบอนุญาตความปลอดภัยทางด้านอาหาร และรวมไปถึงการเสียภาษีต่าง ๆ เช่น Service Tax , VAT Registration และเครื่องหมายทางการค้า (Trademark) ในเบื้องต้นผู้ประกอบการอาจจะต้องหารือกับที่ปรึกษาข้อมูลการดำเนินการในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดตั้งร้านจะต้องปรึกษาผ่านทนายความ การเสียภาษี ธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ปรึกษาผ่านผู้ตรวจสอบบัญชี เป็นต้น

การจัดตั้งนั้นมี 2 รูปแบบ คือการเปิดธุรกิจแบบลงทุนร่วมกับคนอินเดีย (Partnership) และการเปิดธุรกิจแบบไม่มีหุ้นส่วน (Proprietorship) การจัดตั้งแบบมีหุ้นส่วนจะง่ายต่อการดำเนินการด้านเอกสารเพราะหุ้นส่วนเป็นคนในพื้นที่ สามารถจัดการการดำเนินการขั้นตอนต่างๆได้ ในส่วนของการเปิดธุรกิจสำหรับแบบไม่มีหุ้นส่วนผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องศึกษาข้อกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่จำเป็น รวมไปถึงรายละเอียดต่าง ๆ ในส่วนของตัวผู้ประกอบการจะต้องเตรียมเอกสารที่จำเป็นต่อการดำเนินการ เช่น การจัดตั้งร้านและใบอนุญาต ใบอนุญาตแรงงาน และรวมไปถึงเรื่องธุรกรรมทางการเงิน


ความปลอดภัยและมาตรฐานตามพระราชบัญญัติอาหาร 

 ร้านอาหารทุกร้านต้องได้รับใบอนุญาตประกอบการธุรกิจอาหารจากหน่วยงานความปลอดภัยและมาตรฐานอาหารของประเทศอินเดียหรือ Food Safety and Standards Authority of India (FSSAI) ซึ่งมี อำนาจหน้าที่ในการออกใบอนุญาตสำหรับร้านอาหาร ซึ่งใบอนุญาตประกอบธุรกิจเปิดร้านอาหารจะได้มีอายุ 1 ปีและสามารถต่ออายุได้


ใบอนุญาตร้านค้าและสถานประกอบการ

ร้านค้าและสถานประกอบการจะอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมโดยกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นการควบคุมนายจ้างหรือเจ้าของกิจการในการปฏิบัติต่อพนักงานหรือลูกจ้างภายในร้าน เช่น ชั่วโมงการทำงานในช่วงเวลาสำหรับพนักงาน วัน เวลา การเปิดและปิด วันหยุดต่าง ๆ และการทำงานล่วงเวลา กฎหมายสำหรับการจ้างงานเด็ก การลาหยุดประจำปี การลาคลอด และการลาป่วย ฯลฯ ร้านค้าและสถานประกอบการนั้นจะได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงแรงงานและการจ้างงานของอินเดีย (Ministry of Labor and Employment)


การเสียภาษีการบริการร้านอาหาร

 ในปีพ.ศ. 2555 เป็นต้นมา ผู้ประกอบการต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้เสียภาษี โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านอาหารที่มีเครื่องปรับอากาศและให้บริการจำหน่ายสุรา ซึ่งร้านอาหารดังกล่าวจำเป็นจะต้องขึ้นทะเบียนภาษีหากยอดขายประจำปีมากกว่า 1 ล้านรูปี โดยปัจจุบันภาษีบริการ (Service Tax) จะต้องชำระในอัตราร้อยละ 4.94 และผู้ประกอบการจะต้องเสียภาษีบริการที่ The Central Board of Excise and Customs


การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับร้านอาหาร

 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ถูกจัดเก็บผ่านรัฐบาลของรัฐในการขายสินค้าและอาหาร ดังนั้นร้านอาหารจะขึ้นทะเบียนเป็นผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากหน่วยงานรัฐแต่ละรัฐมีอัตราที่แตกต่าง ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีทางการค้า (Sale Tax) ที่ Sales/Commercial Tax Department

           ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางด้านศาสนา และวัฒนธรรม จึงทำให้ในแต่ละภูมิภาคของประเทศอินเดียมีความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมการบริโภคอาหารที่ต่างกัน ทั้งนี้ผู้ที่สนใจธุรกิจร้านอาหารจำเป็นที่จะต้องทำการศึกษาหาข้อมูลทางด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคอินเดียในบริเวณที่จะดำเนินธุรกิจ เช่น คนอินเดียชอบใช้เกลือในการปรุงแต่งรสชาติอาหาร โดยคนส่วนใหญ่ของประเทศนับถือศาสนาฮินดูโดยความเชื่อที่ไมให้ฆ่าสัตว์ ดังนั้นอาหารประเภทมังสวิรัติจึงเป็นที่นิยม นอกจากนี้ คนอินเดียชอบรับประทานอาหารว่างระหว่างมื้อหรือที่เรียกว่า ชาด (Chaat)

   ในปัจจุบัน คนอินเดียจำนวนมากไปเที่ยวประเทศไทยและมีประสบการณ์ในการรับประทานอาหารไทยมากขึ้น ทำให้เกิดความชื่นชอบในอาหารไทยในหลายเมนูทั้งคาวและหวาน ซึ่งจากการสำรวจเมนูยอดนิยมของคนอินเดียจากร้านอาหารไทย พบว่าคนอินเดียชอบรับประทานอาหารประเภทแกงกะทิ ต้มข่าไก่ ผัดเผ็ด ผัดพริก ส้มตำ ต้มยำ ปลาราดพริก และอาหารประเภทผัด เช่น ผัดไทยกุ้งสด ส่วนอาหารหวานนั้นก็เป็นจำพวกข้าวเหนียวมะม่วง ทับทิมกรอบ และสังขยา เป็นต้น

            กล่าวโดยสรุป การเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคอินเดียตามแนวโน้มการบริโภคของโลกที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านอาหารนานาชาติจากประเทศต่าง ๆ เข้ามาลงทุนเปิดร้านอาหารในประเทศอินเดีย พร้อมกับโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐอินเดียที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารที่เข้ามาลงทุนในประเทศให้ง่ายมากยิ่งขึ้น และในส่วนของร้านอาหารไทยที่เปิดกิจการในประเทศอินเดียก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคอินเดีย

 

ไทย.jpg


**********************************************

 

 สคร. มุมไบ

วันที่ 12 มิถุนายน 2559



 


หากท่านใดต้องการเผยแพร่บทความหรือข้อมูลจากเว็บไซต์ เพื่อความรู้หรือประโยชน์ทางการศึกษา โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจน

และกรุณาแจ้งให้ทราบที่   »  E-mail : sameaf.info@gmail.com