thai

Middle Asia : Tips

  
07/04/2011

โนรูส (Norooz) เทศกาลปีใหม่ของอิหร่าน (1) : ตำนานและเอกลักษณ์

               

                หลายครั้งทีเดียวที่เวลาเรานึกถึงอิหร่านนั้น ภาพที่ปรากฏขึ้นมาก็คือภาพประเทศที่ถูกปกครองด้วยผู้ศาสนาและการบริหารประเทศก็ยึดตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด และกิจกรรมใดๆที่ไม่แสดงออกถึงความจริงจังทางศาสนาก็จะถูกห้าม ภาพดังกล่าวเป็นที่แพร่หลายมาก จนทำให้หลายคนเข้าใจว่าประเทศนี้ไม่มีที่ว่างให้กับความบันเทิงหรือกิจกรรมรื่นรมย์เลย ภาพลักษณ์ดังกล่าวได้บดบังภาพลักษณ์ความรื่นเริงของวัฒนธรรมอันยาวนานและงดงามของอิหร่าน และหนึ่งในประเพณีทีแห่งความรื่นเริงนั้นก็คือ โนรูส หรือ ประเพณีวันขึ้นปีใหม่นั่นเอง

                คำว่าโนรูส ในภาษาอิหร่านแปลว่า แสงแห่งวันใหม่ เทศกาลโนรูส จึงหมายถึงเทศกาลแห่งเริ่มต้นปีใหม่นั้นเอง โดยจะตรงกับวันที่ 20, 21 หรือ 22 ของเดือนมีนาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันวสันตวิษุวัติ (Vernal Equinox – Spring Equinox – March Equinox) ซึ่งเป็นวันเริ่มฤดูใบไม้ผลินั้นเอง ตามหลักดาราศาสตร์นั้นวันนี้เป็นวันที่กลางวันกับกลางคืนเวลาเท่ากันพอดีในซีกโลกเหนือ เพราะในวันนี้ดวงอาทิตย์จะอยู่ในตำแหน่งที่ตั้งฉากกับเส้นศูนย์ของโลกพอดี

                ชาวอิหร่านเชื่อว่าเทศกาลโนรูสเป็นวันเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เนื่องจากฤดูหนาวได้สิ้นสุดลงไปแล้ว และต้นไม้ต่างๆกำลังเริ่มผลิใบ ธรรมชาติและชีวิตต่างๆกำลังกลับคืนสู่สภาพความสดใส ตามตำนานที่ปรากฏอยู่ในมหากาพย์แห่งชนชาติอิหร่าน ชาห์นามา หรือ ชาห์ นาเมห์ (Shah Nama, Shah Nameh – the Book of Kings – บันทึกตำนานราชันย์) ซึ่งเขียนขึ้นโดยมหากวีฟีร์เดาซี ในศตวรรษที่ 11 นั้น เล่าว่าพระเจ้าจามชิด (Jamshid) กษัตริย์เปอร์เซียในตำนาน ทรงเป็นผู้ริเริ่มเทศกาลโนรูสนี้ หลังจากที่พระองค์ได้ทรงสร้างบัลลังก์ที่ประดับตกแต่งด้วยอัญมณีและสั่งให้เหล่าปีศาจเอาพระองค์พร้อมด้วยบัลลังก์เหาะไปนั่งอยู่กลางอากาศอย่างสง่างาม ประชนก็แห่มายืนดูกันด้วยความปลาบปลื่มชื่นชมและต่างก็โปรยเพชรนิลจินดากันรอบๆตัวพระองค์ จากนั้นก็เรียกวันนี้ว่า วันใหม่ หรือ โนรูส นั้นเอง

                 ตำนานดังกว่าแสดงถึงความเก่าแก่ของเทศกาลนี้ ซึ่งปรากฏหลักฐานตั้งแต่สมัยก่อนคริสตศักรราชเมื่อครั้งจักรวรรดิเปอร์เซียยังเรืองอำนาจ โดยเล่ากันว่ากษัตริย์ราชวงศ์อาคีเมนิดส์ (the Achaemenids) ซึ่งปกครองอิหร่านในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 6 ถึงศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตศักราช ทรงมีพระราชวังประจำฤดูกาล และหนึ่งในนั้นก็คือพระราชวังเปอร์เซโปลิส (Persepolis) ซึ่งเป็นพระราชวังฤดูใบไม้ผลิและเป็นสถานที่ใช้ในการเฉลิมฉลองเทศกาลโนรูส ดังจะเห็นได้จากภาพสลักบนแผงราวบันไดของสถานที่ดังกล่าวที่แสดงฉากพระราชากำลังนั่งบัลลังก์รอรับของขวัญจากประชาชน ข้าราชการ และราชทูตจากรัฐประเทศราชต่างๆ และต่อมาในสมัยราชวงศ์ซาซานิดส์ (Sasanids) ซึ่งปกครองอิหร่านในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 3 ถึงกลางคริสตศตวรรษที่ 7 ได้มีการจัดประเพณีให้ยกเสาอิฐโคลน 12 ต้นตามจำนวนเดือนในหนึ่งปี โดยบนยอดเสาแต่ละต้นนั้นจะหว่านเมล็ดธัญญาพืชและเมล็ดผักเช่น เมล็ดข้าวสาลี เมล็ดข้าวบาร์เลย์ เมล็ดถั่วเลนทิล ฯลฯ และรอให้งอกทันวันแรกของเทศกาลโนรูส จากนั้น ในวันที่หกของเทศกาลกษัตริย์ก็เปิดพระราชวังให้ประชาชนทั่วไปเข้าได้และทรงพระราชทานอภัยโทษให้แก่ผู้ก่อคดีเล็กๆ และในวันที่ 16 ของเทศกาล เสาอิฐโคลนทั้ง 12 ต้นก็จะถูกรื้อออก ประเพณีในยุคราชวงศ์ซาซานิดส์นี้ได้กลายเป็นแบบอย่างของประเพณีหลวงแก่ราชวงศ์ยุคต่อมา  

                 ในปัจจุบัน เทศกาลโนรูสจะเฉลิมฉลองกันเป็นเวลาสิบสามวัน โดยก่อนที่เทศกาลจะเริ่มขึ้นนั้นประชาชนจะทำความสะอาดบ้านของตนเองกันขนานใหญ่ เพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีในปีก่อนออกไป ขั้นตอนนี้เรียกกันว่า คูเนห์ เทกูนี (khoune Tekouni) ซึ่งแปลตรงตัวว่า จับบ้านมาเขย่า นอกจากนี้ทุกคนก็จะสวมเสื้อผ้าใหม่กัน และก็จะปลูกต้นถั่วเลนทิลหรือข้าวสาลี ซึ่งเรียกกันว่า ซับเซห์ (Sabzeh – ต้นกล้าสีเขียว) ลงในจานแบนๆ ตกแต่ด้วยริบบิ้นสีสรรสดใส เพื่อจะให้งอกเขียวขึ้นมาเมื่อถึงวันแรกของเทศกาลพอดี โดยเมล็ดเหล่านี้จะเป็นสัญลักษณ์แทนความเจริญงอกงามครั้งใหม่ของชีวิต ซับเซห์ดังกล่าวนี้จะเก็บไว้เพื่อนำไปเททิ้งในวันสุดท้ายของเทศกาล

                  สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเทศกาลนี้ก็คือ การจัดโต๊ะทีประกอบด้วยชุดสิ่งของ 7 อย่าง ตามคติศาสนาโซโรอัสเตอร์ ที่เรียกกันว่า ฮาฟต์ ซีน (Haft Sin) หรือ ฮาฟต์ ชีน (Haft Sheen) ซึ่งจะตรงกับดาวเคราะห์เจ็ดดวงที่มีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ คือดาวพุทธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ และยังพ้องกับธาตุมูลฐานแห่งชีวิตทั้ง 7 ที่พระเจ้า (เรียกว่า อาฮูรา มาซดา – Ahura Mazda - แปลตรงตัวว่าพระผู้ทรงปัญญา) สร้างขึ้นอีกด้วย อันได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ พืช สัตว์ และมนุษย์ รวมถึงเทพผู้ปกปักษ์รักษาธาตุพื้นฐานเหล่านี้ด้วย ซึ่งได้แก่

               1. สเป็นตา อาร์ไมตี (Spenta Armaiti) เทพผู้ปกป้องพื้นพสุทา                  

                          

2. ฮอร์วาตัต (Haurvatat) เทพผู้ปกป้องผืน

3.คัชตรา (Khashtra) เทพผู้ปกป้องแผ่นฟ้าและอากาศ

4. อะชา วาฮิสตา (Asha Vahista) เทพผู้ปกป้องไฟ

5. อาเมราตัต (Ameratat) เทพผู้ปกป้องพืช

6. วาฮู มานาห์ (Vahu Manah) เทพผู้ปกป้องเหล่าสรรพสัตว์

                 7.อาฮูรา มาซดา องค์มหาเทพ ผู้สร้างโลกและผู้ปกป้องมนุษย์ทั้งปวง ทั้งหมดเป็นสิ่งที่แสดงถึงการเกิดขึ้นของชีวิตหรือการมีชีวิตขึ้นมาใหม่นั้นเอง 

                      ลักษณะเด่นของฮาฟต์ ซีน (ซีน คือตัวอักษรตัวหนึ่งในภาษาฟาร์ซี ออกเสียงเหมือน ซ หรือ ส ในภาษาไทย) หรือ ฮาฟต์ ชีน (ชีน เป็นอักษรภาษาเปอร์เซีย ออกเสียงคล้าย ช ซึ่งเหมือนกับ sh ในภาษาอังกฤษ) นี้ ก็คือจะต้องเป็นสิ่งที่มีชื่อขึ้นต้นด้วยเสียง “ซ” หรือ “ช” ในภาษาอิหร่าน โดยหากเป็นชุดที่ขึ้นต้นด้วย “ซ” ซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ก็จะประกอบด้วย

      1. เซร์เกห์ (Serkeh) หรือ น้ำส้มสายชู ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอายุยั่งยืนและความอดทน
      2. ซูมัก (Sumac) ซึ่งเป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่ง มีรสเปรี้ยวใช่ปรุ่งรสอาหารพวกกาบับ และเป็นสัญลักษณ์ของแสงอรุณของวันใหม่
      3. ซีร์ (Sir) หรือกระเทียม แสดงถึงความสงบหรือยา
      4. ซามานู (Samanu) ซึ่งเป็นของหวานอิหร่านชนิดทำจากผงแป้งสาลี มีลักษณะหนืด โดยจะแสดงถึงความรุ่งเรืองหรือมั่งคั่ง
      5. ซีบ (Seeb) หรือแอปเปิล แสดงถึงความงามและสุขภาพที่แข็งแรง
      6. เซนเจด (Senjed) หรือมะกอกรัสเซีย (Russian Olive) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความรัก
      7. ซับเซห์  ซึ่งแสดงถึงการเกิดใหม่

                        สำหรับของที่ขึ้นต้นด้วยเสียง “ช” ซึ่งเป็นแบบดั่งเดิม ก็ประกอบด้วย (1) เชอรับ (Sherab) หรือไวน์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสุข (2) ชาการ์ (Shakar) หรือน้ำตาล แสดงถึงความหวานชื่นของชีวิต (3) ชีร์ (Shir) หรือ นม แสดงถึงอาหารบำรุงความรุ่งเรือง (4) ชัมชาด (Shamshad) หรือกิ่งต้นบ็อกส์ทรี (5) ชาห์ด (Shahd) หรือน้ำผึ้ง สื่อถึงผลสัมฤทธิของการทำงานร่วมกัน (6) ชาม (Sham) หรือเทียนไข และ (7) ชายะ (Shaya) หรือผลไม้ต่างๆ

                       นอกจากนี้แล้วยังอาจจะมี ผลไม้แห้ง หรืออัลจีด (Aljeed) แผ่นกระจก (แสดงถึงความพิจารณาตนเองและเป็นสัญลักษณ์ของไฟชำระบาปตามหลักศาสนาโซโรอัสเตอร์) ไข่ต้มสุกแต้มสี (แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ โดยจะต้องเตรียมไว้เท่าจำนวนสมาชิกในครอบครัว) ขวดโหลที่ใส่ปลาทองไว้ข้างใน (แทนชีวิต และแสดงถึงการเคลื่อนออกจากราศีมีนด้วย) ชามใส่น้ำและมีผลส้มหนึ่งผลลอยอยู่ข้างใน (มีความหมายทางจักรวาลวิทยาแสดงให้เห็นว่าโลกลอยอยู่กลางอวกาศ) น้ำผสมกุหลาบ (เชื่อกันว่าอำนาจขจัดรังควาญได้) เหรียญ หรือเรียกกันว่า เซกเกห์ (แสดงถึงความมั่งคั่ง) ดอกไฮยาซินธ์ (Hyacinth - ตระกูลเดียวกับผักตบชวา ซึ่งเป็นดอกไม้สีม่วง - แสดงถึงการมาเยือนของฤดูใบไม้พลิ ) ขนมอบดั่งเดิมของอิหร่าน เช่น ขนมบากลาวา (Baghlava) (ทำจากแป้งกระดาษหรือฟิโล ที่เอามาเรียงซ้อนกันหลายๆชัน สอดไส้ลูกนัตตัดและแช่ในน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อม) หรือผลหม่อน หรือนาน โนคอดชี (Naan – Nokhodchi – คุกกี้ถั่วลูกไก่) มหากาพย์ชาห์ นาเมห์ หรือคัมภีร์อัลกุรอ่าน ในกรณีเป็นมุสลิม หรือคัมภีร์อเวสตา (Avesta) ในกรณีที่ศาสนิกชนของศาสนาโซโรอัสเตอร์ หรือบทกวีของฮาเฟส (the Divan of Hafez) และธงชาติอิหร่าน

                      ทั้งฮาฟต์ ชีน และชุดสิ่งที่เกี่ยวข้อง จะต้องนำมาวางไว้บนแผ่นผ้าสี่เหลียมผื้นผ้า ซึ่งเรียกว่า โซเฟรห์ (Sofreh) และควรจะเป็นสีขาว เพื่อเป็นสิริมงคล แสดงถึงความสะอาดบริสุทธิ

      กลับไปหน้าหลัก                                                                                                                      ตอนที่ 2


      ปวินท์  มินทอง
      กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

      ที่มา
      http://www.iranian.com
      http://www.iransara.info/Iran%20Norooz%206372.htm
      http://en.wikipedia.org/wiki/Nowruz
      http://www.iranchamber.com/culture/articles/norooz_iranian_new_year.php
      http://www.iranchamber.com/culture/articles/norooz_zarathushtrian_new_year.php
      http://www.netglimse.com/holidays/nowruz/zoroastrian_cosmology.shtml
      http://www.payvand.com/news/09/mar/1210.html
      http://www.irandokht.com/editorial/index4.php?area=org&sectionID=9&editorialID=3394
      http://www.dusharm.com/content/view/39/1/
      http://www.foreignpolicyjournal.com/2010/03/21/new-day-new-year/

      ภาพจาก
      http://scienceblogs.com/startswithabang/2010/03/weekend_diversion_a_little_sun.php
      http://askbluey.com/Image?q=Sassanid%20Empire
      http://www.irantravelingcenter.com/firoozabad_iran.htm
      http://www.dusharm.com/content/view/4/2/
      http://www.livius.org/ag-ai/ahuramazda/ahuramazda.html
      http://www.aramcoexpats.com/Photos/Life-In-Saudi-Arabia/Other-Activities/3888.aspx
      http://www.orientalthane.com/speeches/speech2008.htm
      http://en.wikipedia.org/wiki/Hafez
      http://www.pbs.org/wgbh/pages/frontline/tehranbureau/2011/03/report-nowruz-fete-plan-angers-guard-regime-slams-obama-address.html
      http://www.greek-islands.us/greek-recipes/baklava/
      http://www.rominacookie.com/?p=41
      http://www.hanifworld.com/Norouz85/Traditional%20haft%20seen.html
      http://www.aramcoexpats.com/Photos/Life-In-Saudi-Arabia/Other-Activities/3888.aspx
      http://www.parsinews.net/zoroastrianism-7-ameshaspentas/2228.html
      http://rokgoo.blogspot.com/2009_03_01_archive.html
      http://www.pavasta.com/roxanaromance/bullthelion.html
      http://parvisradji.wordpress.com/2010/08/16/world-wonders-i-will-be-visiting/
      http://ref.kodoom.com/en/Zal
      http://www.foreignpolicyjournal.com/2010/03/21/new-day-new-year/
      http://www.asia.si.edu/explore/shahnama/jamshid.asp
      http://www.payvand.com/news/08/mar/1184.html
      http://www.17sleeve.com/vernal-equinox-march-20-2011-721-p-m-edt



       


      หากท่านใดต้องการเผยแพร่บทความหรือข้อมูลจากเว็บไซต์ เพื่อความรู้หรือประโยชน์ทางการศึกษา โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจน

      และกรุณาแจ้งให้ทราบที่   »  E-mail : sameaf.info@gmail.com