thai

Middle Asia : Tips

  
27/06/2011

รู้จักประเทศอิหร่าน

                   อิหร่านเป็นประเทศมุสลิมที่แตกต่างกับประเทศมุสลิมอื่นๆในภูมิภาคตะวันออก กลางและแอฟริกาเหนือ เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ของประเทศอิหร่านมีเชื้อชาติเปอร์เซีย และใช้ภาษาเปอร์เซียหรือฟาร์ซีเป็นภาษาหลัก


                  ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ มิได้ประกอบแต่เพียงชนชาติอาหรับเท่านั้น อันที่จริงแล้วภูมิภาคแห่งนี้ประกอบด้วยเชื้อชาติหลากหลายเชื้อชาติซึ่งอยู่ ภายใต้ประเทศต่างๆ และสำหรับเชื้อชาติที่มากที่สุดในตะวันออกกลาง ได้แก่ เชื้อชาติอาหรับ ซึ่งตั้งรกรากอยู่ตั้งแต่บริเวณอ่าวเปอร์เซียไล่ไปจนถึงแอฟริกาเหนือ ตามมาด้วยลำดับที่ 2 ได้แก่ เชื้อชาติเปอร์เซียซึ่งอยู่ที่ประเทศอิหร่าน และนอกจากนี้ก็ยังมีเชื้อชาติเติร์กซึ่งอยู่ในตุรกีเป็นส่วนใหญ่และบริเวณ แถบเอเชียกลางก็เช่นเดียวกัน เชื้อชาติเคิร์ดก็เป็นอีกเชื้อชาติหนึ่งที่ปรากฎอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ แต่อย่างไรก็ตามชาวเคิร์ด ณ เวลานี้ก็ยังไม่มีประเทศเป็นของตนเอง ทำให้ชาวเคิร์ดได้กระจายอยู่ตามประเทศต่างๆ เช่น อิหร่าน ตุรกี ซีเรีย อิรัก และอีกชนชาติหนึ่งคือชนชาติยิว ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประเทศอิสราเอลและอยู่นอกประเทศอิสราเอลบ้าง แต่ก็ยังมีชนชาติเล็กๆอีกเช่น ชาวเบอร์เบอร์ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองในเขตแอฟริกาเหนือ
                  สำหรับประเทศอิหร่านนั้น ประชากรส่วนใหญ่จะเป็นชาวเปอร์เซีย ไม่ใช่ชาวอาหรับ และภาษาที่ใช้คือภาษาเปอร์เซีย อันมีที่มาจากคำว่า พาร์ ฟาร์หรือฟาร์ซี (Farsi) ซึ่งเป็นชื่อเมืองๆหนึ่ง ชื่อเมือง ฟาร์ อยู่ในประเทศอิหร่าน
                      ประเทศอิหร่านมีลักษณะคล้ายตัวหอยทาก มีพรมแดนติดกับอ่าวโอมาน อ่าวเปอร์เซีย ทะเลแคสเปียน ทางด้านตะวันออกติดกับประเทศอัฟกานิสถาน ปากีสถาน ทางเหนือติดกับประเทศอาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจานและประเทศเติร์กเมนิสถาน ส่วนทางด้านตะวันตกติดกับอิรักและตุรกี มีพื้นที่ประมาณ 1.6 ล้าน ตร.กม. เมืองหลวงคือ กรุงเตหะราน แท้ที่จริงแล้วประเทศอิหร่านมีชื่อเต็มว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านโดยมีผู้นำสูงสุดคือ อยาตุลเลาะห์ อาลี โฮไซนี คาเมเนอี (Ayatollah Seyyed Ali Hosseini Khamenei) เป็นนักบวช และมีประธานาธิบดี คือ นายมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) ซึ่งนับว่าเป็นบุคคลที่ได้สร้างสีสันให้กับแวดวงการเมืองระหว่างประเทศอย่าง มาก ขณะนี้อิหร่านมีประชากรประมาณ 73 ล้านคนประกอบด้วยชนชาติเปอร์เซียร้อยละ 50 และประกอบด้วยชนชาติอื่นๆอีก คือ ชนชาติเคิร์ด อาหรับ เติร์กเมนและอาเซอร์รี
                      นอกจากนี้แล้ว ศาสนาเป็นองค์ประกอบอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ประเทศอิหร่านแตกต่างจากประเทศ ตะวันออกกลางและประเทศโลกมุสลิมอื่นๆ กล่าวคือ ศาสนาอิสลามประจำประเทศอิหร่านเป็นศาสนาอิสลามนิกายชีอะต์ ซึ่งมีประชากรนับถือเป็นร้อยละ 59 ตามด้วยนิกายซุนนีร้อยละ 9 และนอกนั้นมีผู้นับถือศาสนาคริสต์และศาสนายิวอีกด้วย ศาสนาที่สำคัญของอิหร่านในสมัยก่อน คือ บาไฮและโซโรแอสเตอร์ คือการนับถือบูชาไฟ
                    ตามที่ได้กล่าวไปในตอนต้นแล้วว่าภาษาหลักของประเทศอิหร่านคือภาษาฟาร์ซี ซึ่งเป็นภาษากลุ่มอินโดยูโรเปียน ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกันกับหลายๆภาษาในเอเชีย ในยุโรป และหนึ่งในนั้นคือ ภาษาสันสกฤต ภาษาฟาร์ซีเป็นภาษาที่ไพเราะเพราะพริ้งมาก เพราะมีลักษณะเหมือนท่วงทำนองของเสียงเพลงที่มีขึ้นมีลง ไม่แพ้ภาษาอาหรับ สำหรับคนที่เคยเรียนภาษาฟาร์ซีนั้นมีความรู้สึกว่า ภาษาฟาร์ซีเป็นภาษาที่ง่ายกว่าภาษาอาหรับ ทั้งนี้ด้วยความที่ภาษาฟาร์ซีเป็นภาษาในกลุ่มอินโดยูโรเปียน ทำให้คำบางคำของภาษาฟาร์ซีมีลักษณะคล้ายกับภาษาอื่นๆในกลุ่มเดียวกัน เช่น ภาษาสันสกฤต ภาษาอังกฤษ เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น คำว่า แม่ ใช้คำว่า “มาดะห์” คล้ายคลึงกับคำว่า “มารดา” หรือคำว่า “บิดะห์” ก็คือ พ่อ ก็คือ “บิดา” นั่นเอง และยังมีคำว่า ป่า ภาษาฟาร์ซีเรียกว่า “เจงกาลี” คล้ายกับคำว่า “จังเกิล” ในภาษาอังกฤษ
                    ในปัจจุบัน สินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศอิหร่านก็คือน้ำมัน อิหร่านส่งออกน้ำมันประมาณร้อยละ 85 ของน้ำมันที่ผลิตได้ทั้งหมด ทั้งนี้ยังมีปริมาณน้ำมันสำรองประมาณ 133 พันล้านบาร์เรล หรือเทียบเท่าเป็นปริมาณร้อยละ 10 ของปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลก นับเป็นอับดับ 4 รองจากซาอุดีอาระเบีย อิรักและแคนาดา นอกจากนี้ยังมีก๊าซธรรมชาติร้อยละ 16 ของปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองทั่วโลก นับว่ามากเป็นอับดับ 2 รองจากรัสเซีย ประเทศอิหร่านสามารถผลิตน้ำมันได้ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ปริมาณการส่งออก 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันสูงเป็นอับดับ 2 ของกลุ่มโอเปค ส่วนก๊าซธรรมชาติอิหร่านมีอัตราการผลิตประมาณ 83 พันล้านคิวบิกเมตรและปริมาณการส่งออก 3.5 พันล้านคิวบิกเมตร นอกจากนี้อิหร่านก็ได้ส่งออกผลไม้ ถั่ว เหล็ก เคมีภัณฑ์และที่สำคัญคือ พรมเปอร์เซียอันเลื่องชื่อในด้านความละเอียดอ่อน การถักทอพรมและความสวยงาม ซึ่งบางผืนอาจมีราคาขึ้นถึงหลักล้านก็เป็นได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับวัสดุและความประณีตของชิ้นงาน ความนุ่มและลวดลาย ทำให้การมองในแต่ละด้านของพรมมีความแตกต่าง มีเหลี่ยม มีลาย มีแสงเงาและเหล่านี้เองที่ทำให้พรมเปอร์เซียมีชื่อเสียงไปทั่วโลก และสำหรับประเทศคู่ค้าสำคัญของอิหร่าน ได้แก่ จีน รัสเซีย สหภาพยุโรป ตุรกี ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ อิหร่านได้นำเข้าในลักษณะของวัตถุดิบทางด้านอุตสาหกรรม สินค้าประเภทเครื่องจักร ผลิตภัณฑ์อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภคและอาวุธยุทธภัณฑ์ ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว นำเข้าจากเยอรมันนี ฝรั่งเศส อิตาลี จีน เกาหลีใต้และรัสเซีย

                    เดิมทีก่อนจะมาเป็นสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ประเทศอิหร่านมีประวัติศาสตร์การปกครองแบบระบอบกษัตริย์ โดยกษัตริย์องค์สุดท้าย คือ พระเจ้ามูฮัมหมัด เรซา ชาห์ ปาห์ลาวี (Mohammad Reza Shah Pahlavi) แห่งราชวงศ์ปาห์ลาวี (Pahlavi) (คำว่า ชาห์ เป็นศัพท์เปอร์เซียเก่า มีความหมายว่ากษัตริย์) ต่อมาได้เกิดการปฏิวัติอิสลามในประเทศอิหร่าน เมื่อปี 1979 ทำให้พระเจ้าชาห์จำเป็นต้องเสด็จลี้ภัยไปต่างประเทศ และเสด็จสวรรคตเมื่อปี 1980 ที่ประเทศอิยิปต์ ปัจจุบันสมาชิกราชวงศ์ปาลาวีอาศัยอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา

                    การปฏิวัติอิสลามนำโดยท่านอยาตุลเลาะห์ โคไมนี (Ayatollah Khomeini) ซึ่งเคยเป็นผู้นำศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ ท่านประกาศเปลี่ยนแปลงระบอบปกครองประเทศจากอิหร่านเป็นสาธารณรัฐอิสลาม อิหร่าน โดยใช้หลักการทางศาสนาอิสลาม การปกครองรูปแบบเทวาธิปไตย ซึ่งเป็นแนวทางการปกครองประเทศ การปฏิบัติตนในสังคม รวมทั้งการแต่งกายก็ถือตามหลักศาสนาอิสลามเป็นหลัก นอกจากนี้ท่านก็มีนโยบายต่อต้านอิทธิพลของโลกตะวันตก ทั้งนี้ผู้นำสูงสุดคือท่านอยาตุลเลาะห์ทั้งหลายต่างถือว่าเป็นผู้นำทางด้าน ศาสนาจักรและอาณาจักร ถือเป็นประมุขสูงสุดของประเทศ ภายหลังจากการเสียชีวิตของท่านอยาตุลเลาะห์โคไมนี ในปี 1980 อิหร่านก็มีการเลือกตั้งผู้นำสูงสุดท่านใหม่คือท่านอยาตุลเลาะห์ อาลี โฮไซนี คาเมเนอี ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดคนปัจจุบัน

                    อย่างไรก็ดี สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้เกิดการแข่งขันของกลุ่มการเมืองในประเทศระหว่าง สายอนุรักษ์นิยมเคร่งศาสนากับกลุ่มปฏิรูปหัวก้าวหน้า ทั้งนี้ปี 2004 กลุ่มอนุรักษ์นิยมได้รับชัยชนะเลือกตั้ง ส่งผลให้อิหร่านมีนโยบายกลับไปเป็นอนุรักษ์นิยมและต่อต้านตะวันตกอีกครั้ง เห็นได้จากตอนนี้โครงการและนโยบายของอิหร่านในการพัฒนานิวเคลียร์ ซึ่งก็ได้รับการคัดค้านจากหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา แต่ประเทศอิหร่านได้อ้างว่า อิหร่านต้องการจะพัฒนาโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติ ดังเช่นประเทศต่างๆทั่วไป ที่มีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานที่ปัจจุบันมีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ

                    ประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปี 2005 ด้วยเสียงสนับสนุนประมาณร้อยละ 62 และต่อมาการเลือกตั้งในปี 2009 ประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาด ก็ได้รับการเลือกตั้งกลับเข้ามาอีกครั้ง แต่ผู้นำฝ่ายค้านคือ ท่านมุสซาวี กล่าวว่าท่านก็ชนะ ทำให้เกิดการประท้วงโดยนักศึกษา ประชาชนออกมาเรียกร้อง การประท้วงครั้งนี้ทำให้ข่าวของประเทศอิหร่านเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกเลยที เดียว

                    สำหรับนโยบายทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอิหร่านในปัจจุบันเป็นการเน้น การกระจายรายได้ การให้บริการสวัสดิการสังคมแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง การสนับสนุนให้ภาคเอกชนของอิหร่านมีบทบาททางเศรษฐกิจมากขึ้น และยังสนับนุนให้มีการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ในการขุดเจาะแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ในแบบที่เรียกว่า รูปแบบโครงสร้างบริหารส่งมอบ (Build operate transfer) และสำหรับด้านการนำเข้าและการส่งออก อิหร่านเน้นนโยบายรักษาดุลการค้าระหว่างประเทศและปกป้องอุตสาหกรรมภายใน ประเทศ โดยมีการประเมินและปรับปรุงมาตรการในการนำเข้าในเดือนมีนาคมของทุกปี เหตุที่ต้องเป็นเดือนมีนาคม เนื่องจากประเทศสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านถือว่าปีของประเทศสิ้นสุดตามปฏิทิน อิหร่าน ประมาณเดือนมีนาคม (ปีใหม่ของอิหร่านเรียกว่า โน รุสNorooz)

                    อย่างไรก็ตามประเทศสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านไม่ได้เป็นสมาชิกองค์กรการค้าโลก ทำให้อิหร่านสามารถปรับระบบภาษีได้อย่างเสรี เพราะฉะนั้นภาษีนำเข้าในอิหร่านจึงสูงซึ่งตรงกับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งมีความต้องการกีดกันชาติตะวันตก ดังนั้นของนำเข้าจากชาติตะวันตกก็มีราคาสูงตามไปด้วย



                     ประเทศอิหร่านเป็นประเทศที่มีความสำคัญและมีประวัติศาสตร์ยาวไกล มีนโยบายทางด้านการต่างประเทศที่มุ่งตะวันออก เพื่อหาพันธมิตรทางการเมือง ทางด้านการค้าในเอเชียตะวันออก และต้องการมีบทบาทในโลกมุสลิม แต่การที่กลุ่มอนุรักษ์นิยมเข้ามามีอำนาจมากขึ้น ทำให้นโยบายต่างประเทศอิหร่านก็อาจมีลักษณะการเผชิญหน้ามากขึ้นกับประเทศ สหรัฐอเมริกาและประเทศอิสราเอล ก่อนที่ประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาดจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี ประมาณปี 1999 ประธานาธิบดีมูฮัมหมัด คาตามี (Mohammad Khatami) ที่เพิ่งจะได้รับการเลือกเป็นประธานาธิดีมีแนวคิดแบบเสรีนิยม ท่านมีนโยบายที่จะเปิดประเทศ และนโยบายที่จะเสวนาระหว่างวัฒนธรรม คือมี Dialogue กับตะวันตกและอารยธรรมอื่นๆ ในขณะนั้น ทุกคนต่างคาดหวังว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงกับอิหร่านเมื่อท่านประธานาธิบดี คาตามีขึ้นมาดำรงตำแหน่ง โดยหวังว่าอิหร่านจะเข้ามาเป็นพันธมิตรกับตะวันตกอีกครั้งหนึ่ง เพราะก่อนการปฏิวัติอิสลาม 1979 พระเจ้าชาห์ได้มีนโยบายที่เป็นพันธมิตรกับโลกตะวันตกเช่นกัน

                     ท้ายที่สุดนี้ขอกล่าวถึงสิ่งที่ขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของประเทศสาธารณรัฐอิส ลามอิหร่าน หลายๆคนคงจะรู้จักไข่ปลาคาเวียร์ ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าที่ราคาแพงมาก หลายคนคิดว่าไข่ปลาคาเวียร์(ซึ่งจริงๆแล้วมาจากปลาสเตอร์เจียน)มาจากประเทศ รัสเซียเสียส่วนใหญ่ แต่แท้จริงแล้วนั้นอิหร่านก็เป็นประเทศหนึ่งที่ส่งออกไข่ปลาคาเวียร์มากรอง จากรัสเซีย ได้มีบุคคลผู้มีรสนิยมสูงรับประกันว่าไข่ปลาคาเวียร์จากอิหร่านอร่อยและมี คุณภาพดีไม่แพ้ไข่ปลาคาเวียร์ที่มาจากที่อื่น เพราะหากดูจากแผนที่แล้ว

                      ภูมิศาสตร์ ที่ตั้งของประเทศสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านมีพรมแดนติดกับทะเลสาบแคสเปียนอัน เป็นสถานที่ที่ทำการประมงปลาสเตอร์เจียนอย่างมากมาย เช่นเดียวกับประเทศรัสเซีย
เหล่านี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของความน่าสนใจในประเทศสาธารณรัฐอิสลาม อิหร่านเท่านั้น ยังมีอีกมากมายหลายสิ่งที่น่าสนใจซึ่งกำลังรอให้บรรดาผู้คนรวมถึงตัวผู้อ่าน ได้เดินทางไปค้นหาภายในดินแดนอาหรับราตรีแห่งนี้

บทความจาก รายการวิทยุ โลกมุสลิม
โดยคุณโชติรัตน์ โกมารทัต
ภาพจาก http://www.google.co.th




 


หากท่านใดต้องการเผยแพร่บทความหรือข้อมูลจากเว็บไซต์ เพื่อความรู้หรือประโยชน์ทางการศึกษา โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจน

และกรุณาแจ้งให้ทราบที่   »  E-mail : sameaf.info@gmail.com